<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2021 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2021 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.วุ่น! ขบวนชุมชนไม่พอใจ รมว.พม.เสนอตั้งบอร์ดช้า &#039;จุติ&#039; แจงขอตรวจสอบ-อย่าให้คนรับรองติดคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.64 - มีรายงานข่าวจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)ว่า ได้มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้นำชุมชนและผู้นำภาคประชาสังคมตามภาคต่างๆ แสดงความไม่พอใจนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรี พม.เนื่องจากเชื่อว่านายจุติพยายามดึงเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.) หรือบอร์ด พอช. ทำให้การแต่งตั้งบอร์ดใหม่ พอช.จำนวน 6 คน ยืดเยื้อมาถึงปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานใน พอช.2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บอร์ด พอช. ชุดเดิมหมดวาระตั้งแต่ 11 กันยายน 2563 ตามมติคณะรัฐมนตรีระบุว่าจะต้องสรรหาให้เสร็จ ภายใน 90 วัน ระเบียบ และขยายได้อีก 60 วัน รวมแล้วภายใน 150 วัน แต่จนบัดนี้เลยมา 1 ปีแล้ว ยังไม่มีการแต่งตั้งบอร์ดใหม่ โดยก่อนหน้านี้ได้มีการแต่งตั้งนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาทั้งประธานและกรรมการบอร์ด จำนวน 6 คนโดยผู้ที่ผ่านการสรรหาประกอบด้วย 1.นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ 2.นางวารุณี สกุลรัตนธารา&amp;nbsp;กรรมการผู้แทนองค์กรชุมชน 3.นายสังคม เจริญทรัพย์ กรรมการผู้แทนองค์กรชุมชน 4.นางสาววิภาศศิ ช้างทอง&amp;nbsp;กรรมการผู้แทนองค์กรชุมชน 5.นางวิภาภรณ์ ชัยรัตน์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 6.นายปรนนท์ ฐิตะวรรโณ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวแจ้งว่า บอร์ดได้มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบรายชื่อตามที่คณะกรรมการสรรหาเสนอ แต่เมื่อสอบประวัติรายบุคคล ปรากฏว่ามี 1 คนที่ต้องคดีความ ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้นายจุติ ไม่ลงนาม และส่งเรื่องกลับมาให้ พอช. พิจารณาใหม่ และเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม บุคคลที่มีปัญหาได้ทำหนังสือขอสละสิทธิ์ ทำให้ พอช. เสนอรายชื่อบุคคลที่ผ่านการคัดเลือกในลำดับถัดมาแทน แต่สุดท้ายเอกสารชุดแต่งตั้งบอร์ด ก็ยังไม่ถูกเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ทำให้หลายฝ่ายเป็นกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อการบริหารงานของ พอช.และการพัฒนาชุมชนทั่วประเทศ &amp;nbsp;โดยขบวนชุมชนต่างหวังว่าบอร์ดชุดใหม่จะมาช่วยสนับสนุนขบวนให้เกิดความเข้มแข็งภายใต้วิกสถานการณ์โควิดนี้ได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รวมๆ ระยะเวลาที่บอร์ดเก่าหมดวาระตั้งแต่ 11 กันยายน 2563 และได้ดำเนินการเปิดรับสมัครและรับการเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหา ผู้ที่มีคุณสมบัติและความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการกรรมการผู้แทนองค์กรชุมชน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2563 - 17 มกราคม 2564 และกระบวนการทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน รวมๆ แล้วก็เกือบปี แต่มาเหลือตรง รมว.ลงนาม เพื่อไปต่อที่ ครม.&amp;rdquo;แหล่งข่าวกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)กล่าวว่า จริงๆ แล้วพร้อมที่จะนำเสนอรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นบอร์ด พอช.ไปยังคณะรัฐมนตรี แต่มีรายชื่อบางคนที่มีปัญหาจึงให้การรับรองไม่ได้และได้ส่งกลับไปให้ พอช.ได้พิจารณา โดยมีฝ่ายกฎหมายของกระทรวงทำหน้าที่ตรวจสอบ ซึ่งทราบว่ายังมีเอกสารบางอย่างที่ พอช.ส่งให้ฝ่ายกฏหมายไม่ครบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่มีใครมีอำนาจที่จะไปเปลี่ยนแปลงรายชื่อที่สรรหากันมาได้ แม้แต่รัฐมนตรี เพราะฉะนั้นไม่ต้องเป็นห่วง เพียงแต่ต้องตรวจสอบกันมาให้ดี ไม่ใช่เสนอไปแล้วผมต้องคิดคุก ผมไม่แน่ใจว่าภายใน พอช.ได้มีใครไปสื่อสารอะไรผิดๆหรือไม่ ทำให้เกิดการเข้าใจผิด ผมมาจากการเลือกตั้ง ผมเข้าใจชาวบ้านดี&amp;rdquo;นายจุติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117102</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, จุติ ไกรฤกษ์, พอช., สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210918/image_big_6145a55f0e645.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116712</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 20:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.จัดเวทีเสนอโมเดลพัฒนา ‘ตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชนเข้มแข็ง’ ‘นพ.อำพล’ เสนอรัฐหนุน ‘ตำบลเข้มแข็งเป็นวาระแห่งชาติ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดเวทีนำเสนอองค์ความรู้โมเดลการพัฒนา &amp;lsquo;ตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชนเข้มแข็ง&amp;rsquo; ผ่านระบบ Zoom มีผู้เข้าร่วม 340 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน / พอช.จัดเวทีนำเสนอองค์ความรู้โมเดลการพัฒนา &amp;lsquo;ตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชนเข้มแข็ง&amp;rsquo; เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;เสนอบทสังเคราะห์การถอดความรู้โดยนักวิชาการ 5 ภาค&amp;nbsp;ขณะที่ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ สว. หนุนการพัฒนาประเทศจากฐานล่าง&amp;nbsp;เหมือนสร้างพระเจดีย์ต้องสร้างฐานให้มั่นคง&amp;nbsp;พร้อมแนะรัฐสนับสนุนให้ตำบลเข้มแข็งเป็นวาระแห่งชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ (14 กันยายน) ระหว่างเวลา 13.00 -18.30 น.&amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ได้จัดเวทีนำเสนอองค์ความรู้โมเดลการพัฒนา &amp;lsquo;ตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชนเข้มแข็ง&amp;rsquo;&amp;nbsp; ผ่านโปรแกรม Zoom &amp;nbsp;Meetings &amp;nbsp;มีเป้าหมายเพื่อนำเสนอองค์ความรู้โมเดลการพัฒนา&amp;nbsp; การแลกเปลี่ยนการพัฒนาตำบลเข้มแข็งโดยการใช้เครื่องมือสนับสนุนต่างๆ&amp;nbsp; ของแต่ละพื้นที่และของแต่ละหน่วยงานที่จะเป็นประโยชน์ต่อชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ผู้แทนภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; นักวิชาการ&amp;nbsp;ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช. เข้าร่วมเวทีประมาณ 340 คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวจันทนา&amp;nbsp; เบญจทรัพย์ &amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช.&amp;nbsp;กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการสนับสนุนการพัฒนาตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชนเข้มแข็ง&amp;nbsp; มีเนื้อหาโดยสรุปว่า พอช. ได้สนับสนุนการนำตัวชี้วัดชุมชนเข้มแข็งมาใช้ตั้งแต่ปี 2561 เพื่อสนับสนุนให้ชุมชนนำตัวชี้วัดฯ ไปประยุกต์ใช้ตามบริบทของพื้นที่&amp;nbsp; เพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงชุมชน&amp;nbsp; และในปีงบประมาณ 2564 &amp;nbsp;พอช.ตั้งเป้าหมายการพัฒนาตำบลต้นแบบชุมชนเข้มแข็งให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ &amp;nbsp;จำนวน 800 ตำบล ( 5 ภาคๆ ละ 160 ตำบล) โดยใช้ตัวชี้วัดชุมชนเข้มแข็ง 4 มิติเป็นเครื่องมือ (คนมีแนวคิดและความสามารถเพิ่มขึ้น&amp;nbsp; คุณภาพชีวิตคนในชุมชนดีขึ้น&amp;nbsp; การปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์โครงสร้าง/นโยบาย&amp;nbsp; และองค์กรชุมชนเข้มแข็ง&amp;nbsp; มีความสามารถในการบริหารจัดการ) และนำมาประเมินผล&amp;nbsp; สังเคราะห์เป็นองค์ความรู้โมเดล &amp;lsquo;การพัฒนาตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชนเข้มแข็ง&amp;rsquo; &amp;nbsp;นำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;นพ.อำพล&amp;rsquo; แนะใช้ &amp;lsquo;เบญจพลัง&amp;rsquo; หนุนการพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.อำพล&amp;nbsp; จินดาวัฒนะ &amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp; บรรยายเรื่อง &amp;lsquo;ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยชุมชนเข้มแข็ง&amp;nbsp; และทิศทางของรัฐที่ควนปรับเปลี่ยน&amp;rsquo; มีเนื้อหาโดยสรุปว่า&amp;nbsp; ภาพรวมของปัญหาชุมชนมีปัจจัยจาก 1.การบริหารราชการรวมศูนย์&amp;nbsp; รวบอำนาจ&amp;nbsp; 2.ภายนอกดึงทรัพยากรออกจากชุมชน&amp;nbsp; 3.ชุมชนขาดภูมิต้านทาน&amp;nbsp; พึ่งตัวเองไม่ได้&amp;nbsp; 4.ชุมชน&amp;nbsp; ฐานสังคมอ่อนแอ&amp;nbsp; ล่มสลาย&amp;nbsp; ดังนั้นการพัฒนาประเทศจะต้องพัฒนาจากฐานราก&amp;nbsp; เหมือนการสร้างพระเจดีย์&amp;nbsp; จะต้องสร้างฐานพระเจดีย์ให้มั่นคง&amp;nbsp; โดยให้ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งจัดการตนเองได้&amp;nbsp; และไปเชื่อมต่อกับระบบต่างๆ ของสังคมได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp; ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม&amp;nbsp; เป้าหมายที่ 3 เรื่อง &amp;lsquo;เพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนา &amp;nbsp;การพึ่งตนเอง และการจัดการตนเองเพื่อสร้างสังคมคุณภาพ&amp;rsquo; จึงเน้นเรื่อง การเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนในการพึ่งตนเองและพึ่งพากันเอง &amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ เพื่อสร้างประชาธิปไตยชุมชน และการสร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญาให้กับชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้จากการศึกษาเรื่อง &amp;lsquo;การจัดการตำบลเข้มแข็งตามแนวทางยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ&amp;rsquo; ของคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา&amp;nbsp; โดยใช้วิธีการศึกษาหลายรูปแบบ&amp;nbsp; รวมทั้งการศึกษาพื้นที่ 4 ตำบล 4 ภาค (ตำบลแม่ทา จ.เชียงใหม่&amp;nbsp; ตำบลห้วยงู จ.ชัยนาท &amp;nbsp;ตำบลเลยวังไสย์&amp;nbsp; จ.เลย&amp;nbsp; และตำบลนาทอน จ.สตูล) มีข้อค้นพบที่สำคัญที่จะนำไปสู่ตำบลเข้มแข็ง&amp;nbsp; เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1. &amp;lsquo;จตุพลัง&amp;rsquo; &amp;nbsp;เป็นการบริหารจัดการแบบหุ้นส่วนในระดับตำบล &amp;nbsp;มีท้องถิ่น &amp;nbsp;ท้องที่ &amp;nbsp;หน่วยงานราชการ &amp;nbsp;และภาคประชาสังคม &amp;nbsp;หากมีหน่วยงานภายนอกเข้ามาเสริมเป็น &amp;lsquo;เบญจพลัง&amp;rsquo; จะช่วยเพิ่มปัจจัยต่าง ๆ ให้ตำบลเข้มแข็งยิ่งขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2. การพัฒนาประเทศด้วย &amp;lsquo;ระบบแผนเดียวกัน&amp;rsquo; หรือ One Plan ของรัฐบาล จะเชื่อมโยงกระทรวง กรม &amp;nbsp;และพื้นที่ &amp;nbsp;จังหวัด อำเภอ &amp;nbsp;ตำบล &amp;nbsp;หมู่บ้าน/ชุมชนเข้าด้วยกัน &amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี&amp;nbsp; แต่ชุมชนท้องถิ่นจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงและครบวงจร&amp;nbsp; ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของเบญจพลังที่ต้องพัฒนาและเรียนรู้ร่วมกัน &amp;nbsp;และ พอช.ควรจะเข้าไปหนุนเสริมชุนชนท้องถิ่นเรื่องการวางแผน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3. ตำบลจะเข้มแข็งขึ้นกับปัจจัยภายนอก &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;การเมือง &amp;nbsp;การบริหารราชการฯ &amp;nbsp;การมอบหมายมีแผนงานเฉพาะ และปัจจัยภายใน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;มีการร่วมคิด&amp;nbsp; ร่วมทำ&amp;nbsp; ร่วมเรียนรู้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;การพึ่งตนเองได้ &amp;nbsp;และการขจัดอุปสรรค &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4. การจัดการตำบลเข้มแข็งในระดับปฏิบัติการ &amp;nbsp;ต้องใช้ทั้งแกนนำ&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่าย เครื่องมือ &amp;nbsp;เวทีกลาง &amp;nbsp;ศาสตร์และศิลปะ และการขับเคลื่อนนโยบายและแผน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อำพล&amp;nbsp; จินดาวัฒนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้ตำบลยังมีนวัตกรรมที่เป็นทุนทางสังคมจำนวนมาก เช่น&amp;nbsp; กระบวนการจัดทำแผนแม่บทชุมชน &amp;nbsp;การวิจัยโดยชุมชน &amp;nbsp;ธรรมนูญตำบล &amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน &amp;nbsp;กองทุนตำบล ฯลฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งสามารถนำมาใช้และพัฒนาต่อยอดได้มาก&amp;nbsp; โดยเฉพาะเรื่องแผนแม่บทชุมชน &amp;nbsp;หากทำตรงนี้ให้ดี &amp;nbsp;เมื่อรัฐทำเรื่อง One&amp;nbsp; Plan &amp;nbsp;ชุมชนจะได้นำแผนไปเสียบได้ทันที&amp;rdquo; นพ.อำพลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สว.ร่วมผลักดัน &amp;lsquo;ตำบลเข้มแข็งเป็นวาระแห่งชาติ&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.อำพล &amp;nbsp;กล่าวถึงข้อเสนอในตอนท้ายเพื่อหนุนเสริมให้ตำบลเข้มแข็งว่า&amp;nbsp; รัฐควรจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง 6 ด้านดังนี้&amp;nbsp; 1. ควรกำหนดให้การสร้างเสริม &amp;lsquo;ตำบลเข้มแข็ง&amp;rsquo; &amp;nbsp;เป็น &amp;lsquo;วาระแห่งชาติ&amp;rsquo; &amp;nbsp;เป็นการตอกย้ำเรื่องการพัฒนา มีเป้าหมายนำไปสู่&amp;nbsp; &amp;lsquo;ตำบลเข้มแข็ง ประเทศมั่นคง&amp;rsquo;&amp;nbsp; 2. ควรกำหนดให้เป็นนโยบาย ให้ส่วนราชการต่าง ๆ ทำความเข้าใจแนวคิด &amp;nbsp;แนวทางการบริหารจัดการแบบหุ้นส่วนในระดับพื้นที่ &amp;nbsp;และพัฒนาระบบกลไก &amp;nbsp;วิธีการทำงานสนับสนุน &amp;lsquo;การจัดการตำบลเข้มแข็งแบบหุ้นส่วน&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3. ควรให้มี &amp;lsquo;ตัวชี้วัดร่วมเชิงกระบวนการ&amp;rsquo; ให้ส่วนราชการที่มีภารกิจในระดับตำบลและพื้นที่ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้ทุกส่วนราชการให้ความสำคัญกับการจัดการตำบลเข้มแข็งแบบหุ้นส่วน &amp;nbsp;4. ควรให้มีแผนงาน โครงการ และงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาระบบการจัดการตำบลเข้มแข็งแบบหุ้นส่วน &amp;nbsp;เวทีสมัชชาตำบลเข้มแข็ง (ตำบล, อำเภอ, จังหวัด) &amp;nbsp;การใช้เครื่องมือส่งเสริมการจัดการตำบลเข้มแข็งแบบหุ้นส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5. ควรให้มี &amp;nbsp;&amp;lsquo;หลักสูตรการจัดการตำบลเข้มแข็ง&amp;rsquo; &amp;nbsp;ให้ผู้บริหาร &amp;nbsp;ข้าราชการ &amp;nbsp;ผู้เกี่ยวข้องในทุกระดับได้มีโอกาสเรียนรู้ร่วมกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;6. ควรให้มี &amp;lsquo;สมัชชาตำบลเข้มแข็งแห่งชาติ&amp;rsquo; &amp;nbsp;เพื่อเป็นกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ &amp;nbsp;และพัฒนาการจัดการตำบลเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ข้อเสนอทั้ง 6 ข้อนี้&amp;nbsp; วุฒิสภาจะเอาไปผลักดัน&amp;nbsp; รวมทั้งคณะกรรมการปฏิรูป&amp;nbsp; คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติต้องช่วยกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้รัฐบาลนำสิ่งเหล่านี้ไปขบคิดต่อ &amp;nbsp;แล้วไปออกเป็นนโยบายสู่การปฏิบัติจริง &amp;nbsp;รัฐบาล &amp;nbsp;หมายถึงกระทรวง&amp;nbsp; ทบวงกรม&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องเปลี่ยนวิธีคิด &amp;nbsp;การจัดการ &amp;nbsp;สร้างความเข้าใจว่า ให้คนข้างในสามารถเข้ามาร่วมกันจัดการตนเอง &amp;nbsp;พึ่งพาตนเองให้มาก &amp;nbsp;และรัฐมาสนับสนุน&amp;rdquo;&amp;nbsp; นพ.อำพลกล่าวย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โมเดลการพัฒนาตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชนเข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากการบรรยายของ นพ.อำพล&amp;nbsp; จินดาวัฒนะ&amp;nbsp; ดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; ยังมีการนำเสนอบทสังเคราะห์&amp;nbsp; &amp;lsquo;โมเดลการพัฒนาตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชนเข้มแข็ง&amp;rsquo;&amp;nbsp; จากทีมนักวิชาการ 5 ภาค&amp;nbsp; คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp; จาก ม.ขอนแก่น และ ม.อุบลราชธานี&amp;nbsp; ภาคใต้&amp;nbsp; จาก ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; ภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; จาก ม.เกษตรศาสตร์&amp;nbsp; ภาคเหนือ&amp;nbsp; โดยทีมนักวิชาการภาคเหนือ&amp;nbsp; และภาคกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; และตะวันออก จาก ม.บูรพา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตัวอย่าง&amp;nbsp; &amp;lsquo;การถอดองค์ความรู้การพัฒนาตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชน&amp;nbsp; เทศบาลตำบลเสนางคนิคม &amp;nbsp;อำเภอเสนางคนิคม &amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;rsquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.บุญทิวา พ่วงกลัด &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี &amp;nbsp;&amp;nbsp;นำเสนอกระบวนการและวิธีการถอดบทเรียนว่า &amp;nbsp;การลงไปเก็บข้อมูลในพื้นที่ใช้วิธีการสนทนากลุ่ม &amp;nbsp;โดยมีคนที่เข้าร่วมหลากหลาย&amp;nbsp; และมีการสัมภาษณ์เชิงลึกผ่านระบบออนไลน์ ส่งข้อความผ่านไลน์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในส่วนของพื้นที่มีบริบทหรือต้นทุนเดิม คือ มีความเข้มแข็ง &amp;nbsp;มีความเป็นมาค่อนข้างยาวนาน ในพื้นที่มีการขับเคลื่อนงานเชิงประเด็นการพัฒนา ที่เด่นๆ เช่น &amp;nbsp;กลุ่มพัฒนาบ้านเฮา เป็นเวลายาวนานก่อนที่จะเกิดการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน &amp;nbsp;ธรรมนูญประชาชนคนอำนาจเจริญ (ปี 2555) &amp;nbsp;มีแนวคิดการจัดการตนเอง/การจัดการตนเอง &amp;nbsp;จัดทำธรรมนูญประชาชนตำบลเสนางคนิคม (ปี 2555) &amp;nbsp;อำนาจเจริญเมืองธรรมเกษตร (2556)&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้พื้นที่ยังมีทุนต่างๆ มากมาย &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ กองทุนข้าวปันสุข หรือธนาคารข้าวของชุมชน เป็นการแบ่งปันข้าว&amp;nbsp; มีการกำหนดเงื่อนไขว่าใครบ้างที่จะมาขอข้าวจากกองทุนได้ นอกนี้มีกลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ กองทุนสวัสดิการชุมชน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;lsquo;โครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำชุมชน&amp;nbsp; เพื่อผลิตสินค้าและทำการตลาด&amp;rsquo;&amp;nbsp;โครงการนี้เกิดขึ้นได้โดยการวิเคราะห์สภาพปัญหา &amp;nbsp;ซึ่งพบ 3 ปัญหาสำคัญ &amp;nbsp;คือ 1.ปัญหาด้านรายได้ของเกษตรกร &amp;nbsp;2.ราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำ (นำไปสู่การคิดเรื่องการแปรรูป) &amp;nbsp;และ 3.คนในชุมชนไม่มีรายได้ในช่วงหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว จึงเป็นที่มาของโครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำชุมชน &amp;nbsp;เพื่อผลิตสินค้าและทำการตลาด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;ชาวบ้านเสนางคนิคมรวมกลุ่มกันนำผลผลิตมาแปรรูปจำหน่าย&amp;nbsp; สร้างอาชีพ&amp;nbsp; สร้างรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยมีกระบวนการ คือ 1. มีการวิเคราะห์ข้อมูล &amp;nbsp;สำรวจศักยภาพ 15 กลุ่ม &amp;nbsp;มีการคัดกรองเฉพาะกลุ่มที่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;ทำผลผลิตขายในและนอกพื้นที่ &amp;nbsp;พบว่ามี 4 กลุ่มหลักๆ &amp;nbsp;ได้แก่ &amp;nbsp;กลุ่มทำข้าวอินทรีย์ &amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับข้าวและอื่นๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2. การดำเนินกิจกรรมโครงการ ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช. โดยการอบรมแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวและกล้วยเป็นหลัก &amp;nbsp;เนื่องจากแต่ก่อนกลุ่มไม่ได้รวมตัวกัน &amp;nbsp;ต่างผลิต &amp;nbsp;ต่างขาย &amp;nbsp;แต่โครงการทำให้กลุ่มต่างๆ มาร่วมกัน &amp;nbsp;เพื่อผลักดันการดำเนินงานโครงการ &amp;nbsp;รวมถึงเรื่องของตลาด &amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการอบรมพัฒนาบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp; เพราะเดิมสินค้าขายในชุมชนเป็นหลัก&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีขายข้างนอกบ้างโดยไม่มีโลโก้สินค้า ผลิตภัณฑ์หลักได้แก่ &amp;nbsp;ข้าวแต๋น &amp;nbsp;กล้วยตาก &amp;nbsp;กล้วยฉาบ &amp;nbsp;โดยสร้างแบรนด์ &amp;ldquo;เมืองสองนาง&amp;rdquo; นอกจากนี้มีสินค้าเสริม คือ ชาจากใบข้าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3. การดำเนินกิจกรรมผลิตภัณฑ์เสริม &amp;nbsp;เช่น ชาใบข้าว &amp;nbsp;กล้วยออร์แกนิค &amp;nbsp;เนื่องจากมีราคาค่อนข้างสูง &amp;nbsp;จึงเน้นการส่งขายนอกชุมชน &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการอบรมการขายสินค้าออนไลน์ &amp;nbsp;ซึ่งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญการทำเว็บไซต์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4. การดำเนินกิจกรรมร้านค้าสวัสดิการชุมชน &amp;nbsp;และตลาดนัดเกษตรปลอดภัย &amp;nbsp;สินค้าวางจำหน่ายที่ร้านค้าสวัสดิการชุมชน &amp;nbsp;เปิดดำเนินการแล้วแต่ต้องปิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากประสบปัญหาบางอย่าง &amp;nbsp;กิจกรรมครั้งนี้ทำให้ฟื้นคืนสิ่งที่มีอยู่เดิมกลับคืนมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5. แผนในอนาคต ทางประธานสภาองค์กรชุมชนบอกว่าอยากจดทะเบียนให้เป็นวิสาหกิจชุมชน &amp;nbsp;และมีการรวบรวมสินค้าชุมชนทุกอย่างที่พื้นที่สามารถผลิตได้ นำมาจำหน่ายในร้านค้า และการสร้างเครือข่ายโดยการเชื่อมโยงกับขบวนองค์กรชุมชนจังหวัด&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำการค้าเชื่อมโยงทั้งในและนอกจังหวัด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เนื่องจากที่ผ่านมาในพื้นที่ได้รับออร์เดอร์สินค้าจากบริษัทเอกชนเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;ราคาประมาณ 500,000 บาท &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นราคาค่อนข้างสูง &amp;nbsp;แต่ละกลุ่มจึงระดมกำลังคนมาช่วยกันผลิตสินค้าเพื่อผลิตให้ทันคำสั่งซื้อ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่มีการร่วมกันผลิตในชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ได้แยกกันทำเหมือนแต่ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในตัวชี้วัด 4 มิติ &amp;nbsp;ชุมชนเข้มแข็งของ พอช. &amp;nbsp;จะเห็นว่าเด่นชัดในเรื่องคนมีคุณภาพได้ 25 คะแนนเต็ม &amp;nbsp;เห็นว่าคนในพื้นที่มีการขับเคลื่อนงานประเด็นต่างๆ ต้องการพัฒนาให้มีความเป็นอยู่ที่ดี &amp;nbsp;ที่สำคัญคือ เด็กและเยาวชนที่เคยร่วมกิจกรรมในช่วง 10 &amp;ndash; 20 ปีที่แล้ว &amp;nbsp;กลับมาเป็นแกนนำและเป็นพี่เลี้ยงให้กับเยาวชนในการขับเคลื่อนงานครั้งนี้ด้วย&amp;rdquo; ผศ.บุญธิวายกตัวอย่างการถอดองค์ความรู้การพัฒนาตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชน&amp;nbsp; เทศบาลตำบลเสนางคนิคม &amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116712</URL_LINK>
                <HASHTAG>One Plan, จตุพลัง, จัดเวทีเสนอโมเดลพัฒนา, ตัวชี้วัด 4 มิติ, ตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชนเข้มแข็ง, ตำบลเข้มแข็ง, ตำบลเข้มแข็งเป็นวาระแห่งชาติ, นพ.อำพล จินดาวัฒนะ, นางสาวจันทนา  เบญจทรัพย์, ผศ.บุญทิวา พ่วงกลัด, พอช., ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยชุมชนเข้มแข็ง  และทิศทางของรัฐที่ควนปรับเปลี่ยน, ระบบแผนเดียวกัน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), เบญจพลัง, โครงการสนับสนุนการพัฒนาตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชนเข้มแข็ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_6140a3f8cd977.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แพทย์ชนบทบุกกรุงครั้งที่ 3’ ตั้งเป้าตรวจโควิดชาวชุมชนแออัด 250,000 คน  ด้าน พอช.ร่วมมือภาคีเครือข่ายเตรียมพร้อมเปิดจุดตรวจ  4-10 สิงหาคมนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจาก&amp;nbsp; facebook ชมรมแพทย์ชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน/ แพทย์ชนบททั่วประเทศระดมพล 38 ทีม&amp;nbsp; บุกกรุงเทพฯ ครั้งที่ 3 &amp;lsquo;ปฏิบัติการสร้างความหวัง &amp;nbsp;สู้ภัยโควิด &amp;nbsp;เพื่อคนกรุง&amp;rsquo;&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; ตั้งเป้าตรวจโควิดเชิงรุกในชุมชนแออัดได้ประมาณ 250,000 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน พอช.