<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2020 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2020 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันปรีดียืนยันไม่เอารัฐประหาร เตรียมตั้งคณะทำงานช่วยเหลือทางคดีกับผู้ชุมนุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย. 2563 บทเรียนจากรัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 ครบรอบ 14 ปี และ ความเห็นต่ออนาคตประเทศไทยหลังการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย 5 จุดยืนต่อสถานการณ์วิกฤติการเมือง 8 บทเรียนจากรัฐประหารสองครั้ง

การยุติการชุมนุมเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงและการรัฐประหาร

กลุ่มผู้นำรัฐบาล กลุ่มผู้นำรัฐสภา ควรเปิดเวทีเจรจากับ แกนนำการชุมนุม หาก รัฐบาล ไม่สะดวกใจที่จะดำเนินการ ทาง สถาบันปรีดี พนมยงค์ ขออาสาเปิดเวทีเพื่อให้มีการปรึกษาหารือเพื่อหาทางออกให้บ้านเมือง ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามไปมากกว่านี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;

ขอคัดค้านการรัฐประหารทุกรูปแบบและเราขอต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใดๆอันเป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตยและกฎหมายอันชอบธรรม

ทางคณะกรรมการสถาบันจะจัดตั้ง &amp;ldquo;คณะทำงานเพื่อช่วยเหลือทางคดีแก่ผู้ร่วมชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย&amp;rdquo; และ จะออกแถลงการณ์เป็นระยะๆเพื่อมีส่วนในการช่วยทำให้สถานการณ์ไม่ถลำลึกสู่วิกฤตการณ์รุนแรง และ นำไปสู่การเจรจาหารือ สานเสวนาเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับประเทศและประชาชนได้

ที่ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซอยทองหล่อ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 11.00 น. วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2563

นาย อนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ และ อดีตกรรมการและผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การยุติการชุมนุมเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงและการรัฐประหาร เป็นการแสดงให้ความเห็นอย่างชัดเจนว่า แกนนำของ &amp;ldquo;แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม&amp;rdquo; ยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีอย่างเคร่งครัด ไม่เคลื่อนไหวสุ่มเสี่ยง และต้องการให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยอย่างจริงใจ ลูกหลานของเราได้ต่อสู้เพื่อประเทศนี้ เพื่ออนาคตของพวกเขาเอง และ ต่อสู้ให้กับบรรดาผู้สูงวัยทั้งหลาย เราควรจะสำนึกในความเสียสละ กล้าหาญของเหล่าเยาวชนผู้ที่จะเติบโตเป็นหลักให้กับบ้านเมืองในอนาคต กระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยอย่างมียุทธศาสตร์และยุทธวิธีที่ดีจะทำให้เส้นทางสู่ประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์เป็นประมุขอย่างแท้จริงสงบสันติ มั่นคง ยั่งยืนและไม่ย้อนกลับไปสู่ระบอบอำนาจนิยมซ้ำแล้วซ้ำอีก

ผู้มีอำนาจรัฐก็ได้พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการปะทะและความรุนแรงซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี นับเป็นพัฒนาการในทางที่ดีขึ้นของผู้ปกครอง อย่างไรก็ตาม ผู้มีอำนาจรัฐต้องตระหนักและแยกแยะให้ออกระหว่าง &amp;ldquo;ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์&amp;rdquo; &amp;ldquo;การล่วงละเมิดสถาบันกษัตริย์&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;การล้มสถาบันกษัตริย์&amp;rdquo; ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน การยัดข้อหา &amp;ldquo;ล่วงละเมิดสถาบันกษัตริย์&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;การล้มสถาบันกษัตริย์&amp;rdquo; เป็นสิ่งที่ต้องไม่กระทำเพราะจะทำให้เกิดความแตกแยกร้าวฉานในสังคมไทย นอกจากนี้ยังไม่เป็นผลดีต่อสถาบันหลักของชาติ รวมทั้งทำให้ระบอบประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์เป็นประมุขอ่อนแอลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;

การเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยเป็นกระบวนการที่ใช้เวลา บางประเทศประสบความสำเร็จ บางประเทศไม่ราบรื่น บางประเทศล้มเหลว สถานการณ์การชุมนุมที่เริ่มขึ้นในวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2563 ภายใต้คำขวัญ &amp;ldquo; 19 กันยา ทวงคืนอำนาจราษฎร&amp;rdquo; จะเป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อและจุดเปลี่ยนแปลงของอนาคตของประเทศไทย ทางสถานบันปรีดี พนมยงค์ได้เผยแพร่แถลงการณ์ฉบับที่ 1 ไปเมื่อวานนี้ เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนยึดมั่นแนวทางสันติวิธี ยอมรับความเห็นอันแตกต่างหลากหลาย เปิดโอกาสให้เสรีภาพและเจตจำนงอันแท้จริงของประชาชนได้ผลักดันให้เกิดการปฏิรูป ความเป็นธรรม ประชาธิปไตยและคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ทางสถาบันปรีดี พนมยงค์ สถาบันปรีดี พนมยงค์ จึงขอแถลงจุดยืนต่อสถานการณ์บ้านเมืองที่จะเกิดขึ้น ดังนี้

1. ขอให้ทุกฝ่ายเคารพเจตจำนงและการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนที่เรียกร้องให้สถาปนาระบบเศรษฐกิจและการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยอันเป็นรากฐานสำคัญของสังคม



2. สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมอย่างสันติเป็นสิทธิโดยชอบตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่รัฐมีหน้าที่ในการให้หลักประกัน และคุ้มครองความปลอดภัยแก่ผู้ชุมนุม รวมถึงจะต้องหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า การกระทำอันเป็นการยั่วยุ หรือการใช้มาตรการรุนแรงในทุกรูปแบบ

3. สถาบันการศึกษาควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนได้ใช้สิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก

4. ขอประณามการกระทำของบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดที่ประสงค์จะใช้การยั่วยุหรือใช้ความรุนแรง และเรียกร้องทุกฝ่ายให้ร่วมกันต่อต้านการก่อรัฐประหารเพื่อยึดอำนาจรัฐ ซึ่งจะมีผลเหนี่ยวรั้งสังคมไทยให้ถอยหลังลงอีก ไม่ว่าจะโดยการนําของฝ่ายใดก็ตาม

5. ขอให้ทุกฝ่ายพึงระลึกว่า ระบอบประชาธิปไตยจะมั่งคงอยู่ได้ต้องประกอบด้วยกฎหมายที่สนองตอบต่อเจตนารมณ์ของปวงชนชาวไทย พร้อมด้วยศีลธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต&amp;nbsp;

นาย อนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ กล่าวอีกว่า ทางสถาบันปรีดี พนมยงค์ เชื่อว่าการแทรกแซงจากอำนาจนอกระบบที่มิใช่วิถีทางแห่งประชาธิปไตยจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกฝ่ายจะร่วมกันหาทางออกอย่างสันติวิธี

ทั้งนี้ โดยผู้มีอำนาจจะต้องลดละการเห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตน และรับฟังเสียงเรียกร้องของประชาชน อันนับเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการแก้ไขปัญหาในระบอบการเมืองที่เป็นอยู่ และ เราขอคัดค้านการรัฐประหารทุกรูปแบบและเราขอต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองใดๆอันเป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตยและกฎหมายอันชอบธรรม ทางคณะกรรมการสถาบันจะจัดตั้ง &amp;ldquo;คณะทำงานเพื่อช่วยเหลือทางคดีแก่ผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย&amp;rdquo; และ จะออกแถลงการณ์เป็นระยะๆเพื่อมีส่วนในการช่วยทำให้สถานการณ์ไม่ถลำลึกสู่วิกฤตการณ์รุนแรง และ นำไปสู่การเจรจาหารือ สานเสวนาเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับประเทศและประชาชนได้

