<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111242</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;ลากไส้!พวกอ้างประชาธิปไตย แต่เอาคนโกงเป็นประมุข ด้วยวิธีโจร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.64- นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ว่าวันนี้คือการต่อสู้ทางความคิดระหว่างประชาธิปไตย ที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นประมุข กับ พวกที่อ้างประชาธิปไตย แต่เอาคนโกงเป็นประมุข ด้วยวิธีแบบโจร ป่วน ระราน หลอกลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โควิดจึงกลายเป็นเครื่องมือ ทุกรูปแบบที่คนพวกนี้มาปั่นป่วน เสียอย่างเดียวที่รัฐบาลก็ไม่ได้ดั่งใจ มีคนทุจริตปะปน เพียงแต่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ รู้ว่าพวกที่มาป่วน นำแต่ความเลวร้ายมาสู่ประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เท่ากับว่าสิ่งใหม่ที่ต้องการเข้ามา เลวร้ายกว่าสิ่งที่ดำรงอยู่ ถ้าสิ่งที่ดำรงอยู่มีฝีมือมากกว่านี้ เรื่องเลวร้าย ที่พยายามป่วนประเทศ น่าจะคลี่คลายไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ต้องย้ำกับพวกเราว่า ปัญหาประเทศไม่ใช่แค่โควิด จังหวะนี้เราต้องช่วยกันทวงคืนดาวเทียมด้วย เพราะมันคือความมั่นคง คือชีวิตของคนไทยยุคใหม่ ที่ถูกโกงและกำลังจะโกงต่อไปอีก ต้องช่วยกันสู้ครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111242</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนโกง, ประชาธิปไตย, วรงค์ เดชกิจวิกรม, สถาบันพระมหากษัตริย, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ff7a950fc77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 17:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 17:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรงเรียนราชินี ประกาศ&quot;กฎของโรงเรียน&quot;  ไม่ให้นักเรียน.ก้าวล่วงสถาบันกษัตริย์  หลังเกิดบูลลี่หนักในกลุ่มเด็ก จนผู้ปกครองวิตกกังวล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;21ส.ค.63- จากกระแสเด็กนักเขียนชูสามนิ้ว ผูกโบว์ขาว พร้อมกับมีการชุมนุมในโรงเรียน เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย &amp;nbsp;ที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนหลายแห่ง ล่าสุดทางโรงเรียนราชินี ที่เป็นโรงเรียนเอกชน หญิงล้วนได้ออกประกาศโรงเรียน &amp;nbsp;เรื่อง การเรียกร้องทางการเมืองโดยอ้างประชาธิปไตย &amp;nbsp;ความว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่ผู้ปกครองทราบกันดีว่า ในขณะนี้ มีการเรียกร้องทางการเมืองโดยอ้างประชาธิปไตยโดยนักเรียนนิสิต นักศึกษาและมีนักเรียนบางคนของโรงเรียนเข้าร่วมด้วย ทางโรงเรียนจึงขอชี้แจงดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระศรีพัชริทรา บรมรชินีนาถ ได้พระราชทานกำเนิดโรงเรียนราชินี เมื่อพุทธศักราช ๒๔๔๗เพื่อให้กุลสตรีไทยได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียน และเจ้านายหลายพระองค์ในราชวงศ์จักรีได้ทรงอุปถัมภ์โรงเรียนตลอดมา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ และพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปัจจุบันโรงเรียนราชินี จัดการเรียนการสอนโดยยืดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรมญ พื้นที่โรเรียนไม่เคยใช้ในทางการเมืองและไม่อนุญาตให้กลุ่มบุคคลหรือคณะบุคคลใดมาใช้พื้นที่ โดยผ่านนักเรียนหรือนักเรียนเก่า ไม่ว่าจะอ้างว่า เป็นขบวนการประชาธิปไตยหรือขบวนการอื่นใดในทางการเมือง เพราะโรงเรียนต้องวางตัวเป็นกลาง ปรากฏว่า ในช่วงเวลานี้มีนักเรียนหลายคนพยายามที่จะใช้พื้นที่โรงเรียนเพื่อประเด็นในทางการเมือง