ร่วมมือภาคีเครือข่ายเปิดจุดตรวจคัดกรองเชื้อโควิด-19 เชิงรุก 57 จุดในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ชาวชุมชนเตรียมรับมือโควิด-พึ่งพาตัวเอง&amp;nbsp; ปลูกกระชายขาว&amp;nbsp; ฟ้าทะลายโจรสู้โรคร้าย&amp;nbsp; โดยมีพี่น้องขบวนองค์กรชุมชนจากต่างจังหวัดรินน้ำใจนำพืชผัก&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; สมุนไพร ฯลฯ&amp;nbsp; หนุนชุมชนกรุงเทพฯ สู้โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ระลอกใหม่ยังแรงไม่หยุด&amp;nbsp; โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ขณะที่ยังมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp; ทำให้โอกาสในการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดสามารถแพร่กระจายเป็นวงกว้าง&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทจึงส่งบุคลากรเข้ามาตรวจหาเชื้อเพื่อแยกผู้ป่วยออกมารักษา โดยเข้ามาตรวจหาเชื้อเชิงรุกในชุมชนแออัดตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; รวม 2 ครั้ง&amp;nbsp; มีผู้ได้รับการตรวจแล้วประมาณ 51,000 ราย&amp;nbsp; ล่าสุดชมรมรมแพทย์ชนบทจะเข้ามาตรวจหาเชื้อครั้งที่ 3 ในกรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต&amp;nbsp; ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แพทย์ชนบทบุกกรุงครั้งที่ 3 &amp;lsquo;ปฏิบัติการสร้างความหวัง สู้ภัยโควิด เพื่อคนกรุง&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Facebook ชมรมแพทย์ชนบทโพสต์เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม&amp;nbsp; ระบุข้อความว่า...หลังจากการปฏิบัติการแพทย์ชนบททั้ง 2 ครั้ง วันที่ 14-16 และ วันที่ 21-23 กรกฏาคม 2564 ซึ่งมีทีมแพทย์ชนบท&amp;nbsp; รวม 2 ครั้ง 20 ทีมมาร่วมบุกกรุง &amp;nbsp;เพื่อตรวจคัดกรองโควิดให้กับคนกรุงในพื้นที่ชุมชนแออัดที่เข้าไม่ถึงบริการทางการแพทย์ &amp;nbsp;สามารถตรวจหาเชื้อได้กว่า 51,000 ราย &amp;nbsp;พบผู้ติดเชื้อกว่า 7,000 ราย &amp;nbsp;และสัญญาว่า &amp;quot;เราจะกลับมาอีก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;การตรวจโควิดที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เมื่อ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากการเตรียมตัวอย่างทรหดและประสานงานกันมาหลายวัน &amp;nbsp;ปฏิบัติการบุกกรุงในครั้งที่ 3 จึงเกิดขึ้นอีกครั้งแน่นอนแล้วในวันที่ 4-10 สิงหาคม 2564&amp;nbsp; ต่อเนื่องรวม 7 วัน &amp;nbsp;ด้วยทีมบุคลากรสาธารณสุขจากต่างจังหวัดกว่า 38 ทีม เฉลี่ยทีมละ 8-10 คน &amp;nbsp;เล็กบ้างใหญ่บ้างตามแต่ใครจะรวบรวมกำลังส่งมาช่วยกู้กรุงได้กี่คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Design การทำงานกู้ภัยโควิดในครั้งนี้จะครบวงจรมากขึ้น &amp;nbsp;เริ่มด้วยการทำการ swab หาเชื้อด้วย rapid test หากได้ผลลบให้กลับบ้านได้หรือไปรับบริการวัคซีนจากทีมของกรุงเทพมหานครที่จะมาร่วมออกหน่วยด้วย &amp;nbsp;แต่หากผลเป็นบวกก็จะถูกตามมาตรวจ rtPCR ซ้ำ &amp;nbsp;ได้รับบริการยาฟ้าทะลายโจรหรือ Favipiravir&amp;nbsp; และนำเข้าระบบ Home Isolation ของ สปสช.ในวันเดียวกันเพื่อการดูแลรักษาที่ต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ครั้งนี้ด้วยความร่วมมือที่กว้างขวาง &amp;nbsp;จะมีการระดมทีมลงปฏิบัติการในชุมชนวันละ 30 จุด โดยสามารถตรวจและดูแลตามภารกิจที่วางไว้ได้จุดละ 1,000 คนต่อวัน &amp;nbsp;รวมเป็นวันละ 30,000 ราย x 7 วันก็จะคัดกรองโรคได้ประมาณ 210,000 รายและจะมีทีมของโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาที่จะนำทีมใหญ่มาคัดกรองแบบ walk in &amp;nbsp;วันละ 5,000 คนในจุดต่างๆ &amp;nbsp;เปลี่ยนจุดไปทุกวัน x 7 วัน &amp;nbsp;ก็จะคัดกรองได้อีก 35,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดังนั้นจากการประมาณ&amp;nbsp; การปฏิบัติการครั้งนี้จะสามารถคัดกรองผู้คนในเมืองกรุงได้ 250,000 ราย &amp;nbsp;หากผลบวกอยู่ที่ประมาณ 10-15% ก็จะพบผู้ที่มีเชื้อโควิดที่จะเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาจำนวน 25,000-32,500 คน ซึ่งน่าจะสามารถตัดตอนการระบาดไปได้พอสมควร &amp;nbsp;และสามารถช่วยลดภาระเตียงล้นของโรงพยาบาลใน กทม.ลงได้ &amp;nbsp;เพราะเราจะพยายามจ่ายยา favipiravir ให้กับผู้ติดเชื้อตามเกณฑ์ที่ควรรับยาทุกคน &amp;nbsp;เพื่อลดโอกาสที่เขาจะป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปฏิบัติการแห่งความหวังในครั้งนี้ &amp;nbsp;เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือจากหลายฝ่ายที่รวมพลังกันสู้ภัยโควิด กทม. อันได้แก่ &amp;nbsp;ชมรมแพทย์ชนบท &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กรุงเทพมหานคร รวมทั้งทีมอาสาจากภาคประชาชนคือ &amp;nbsp;ทีมโควิดชุมชน (Com-Covid) เครือข่ายแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และ IHRI และอีกหลายองค์กร &amp;nbsp;เป็นความร่วมมือที่มหัศจรรย์ภายใต้เงื่อนเวลาที่เร่งรัดและทุกคนต่างก็มีภารกิจประจำอันมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หัวใจของการสู้ภัยโควิดอยู่ที่ &amp;nbsp;&amp;quot;ความหวัง&amp;quot; &amp;nbsp;ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งสร้างความหวังให้กับทุกคนในกรุงเทพมหานคร รวมทั้งคนไทยทั้งประเทศ &amp;nbsp;ด้วยความหวังที่อยากเห็นทุกคนทุกองค์กรออกมาช่วยกัน &amp;nbsp;ระดมสรรพกำลังให้เต็มที่ &amp;nbsp;ใครทำอะไรได้ทำ &amp;nbsp;อย่าคิดนาน &amp;nbsp;ทำด้วยความเร็วในอัตราเร่งที่ให้ทันกับการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์เดลต้า &amp;nbsp;ความหวังในท่ามกลางความหดหู่ที่แสนเหน็ดเหนื่อยเท่านั้นที่จะช่วยให้ทุกคนฮึดสู้ &amp;nbsp;และรวมพลังคนไทยสู้ภัยโควิดในครั้งนี้ ให้เราผ่านมันไปด้วยความสูญเสียทั้งด้านชีวิตและเศรษฐกิจให้น้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แล้วพบกันกับ &amp;lsquo;ปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุงครั้งที่ 3&amp;rsquo; รายละเอียดโปรดติดตามต่อไป.&amp;hellip;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;แพทย์ชนบทนั่งซาเล้งตรวจโควิดรอบแรกในชุมชนย่านซอยอ่อนนุช &amp;nbsp;(ภาพจากชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดรายชื่อ 38 ทีมแพทย์ชนบททั่วประเทศบุกเมืองกรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทระบุว่า&amp;nbsp; ทีมที่ร่วมประวัติศาสตร์ในครั้งนี้&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;&amp;nbsp;แพทย์ชนบท &amp;nbsp;สหวิชาชีพ &amp;nbsp;สภาวิชาชีพ &amp;nbsp;จิตอาสา &amp;nbsp;ภาคประชาชน &amp;nbsp;เครือข่ายแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;สปสช. &amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร . ปฏิบัติการ 7 วัน &amp;nbsp;กอบกู้กรุงเทพมหานคร และสร้างความหวังให้กับผู้คน &amp;nbsp;ประกอบด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1. ทีม รพ. สิชล จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2. ทีม รพ.จะนะ จ.สงขลา&amp;nbsp; 3. ทีม รพ. สมเด็จนาทวี จ.สงขลา&amp;nbsp; 4. ทีม สสจ.ชัยภูมิ&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5. ทีม สสจ. เชียงราย&amp;nbsp; 6. ทีม สสจ. ลพบุรี&amp;nbsp; 7. ทีม สสจ. น่าน&amp;nbsp; 8. ทีม สสจ. สุรินทร์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;9. ทีม สสจ. ยโสธร&amp;nbsp; 10. ทีม รพท.ชุมพร&amp;nbsp; 11. ทีม รพศ.มหาราช &amp;nbsp;นครราชสีมา &amp;nbsp;12. ทีม สสจ.ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp; 13. ทีม สสจ.ขอนแก่น (มา 3 ทีม)&amp;nbsp; 14. ทีม รพ.ด่านมะขามเตี้ย&amp;nbsp; กาญจนบุรี&amp;nbsp; 15. ทีม สสจ. สุโขทัย&amp;nbsp; 16. ทีม สสจ.อุตรดิตถ์&amp;nbsp; 17. ทีม รพท. เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา จ.ระยอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 18.ทีม สสจ. อุดรธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; 19. ทีม สสจ. แพร่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;20. ทีม รพท. มหาสารคาม&amp;nbsp; 21. ทีม รพท. กาฬสินธุ์&amp;nbsp; 22. ทีม สสจ. ชุมพร &amp;nbsp;23. ทีม สสจ. ระนอง&amp;nbsp; 24. ทีม รพ.ตากใบ + รพ. แว้ง &amp;nbsp;สสจ.นราธิวาส&amp;nbsp;&amp;nbsp; 25.ทีม รพ.รามัน&amp;nbsp; ยะลา&amp;nbsp; 26. ทีม สสจ. &amp;nbsp;พะเยา&amp;nbsp; 27. ทีม รพท. สมุทรปราการ (ลงพื้นที่ตนเอง)&amp;nbsp; 28. ทีม สสจ. เพชรบุรี&amp;nbsp; 29. ทีม สสจ. สุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; 30. ทีม สสจ. แม่ฮ่องสอน/รพ. ปางมะผ้า&amp;nbsp; 31. ทีม รพ.บางกรวย&amp;nbsp; 2 จ.นนทบุรี&amp;nbsp; 32. ทีม สสจ. นครปฐม/รพ.หลวงพ่อเปิ่น (ลงพื้นที่ตนเอง)&amp;nbsp; 33. ทีมเภสัชกร อาสา อ.สุนี มข.ช่วยจ่ายยา&amp;nbsp; 34. ทีม สสจ. นครสวรรค์&amp;nbsp; 35. สมาคม/สภาเทคนิคการแพทย์&amp;nbsp; 36. ทีม รพ.หนองม่วงไข่ &amp;nbsp;จ.แพร่ (มี3ท่าน)&amp;nbsp; 37. ทีม รพ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี (ลงพื้นที่ตนเอง) และ&amp;nbsp; 38. ทีม สสจ.กำแพงเพชร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:5.25pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช.ร่วมมือภาคีเครือข่ายเตรียมพร้อมเปิดจุดตรวจโควิด 57&amp;nbsp;จุด 45,000&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;การตรวจหาเชื้อโควิดของทีมแพทย์ชนบทครั้งที่ 3 นี้&amp;nbsp; นอกจากจะลงพื้นที่ตรวจในชุมชนแออัดต่างๆ ในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; โดยการประสานงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว&amp;nbsp; ในส่วนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ได้ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.)&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; อาสาสมัคร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เตรียมเปิดจุดคัดกรองเพื่อตรวจหาเชื้อในชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; ระหว่างวันที่&amp;nbsp; 4-10 สิงหาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเบื้องต้นมี 57 &amp;nbsp;จุดตรวจ&amp;nbsp; มีผู้ตรวจจากชุมชนต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 150&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp; ในพื้นที่ 29 เขตกรุงเทพฯ&amp;nbsp; รวมผู้ตรวจทั้งหมดประมาณ 45,000 คน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นชุมชนในเครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; และชุมชนที่จัดทำโครงการบ้านมั่นคงของ พอช.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยวันนี้ (2 สิงหาคม) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้จัดประชุมผ่านระบบ Zoom&amp;nbsp; Meetings&amp;nbsp; เพื่อสรุปบทเรียน&amp;nbsp; อบรมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ในการดูแลตนเอง&amp;nbsp; การช่วยเหลือ&amp;nbsp; การตั้งจุดคัดกรองในชุมชน 50 เขตในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; และเตรียมชุมชนเพื่อเปิดจุดตรวจโควิดโดยชมรมแพทย์ชนบท &amp;nbsp;มีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ผู้แทนหน่วยงานเครือข่าย&amp;nbsp; เข้าร่วมประชุมประมาณ 80 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชุมผ่านซูม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนชุมชนในเครือข่ายสลัม 4 ภาค และชุมชนบ้านมั่นคงที่จะเปิดเป็นจุดตรวจหาเชื้อโควิด&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;1.ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง &amp;nbsp;&amp;nbsp;2.วัดจันทร์ประดิษฐาราม&amp;nbsp; เขตภาษีเจริญ &amp;nbsp;3.ศูนย์พักโรงเรียนประถมนนทรีย์&amp;nbsp; เขตยานนาวา &amp;nbsp;4.สนามฟุตบอลโปโลคลับ และลานจารุเมือง เขตปทุมวัน &amp;nbsp;5.ชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธา&amp;nbsp; เขตดอนเมือง &amp;nbsp;6.ชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทอง&amp;nbsp; เขตบางบอน &amp;nbsp;7. อาคารพุทธวิชา&amp;nbsp; ม.ราชภัฏพระนคร&amp;nbsp; เขตบางเขน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 8.สหกรณ์ริมคลองสอง (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) ซอยผักหวาน&amp;nbsp; เขตสายไหม &amp;nbsp;9.สหกรณ์ริมคลองพัฒนา (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) ซอยจิระมะกร&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; 10.ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจ (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) เขตสายไหม 11.บ้านมั่นคงประชาสามัคคี&amp;nbsp; เขตบางพลัด&amp;nbsp;12.