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการและผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึง 14 ปีที่ผ่านมา มีการไล่ล่าผู้เห็นต่างด้วยวิธีการต่างๆทั้งอุ้มหาย ยัดข้อหายัดคดี ใช้เครื่องมือทางกฎหมายกลั่นแกล้งด้วยวิธีการต่างๆ รวมทั้งยุบเลิกหน่วยงานหลายหน่วยงานที่ได้ปฏิบัติภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ เพียงแต่เห็นว่า หน่วยงานเหล่านั้น จัดตั้งขึ้นมาด้วยรัฐบาลฝ่ายตรงข้ามจัดตั้ง โดยไม่ใส่ใจว่าก่อให้เกิดต้นทุนและสร้างความเสียหายให้กับประเทศ&amp;nbsp;

บทเรียนที่เราได้รับจากการรัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 เนื่องในโอกาสครบรอบ 14 ปีของการรัฐประหาร และ นำมาสู่การรัฐประหารอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2557 มีมากมายและเราไม่ควรย้ำรอยความผิดผลาดและวิฤกติซ้ำซากอย่างในปัจจุบันและในอดีตอีก บทเรียนมีดังต่อไปนี้

บทเรียนข้อที่หนึ่ง ความเป็นเอกภาพและร่วมแรงร่วมใจของคนในชาติ เราจึงฝ่าวิกฤตการณ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ วิกฤติทางการเมือง วิกฤติจากผลกระทบของโรคระบาด Covid-19 หรือ ปัญหาผลกระทบรุนแรงจากภัยธรรมชาติ จึงต้องเปิดให้มีการเจรจาหารือ สานเสวนาเพื่อหาทางออกร่วมกัน กลุ่มผู้นำรัฐบาล กลุ่มผู้นำรัฐสภา ควรเปิดเวทีเจรจากับ แกนนำการชุมนุม หาก รัฐบาล ไม่สะดวกใจที่จะดำเนินการ ทาง สถาบันปรีดี พนมยงค์ ขออาสาเปิดเวทีเพื่อให้มีการปรึกษาหารือเพื่อหาทางออกให้บ้านเมือง ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามไปมากกว่านี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;

บทเรียนข้อที่สอง ความกล้าหาญและเสียสละของประชาชน ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นได้ การเสียสละของผู้นำและกลุ่มผู้นำสามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้ และผู้นำต้องลาออกหากการลาออกทำให้สถานการณ์วิกฤตการณ์ดีขึ้น

บทเรียนข้อที่สาม การยึดถือหลักการประชาธิปไตย หลักความเป็นธรรม และใช้กลไกรัฐสภาหาทางออกให้ประเทศมีความสำคัญ ผู้มีอำนาจรัฐทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านจึงต้องเร่งรัดกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนแล้ว ควรคืนอำนาจให้ประชาชนด้วยการจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญที่ทำให้กระบวนการเข้าสู่อำนาจโปร่งใส ยุติธรรมและสะท้อนความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง&amp;nbsp;

บทเรียนข้อที่สี่ ต้องลดเงื่อนไขหรือสภาวะเพื่อที่นำไปสู่ความขัดแย้งอันต้นทางของสงครามกลางเมือง และ ยึดในแนวทางสันติ ต้องไม่ให้เกิดความรุนแรงใดๆ หรือ มีผู้สูญเสียชีวิต เพราะหากเกิดสถานการณ์เช่นนั้นแล้วจะทำให้สถานการณ์มีความยุ่งยากลุกลามไปสู่ความรุนแรงเพิ่มขึ้นติดตามมา

