<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45861</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2019 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2019 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สุวิทย์&quot;เตรียมเดินสายพบ23สถาบันผลิตครู ปรับทิศทางการผลิตบัณฑิตสายนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16ก.ย.62- อว. พร้อมหารือร่วม ศธ. วางแผนการผลิตครู &amp;ldquo;สุวิทย์&amp;rdquo; เผยเบื้องต้นเตรียมเดินสายไปยัง 16สถาบัน + มรภ.7 &amp;nbsp;แห่ง &amp;nbsp;เพื่อรับทราบทิศทางการผลิคครู &amp;nbsp;ยกมศว มาเป็นต้นแบบพัฒนา ย้ำการใช้งานครูที่ผลิตอย่างมีคุณภาพ ต้องไม่ผิดฝาผิดตัว หรืออยู่ผิดที่ เพื่อจะได้แสดงศักยภาพได้เต็มที่

นายสุวิทย์ &amp;nbsp;เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า ตามที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กำลังเดินหน้าปฏิรูปการผลิตครู รวมทั้งจะหารือร่วมกับตนในฐานะ รมว.อว. เพื่อวางแผนการผลิตครูร่วมกันนั้น ขณะนี้ ตนยังไม่ได้รับการติดต่อจาก รมว.ศธ. แต่หากติดต่อมาตนก็พร้อมที่จะหารือ ส่วนกรณีที่ รมว.ศธ.ต้องการให้กระบวนการผลิตครูในสถาบันอุดมศึกษามีความเข้มข้นมากขึ้น เพื่อที่หน่วยงานรับครูมาใช้จะได้ไม่ต้องเสียงบประมาณมาพัฒนาครูเพิ่มอีกนั้น ในส่วนนี้ตนมองว่าที่ผ่านมามหาวิทยาลัยที่ผลิตครูจะอยู่ในสังกัด ศธ. ดังนั้น ถ้าการผลิตครูได้มาตรฐานแล้ว ศธ.ก็อาจจะไม่ต้องไปอบรมครูเพิ่มเติมทุกอย่างก็จบ เพราะอยู่ในกระทรวงเดียวกัน &amp;nbsp;แต่ตอนนี้หน่วยงานผลิตครูแยกออกมาอยู่ อว. เพราะต้องตอบโจทย์ด้านอื่นๆ ด้วย ดังนั้น ศธ.กับอว. คงต้องมาคุยกัน โดยเฉพาะการผลิตครูแห่งอนาคตจะต้องเป็นอย่างไร &amp;nbsp;ครูต้องมีคุณภาพได้มาตรฐาน และตอบโจทย์โลกในศตวรรษที่21

&amp;quot; ที่ผ่านมา ผมกับ รมว.ศธ.มีการพูดคุยกันเรื่องการผลิตครูมาตลอด &amp;nbsp;และระหว่างนี้ผมก็กำลังเดินสายไปพูดคุยกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตครู เช่น &amp;nbsp;ที่ประชุมคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์กลุ่มมหาวิทยาลัยดั้งเดิมของรัฐ 16สถาบัน+7สถาบัน &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) &amp;nbsp;เป็นต้น &amp;nbsp;เพื่อชี้แจงนโยบาย อว. พร้อมรับฟังปัญหา อุปสรรคในการทำงาน หรือแผนการผลิตครู รวมถึงความต้องการครูในอนาคต &amp;quot;
นายสุวิทย์กล่าวอีกวาส &amp;nbsp;ที่สำคัญตนยังได้ขอให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ผลิตครูให้มาเป็นต้นแบบการผลิตครูให้แก่หน่วยผลิตครู &amp;nbsp;โดยเฉพาะการผลิตครูของมรภ. ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ของการผลิตครูด้วย เพราะตนมองว่าการผลิตครูจะต้องมองในเชิงระบบและคุณภาพ &amp;nbsp;ต้องดูว่าหน่วยงานที่ต้องการใช้ครูนั้นต้องการครูแบบไหน ครูสาขาไหนที่ขาดแคลน เพราะบางครั้งมหาวิทยาลัยผลิตครูที่มีคุณภาพไป &amp;nbsp;แต่ไปอยู่ในที่ไม่เหมาะสม ไม่ตรงกับที่เรียนมาก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี &amp;nbsp;ดังนั้น การผลิตครูต้องดูทั้งระบบ ดูปริมาณการผลิต ให้ตรงกับความต้องการและเมื่อผลิตออกมาแล้วก็ต้องให้ครูได้ปลดปล่อยศักยภาพด้วย &amp;nbsp; เพราะบางครั้งการไปบรรจุผิดฝาผิดตัวก็ไม่มีประโยชน์คงต้องคุยด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45861</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มมรภ., นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, สถาบันผลิตครู, อว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190913/image_big_5d7b67786bbaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2019 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2019 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้องหลักสูตรครู4ปีเนื้อหาย่ำกับที่ บางสถาบันลักไก่ตั้งชื่อวิชาใหม่ แต่เนื้อในของเดิมเป๊ะ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27พ.