ชุมชนบ่อฝรั่งริมน้ำพัฒนา &amp;nbsp;เขตจตุจักร &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้การตรวจเชิงรุกรอบ 3 ของทีมแพทย์ชนบทในครั้งนี้&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จะส่งอาสาสมัครเข้าร่วมสนับสนุนการทำงานของทีมแพทย์ร่วมกับผู้นำชุมชนประมาณ 10 คนต่อ 1 จุดตรวจ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; การลงทะเบียนรายชื่อผู้ตรวจ&amp;nbsp; การจัดลำดับคิวตรวจ&amp;nbsp; การเว้นระยะห่าง&amp;nbsp; การประสานงานต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อให้การตรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;รวดเร็ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนการตรวจโควิดเชิงรุกของทีมแพทย์ชนบทจะใช้การตรวจแบบ rapid &amp;nbsp;testing หรือชุดตรวจแบบเร็ว&amp;nbsp; โดยใช้วิธี&amp;nbsp; ATK (antigentest kit) &amp;nbsp;โดยแพทย์จะใช้ก้านสำลีเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากโพรงจมูกของผู้ตรวจ&amp;nbsp; แล้วนำก้านสำลีมาตรวจด้วยน้ำยา&amp;nbsp; สามารถทราบผลได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที&amp;nbsp; หากพบว่ามีผลเป็นบวกหรือติดเชื้อ&amp;nbsp; แพทย์จะตรวจซ้ำด้วยวิธี Rt-Pcr (Real&amp;nbsp; time - Polymerase chain reaction) เพื่อให้ได้ผลที่แน่นอน&amp;nbsp; ซึ่งหากมีผู้ตรวจจำนวนมากอาจต้องใช้เวลาเพื่อทราบผลประมาณ 1 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากทีมแพทย์ชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กรณีผู้ติดเชื้อมีอาการไม่มาก&amp;nbsp; (อยู่ในสถานะสีเขียวหรือเหลืองอ่อน) แพทย์จะให้คำแนะนำในการรักษาตัวที่บ้าน(Home Isolation) หรือสถานพักคอยในชุมชน (Community Isolation)&amp;nbsp; พร้อมกับให้ยาฟ้าทะลายโจรและยาพื้นฐานอื่นๆ&amp;nbsp; ซึ่งผู้ป่วยที่มีอาการไม่มากเมื่อกินยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์จะหายป่วยได้ภายในระยะเวลา 14 วัน&amp;nbsp; กรณีที่ติดเชื้อและแพทย์เห็นว่าจะต้องได้รับยา favipiravir แพทย์ก็จะจ่ายยาชนิดนี้ให้กับผู้ติดเชื้อเพื่อรักษาตัวในชุมชน&amp;nbsp; และเพื่อลดภาระการรักษาตัวในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้ำใจจากพี่น้องชนบทสู่เมืองกรุง ฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกนี้&amp;nbsp; ส่งผลให้ชุมชนต่างๆ เกิดความตื่นตัวในการรับมือกับโรคร้าย&amp;nbsp; มีการจัดเตรียมมาตรการต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อป้องกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การรณรงค์ให้ความรู้ด้านการป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; การตั้งจุดตรวจวัดอุณหภูมิชาวชุมชนที่เดินทางเข้า-ออก&amp;nbsp; แจกเจลล้างมือ&amp;nbsp; หน้ากากป้องกันการติดเชื้อ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; นอกจากนี้หลายชุมชนนำฟ้าทะลายโจรมาปลูกเพื่อใช้เป็นยาในการรักษาเชื้อโควิด&amp;nbsp; และปลูกกระชายเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนเฟื่องฟ้า&amp;nbsp; เขตประเวศ&amp;nbsp; ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; ชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทอง&amp;nbsp; เขตบางบอนฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนเฟื่องฟ้า&amp;nbsp; เขตประเวศ&amp;nbsp; ปลูกฟ้าทะลายโจรสู้กับโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน&amp;nbsp; พี่น้องจากขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัดต่างๆ ได้ส่งอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; ผัก&amp;nbsp; สมุนไพร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; มาให้พี่น้องในกรุงเทพฯ ได้ใช้เป็นเสบียงประกอบอาหารและใช้เป็นสมุนไพรในการต่อสู้กับโควิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พี่น้องจากจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp; จากจังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้กระจายน้ำใจเหล่านี้ลงไปสู่ชุมชนต่างๆ ที่มีความต้องการ&amp;nbsp; รวมทั้งศูนย์พักคนไร้บ้าน &amp;lsquo;สุวิทย์&amp;nbsp; วัดหนู&amp;rsquo; เขตบางกอกน้อย&amp;nbsp; และ &amp;lsquo;บ้านพูนสุข&amp;rsquo; จังหวัดปทุมธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้ำใจจากพี่น้องกาญจนบุรีและภาคอีสานส่งมาให้พี่น้องชุมชนในกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111962</URL_LINK>
                <HASHTAG>Com-Covid, Favipiravir, Home Isolation, IHRI, กระทรวงสาธารณสุข, จิตอาสา, ชมรมแพทย์ชนบท, ชุมชนแออัด, ตรวจโควิดเชิงรุก, ทีมโควิดชุมชน, ปฏิบัติการสร้างความหวัง  สู้ภัยโควิด  เพื่อคนกรุง, พอช., ฟ้าทะลายโจร, ภาคประชาชน, มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.), สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สปสช., สภาวิชาชีพ, สหวิชาชีพ, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, เครือข่ายสลัม 4 ภาค, เครือข่ายแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว, เราจะกลับมาอีก, แพทย์ชนบท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_6107baae4adb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สานพลังสังคม-ชุมชนท้องถิ่นใช้พื้นที่ต้นแบบ 5 จังหวัด วิจัยแก้ปัญหา-ลดผลกระทบจากโควิด-19-สร้างวัคซีนทางสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;การจัดตั้งศูนย์พักคอยในชุมชนเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด (บ้านน้ำคำ&amp;nbsp; อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด) เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิดทำให้ระบบสาธารณสุขรองรับไม่ไหว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0cm 72pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน/ สานพลังทางสังคม&amp;nbsp; หน่วยงานภาคีร่วมมือชุมชนท้องถิ่นและสถาบันการศึกษาใช้พื้นที่ชุมชนต้นแบบ 5 จังหวัด อำนาจเจริญ กาฬสินธุ์&amp;nbsp; สุรินทร์&amp;nbsp; นครราชสีมา&amp;nbsp; และพัทลุง เป็นพื้นที่วิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาและผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ทั้งด้านสุขภาพ&amp;nbsp; เศรษฐกิจ&amp;nbsp; สังคม สร้าง &amp;lsquo;วัคซีนทางสังคม&amp;rsquo; เริ่มกรกฎาคม-ธันวาคมนี้&amp;nbsp; โดยจะใช้ผลการศึกษาวิจัยจากชุมชนต้นแบบเป็นโมเดลขยายผลไปสู่ชุมชนอื่น และจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ระลอกใหม่ในปี 2564 ที่ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบไปทั่วประเทศ&amp;nbsp; หน่วยงานภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; ประกอบด้วย&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา&amp;nbsp; วิทยาศาสตร์&amp;nbsp; วิจัยและนวัตกรรม&amp;nbsp; โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ได้ตระหนักถึงสภาวะวิกฤตความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น &amp;nbsp;จึงได้ร่วมกันจัดทำ &amp;lsquo;โครงการวิจัยการสนับสนุนการจัดการเชิงพื้นที่เพื่อการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;rsquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; ระยะเวลาดำเนินการระหว่างเดือนกรกฎาคม-ธันวาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 30 กรกฏาคม&amp;nbsp; มีการจัดการประชุมเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจแนวทางการขับเคลื่อนโครงการวิจัยฯ ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; โดยการประชุมผ่านระบบ Zoom Meeting&amp;nbsp; มีผู้แทนหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; สช.&amp;nbsp; สสส.&amp;nbsp; สถาบันการศึกษา&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; และผู้บริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ประมาณ 87 คนร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;การประชุมผ่านระบบ Zoom&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;โครงการวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;นางสาวจันทนา&amp;nbsp; เบญจทรัพย์ &amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ในฐานะประธานคณะทำงานโครงการวิจัยการสนับสนุนการจัดการเชิงพื้นที่ฯ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ว่า 1. เพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหา &amp;nbsp;ผลกระทบของวิกฤตโควิด-19 ในชุมชน และคนเปราะบาง&amp;nbsp; ในมิติด้านสุขภาพ &amp;nbsp;เศรษฐกิจ และสังคม 2. เพื่อหนุนเสริมและสร้างความเข้มแข็งแก่เครือข่ายองค์กรชุมชนในการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ในระยะเร่งด่วนและระยะฟื้นฟู&amp;nbsp; ในมิติทางด้านสุขภาพ &amp;nbsp;เศรษฐกิจและสังคมที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;3.เพื่อศึกษาระบบและกลไกการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบวิกฤตโควิด-19 ของชุมชนที่เป็นโมเดลต้นแบบและขยายผลไปยังชุมชนอื่น&amp;nbsp; 4. เพื่อเสริมพลังกลไกเครือข่ายชุมชนให้เป็นระบบเครือข่ายความปลอดภัย (Social Safety Net) ในการป้องกันความเสี่ยงของชุมชนเมื่อเกิดสภาวะวิกฤต&amp;nbsp; และ 5. เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อรองรับสภาวะวิกฤต (Pre-crisis management) ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบุ่งคล้า&amp;nbsp; อ.บุ่งคล้า&amp;nbsp; จ.บึงกาฬ&amp;nbsp; มอบอาหาร-น้ำดื่มให้โรงพยาบาลสนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การดำเนินโครงการวิจัยได้เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฏาคม-ธันวาคมนี้&amp;nbsp; โดยจะเริ่มกระบวนการตั้งแต่การจัดตั้งกลไก&amp;nbsp; เตรียมทีมงานโครงการ&amp;nbsp; การคัดเลือกจังหวัดเป้าหมาย&amp;nbsp; วางแผนการดำเนินงานร่วมกับกลไกและหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; สำรวจปัญหา&amp;nbsp; ความต้องการของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; การวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อออกแบบแนวทางความช่วยเหลือ&amp;nbsp; ทั้งในระยะเร่งด่วน&amp;nbsp; เฉพาะหน้า ระยะฟื้นฟู &amp;nbsp;และพัฒนา&amp;nbsp; การดำเนินกิจกรรมตามแผนงาน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเชื่อมโยง&amp;nbsp; ประสานความความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก &amp;nbsp;การบูรณาการแผนงาน และ เชื่อมโยงสู่แผนการฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนและกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;ทั้งในระดับตำบล&amp;nbsp; อำเภอ&amp;nbsp; และจังหวัด&amp;nbsp; &amp;nbsp;การวิเคราะห์และสรุปบทเรียนผลการดำเนินงานของโครงการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาโครงการร่วมกัน&amp;nbsp; เพื่อประเมินผลการดำเนินงานร่วมกับชุมชน &amp;nbsp;กลไกในพื้นที่ &amp;nbsp;และหน่วยงานในพื้นที่เป้าหมาย&amp;nbsp; เพื่อประเมินผลการดำเนินงานและพัฒนาเป็นแผนหรือนโยบายระดับพื้นที่&amp;nbsp; ตลอดจนจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายการบริหารจัดการเชิงรุกรองรับสภาวะวิกฤตเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;ใช้พื้นที่ชุมชนต้นแบบ 5 จังหวัดอีสาน-ใต้เป็นพื้นที่วิจัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการคัดเลือกจังหวัดที่ดำเนินการวิจัยครั้งนี้&amp;nbsp; คณะกรรมการโครงการฯ ได้คัดเลือกพื้นที่ที่มีความพร้อมและมีความเข้มแข็งของกลไกเครือข่ายองค์กรชุมชนในระดับพื้นที่ &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; มีการดำเนินงานของกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; มีการประสานความร่วมมือในการดำเนินโครงการวิจัยร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาในท้องถิ่น &amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถขับเคลื่อนงานโครงการให้บรรลุผลได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในระยะเวลาที่กำหนด &amp;nbsp;โดยมีจังหวัดที่ได้รับการคัดเลือกวิจัยนำร่อง 5 จังหวัด&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; อำนาจเจริญ &amp;nbsp;กาฬสินธุ์&amp;nbsp; สุรินทร์&amp;nbsp; นครราชสีมา&amp;nbsp; และพัทลุง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการขับเคลื่อนงานวิจัยในพื้นที่ 5 จังหวัดจะมีทีมวิจัย&amp;nbsp; ซึ่งประกอบด้วยผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ท้องถิ่น&amp;nbsp; ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; บ้านมั่นคง&amp;nbsp; หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; มหาวิทยาลัย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ร่วมเป็นคณะวิจัย&amp;nbsp; ทั้งนี้การขับเคลื่อนงานวิจัยครั้งนี้จะต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นคนจน &amp;nbsp;กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; รวมถึงเปิดพื้นที่ให้คนจนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานทุกขั้นตอนด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยทั้ง 5 จังหวัดมีแผนงานการขับเคลื่อนเบื้องต้นดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลคำโพน&amp;nbsp; จ.