บทเรียนข้อที่ห้า การมียุทธศาสตร์ กุศโลบาย กลยุทธที่ดีและมุ่งผลประโยชน์สาธารณะของผู้นำและกลุ่มชนชั้นนำจะทำให้ประเทศชาติมีทางออกที่ดีจากวิกฤตการณ์ต่างๆ บทบาทของชนชั้นนำ รัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ ตั้งใจและมุ่งมั่นจริงใจในการวางรากฐานระบอบประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์เป็นประมุขให้มั่นคงนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสันติสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของประชาชน

บทเรียนข้อที่หก ขบวนการความเคลื่อนไหวขนาดใหญ่เกิดขึ้นได้เมื่อ ประชาชนตระหนักถึงปัญหาร่วมกัน และ เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ และ ไม่มีใครเอาชนะพลังของประชาชนผู้มุ่งมั่นได้ การผนึกกำลังกันของฝ่ายประชาชนและฝ่ายค้านจึงมีความสำคัญมากต่อการเปลี่ยนแปลง

บทเรียนข้อที่เจ็ด รัฐประหารสองครั้ง (2549, 2557) การฉีกรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ วิกฤตการณ์ความรุนแรงทางการเมืองที่ทำให้ประชาชนทุกฝ่ายเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรมในรอบ 14 ปี จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก หากมีการก่อรัฐประหารขึ้นอีก การรัฐประหารครั้งนี้จะนำไปสู่เส้นทางหายนะของประเทศ และจะสร้างความแตกแยกมากยิ่งกว่า รัฐประหารสองครั้งก่อนหน้านี้ ผู้นำทหาร ผู้นำตุลาการ ผู้นำภาคธุรกิจ ต้องสนับสนุนประชาธิปไตยอันมีกษัตริย์เป็นประมุข ต้องไม่สนับสนุนระบอบเผด็จการหรือระบอบสืบทอดอำนาจ หากผู้นำกองทัพ ผู้นำศาล ผู้นำภาคธุรกิจ ไม่สนับสนุนประชาธิปไตย ประชาธิปไตยไม่มีทางมั่นคงได้

บทเรียนข้อที่แปด ผู้นำที่มาจากการเลือกตั้ง ต้องมีเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นในการวางรากฐานประชาธิปไตยให้มั่นคง ปฏิรูปรัฐธรรมนูญและทำให้กระบวนการสถาปนารัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง รัฐธรรมนูญจะต้องประกันสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ความเสมอภาคและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ความยุติธรรม ประโยชน์ส่วนรวมและศีลธรรมจักบังเกิดขึ้นในสังคมไทยเมื่อประชาชนมีเสรีภาพอย่างแท้จริงโดยปราศจากความกลัวจากการคุกคามโดยอำนาจรัฐและการกลั่นแกล้งจากการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ได้กล่าวอีกว่า &amp;ldquo;สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ยังคงมีความเสี่ยงที่จะถลำลึกสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงได้อยู่แม้นการชุมนุมในวันที่ 19 กันยายนจะจบลงโดยดีก็ตาม โครงสร้างอันไม่เป็นธรรมยังคงดำรงอยู่และเป็นเงื่อนไขของความขัดแย้งต่อไป ผู้รักชาติ รักประชาธิปไตย รักสันติ จึงต้องสามารถเอาชนะต่อขบวนการต่อต้านประชาธิปไตยและกระหายความรุนแรงให้ได้ด้วยการรณรงค์ให้เกิดการปฏิรูปอย่างแท้จริงภายใต้ระบอบประชาธิปไตย

จำเป็นต้องเอาชนะวาทะกรรม &amp;ldquo;ชังชาติ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ล้มเจ้า&amp;rdquo; ที่ใส่ร้ายป้ายสีให้ได้ เอาชนะด้วยความอดทน หมั่นชี้แจงด้วยเหตุผล ด้วยข้อเท็จจริง นำไปสู่การตื่นรู้ของประชาชนส่วนใหญ่ นำไปสู่การอยู่ร่วมกันได้ท่ามกลางความแตกต่างหลากหลายอย่างมีสันติสุข เสมอภาคเป็นธรรม และช่วยกันทำให้ระบอบประชาธิปไตยอันมี &amp;ldquo;กษัตริย์&amp;rdquo; เป็นประมุขมีความมั่นคงยั่งยืนต่อไป ไม่สร้างเงื่อนไขที่นำไปสู่การซ้ำเติมความยากลำบากทางเศรษฐกิจของประชาชน หรือ แก้ไขปัญหานอกวิถีทางของกฎหมายและประชาธิปไตย