ค.62-หลักสูตรผลิตครู 4 ปี เกิดเรื่อง เหตุ บางสถาบัน ไม่ยอมปรับเนื้อหาวิชาเดิม &amp;nbsp;แต่ใช้วิธีตั้งชื่อวิชาใหม่แต่สอนแบบเดิม &amp;ldquo;เอกชัย&amp;rdquo; เผยครูต้องคิดค้นวิชาใหม่ นำองค์ความรู้เดิมมาต่อยอด กำชับประเมินผลการเรียนการสอนแบบเข้มงวด พร้อมกับฟังเสียงสะท้อนจาก นักศึกษา ครู

นายเอกชัย &amp;nbsp;กี่สุขพันธุ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) กล่าวว่า ตามที่สถาบันผลิตครูหลายแห่งมีการปรับไปใช้หลักสูตรผลิตครู 4 ปีแล้วนั้น ขณะนี้พบว่า หลักสูตรการผลิตครู 4 ปี ของบางสถาบันมีปัญหา เนื่องจากไม่ยอมปรับเนื้อหาของวิชาขึ้นใหม่ แต่เลือกใช้วิธีการตั้งชื่อวิชาใหม่แทน แต่ยังคงสอนเนื้อหาแบบเดิม เช่น วิชาจิตวิทยาการสอน และหลักสูตรการสอน ซึ่ง 2 วิชานี้นักศึกษา สะท้อนออกมาว่า &amp;nbsp;อาจารย์สอนซ้ำและเป็นการเรียนที่ซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งตนคิดว่าสาเหตุที่ส่วนใหญ่ไม่ยอมปรับปรุงวิชาการสอนในวิชาครูนั้น เพราะอาจารย์บางคนกลัวว่าตัวเองจะไม่มีวิชาที่จะสอนและภาระงานลดลง &amp;nbsp;เกิดความกังวลว่า จะไม่มั่นคงในการทำงาน &amp;nbsp;จึงทำให้ต้องป้องกันวิชาของตัวเองเอาไว้ก่อน &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่งผลให้การผลิตครูของเราเดินช้า ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะตนมองว่าในหลักสูตรผลิตครู 4 ปี ครูต้องคิดค้นวิชาใหม่ๆ มาสอนเด็ก &amp;nbsp;ด้วยการนำองค์ความรู้เดิมมาต่อยอดกับศาสตร์วิชาใหม่ เช่น การเรียนวิชาโค้ดดิ้ง เป็นการเรียนเขียนโปรแกรม &amp;nbsp;หากครูผู้สอนนำมาประยุกต์กับวิชาพื้นฐานเดิมที่สอนอยู่ก็สามารถกลายเป็นวิชาใหม่ๆ ได้ ดังนั้น &amp;nbsp;เราต้องปรับวิธีคิดตลอดเวลา&amp;nbsp;
&amp;quot;เหมือนกับหมอหากมาเจอโรคใหม่ๆไม่มีวิธีรักษาคนไข้ก็ต้องตายหมด ซึ่งมันไม่ใช่ เราสามารถต่อยอดองค์ความรู้ใหม่ได้ตลอดเวลา &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม คณะศึกษาศาสตร์และครุศาสตร์จะต้องติดตามและมีการประเมินผลการเรียนการสอนของอาจารย์ผู้สอนนักศึกษาครูแบบเข้มงวด พร้อมกับฟังเสียงสะท้อนจากนักศึกษาครูให้มากขึ้น แม้อาจารย์มหาวิทยาลัยจะมีอิสระทางวิชาการก็จริงแต่ต้องมีอิสระในการกำกับดูแลการสอนที่ถูกต้องด้วย&amp;quot;ประธานกมว.กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มอบนโยบายให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผลิตครูอย่างมีคุณภาพและพัฒนาความรู้ของครูยุคใหม่ให้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอนมากขึ้นนั้น นายเอกชัย กล่าวว่า เรื่องนี้เราต้องเริ่มต้นจากมหาวิทยาลัยที่เป็นสถาบันผลิตครู โดยเฉพาะคณะศึกษาศาสตร์และครุศาสตร์จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการ เพราะหากยังยึดติดการสอนแบบเดิมๆ ผู้เรียนก็จะได้รับความรู้แบบเดิมไม่มีการต่อยอดหรือตามทันการการเรียนการสอนยุคใหม่ได้ &amp;nbsp;ซึ่งตนมองว่าสิ่งหนึ่งที่เรายังขาดอยู่มาก คือ การปลูกฝังความเป็นครูให้แก่นักศึกษาครู เช่น &amp;nbsp;อาจารย์ผู้สอนจะต้องเอาใจใส่นักศึกษาด้วยการเปิดรับฟังข้อคิดเห็นของลูกศิษย์ ต้องมีใจกว้างเพราะนักเรียนอาจคิดเห็นไม่เหมือนกับเรา เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36877</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, วิชาหลักสูตรครู4ปี, สถาบันผลิตครู, หลักสูตรครู4ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190420/image_big_5cbac2b834e1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2019 21:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2019 21:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สมศ.ร่วม13สถาบันผลิตครูตั้งศูนย์พี่เลี้ยงประเมินคุณภาพรอบ4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17เม.ย.62-นางสาวขนิษฐา ตั้งวรสิทธิชัย รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) กล่าวว่า สมศ. ได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมให้แก่สถานศึกษาในทุกระดับ ที่จะเข้ารับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 โดย สมศ. ได้ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ 13 แห่งทั่วประเทศ จัดตั้งเป็นศูนย์เครือข่ายของ สมศ. ได้แก่ ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) มหาวิทยาลัยนเรศวร(มน.) มหาวิทยาลัยพะเยา(มพ.) ภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยบูรพา (มบ.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) สกลนคร มรภ.นครราชสีมา มรภ.อุบลราชธานี ภาคใต้ มรภ.สุราษฏร์ธานี มรภ.สงขลา, และภาคกลาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มรภ.กาญจนบุรี และ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี (มรท.)&amp;nbsp;
โดยศูนย์เครือข่าย สมศ. จะมีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน สร้างความเข้าใจ ให้คำปรึกษาและเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอกให้แก่สถานศึกษาทุกระดับ พร้อมติดตามและรายงานผลการปฏิบัติงานของผู้ประเมินภายนอก สมศ. ให้มีคุณภาพตามนโยบาย QC 100 ซึ่งเป็นนโยบายเพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานที่ครอบคลุมทั้งคุณภาพและจรรยาบรรณของผู้ประเมินภายนอก ด้วยการให้สถานศึกษาประเมิน และให้ข้อเสนอแนะ เพื่อจะได้นำมาพัฒนาผู้ประเมินภายนอก ภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมของผู้ประเมินภายนอก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ศูนย์เครือข่าย สมศ. จะช่วยฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก โดยเฉพาะผู้ประเมินภายนอกการศึกษาปฐมวัย หรือศูนย์พัฒนาเด็ก ที่ สมศ. ตั้งเป้าจะประเมินศูนย์พัฒนาเด็กไม่ต่ำกว่า 1,000 แห่ง ในปี 2562 นี้ และช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ศูนย์เครือข่าย สมศ. ทั้ง 13 ศูนย์ จะช่วยขับเคลื่อนโครงการอบรมเพื่อคัดเลือกผู้ประเมินภายนอกการศึกษาปฐมวัย โดยจะเน้นผู้ประเมินภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ ความเข้าใจระบบการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา สามารถสะท้อนบริบทและให้ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา สถานศึกษาได้อย่างแท้จริง&amp;ldquo;รักษาการผอ.สมศ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33867</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สมศ., นางสาวขนิษฐา ตั้งวรสิทธิชัย, สถาบันผลิตครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190417/image_big_5cb73bc066892.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