อำนาจเจริญ&amp;nbsp; มอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุรินทร์ &amp;nbsp;: เตรียมข้อมูลพื้นที่เพื่อวางแผนการทำงาน&amp;nbsp; คัดเลือกชุมชน 5 พื้นที่ตามเกณฑ์ที่ภาคลงมติร่วมกัน &amp;nbsp;โดยเลือกพื้นที่ที่มีความพร้อมและมีต้นทุนในการทำงานอยู่แล้ว &amp;nbsp;ทั้งพื้นที่ชนบทและพื้นที่เมือง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นครราชสีมา &amp;nbsp;: ใช้กลไกสภาองค์กรชุมชนและกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นกลไกหลัก &amp;nbsp;ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายที่มี &amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างทีมนักวิจัยและนักปฏิบัติการ &amp;nbsp;ออกแบบเครื่องมือในการเก็บข้อมูลเพื่อสรุปบทเรียนพื้นที่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กาฬสินธุ์ : เตรียมคัดเลือกพื้นที่ตามเกณฑ์ที่ภาคมีข้อตกลงร่วมกัน&amp;nbsp; มีทั้งหมด 5 พื้นที่ &amp;nbsp;5&amp;nbsp; โมเดล&amp;nbsp; มีการวางทีมคณะทำงานโดยเชื่อมโยงการทำงานทั้งในส่วนของท้องที่และท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อำนาจเจริญ : วางแผนการทำงานร่วมกับทีมวิชาการในพื้นที่ &amp;nbsp;ทั้งแกนนำขบวนองค์กรชุมชน &amp;nbsp;ผู้แทนจากพื้นที่ทั้งเขตเมืองและชนบท &amp;nbsp;ภาคีที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;(พมจ.) มีการนิยามคำว่าชุมชนร่วมกันเพื่อคัดเลือกพื้นที่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชุมชนเมือง และชุมชนชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พัทลุง : กำหนดเป้าหมายทำงานเชิงรุก&amp;nbsp; สร้างอาชีพ &amp;nbsp;ลดการพึ่งพาระบบสาธารณสุข &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; จัดตั้งศูนย์พักคอย&amp;nbsp; ใช้สมุนไพรรักษาโควิด &amp;nbsp;ใช้ทุนชุมชนเพื่อสร้างโมเดลในการจัดการตนเอง &amp;nbsp;โดยใช้กลไกชุมชน ผ่านการระดมทุนและการเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เป้าหมาย 5 ชุมชน 50 ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนงบประมาณที่ใช้ในการโครงการวิจัยครั้งนี้&amp;nbsp; เป็นงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่&amp;nbsp; 5 จังหวัด&amp;nbsp; รวม 3.3&amp;nbsp; ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; ในจำนวนนี้เป็นงบสนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วน-ฟื้นฟู-พัฒนา เช่น&amp;nbsp; การดูแลสุขภาวะในช่วงโควิด&amp;nbsp; การสร้างอาชีพ&amp;nbsp; เพิ่มรายได้&amp;nbsp; ลดรายจ่าย&amp;nbsp; จังหวัดละ 500,000 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยแต่ละจังหวัดจะมีพื้นที่ชุมชนเป้าหมายในการวิจัยอย่างน้อย 5 ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;นางสาวจันทนา&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การวิจัยครั้งนี้มีโจทย์การวิจัยที่สำคัญ&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;1. การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในชุมชน &amp;nbsp;มีผลกระทบต่อคนเปราะบางในมิติทางด้านสุขภาพ &amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp; และสังคมอย่างไรบ้าง&amp;nbsp; 2. การแก้ไขปัญหาวิกฤตในชุมชนเพื่อการดูแลคนเปราะบางเดิม (ก่อนที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่) มีการจัดการอย่างไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;3.ชุมชนจะมีระบบและกลไกการแก้ไขปัญหาคนเปราะบางในสภาวะวิกฤตโควิด-19 ในระยะเร่งด่วน &amp;nbsp;ระยะฟื้นฟู&amp;nbsp; ในมิติทางด้านสุขภาพ &amp;nbsp;เศรษฐกิจ&amp;nbsp; และสังคม ที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่อย่างไร&amp;nbsp; และ 4. ชุมชนจะมีการบริหารจัดการอย่างไรเพื่อให้พ้นสภาวะวิกฤต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm; margin-top: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm; margin-top: 0cm;&quot;&gt;นางสาวพรรณทิพย์&amp;nbsp; เพชรมาก&amp;nbsp; รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ในฐานะที่ปรึกษาโครงการเสนอความเห็นว่า&amp;nbsp; การวิจัยเรื่องโควิดครั้งนี้ &amp;nbsp;ไม่ใช่เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า &amp;nbsp;แต่เป็นการสร้างระบบของชุมชนเพื่อดูแลช่วยเหลือกันในระยะยาว &amp;nbsp;โดยใช้โอกาสจากงานวิจัยมาหนุนเสริม &amp;nbsp;ใช้ทุนต่างๆ ที่มีในชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนมาช่วยเหลือกันในช่วงโควิด&amp;nbsp; หรือมุ่งเน้นไปที่กลุ่มเปราะบางเพราะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด&amp;nbsp; และต้องจัดทำข้อมูลกลุ่มเปราะบางให้ชัดเจน&amp;nbsp; มีปัญหาความต้องการอย่างไร&amp;nbsp; อาจเชื่อมทุนจากภายนอกมาหนุนเสริม&amp;nbsp;&amp;nbsp; และต้องเปลี่ยนระบบ&amp;nbsp; ต้องทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสนับสนุนมาดูแลกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ระยะยาวชุมชนจะสามารถจัดระบบ&amp;nbsp; เพื่อวางแผนพัฒนาสุขภาพแบบองค์รวมของชุมชน&amp;nbsp; รวมทั้งแผนพัฒนาในด้านต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายนอกเหนือจาก 5 จังหวัดที่วิจัย&amp;nbsp; เพื่อให้พื้นที่อื่นมาเรียนรู้&amp;nbsp; มาแลกเปลี่ยน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ในกรุงเทพฯ ซึ่งไม่ได้เป็นพื้นที่วิจัย&amp;nbsp; แต่ได้รับผลกระทบมาก&amp;nbsp; จะเชื่อมโยงกันอย่างไร&amp;nbsp; เพื่อเกื้อหนุนกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; นำสินค้าผลผลิตจากชุมชนมาแลกเปลี่ยนหรือขายราคาถูก&amp;nbsp;&amp;nbsp; และใช้โอกาสจากงานวิจัยไปทำงานให้สอดคล้องกับพื้นที่&amp;nbsp; สามารถตอบคำถามงานวิจัยได้&amp;nbsp; เพราะชุมชนไม่ได้ทำวิจัยเพื่อวิจัย &amp;nbsp;แต่เป็นการทำวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหา และขยายการพัฒนาของชุมชนไปเชื่อมโยงกับระบบที่เกี่ยวข้องต่างๆ&amp;nbsp; ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสาวพรรณทิพย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่น้องเครือข่ายชุมชน จ.กาญจนบุรี ส่งน้ำใจช่วยเหลือชาวชุมชน กทม.ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;นพ.สำเริง&amp;nbsp; แหยงกระโทก &amp;nbsp;จากจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp; เสนอความเห็นว่า&amp;nbsp; อยากให้งานวิจัยครั้งนี้เน้นไปที่จุดสำคัญ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; การทำศูนย์พักคอย หรือ CI (Community Isolation) ว่า&amp;nbsp; CI เกิดขึ้นได้อย่างไร &amp;nbsp;ทำอย่างไร &amp;nbsp;มีความสำเร็จอย่างไร &amp;nbsp;หรือไม่สำเร็จ&amp;nbsp; ให้เจาะลึกเพื่อให้เกิดบทเรียนที่ชัดเจน&amp;nbsp; เพราะตอนนี้ยังไม่มีใครทำวิจัยเรื่องนี้&amp;nbsp; ยังเป็นเรื่องใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้โรงพยาบาลไม่พอ&amp;nbsp; โรงพยาบาลสนามก็ไม่พอ&amp;nbsp; ดังนั้นชุมชนจึงต้องมาช่วยกันทำ CI เพื่อมาดูแลผู้ป่วยสีเขียวหรือเหลืองอ่อนซึ่งยังมีอาการไม่มาก&amp;nbsp; เพราะไม่ต้องใช้หมอ&amp;nbsp; ไม่ต้องใช้พยาบาล&amp;nbsp; ใช้คนในชุมชนมาช่วยกันทำ&amp;nbsp; ดูแลกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อบจ.&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; พระ&amp;nbsp; อสม. ชาวบ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เป็นการรวมตัวของคนในตำบล&amp;nbsp; จึงอยากให้ทีมวิจัยภาคอีสาน 4 จังหวัดทำวิจัยเรื่องนี้ให้ชัดเจนเพื่อเป็นบทเรียน&amp;rdquo;&amp;nbsp; นพ.สำเริงเสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;ระดมสรรพกำลังสู้โควิด-สร้างวัคซีนทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นุชจรี&amp;nbsp; พันธ์โสม &amp;nbsp;เลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช. รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; จัดทำครัวกลางเพื่อทำอาหารแจกจ่ายให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดตั้งแต่ปี 2563 &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังใช้ที่ว่างในชุมชน (ที่ดินสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์) ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp; เพื่อนำมาเป็นทำอาหาร&amp;nbsp; และเป็นแหล่งอาหารสำรองของชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งรณรงค์ให้ความรู้ป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; แจกเจลล้างมือ&amp;nbsp; หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; ถือเป็นต้นแบบแห่งหนึ่งในการรับมือกับโควิด&amp;nbsp; โดยใช้ศูนย์เด็กเล็กเป็นศูนย์พักคอยในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ส่วนโควิดปีนี้&amp;nbsp; เราได้เตรียมสถานที่พักคอยในชุมชน (Community Isolation) เพื่อรองรับผู้ป่วย&amp;nbsp; โดยจะใช้ศูนย์เด็กเล็กในชุมชน&amp;nbsp; รองรับได้ผู้ป่วยได้ 10 เตียง&amp;nbsp; และเตรียมห้องประชุมของชุมชนรองรับได้ประมาณ 30 เตียง&amp;nbsp; ส่วนผู้ที่ป่วยไม่มากหรือมีสถานะสีเขียว&amp;nbsp; เราจะให้กักตัวในบ้าน (Home Isolation)&amp;nbsp; แยกตัวออกจากคนในครอบครัว&amp;nbsp; โดยเราจะส่งข้าวกล่องให้ 3 มื้อ&amp;nbsp; และประสานงานกับ สปสช.เพื่อจัดส่งยา&amp;nbsp; เครื่องวัดอ๊อกซิเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อวัดค่าอ๊อกซิเจนในเลือด&amp;nbsp; และรายงานผลทางไลน์ให้ทางศูนย์สาธารณสุขทราบทุกวันเพื่อติดตามอาการและดูแลผู้ป่วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นุชจรีบอกถึงการดูแลผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ปรีดา&amp;nbsp; แต้อารักษ์ &amp;nbsp;รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวว่า &amp;nbsp;การทำศูนย์พักคอยในชุมชนหรือ CI หรือศูนย์พักพิงเพื่อจะส่งต่อ&amp;nbsp; ซึ่งตอนนี้ไม่สามารถจะส่งต่อไปไหนได้แล้วเพราะไม่มีที่จะให้ส่ง&amp;nbsp; แต่ CI จะดูแลผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการน้อย&amp;nbsp; ซึ่งชุมชนสามารถทำได้&amp;nbsp; โดยเฉพาะ พอช.&amp;nbsp; เครือข่ายชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; เพราะทำเรื่องความมั่นคงทางอาหาร&amp;nbsp; เรื่องอาชีพ&amp;nbsp; และที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ปรีดากล่าวว่า&amp;nbsp; การทำ CI โดยชุมชนไม่ต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์&amp;nbsp; จึงต้องช่วยกันทำ&amp;nbsp; และต้องรีบทำ&amp;nbsp; เพราะไม่งั้นจะเสียชีวิตอีกมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; และมี &amp;lsquo;4 อ.&amp;rsquo; ที่ต้องช่วยกันทำ&amp;nbsp; คือ 1. อาการ &amp;nbsp;ดูอาการ &amp;nbsp;การหายใจ&amp;nbsp; ว่าเป็นอย่างไร &amp;nbsp;รักษาตามอาการ &amp;nbsp;และช่วยกันดูแล &amp;nbsp;2.อาหาร &amp;nbsp;3. อาศัย &amp;nbsp;คือศูนย์พักคอยหรือที่พักพิง &amp;nbsp;และ 4. อาศัยฐานทุนที่มีอยู่ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าเป็นไปได้อยากให้ สปสช.เชื่อม CI เข้าสู่ระบบและจัดสรรงบประมาณให้ศูนย์พักคอยชุมชนโดยตรง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำเรื่องอาหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อขยายการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนฐานราก&amp;nbsp; ทำให้ชุมชนที่มีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ&amp;nbsp; จะได้มีอาชีพ&amp;nbsp; โดยทุกภาคส่วนต้องช่วยกันทำเรื่องนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนกว่าวัคซีนจะมีมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; และสิ่งที่พวกเราทำนี้&amp;nbsp; ทั้งสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม&amp;nbsp; เป็นวัคซีนทางสังคมที่พวกเราช่วยกันทำได้อย่างดี&amp;nbsp; ต้องสร้างเครือข่าย&amp;nbsp; ต้องทำต่อไป&amp;nbsp; และขยายไปทั่วประเทศ&amp;nbsp; แล้วเราจะไปรอด&amp;rdquo; &amp;nbsp;นพ.ปรีดาย้ำ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; สร้างวัคซีนทางสังคม นำอาหารและสิ่งของจำเป็นมอบให้ครอบครัวที่กักตัวในบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ปรีดากล่าวในตอนท้ายว่า ในวันที่ 9 สิงหาคมนี้จะมีการพูดคุยกับเครือข่ายสมัชชาสุขภาพ&amp;nbsp; โดยมี&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; สสส. พอช.