นาย อนุสรณ์ ธรรมใจ ประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ และ อดีตกรรมการและผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชื่นชมในการความกล้าหาญและเสียสละในการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองให้เป็นประชาธิปไตยและผลักดันการปฏิรูปประเทศ ผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญรวมทั้งปกป้องผู้ถูกคุกคามจากความเห็นต่างในทางการเมืองของผู้ชุมนุมในวันที่ 19-20 กันยายน อย่างไรก็ตาม ขอฝากถึงบรรดาเยาวชนคนหนุ่มสาวผู้เป็นอนาคตของชาติว่าให้ดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองให้ดีขึ้น เพื่อประชาธิปไตยและเพื่ออนาคตของทุกคน ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง รัดกุม เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่ประสงค์ดีต่อระบอบประชาธิปไตย และ ผู้ที่จ้องหาโอกาสในการเข้าสู่อำนาจอันไม่เป็นไปตามวิถีทางแห่งกฎหมายและประชาธิปไตย อันหมายรวมถึงกลุ่มทหารที่จะฉวยโอกาสทำรัฐประหารด้วย

น้องๆนิสิตนักศึกษาต้องตระหนักและเตรียมรับมือกับการโต้กลับของเครือข่าย &amp;ldquo;ปฏิปักษ์ประชาธิปไตย&amp;rdquo; ด้วยความรู้เท่าทัน อดทน และ ยึดถือแนวทางสันติวิธีและหลักของเหตุผล ขณะเดียวกัน ท่านต้องไม่หลงอยู่ในห้วงวังวนของมหาสมุทรแห่งความหลอกลวงและความหวาดกลัว จงมีความหวัง เอาความจริงและความกล้าหาญทางจริยธรรมเข้าสู้ การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและสันติธรรมไม่ใช่การต่อสู้วันเดียว อาทิตย์เดียว เดือนเดียว หรือ ปีเดียวจบ มันเป็นสงครามยืดเยื้อที่เราต้องต่อสู้กับพวกเผด็จการและพวกกระหายความรุนแรงและการกดขี่ การต่อสู้อาจต้องใช้เวลาชั่วชีวิต อาจต้องสืบทอดให้ลูกหลาน อย่าหวาดกลัวในการแสดงจุดยืนและความเห็นที่ถูกต้องเพื่อพิทักษ์สันติธรรมและเสรีภาพ และ เราต้องยอมเข้าสู่ความยากลำบากที่จำเป็น แต่เป็นความยากลำบากที่พิสูจน์การกระทำอันยิ่งใหญ่ เป็นอมตะ เช่นเดียวกับวีรชนทั้งหลายที่ได้สละชีวิต เลือดเนื้อ ความสุขสบาย เกียรติยศชื่อเสียงและทรัพย์สมบัติ เพื่อให้ประเทศนี้เป็นประเทศของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ กล่าวอีกว่า ขอดวงวิญญาณแห่งบรรพชนประชาธิปไตย ตั้งแต่ กลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ร.ศ. 103 นำโดยพระองค์เจ้าปฤษฎางค์&amp;nbsp; สมัย รัชกาลที่ห้า ขบวนการทหารหนุ่มประชาธิปไตย ร.ศ. 130 นำโดย ขุนทวยหาญพิทักษ์ (เหล็ง ศรีจันทร์) สมาชิกคณะราษฎร 2475 นำโดยพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา ขบวนการประชาธิปไตย พ.ศ. 2492 นำโดยกลุ่มทหารเรือ วีรชนเดือนตุลาคม พ.ศ. 2516 และ พ.