โดยมีความฝัใขบวนการทางการเมืองนอกโรงเรียน เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ในลักษณะที่เสี่ยงต่อความผิดทางกฎหมายและสร้างความไม่สงบภายในโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนได้เปิดโอกาสให้นักเรียนมีสิทธิ์และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามสมควรภายในกรอบของกฎหมาย และต้องอยู่ในกฎระเบียบของโรงเรียน ซึ่งต้องไกระทบการเรีนการสอนและสร้างความเดือดร้อนรำคาญหรือก่อความแตกแยก ความเกรงกลัวในหมู่นักเรียนด้วยกัน และผู้อำนวยการยังเปิดโอกาสให้นักเรียนมัธยมศึกษาทุกชั้นพูดคุยด้วยและแสดงความคิดเห็นซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่เข้าใจกันทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปรากฏว่า นักเรียนกลุ่มดังกล่าวกลับกระทำการที่ไม่เป็นหลักของประชาธิปไตย ใช้วิธีข่มขู่นักเรียนอื่นที่เห็นต่า(Bull) จึงเกิดความหวาดกลัวในหนักเรียนและความเป็นห่วงของผู้ปกครองนักเรียนเหล่านั้น และที่สำคัญก้าวล่วงสถาบันหลักของประเทศ นำชื่อของโรเรียนไปใช้ให้เกิดความเสียหาย ทำให้สังคมทั่วไปเข้าใจว่า โรงเรียนราชินีสนับสนุนการไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ อันขัดต่อจุดยืนของโรงเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อรำรงไว้ซึ่งเกียรติภูมิของโรงเรียนราชินี ทางโรงเรียนจึงขอใช้ &amp;quot;สิทธิ์ของโรงเรียน&amp;quot; ไม่อนุญาตให้นักเรียนก้าวล่วงถาบันพระมหากษัตริย์ และกระทำการใด ๆ ที่ขัดต่อระเบียบของโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นระเบียบการเคารพธงชาติและการมนักเรียนอื่น ตั้งแต่บัดนี้เป็นตันไป หกนักเรียนฝ้ฝืน โรงเรียนจะต้องลงโทษตามกฎระเบีย และหกเป็นเรื่องผิดกฎหมาย โรเรียนไม่อาจปกป้องนักเรียนจากการถูกดำเนินคดีหรือถูกเจ้าหน้าที่เข้ามาจัดการตามกฎหมายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเรียนมาเพื่อทรา ขอให้ผูปครองดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิต และโรงเรียนพร้อมจะให้ความร่วมมือกับกครองในการดูแลอบรมนักเรียนดังที่เคยปฏิบัติสมอมา หากผู้ปกครองคนใดไม่พอใจเรื่องที่โรงเรียนแจ้งยอมรับ &amp;quot;สิทธิ์ของผู้ปกครอง&amp;quot; ที่จะนำนักเรียนลาออกไปเรียนที่โรงเรียนอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๓&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75149</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูสามนิ้ว, บูลลี่, สถาบันพระมหากษัตริย, โบว์ขาว, โรงเรียนราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200821/image_big_5f3fa413bb6d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2020 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2020 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองอธิการฯมธ.ชำแหละ&#039;ปิยบุตร-ธนาธร-พรรณิการ์&#039;ไม่เห็นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์มีความสำคัญต่อชาติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.63- รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Harirak Sutabutr หัวข้อ ปิยบุตร ธนาธร พรรณิการ์ โดยระบุรายละเอียดว่า ผมเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2521 และเกษียณอายุราชการเมื่อปี พ.ศ.2555&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กว่าครึ่งเวลาของการรับราชการ ผมมีโอกาสเข้าไปทำงานในส่วนกลางของมหาวิทยาลัย เป็นผู้ช่วยอธิการบดีบ้าง รองอธิการบดีบ้าง หลายต่อหลายสมัย การทำงานส่วนกลางทำให้ได้รู้จักคุ้นเคยกับอาจารย์ในคณะต่างๆมากมาย แต่ผมไม่เคยรู้จักหรือพบหน้า อ.