&amp;nbsp; และพี่น้องชุมชน&amp;nbsp; เพื่อกระชับความร่วมมือให้เต็มที่และมากขึ้น&amp;nbsp; เพราะจะต้องระดมสรรพกำลังร่วมกันให้มากกว่าโควิดรอบแรก&amp;nbsp; เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์หนักกว่าสงครามโลก&amp;nbsp; เป็น &amp;lsquo;สงครามโรค&amp;rsquo; และหากระบาดระลอก 4 หรือเป็นโควิดสายพันธุ์ใหม่จะอันตรายร้ายแรงยิ่งกว่านี้&amp;nbsp; ขณะที่ระบบสาธารณสุขไม่สามารถรองรับได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงต้องช่วยกันยันสมรภูมิในพื้นที่ให้ชัดเจน&amp;nbsp; ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน&amp;nbsp; ตำบล&amp;nbsp; โดยใช้จุดแข็งของ พอช.และสภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; คือมีกำลังคนในพื้นที่&amp;nbsp; มีทีม&amp;nbsp; และมีทุนบางส่วนแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของ สปสช.&amp;nbsp; สสส. และ สช.จะเข้ามาหนุนเสริมในเรื่องรูปแบบ&amp;nbsp; ความรู้&amp;nbsp; เรื่องการจัดการ&amp;nbsp; การรับมือกับโรคระบาด&amp;nbsp; เพื่อดูแลพี่น้องในชุมชน&amp;nbsp; เป็นการสานพลัง&amp;nbsp; สานความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp; รวมทั้งการแก้ไขปัญหากฎระเบียบต่างๆ หรืออุปสรรคทางนโยบาย&amp;nbsp; โดย สช.จะช่วยเชื่อมประสานงานทางหน่วยงานนโยบาย&amp;nbsp; เพื่อเปิดโอกาสให้พี่น้องชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ&amp;nbsp; เป็นทางรอดของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111736</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 อ., Community Isolation, Zoom Meeting, กระทรวงการอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์  วิจัยและนวัตกรรม, กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบุ่งคล้า, การทำศูนย์พักคอย, กาฬสินธุ์, ชุมชนต้นแบบ 5 จังหวัด, ชุมชนท้องถิ่น, นครราชสีมา, นพ.ปรีดา  แต้อารักษ์, นพ.สำเริง  แหยงกระโทก, นางสาวจันทนา  เบญจทรัพย์, นางสาวพรรณทิพย์  เพชรมาก, บพท., พลังสังคม, พัทลุง, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน, สร้างวัคซีนทางสังคม, สานพลังทางสังคม, สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.), สุรินทร์, หน่วยงานภาคี, อำนาจเจริญ, โครงการวิจัยการสนับสนุนการจัดการเชิงพื้นที่เพื่อการแก้ไขปัญหาและลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210731/image_big_6104fe67111fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 19:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 19:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พอช.อีสาน’ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 21 หน่วยงาน แก้ปัญหาความยากจนกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนเมืองย่าโม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นครราชสีมา / สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; สำนักงานภาคอีสาน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 21 หน่วยงาน &amp;lsquo;แก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนจังหวัดนครราชสีมา&amp;rsquo; ระยะเวลา 5 ปี&amp;nbsp; เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางให้ครอบคลุมทุกมิติแบบองค์รวมเพื่อให้กลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ &amp;nbsp;รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางและให้ครอบครัวมั่นคงมีความสุข สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ ( 25 มิถุนายน) ระหว่างเวลา 9.00-12.00 &amp;nbsp;น.&amp;nbsp; ที่ห้องประชุมสุวัจน์ลิปตพัลลภ 2 &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา&amp;nbsp; นายชรินทร์&amp;nbsp; ทองสุข&amp;nbsp; รองผู้ว่าราชการ จ.นครราชสีมา&amp;nbsp; เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (Memorandum of Understanding / MoU) &amp;lsquo;โครงการบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จและแม่นยำกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือน จังหวัดนครราชสีมา&amp;rsquo;&amp;nbsp; ระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาและหน่วยงานภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; 21 หน่วยงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานจังหวัดนครราชสีมา ปกครองจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด &amp;nbsp;สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด&amp;nbsp; กองทัพภาคที่ 2 &amp;nbsp;สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด&amp;nbsp; สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด &amp;nbsp;สำนักงานพาณิชย์จังหวัด&amp;nbsp; สำนักงานแรงงานจังหวัด &amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด &amp;nbsp;&amp;nbsp;สำนักงานพัฒนาชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด &amp;nbsp;องค์การบริหารส่วนจังหวัด&amp;nbsp; สำนักงานเกษตรจังหวัด&amp;nbsp; สำนักงานประมงจังหวัด สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด &amp;nbsp;สำนักงานจัดหางานจังหวัด&amp;nbsp; สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 5 &amp;nbsp;ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยมีเจตนารมณ์เพื่อความร่วมมือกันของทุกฝ่ายที่มีความมุ่งมั่นและเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนในประเทศ &amp;nbsp;รวมถึงการพัฒนาคนทุกช่วงวัย &amp;nbsp;เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข &amp;nbsp;ได้รับผลประโยชน์จากการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนวัตถุประสงค์มี 4&amp;nbsp; ด้าน&amp;nbsp; คือ 1.เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนระดับจังหวัดนครราชสีมาที่เกิดจากการบูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงาน &amp;nbsp;รวมทั้งการพัฒนาระบบและโครงสร้างการแก้ไขปัญหาความยากจนด้วยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างเบ็ดเสร็จและแม่นยำในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3. เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางให้ครอบคลุมทุกมิติแบบ
องค์รวม&amp;nbsp; เพื่อให้กลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ &amp;nbsp;รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางและให้ครอบครัวมั่นคงมีความสุข &amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และ 4. เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ทั้งภาครัฐ &amp;nbsp;สถาบันวิชาการ&amp;nbsp; ภาคเอกชน&amp;nbsp; และภาคประชาสังคม ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคนจนเป้าหมายให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น &amp;nbsp;รวมถึงส่งเสริมการเรียนรู้ &amp;nbsp;การพัฒนาทักษะ &amp;nbsp;และหาแนวทางในการปรับปรุงเงื่อนไขที่จำเป็นต่อการดำรงชีพให้เอื้อต่อการสร้างหรือเพิ่มรายได้ เพื่อให้คนจนเป้าหมายสามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้อย่างมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ &amp;lsquo;โครงการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อความเข้มแข็งของชุมชนอย่างบูรณาการ&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว&amp;nbsp; มีระยะเวลา 5 ปี&amp;nbsp; (พ.ศ.2564-2568)&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ &amp;lsquo;โครงการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อความเข้มแข็งของชุมชนอย่างบูรณาการ&amp;rsquo; ระหว่างขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา&amp;nbsp; โดยมีเจตนารมณ์ร่วมกันในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอันเป็นสังคมฐานรากที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ &amp;nbsp;มีวิถีชีวิต &amp;nbsp;วัฒนธรรมแตกต่างหลากหลายตามภูมินิเวศ &amp;nbsp;ให้มีความเข้มแข็ง &amp;nbsp;สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน &amp;nbsp;เป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศในทุก ๆ มิติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชรินทร์&amp;nbsp; ทองสุข&amp;nbsp; รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp; ให้แง่คิดเรื่อง &amp;lsquo;กุญแจ 9 ดอกสู่ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาความยากจน จังหวัดนครราชสีมา&amp;rsquo;&amp;nbsp; มีสาระสำคัญคือ&amp;nbsp; 1. ควรเป็นวาระร่วมของจังหวัดที่ทำอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; ไม่ใช่เพียงนโยบาย และปรับเปลี่ยนไปตามวาระทางการเมือง&amp;nbsp; 2. ให้ความสำคัญกับฐานข้อมูลคนจนจริงๆ ที่แม่นยำ &amp;nbsp;3. ต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกมิติในรายครอบครัว &amp;nbsp;โดยบูรณาการทุกหน่วยงานเข้าร่วม&amp;nbsp; 4. วิเคราะห์ถึงสาเหตุของความยากจนที่แท้จริง &amp;nbsp;ถูกต้อง &amp;quot;เกาให้ถูกที่คัน&amp;quot; เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5. มีการบันทึกข้อมูล และเชื่อมโยงได้&amp;nbsp; หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าไปดูความช่วยเหลือคนจนได้ &amp;nbsp;6. บูรณาการการแก้ไขปัญหา &amp;nbsp;โดยเตรียมเมนูที่เหมาะสม หลากหลายกับกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;เน้นการสนับสนุนเครื่องมือและสอนวิธีการจับปลา ไม่ควรแจกอย่างเดียว &amp;nbsp;แต่ควรมีเงื่อนไขว่าคนจนต้องมีส่วนร่วม &amp;nbsp;ต้องมีการพัฒนา&amp;nbsp; 7. มีการติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;ต่อเนื่อง 8. มีการบันทึกผลการแก้ไขปัญหาและพัฒนาคนจนร่วมผ่านระบบ Electronic เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย&amp;nbsp; และ 9. สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่กลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้การจัดการปัญหาความยากจนเป็นไปอย่างเบ็ดเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติ &amp;nbsp;ภาระสุวรรณ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; ได้เข้าร่วมการเสวนาออนไลน์ในหัวข้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;lsquo;การบูรณาการความร่วมมือและการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางรายครัวเรือนจังหวัดนครราชสีมา&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยนำเสนอบทบาท &amp;nbsp;ภารกิจ และการดำเนินงานของ พอช.ในการสนับสนุนกลไกชุมชนในการแก้ไขปัญหาความยากจน&amp;nbsp; โดยการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย ผอ.พอช. เน้นย้ำความสำคัญประเด็นการพัฒนาร่วมกัน&amp;nbsp; 6 ร่วม &amp;nbsp;&amp;nbsp;คือ &amp;nbsp;1. พื้นที่การพัฒนาร่วม &amp;nbsp;2.ชุมชน/ประชาชนมีส่วนร่วม &amp;nbsp;3.ความร่วมมือร่วมหลายฝ่ายเพื่อสนับสนุนชุมชนในการแก้ไขความยากจนในพื้นที่ &amp;nbsp;4.ข้อมูลร่วม &amp;nbsp;ทุกคนสามารถใช้ข้อมูลเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้ &amp;nbsp;5.แผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่นร่วม&amp;nbsp; ทั้งในระดับตำบล&amp;nbsp; อำเภอ&amp;nbsp; และจังหวัด&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ&amp;nbsp; 6.กลไกการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาและพัฒนาร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107633</URL_LINK>