ศ. 2519 วีรชนพฤษภา 35 และ พฤษภา 53 เป็นต้น ขอพลังแห่งความปรารถนาดีต่อประเทศชาติและความมุ่งมั่นเพื่อชีวิตที่ดีกว่าของประชาชนช่วยปกป้องคุ้มครองให้ &amp;ldquo;ลูกหลาน&amp;rdquo; ของเรา เยาวชนผู้เป็นอนาคตของชาติด้วย &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78011</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ, สถาบันปรีดี พนมยงค์, แนวร่วมกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc0266adb57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2020 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2020 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>120 ปีชาตกาล ปรีดี พนมยงค์ เรียนรู้อดีตผ่านหนัง-ละครร่วมสมัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภาพยนตร์ &amp;ldquo;การสวนสนามของกองกำลังเสรีไทย&amp;rdquo; ที่เกี่ยวข้องกับปรีดี พนงยงค์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2563 เป็นวันครบรอบ 120 ปีชาตกาล ปรีดี พนมยงค์ ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVIC-19) ในปัจจุบันยังคงเป็นโรคติดต่ออันตราย มีมาตรการป้องกันห้ามรวมกันของคนหมู่มากเพื่อความปลอดภัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมูลนิธิปรีดี พนมยงค์ สถาบันปรีดี พนมยงค์&amp;nbsp; จึงงดการจัดงานและพิธีวางพานพุ่มอนุสาวรีย์ ศ.ดร.ปรีดี พนมยงค์ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ไว้ก่อน อย่างไรก็ตาม ในโอกาสนี้ หลายองค์กรจัดกิจกรรมในวาระ 120 ปี ชาตกาล ปรีดี พนมยงค์ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์แทน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) นำเสนอ 2 ภาพยนตร์ที่เกี่ยวข้องกับปรีดี พนมยงค์ และประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของประเทศไทย เพื่อฉายให้เห็นถึงบทบาทและความสำคัญของรัฐบุรุษอาวุโสท่านนี้ อีกทั้งยังเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องแรกคือภาพยนตร์บันทึกเหตุการณ์ &amp;ldquo;การสวนสนามของกองกำลังเสรีไทย&amp;rdquo; ที่นำโดยนายปรีดี พนมยงค์ ในฐานะหัวหน้าเสรีไทยในประเทศไทย ซึ่งจัดรวมพลพรรคเสรีไทยทั่วประเทศ ประมาณแปดพันคน กระทำพิธีสวนสนามพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายสัมพันธมิตร บนถนนราชดำเนินกลาง ใจกลางพระนคร ในวันที่ 25 กันยายน 2488 นับเป็นการประกาศต่อโลกว่าประเทศไทยยังมีเอกราชเหนือแผ่นดินตนเองโดยสมบูรณ์ ยังมีเกียรติศักดิ์ศรี มิได้ถูกยึดครองและถูกปลดอาวุธอย่างผู้แพ้ ให้ถือว่าการประกาศสงครามของรัฐบาลไทยต่อสหรัฐอเมริกาและอังกฤษเป็นโมฆะ สามารถรับชมได้ที่ www.youtube.com/watch?v=qLiOfUqBaN0&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปรีดี พนมยงค์ ในกองถ่ายภาพยนตร์&amp;quot;พระเจ้าช้างเผือก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาพยนตร์เรื่องที่สองคือ &amp;ldquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rdquo; ที่ปรีดี พนมยงค์ อำนวยการสร้างและเขียนเรื่อง ออกฉายครั้งแรกพร้อมกัน 3 ประเทศ คือ ไทย อเมริกา และสิงคโปร์ ในวันที่ 4 เมษายน พ.