ปิยบุตรเลยแม้แต่ครั้งเดียว ได้แต่เคยได้ยินชื่อว่าอยู่ในกลุ่มคณะราษฎร์ แต่ผมรู้จักคุ้นเคยกับคณบดีคณะนิติศาสตร์ซึ่งเป็นต้นสังกัดของอ.ปิยบุตรเกือบทุกท่าน รวมทั้งท่านปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้จะไม่เคยรู้จักอ.ปิยบุตร แต่ก็เคยได้ยินกิตติศัพท์เกี่ยวกับทัศนคติต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของอ.ปิยบุตรจากอาจารย์คณะนิติศาสตร์หลายท่าน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ท่านหนึ่งเคยบอกกับผมว่าอ.ปิยบุตรเป็นคน &amp;ldquo;แรง&amp;rdquo; เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ความหมายคือเป็นคนที่ไม่เห็นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติ ซึ่งนั่นก็คืออุดมการณ์ที่ไม่เคยเปลี่ยนของ อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกัน คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คุณธนาธรก็มีอุดมการณ์เดียวกัน ชัดเจนมากจากที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ใน Portrait ธนาธร ว่าต้องการได้ เสียงมากๆเพื่อต่อรองกับ....และต้องจัดการกับกองทัพและกับสถาบันตุลาการให้ได้ มิฉะนั้นจะทำ......อะไรก็ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณพรรณิการ์ วาณิช ก็เช่นกัน จะเห็นได้จากการที่ในอดีตเคย post รูปและข้อความใน face book ส่วนตัว หลายครั้ง ทำให้เขื่อได้ว่ามีอุดมการณ์ที่ไม่แตกต่างจากทั้งอ.ปิยบุตรและคุณธนาธรแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง 3 คน เป็นผู้ร่วมอุดมการณ์เดียวกัน ร่วมกันก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้น และเดี๋ยวนี้ แปลงกายมาเป็นคณะก้าวหน้า ก็ยังไม่มีอะไรบ่งชี้ว่าทั้ง 3 คน มีการเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์แต่อย่างใด ทั้งนี้พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นพรรค nominee ของคุณธนาธร ก็คงต้องยึดมั่นในอุดมการณ์เดียวกัน ดังจะเห็นได้จากการที่สมาชิกพรรคก้าวไกลเกือบทุกคน เมื่อครั้งพรรคอนาคตใหม่ยังไม่ถูกยุบ ต่างท้าทายพระราชอำนาจด้วยการโหวตคว่ำพระราชกำหนดการโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วน จากกองทัพบกไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีสมาชิกพรรคบางคนที่ไม่โหวตคว่ำ หรือบางคนงดออกเสียง ก็ถูกสมาชิกคนอื่นๆเหล่านั้นร่วมกันโหวตให้ขับออกจากพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ทราบว่าผู้ที่เป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่-ก้าวไกล และผู้สนับสนุนทั้งหมด รวมทั้งผู้ที่ลงคะแนนเลือก
ผู้สมัครส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ตระหนักถึงความจริงข้อนี้หรือไม่ หากตระหนักอยู่แล้วหรือมีอุดมการณ์เดียวกันอยู่แล้วก็แล้วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากท่านเป็นผู้ที่เชื่อว่าสถาบันพระมหากษัตริย์มีความสำคัญต่อประเทศชาติ แต่ไม่ตระหนักหรือไม่เชื่อว่าพรรคอนาคตใหม่ คณะก้าวหน้า พรรคก้าวไกลล้วนมีอุดมการณ์ตรงข้ามกับความเชื่อของท่าน ก็โปรดตระหนักเสียและขอโปรดจงเชื่อเถิดว่าพวกเขามีอุดมการณ์เช่นนี้จริงๆ และควรถอยออกมามองคณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกล ด้วยใจเป็นธรรมและเป็นกลาง ก่อนจะถึงวันที่จะมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66952</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยบุตร ธนาธร พรรณิการ์, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, สถาบันพระมหากษัตริย, อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200526/image_big_5ecc8c8e77910.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