                <HASHTAG>(Memorandum of Understanding / MoU, กองทัพภาคที่ 2, กุญแจ 9 ดอกสู่ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาความยากจน จังหวัดนครราชสีมา, นครราชสีมา, นายชรินทร์  ทองสุข, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, ปกครองจังหวัดนครราชสีมา, พอช.อีสาน, ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน, สำนักงานจังหวัดนครราชสีมา, สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด, สำนักงานพัฒนาชุมชน, สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด, สำนักงานพาณิชย์จังหวัด, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด, สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด, สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด, สำนักงานแรงงานจังหวัด, เมืองย่าโม, แก้ไขปัญหาความยากจน, แก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคุณภาพชีวิต, โครงการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อความเข้มแข็งของชุมชนอย่างบูรณาการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d5cf867c162.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2021 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 17:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ช่วยเหลือชุมชน-ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; ช่วยเหลือชาวชุมชนในสถานการณ์โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ/ เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ &amp;ldquo;ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ให้ความช่วยเหลือชุมชนและชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ นำอาหารช่วยชาวชุมชนและสมาชิก 7 ครอบครัวที่กักตัวดูอาการ&amp;nbsp; ชาวเกาะลิบง จ.ตรัง ปิดเกาะหนีโควิด เตรียม &amp;lsquo;ปลาแลกข้าว&amp;rsquo; ช่วยเหลือพี่น้อง&amp;nbsp; สุราษฎร์ธานีช่วยสมาชิกบ้านมั่นคงที่เกาะสมุยขาดรายได้เพราะไม่มีนักท่องเที่ยว อำนาจเจริญเปิดตลาดสินค้าชุมชนสร้างช่องทางการตลาดให้ชาวบ้านในช่วงโควิด ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกที่ 3 &amp;nbsp;แพร่ขยายไปทั่วประเทศ&amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อมีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน&amp;nbsp; ขณะเดียวกันเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลที่มีการจัดตั้งทั่วประเทศ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยได้เตรียมพร้อมรับมือกับโควิด- 19 มาตั้งแต่การแพร่ระบาดช่วงแรกเมื่อต้นปี 2563&amp;nbsp; เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่นี้&amp;nbsp; เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนเหล่านี้ได้ให้ความช่วยเหลือพี่น้องชุมชนและสมาชิกมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางช่วย 7 ครอบครัวกักตัวโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นุชจรี&amp;nbsp; พันธุ์โสม &amp;nbsp;เลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp; ในชุมชนเขตวังทองหลางในขณะนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีสมาชิกบางชุมชนที่ติดเชื้อโควิดแล้ว&amp;nbsp; 1 ราย&amp;nbsp; ตรวจพบเชื้อโควิดเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; ตอนนี้อยู่ในระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาล&amp;nbsp; และมีครอบครัวกลุ่มเสี่ยงรวม&amp;nbsp; 7 ครอบครัวที่ใกล้ชิดผู้ติดเชื้ออยู่ใน 3 ชุมชน&amp;nbsp; คือ ชุมชนเก้าพัฒนา&amp;nbsp; ชุมชนร่วมสามัคคี&amp;nbsp; และชุมชนทรัพย์สินเก่า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ขณะนี้สมาชิกทั้ง 7 ครอบครัวทางชุมชนให้กักตัวเองอยู่ในบ้านเป็นเวลา 14 วัน&amp;nbsp; ไม่ให้ออกจากชุมชน&amp;nbsp; โดยทางชุมชนร่วมกับสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางนำอาหารสดและอาหารแห้ง&amp;nbsp; รวมทั้งเจลล้างมือเอาไปให้ที่บ้าน&amp;nbsp; และให้คำแนะนำในการกักตัวเองอยู่ในบ้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ต้องใส่หน้ากาก&amp;nbsp; ไม่ให้ใช้เสื้อผ้าและสิ่งของร่วมกัน&amp;nbsp; ต้องล้างมือบ่อยๆ&amp;rdquo; &amp;nbsp;นุชจรีบอกถึงการเฝ้าระวังและสังเกตอาการที่ได้รับความรู้จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาให้คำแนะนำแก่ครอบครัวกลุ่มเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 20,000 คน&amp;nbsp; อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยรามคำแหง&amp;nbsp; มีร้านค้า&amp;nbsp; ร้านอาหาร&amp;nbsp; และสถานบริการต่างๆ&amp;nbsp; ใกล้ชุมชน&amp;nbsp; ชาวชุมชนส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง&amp;nbsp; ค้าขายเล็กๆ น้อย&amp;nbsp; ขับมอเตอร์ไซต์รับจ้าง&amp;nbsp; แท็กซี่&amp;nbsp; ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจตั้งแต่ช่วงปี 2563&amp;nbsp; ชุมชนได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ศูนย์บริการสาธารณสุข 15&amp;nbsp; สำนักอนามัย กทม. และสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จัดทำโครงการป้องกันโควิด&amp;nbsp; ตรวจคัดกรอง&amp;nbsp; แจกหน้ากาก เจลล้างมือ&amp;nbsp; และการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ่อเลี้ยงปลาดุกและแปลงผักที่ชุมชนเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นุชจรีบอกว่า&amp;nbsp; ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 &amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางขอใช้พื้นที่ว่างเปล่าของสำนักงานทรัพย์สิน&amp;nbsp; พระมหากษัตริย์ใกล้ชุมชน&amp;nbsp; เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่&amp;nbsp;ใช้งบประมาณจากกองทุนชุมชน (กองทุนสวัสดิการชุมชนเขตวังทองหลาง)&amp;nbsp; และงบสนับสนุนจาก พอช.&amp;nbsp; ปลูกผักสวนครัวต่างๆ&amp;nbsp; และเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ 6 บ่อ&amp;nbsp; เพื่อแจกจ่ายชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบให้นำไปทำอาหาร&amp;nbsp; โดยปลาดุกจะเลี้ยงรอบละประมาณ 600&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัว ใช้เวลาเลี้ยงรอบละ 3 เดือน ปัจจุบันเลี้ยงและแจกไปแล้ว 9 รอบ&amp;nbsp; มีชาวบ้านได้รับแจกไปแล้วเกือบ 100 ครอบครัว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนผักก็จะช่วยกันปลูกและดูแล&amp;nbsp; ใครต้องการก็มาเก็บไปทำอาหาร&amp;nbsp; ช่วยลดรายจ่าย&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีผัก&amp;nbsp; และอาหารจากมูลนิธิ Thai SOS&amp;nbsp;โครงการรักษ์อาหาร นำผักและอาหารที่ได้รับบริจาคจากร้านค้า ห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp; โรงแรม&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; นำมาแจกชาวบ้านสัปดาห์ละ 1 ครั้งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูลนิธิรักษ์อาหารนำผักและอาหารมาสนับสนุนชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เราจะให้ครอบครัวที่เดือดร้อนขาดรายได้ มาเอาปลาดุกและผักที่ปลูกไปทำอาหารกินเพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาผลกระทบทุกอาทิตย์ &amp;nbsp;และเราจะสอนให้ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายในครัวเรือน&amp;nbsp; เพื่อฝึกการทำบัญชีควบคุมรายจ่าย&amp;nbsp; เวลาจะมาเอาปลาดุกก็จะต้องเอาบัญชีครัวเรือนมาให้ดูด้วย&amp;nbsp; นอกจากนี้เรายังซื้อข้าวสารจากชาวนานำมาขายราคาถูกให้แก่ชาวชุมชนเพื่อช่วยกันในช่วงโควิดด้วย&amp;rdquo; &amp;nbsp;เลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางบอก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชาวเกาะลิบงปิดเกาะหนีโควิด&amp;nbsp; เตรียม &amp;lsquo;ปลาแลกข้าว&amp;rsquo; ช่วยเหลือพี่น้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำบลเกาะลิบง&amp;nbsp; อ.กันตรัง&amp;nbsp; จ.ตรัง&amp;nbsp; เป็นชุมชนประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดตรัง&amp;nbsp; ในช่วงวัดหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งที่มาท่องเที่ยวแล้วตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด 2 ราย&amp;nbsp; ชุมชนจึงลงมติร่วมกันให้ปิดเกาะลิบงตั้งแต่วันที่ 17-30 เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อิสมาแอน&amp;nbsp; เบญสะอาด&amp;nbsp; ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลเกาะลิบง&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; สถานการณ์โควิดในปีนี้&amp;nbsp; ถือว่ามีผลกระทบต่อชาวชุมชน&amp;nbsp; เพราะอาหารทะเลต่างๆ ที่เคยขายได้&amp;nbsp; เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาที่ภาคใต้&amp;nbsp; รวมทั้งการปิดเกาะลิบงในช่วงนี้&amp;nbsp; รายได้จากการขายอาหารและการท่องเที่ยวจึงลดน้อยลง&amp;nbsp; ขณะที่ชาวบ้านต้องซื้อข้าวกินทุกวัน&amp;nbsp; เพราะบนเกาะทำนาไม่ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้แกนนำในตำบลกำลังปรึกษากันเพื่อทำโครงการ &amp;lsquo;ปลาแลกข้าว&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยจะนำอาหารทะเลแห้งของชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปลาอินทรีย์&amp;nbsp; ปลาสีเสียด&amp;nbsp; กุ้ง&amp;nbsp; กะปิ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ไปแลกข้าวกับพี่น้องที่ทำนาที่อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้กำลังสำรวจว่ามีกี่ครอบครัวที่จะเข้าร่วม&amp;nbsp; ต้องการข้าวสารเท่าไหร่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;และจะเอาอะไรไปแลก&amp;nbsp; นอกจากนี้ข้าวที่ได้ก็จะเอามาช่วยคนที่ยากลำบาก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คนแก่&amp;nbsp; คนป่วย&amp;nbsp; เพราะช่วงนี้อยู่ในช่วงถือศีลอดของชาวมุสลิม&amp;nbsp; รวมทั้งพี่น้องภาคต่างๆ ที่มีข้าวเพียงพอ&amp;nbsp; หากสนใจก็มาแลกเปลี่ยนกันได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; บังแอนบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำบลเกาะลิบง&amp;nbsp; มี 4 หมู่บ้าน&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 4,000 คน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม&amp;nbsp; ในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำบลได้รับงบประมาณสนับสนุนโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตจาก พอช.ในช่วงสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; จึงนำมาส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกผัก&amp;nbsp; เลี้ยงเป็ด&amp;nbsp; ไก่&amp;nbsp; เป็นอาหาร&amp;nbsp; เพื่อลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขบวนองค์กรชุมชน จ.สุราษฎร์ธานีช่วยพี่น้องบ้านมั่นคงเกาะสมุย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากที่เกาะลิบงแล้ว&amp;nbsp; สมาชิกเครือข่ายสภาองค์องค์กรชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังรวบรวมน้ำใจนำข้าวสารอาหารแห้ง&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็น&amp;nbsp; ไปมอบให้แก่พี่น้องชาวชุมชนบ้านมั่นคง อ.เกาะสมุยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดด้วย&amp;nbsp; เนื่องจากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ซึ่งเป็นชาวต่างชาติไม่เดินทางเข้ามาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 ทำให้สมาชิกชาวชุมชนบ้านมั่นคงเกาะสมุยโครงการ 1 ประมาณ 300 ครอบครัว&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 1,000 คน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ทำงานรับจ้างในโรงแรม&amp;nbsp; รีสอร์ท&amp;nbsp; ร้านอาหาร&amp;nbsp; และบริการต่างๆ ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตกงาน&amp;nbsp; ถูกเลิกจ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขาดรายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อภิชิต จันทร์เดช &amp;nbsp;ประธานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; พี่น้องขบวนองค์กรชุมชนมองเห็นความเดือดร้อนของพี่น้องบ้านมั่นคงเกาะสมุยจึงได้ทำเสื้อสกรีนข้อความ &amp;lsquo;สภาองค์กรชุมชนสุราษฎร์ธานี&amp;rsquo; นำมาขายราคาตัวละ 300 บาท &amp;nbsp;เพื่อนำรายได้ระดมทุนกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชน &amp;nbsp;เครือข่ายพี่น้องคุณภาพชีวิต &amp;nbsp;รวมเป็นเงินกว่า 25,000 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;ซื้อข้าวสาร &amp;nbsp;อาหารแห้ง &amp;nbsp;น้ำมัน &amp;nbsp;ปลากระป๋อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ของยังชีพต่างๆ &amp;nbsp;รวมทั้งพี่น้องชาวเลยังมอบปลาเค็ม&amp;nbsp; เพื่อไปช่วยเหลือพี่น้องบ้านมั่นคงโครงการ 1 อ.เกาะสมุย &amp;nbsp;โดยมอบไปแล้วเมื่อเร็วๆ นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มอบสิ่งของจำเป็นช่วยเหลือพี่น้องบ้านมั่นคงเกาะสมุย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้เรายังสำรวจข้อมูลผู้ที่มีความเดือดร้อนเร่งด่วน พบว่ามี 50 ครัวเรือน &amp;nbsp;จึงได้นำเคสทั้งหมดส่งต่อ พมจ.สุราษฎร์ธานี &amp;nbsp;เพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแล้ว&amp;nbsp; และต่อไปเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนสุราษฎร์ธานีจะมีแผนให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนด้านอาชีพแก่พี่น้องที่เกาะสมุย&amp;nbsp; โดยอยู่ระหว่างการประสานงานกับทาง พมจ.สุราษฎร์ธานี&amp;rdquo; &amp;nbsp;แกนนำขบวนองค์กรชุมชน จ.สุราษฎร์ธานีบอก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีน้ำใจจากพี่น้องขบวนองค์กรชุมชนในภาคต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ภาคเหนือ จังหวัดน่าน เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดน่าน &amp;nbsp;ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อโควิด-19 และได้รับผลกระทบในพื้นที่ตำบลของตน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลป่าคา อ.