ศ.2484 เพื่อเผยแพร่แนวคิดเรื่องสันติภาพให้แก่นานาประเทศในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2&amp;nbsp; สามารถรับชมได้ที่ www.youtube.com/watch?v=uiu7-X0Kh_U นอกจากนี้ หอภาพยนตร์ยังได้เผยแพร่บทความขนาดยาวชิ้นพิเศษ ความยาว 4 ตอน ที่เขียนขึ้นเมื่อปี 2544 เพื่อเล่าขานตำนานและบรรยายสุนทรียธรรมแห่ง &amp;quot;พระเจ้าช้างเผือก&amp;quot; และเพื่อประกาศวาระครบรอบ 60 ปี ของสามัญภาพยนตร์ที่สร้างโดย &amp;quot;ปรีดี พนมยงค์&amp;quot; อ่านได้ที่ www.fapot.or.th/main/information/article/view/250&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภาพยนตร์เรื่อง &amp;ldquo;พระเจ้าช้างเผือก&amp;rdquo; ที่ปรีดี พนมยงค์ อำนวยการสร้างและเขียนเรื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนคณะละครอนัตตาเตรียมเสนอละครไทยร่วมสมัยเรื่องใหม่เผยแพร่ให้ชมผ่านเพจเฟซบุ๊ก Anatta Theatre Troupe เพื่อสืบทอดอุดมการณ์ของปรีดี พนมยงค์ หัวหน้าคณะราษฎร ผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองของสยามสู่ระบอบประชาธิปไตย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประดิษฐ ประสาททอง ศิลปินรางวัลศิลปาธร ผู้ก่อตั้งคณะละคร &amp;quot;อนัตตา&amp;rdquo; กล่าวว่า คณะละครอนัตตาร่วมรำลึกถึงคุณูปการอาจารย์ปรีดี ในช่วงเวลาสำคัญระหว่างวันที่ 2-11 พ.ค.นี้ โดยท่านจากไปวันที่ 2 พ.ค.2526 ส่วนวันที่ 11 พ.ค. เป็นวันคล้ายวันเกิด ตนผูกพันกับอาจารย์ปรีดี ด้วยเป็นผลิตผลจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านเป็นผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองให้เกิดขึ้น และในฐานะคนไทยอยู่ใต้ระบอบการปกครองประชาธิปไตย แม้จะแหว่งวิ่นไม่สมบูรณ์ หลังคณะราษฎรได้เปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 คุณูปการของคณะราษฎรยิ่งใหญ่ แต่ความทรงจำกลับพร่าเลือน มีการถกเถียงเป็นระยะ ประวัติศาสตร์ร่วมสมัยเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว ร่วมลมหายใจ ตนใช้ศิลปะการแสดงสื่อสารเรื่องราว เคยทำละครเวทีเรื่องเพลงรัก 2475 สื่อแทนการตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ถัดมาเรื่องมังกรสลัดเกล็ดได้แรงบันดาลใจจากชีวประวัตินางเซาะเซ็ง แม่อาจารย์ปรีดี ปรับให้เป็นละคร ต่อมาปี 2559 ครบ 100 ปีชาตกาล นำกลับมาสร้างละครฟอร์มใหญ่ อีกผลงานที่เกี่ยวข้อง อาจารย์ดุษฎี พนมยงค์ บุตรของท่านประสานให้ทำละครเวทีขนาดสั้นความยาว 10 นาที เสนอเรื่องราวยุคต้นของเสรีไทย พันตรีจำกัด พลางกูร เลขาธิการเสรีไทยสายในประเทศเดินทางไปจีน เพื่อทำภารกิจสำคัญสื่อสารไทยยืนอยู่ข้างจีน โดยทายาทรุ่นหลานรับบทอาจารย์ปรีดี แสดงที่เรือนโบราณ ทำเนียบท่าช้าง บ้านพักของอาจารย์ปรีดีและเป็นสถานที่บัญชาการเสรีไทย แสดงหน้าพระพักตร์สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp; เสด็จฯ เป็นการส่วนพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ปีนี้เป็นวาระสำคัญครบ 120 ปีชาตกาล ผมตั้งใจสร้างบทละครเรื่องใหม่ เตรียมการตั้งแต่ปีที่แล้ว อ่านหนังสือค้นคว้าสะสมข้อมูลและตำราเอกสาร เจอประเด็นน่าสนใจเยอะมาก เหมาะกับการเล่าผ่านภาพยนตร์หรือละครซีรีส์จะเก็บรายละเอียดได้มาก แต่ถ้าเป็นละครเวทีความยาวไม่ควรเกิน 2 ชั่วโมง วางแผนการเล่าเป็นองก์ และเลือกอย่างระมัดระวัง เพื่อสะท้อนการต่อสู้ของคนยุคนั้น ต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งระบอบประชาธิปไตย จะไม่นำเสนอแนววีรบุรุษ แต่เป็นบุรุษอภิวัฒน์ พูดถึงผู้ที่มีส่วนร่วมให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทั้งต้านและสนับสนุน โดยมีอาจารย์ปรีดีเป็นองค์ประธาน ถ่ายทอดความเป็นมนุษย์ที่มีความเปราะบางและแข็งกร้าว ให้เห็นลมหายใจของการต่อสู้ บทละครขับเน้นอุดมการณ์และความใฝ่ฝันเปลี่ยนประเทศชาติให้ดีงาม และพูดถึงเหตุการณ์วันที่ 24 มิถุนายน 2475 ที่เกี่ยวข้องกับบุคคล 4 คน จะเปิดตัวละครพร้อมชื่อเรื่องวันที่ 11 พ.ค. วันคล้ายวันเกิด และจากนั้นพัฒนางาน ทดลองบทนำร่อง ทำให้บทกลมกลืน ครบ 1 ปี ในปี 2564 จะจัดแสดงอย่างสมบูรณ์ แต่สถานการณ์โควิดทำให้ไทม์ไลน์ไม่เหมือนเดิม รอคนมีความพร้อมกลับมาดูการแสดงละครสดๆ อีกครั้ง&amp;quot; ประดิษฐกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รำลึก 120 ปี ชาตกาล ผ่านภาพยนตร์ &amp;quot;พระเจ้าช้างเผือก&amp;quot; สร้างโดยปรีดี พนมยงค์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในวาระ 120 ปี ชาตกาล จัดโครงการบูรณะอนุสรณ์สถานปรีดี พนมยงค์ จ.พระนครศรีอยุธยา บ้านเกิดของท่าน อนุสรณ์สถานนี้ตั้งใกล้วัดพนมยงค์ วัดประจำตระกูล ด้วยปัจจุบันทรุดโทรมต้องปรับปรุงภูมิทัศน์ใหม่และบูรณะโครงสร้างอาคารเรือนไทย 2 หลัง ที่ติดตั้งนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับรัฐบุรุษผู้นี้ ตลอดจนปรับการจัดแสดงนิทรรศการใหม่ให้ทันสมัย เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของคนรุ่นหลังเรื่องประวัติศาสตร์ไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเชิญชวนให้ประชาชนร่วมบริจาคเงินผ่านทางบัญชี &amp;quot;มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;rdquo; ธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 091-0-24905-1 อีกทั้งจัดพิมพ์หนังสือเรื่อง &amp;quot;บางเรื่องของประวัติศาสตร์ไทยในระบอบรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; ของปรีดี พนมยงค์ เพื่อรำลึกถึงในโอกาสสำคัญนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65637</URL_LINK>
                <HASHTAG>#มธ., 120ปีปรีดี พนมยงค์, การสวนสนามของกองกำลังเสรีไทย, คณะละครอนัตตา, พระเจ้าช้างเผือก, มูลนิธิปรีดี พนมยงค์, สถาบันปรีดี พนมยงค์, หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200511/image_big_5eb90e4b31f7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