ท่าวังผา &amp;nbsp;มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวผู้ประสบปัญหาติดเชื้อโควิดในพื้นที่ตำบลป่าคาช่วงกักตัว 14 วัน&amp;nbsp;โดยขณะนี้ในจังหวัดน่าน &amp;nbsp;มีผู้ป่วยติดเชื้อครอบคลุม 10 อำเภอ&amp;nbsp;มีผู้ป่วยสะสมจำนวน 66 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลป่าคา&amp;nbsp; อ.ท่าวังผา จ.น่าน&amp;nbsp; ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาคอีสาน&amp;nbsp; จ.อำนาจเจริญ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา &amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนตำบลเสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้เปิดตลาดสินค้าชุมชน&amp;nbsp; เพื่อจำหน่ายและแสดงสินค้าเพื่อช่วยเหลือสมาชิกกลุ่มอาชีพต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; โดยให้กลุ่มอาชีพในตำบลนำสินค้าในชุมชนมากกว่า 15 กลุ่ม&amp;nbsp; มาจำหน่ายให้หน่วยงานต่างๆ และประชาชนที่ต้องการอาหารสด​ สะอาด​ ปลอดภัย​ ไร้สารเคมี&amp;nbsp; เป็นการช่วยเหลือพี่น้องสมาชิกกลุ่มอาชีพให้มีรายได้ในช่วงโควิดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลาดสินค้าชุมชนสร้างอาชีพ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp; ช่วงโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างของการช่วยเหลือกันในช่วงสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; ของขวนองค์กรชุมชนในจังหวัดต่างๆ เพื่อผ่านวิกฤตร้ายนี้ไปด้วยกัน&amp;nbsp; โดยจะ &amp;ldquo;ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rdquo;&amp;nbsp; และจะก้าวไปสู่การพัฒนาหลังสถานการณ์โควิดพร้อมๆ กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ :&amp;nbsp; เรื่องและภาพ&amp;nbsp; โดยสำนักพัฒนานวัตกรรมชุมชน&amp;nbsp; สื่อสารและจัดการความรู้&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และขบวนองค์กรชุมชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100571</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลป่าคา, ขบวนองค์กรชุมชน, ชาวเกาะลิบง, นุชจรี  พันธุ์โสม, บ่อเลี้ยงปลาดุก, ปลาแลกข้าว, มูลนิธิรักษ์, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน, สภาองค์กรชุมชนตำบลเกาะลิบง, สภาองค์กรชุมชนตำบลเสนางคนิคม, สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง, สำนักพัฒนานวัตกรรมชุมชน, องค์กรชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี, อภิชิต จันทร์เดช, อิสมาแอน  เบญสะอาด, เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ, แปลงผัก, โควิด-19, ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210424/image_big_6083f70f384ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2019 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2019 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หลายองค์กรร่วมจัดงาน ‘สานต่อความคิด  มุทิตาจิต  84 ปี  บัณฑร  อ่อนดำ’ ยกย่องเป็นนักวิชาการของประชาชนที่ไม่ได้อยู่บนหอคอยงาช้าง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ / หลายองค์กรร่วมจัดงาน &amp;lsquo;สานต่อความคิด&amp;nbsp; มุทิตาจิต&amp;nbsp; 84 ปี&amp;nbsp; บัณฑร&amp;nbsp; อ่อนดำ&amp;rsquo; เนื่องในโอกาสครบรอบอายุ&amp;nbsp; 84 ปี&amp;nbsp; ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักวิชาการของประชาชนที่ไม่ได้อยู่บนหอคอยงาช้าง&amp;nbsp; แต่ลงมาทำงานคลุกคลีกับคนยากคนจน&amp;nbsp; เป็นทั้งครู&amp;nbsp; นักวิชาการ&amp;nbsp; และนักพัฒนาที่อุทิศตนทำงานเพื่อรับใช้สังคมมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ (4 เมษายน) เวลา 9.00-16.00 น. ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; หลายองค์กรได้ร่วมจัดงาน&amp;nbsp; &amp;lsquo;สานต่อความคิด&amp;nbsp; มุทิตาจิต&amp;nbsp; 84 ปี&amp;nbsp; บัณฑร&amp;nbsp; อ่อนดำ&amp;rsquo;&amp;nbsp; เนื่องในโอกาสที่อาจารย์บัณฑร&amp;nbsp; อ่อนดำ&amp;nbsp; มีอายุครบรอบ 84 ปี&amp;nbsp; โดยมีนักวิชาการ&amp;nbsp; นักพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; ภาคประชาชน&amp;nbsp; กลุ่มและองค์กรต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช.&amp;nbsp; เข้าร่วมงานประมาณ&amp;nbsp; 200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;อ.บัณฑร (นั่งที่ 2 จากขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ภายในงานมีการจัดเวทีเสวเรื่อง &amp;lsquo;ทัศนะ/มุมมองต่ออาจารย์บัณฑร&amp;nbsp; อ่อนดำ&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดย นพ.ประเวศ&amp;nbsp; วะสี&amp;nbsp; นางสมปอง&amp;nbsp; เวียงจันทร์&amp;nbsp; ผู้ได้รับผลกระทบจากเขื่อนปากมูล&amp;nbsp; นายบำรุง&amp;nbsp; คะโยธา&amp;nbsp; อดีตแกนนำสมัชชาคนจน&amp;nbsp; เวทีวิชาการหัวข้อ &amp;lsquo;สถานการณ์สังคมไทย&amp;nbsp; และความท้าทายใหม่ในงานพัฒนา&amp;rsquo;&amp;nbsp; มีผู้ร่วมเสวนา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.อรรถจักร์&amp;nbsp; สัตยานุรักษ์&amp;nbsp; นายศิวโรฒ&amp;nbsp; จิตนิยม &amp;nbsp;นายประสาท&amp;nbsp; มีแต้ม&amp;nbsp; นายไพโรจน์&amp;nbsp; พลเพชร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีนักวิชาการและนักพัฒนาอาวุโสเข้าร่วมงานมุทิตาจิตในครั้งนี้หลายคน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; นายโคทม&amp;nbsp; อารียา&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายจอห์น&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp; นางรัตยา&amp;nbsp; จันทร์เทียน&amp;nbsp; นายเดช&amp;nbsp; พุ่มคชา&amp;nbsp; นายสมพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; เตชะอธิก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศ.สุริชัย&amp;nbsp; หวันแก้ว&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประสาน&amp;nbsp; มฤคพิทักษ์&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อาจารย์บัณฑร&amp;nbsp; อ่อนดำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกิดเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์&amp;nbsp; พ.ศ.2478&amp;nbsp; จบการศึกษาระดับปริญญาตรี&amp;nbsp; คณะรัฐศาสตร์บัณฑิต&amp;nbsp; จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp; ปริญญาโท MS (Rural Sociology) Cornell&amp;nbsp; University, USA&amp;nbsp; และปริญญาเอก&amp;nbsp; สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา&amp;nbsp; ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาสังคมวิทยา)&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;nbsp; (2556)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อาจารย์บัณฑรเริ่มทำงานในปี 2509&amp;nbsp; โดยทำงานเป็นผู้ช่วยนักวิจัยในองค์การ USOM ของอเมริกาที่สำนักงานในประเทศไทย&amp;nbsp; ในปี 2517 เป็นหนึ่งในผู้ร่วมโครงการพัฒนาชนบทลุ่มแม่น้ำกลอง &amp;nbsp;โดยมี ดร.ป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp; เป็นผู้อำนวยการโครงการ&amp;nbsp; นอกจากนั้นยังทำงานร่วมกับองค์กรต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มูลนิธิโกมลคีมทอง&amp;nbsp; กลุ่มประสานงานศาสนาเพื่อสังคม&amp;nbsp; สภาคาทอลิกเพื่อการพัฒนา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ช่วงปี 2515-2523&amp;nbsp; เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์&amp;nbsp; คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงมีบทบาทในการเป็นนักพัฒนาอย่างเต็มที่&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; (รักษาการ) ผู้จัดการภาคสนาม&amp;nbsp; โครงการประสานความร่วมมือพัฒนาทุ่งกุลาร้องไห้&amp;nbsp; จ.ร้อยเอ็ด (2527-2528),&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรเอกชนพัฒนาชนบทภาคอีสาน (กป.อพช.อีสาน)&amp;nbsp; ผู้อำนวยการ&amp;nbsp; สำนักงานคณะกรรมการองค์กรพัฒนาเอกชนพัฒนาชนบท (2533-2540)&amp;nbsp; ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางการทำงานกับคนจนและชนบทขององค์กรพัฒนาเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อ.บัณฑรเมื่อครั้งเป็นที่ปรึกษาสมัชชาคนจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อาจารย์บัณฑรเป็นทั้งนักวิชาการและนักพัฒนาที่ริเริ่มแนวทางการทำงานใหม่ๆ&amp;nbsp; และฝึกฝนคนรุ่นใหม่ให้ทำงานร่วมกับชาวบ้านและผู้ยากลำบากด้วยความอุตสาหะ&amp;nbsp; และมีบทบาทสำคัญในการปลุกมโนธรรมสำนึกให้คนรุ่นใหม่เห็นถึงความทุกข์ยากของคนเล็กคนน้อย &amp;nbsp;รวมทั้งกระตุ้นส่งเสริมให้ชาวบ้านรวมพลังสร้างกลุ่มขึ้นมาเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิและความเป็นธรรมในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ปี 2553 &amp;nbsp;เป็นที่ปรึกษาสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ มีบทบาทสำคัญในการผลักดันแนวทางการปฏิรูปประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเป็น 1 ใน 19&amp;nbsp; ของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศที่มีนายอานันท์&amp;nbsp; ปันยารชุน&amp;nbsp; เป็นประธาน&amp;nbsp; ได้นำเสนอข้อเสนอในการปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ปี 2555&amp;nbsp; รับตำแหน่งสำคัญในองค์กรพัฒนาหลายองค์กร&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ประธานกรรมการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; กรรมการมูลนิธิสภาวัฒนธรรมแห่งเอเซีย&amp;nbsp; กรรมการมูลนิธิชุมชนไท&amp;nbsp; ที่ปรึกษาองค์กรชาวบ้านเพื่อการพัฒนาภาคอีสาน&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ปรึกษาโครงการยุติธรรมและสันติ&amp;nbsp; ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อ.บัณฑรเยี่ยมเกษตรกรที่ อ.บ้านลาด&amp;nbsp; จ.เพชรบุรี (ภาพจากสำนักข่าวอิสรา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อาจารย์บัณฑรได้ชื่อว่าเป็น &amp;lsquo;นักวิชาการของประชาชนที่ไม่ได้อยู่บนหอคอยงาช้าง&amp;rsquo; &amp;nbsp;เป็นกำลังสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับขบวนการนักพัฒนา&amp;nbsp; อาสาสมัคร&amp;nbsp; และคนรุ่นใหม่&amp;nbsp; ที่มีปณิธานที่จะทำงานรับใช้สังคม&amp;nbsp; มุ่งมั่นสร้างสังคมที่คนยากจนส่วนใหญ่ในสังคมได้ลืมตาอ้าปาก&amp;nbsp; ลุกขึ้นมายืนได้อย่างมีศักดิ์ศรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกอบกับการที่เป็นพุทธศาสนิกที่มีความรู้และเป็นนักปฏิบัติ&amp;nbsp; ทำให้อาจารย์บัณฑรประพฤติปฏิบัติ&amp;nbsp; ครองตนอยู่ในศีลธรรม&amp;nbsp; จนเป็นที่ยอมรับนับถือของบุคคลและหน่วยงานในวงการพัฒนาสังคมทั้งในและนอกประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อาจารย์บัณฑรจึงเป็นทั้งครู&amp;nbsp; นักวิชาการ&amp;nbsp; และนักพัฒนา&amp;nbsp; ผู้มีคุณูปการในการบุกเบิก&amp;nbsp; กรุยทางวิธีการทำงานพัฒนาแนวใหม่&amp;nbsp; พร้อมกับการฝึกอบรมสร้างคนรุ่นใหม่ให้ร่วมทำงานและใช้ชีวิตกับชาวบ้านผู้ยากไร้&amp;nbsp; ด้วยความอุตสาหะและตรากตรำเป็นเวลานานหลายสิบปี&amp;nbsp; จนสุขภาพทรุดโทรมลง&amp;nbsp; ไม่อาจเดินและพูดได้เหมือนเดิม&amp;nbsp; แต่แววตาและสีหน้าบอกถึงความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะสร้างสังคมไทยให้เกิดความเป็นธรรม&amp;nbsp; ทำให้คนยากคนจนได้ลืมตาอ้าปากอย่างมีศักดิ์ศรี...!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้การจัดงานในวันนี้นอกจากจะแสดงมุทิตาจิตต่ออาจารย์บัณฑรแล้ว&amp;nbsp; ยังเป็นการเชื่อมโยงนักวิชาการ&amp;nbsp; นักพัฒนา&amp;nbsp; และประชาชน&amp;nbsp; ให้มาพบปะ&amp;nbsp; พูดคุย&amp;nbsp; แลกเปลี่ยนประสบการณ์และทิศทางในการพัฒนาสังคมร่วมกัน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่มีคุณูปการต่อการพัฒนาชุมชนและสังคม&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานที่ร่วมจัด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สถาบันวิจัยสังคม&amp;nbsp; จุฬาฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิทยาลัยพัฒนศาสตร์&amp;nbsp; ป๋วย&amp;nbsp; อึ๊งภากรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; มูลนิธิชุมชนไท&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32978</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัณฑร  อ่อนดำ, พอช, ศ.นพ.ประเวศ  วะสี, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190404/image_big_5ca5d57dabe7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
