<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2021 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2021 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมพระศรีสวางควัฒน พระราชทานข้าวหอมมะลิ ให้กทม.มอบผู้กักตัวโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.64 - เวลา 15.00 น. ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ รศ. ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล รองประธานกรรมการบริหารสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์และรองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายบริหารและอาคารสถานที่เชิญข้าวสาร พระราชทานจากโครงการซแรย์อทิตยา จ.สุรินทร์ โครงการในพระดำริพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ รวม 2,000 กิโลกรัม มอบให้ นางวัลยา วัฒนรัตน์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เพื่อนำไปมอบแก่ผู้ที่อยู่ระหว่างการกักตัวสังเกตอาการจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้าวสารพระราชทาน เป็นข้าวหอมมะลิจากโครงการซแรย์ อทิตยา ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการพิเศษในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ที่ทรงตั้งพระทัยมุ่งมั่นให้เป็นศูนย์เรียนรู้การเกษตรในพระดำริ ภายใต้การดูแลของ &amp;ldquo;โครงการเกษตรอทิตยาทร&amp;rdquo; ณ จังหวัดสุรินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นับตั้งแต่ที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงห่วงใยในความปลอดภัย และทรงเล็งเห็นถึงความเดือดร้อนในการดำรงชีวิตของประชาชนจากการที่ทรงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จึงพระราชทานความช่วยเหลือเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้สามารถผ่านวิกฤติการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้แก่ปวงชนชาวไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102217</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพระศรีสวางควัฒน, ข้าวสารพระราชทาน, สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์, สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210508/image_big_60965a6594a05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2019 18:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2019 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมพระศรีสวางควัฒน ฯลงนามกับ อภ.-ปตท.ร่วมมือผลิตยาชีววัตถุรักษามะเร็งเต้านม  ช่วยคนเข้าถึงยาราคาถูก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9ส.ค.62- สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงลงพระนามร่วมมือผลิตยาชีววัตถุรักษามะเร็งเต้านม กับ อภ.-ปตท. สานพระปณิธานสร้างโรงงานนำยาออกสู่ตลาด ลดสูญเสียทางเศรษฐกิจ ช่วยคนเข้าถึงยาราคาถูกลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 15.00 &amp;nbsp;น. วันที่ 9 ส.ค. ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์เสด็จในพิธีลงพระนามและลงนามข้อตกลงความร่วมมือการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชีววัตถุเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ระหว่างสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) และองค์การเภสัชกรรม ณ ตำหนักจักรีบงกช จ.ปทุมธานี โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นสักขีพยานในพิธี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.เกียรติคุณดร. คุณหญิงมธุรส รุจิรวัฒน์ รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ฝ่ายวิจัยและวิชาการ กล่าวว่า เป็นระยะเวลากว่า 30 ปีที่ ศาสตราจารย์ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารีกรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี ทรงก่อตั้งสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ขึ้นเพื่อนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลต่อปัญหาสุขอนามัยของประชาชน ซึ่งขณะนี้มีอัตราในการตายจากโรคมะเร็งเป็นอันดับหนึ่งทรงเล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการทำให้ประเทศสามารถพึ่งพาตนเองด้านยาชีววัตถุซึ่งเป็นยาที่ทันสมัยและรักษาโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพแบบมุ่งเป้า แต่มีราคาสูงมากจนยากที่ประชาชนจะเข้าถึง เพื่อช่วยสร้างความมั่นคงทางยาและลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจของประเทศจึงทรงริเริ่มโครงการพัฒนายาชีววัตถุขึ้นเพื่อประเทศไทย สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์เป็นหน่วยงานแรกและแห่งเดียวของประเทศในขณะนี้ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนายาชีววัตถุยาตัวแรกคือ ทราสทูซูแมบ &amp;ldquo;Trastuzumab&amp;rdquo; เป็นยาชีววัตถุคล้ายคลึงที่มีบทบาทสำคัญในการบำบัดรักษาโรคมะเร็งเต้านมเป็นนวัตกรรมชิ้นแรกที่ดำเนินการโดยนักวิจัยไทยในประเทศตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำโดยไม่ต้องอาศัยการซื้อหรือการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศซึ่งจะสามารถนำไปศึกษาทางคลินิกเพื่อความปลอดภัยในคนได้ในระยะเวลาอันใกล้นี้ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทั้งงบประมาณจากรัฐบาลอย่างเพียงพอรวมทั้งในเชิงนโยบายในการให้หน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ควบคุมมาตรฐานและความปลอดภัยของยาทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับสถาบันเพื่อนำวิทยาการและเทคโนโลยีแบบใหม่ในด้านRegulatory science มาพัฒนาการประเมินความปลอดภัยในคนอย่างถูกต้องแม่นยำกว่าการใช้หลักการทางสถิติและการแสดงออกในคนไข้เป็นหลักจะทำให้สามารถนำยาออกสู่การใช้ประโยชน์ได้ในระยะเวลาที่เหมาะสมและปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.เกียรติคุณดร. คุณหญิงมธุรส กล่าวว่า สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ได้แสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานสนองพระปณิธานซึ่งมุ่งเน้นและสนับสนุนการพัฒนาประเทศเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนชาวไทย ได้แก่ บริษัทปตท. จำกัด(มหาชน) ซึ่งสนใจที่จะขยายธุรกิจไปยังธุรกิจยาโดยต่อยอดธุรกิจจากความชำนาญในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ที่มีอยู่และองค์การเภสัชกรรมซึ่งมีหน้าที่ในการผลิตจำหน่ายยาและเวชภัณฑ์และการผลิตยาในสถานประกอบการที่ได้มาตรฐานตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ทั้งสองรัฐวิสาหกิจพร้อมร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชีววัตถุที่มีคุณภาพมาตรฐานและมีประสิทธิภาพเหมาะสมตามความต้องการทางการแพทย์ของประเทศในทุกกระบวนการและผลิตในระดับอุตสาหกรรมเพื่อจำหน่ายในราคาที่เหมาะสมทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาได้มากขึ้นตลอดจนนำออกสู่การตลาดอย่างเต็มรูปแบบ &amp;ldquo; ศ.เกียรติคุณดร. คุณหญิงมธุรสกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.เกียรติคุณดร. คุณหญิงมธุรสกล่าวว่าสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์จะรับผิดชอบการดำเนินการวิจัยและพัฒนายาชีววัตถุที่เป็นต้นแบบและยาชีววัตถุคล้ายคลึงประกอบด้วยการสร้างพัฒนาหรือจัดหาเซลล์ต้นแบบเพื่อใช้ในการผลิตชีววัตถุพัฒนากระบวนการผลิตจนถึงระดับอุตสาหกรรมตลอดจนค้นคว้าวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพื่อใช้ในการผลิตและควบคุมคุณภาพการตรวจสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ส่วน ปตท. จะผลักดันให้เกิดความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชีววัตถุจนสามารถนำออกสู่ประชาชนการดำเนินการเชิงพาณิชย์และการตลาดในต่างประเทศและใช้ความชำนาญทางวิศวกรรมและการบริหารโครงการขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนเพื่อสนับสนุนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม องค์การเภสัชกรรมจะประสานงานวิจัยทางคลินิกการขึ้นทะเบียนตำรับยาการผลิตระดับอุตสาหกรรมให้เพียงพอต่อความต้องการของระบบสาธารณสุขไทยและการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชีววัตถุทั้งภายในและต่างประเทศ เป็นมิติใหม่ความมั่นคงทางยาของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิฑูรย์ด่านวิบูลย์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม&amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุข (ซ้าย) และนายชาญศิลป์ตรีนุชกร&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประธานเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทปตท.&amp;nbsp;จำกัด(มหาชน) (ขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า นักวิจัยสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ประสบความสำเร็จในการพัฒนายาชีววัตถุ เมื่อมีข่าวดีนี้องค์การเภสัชกรรมร่วมกับ ปตท. จะสร้างโรงงานผลิตยารักษาโรคมะเร็ง ในอนาคตหากยาตัวนี้เกิดขึ้นมาจะทำให้คนไทยผลิตยารักษาโรคมะเร็งได้ด้วยตัวเอง100% ตั้งแต่ต้นน้ำกลางน้ำปลายน้ำนอกจากนี้คนไทยจะสามารถต่อยอดเทคโนโลยีนี้เพื่อพัฒนาผลิตยาตัวอื่นๆตามมาซึ่งเป็นตำรับยาของไทยและเราเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์โดยเป็นการผลิตระดับอุตสาหกรรม &amp;nbsp;ซึ่งไม่ได้ส่งผลดีกับคนไทยเท่านั้นแต่เกิดประโยชน์กับมวลมนุษยชาติยาที่ผลิตได้นี้จะเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงยาของคนไทยและราคาไม่แพงองค์การเภสัชกรรมเชี่ยวชาญด้านการผลิตยาแต่มีจุดอ่อนด้านวิศวกรรมขณะที่ปตท.มีจุดแข็งด้านนี้จึงเป็นพันธมิตรกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ปัจจุบันประเทศไทยนำเข้ายาจากต่างประเทศปีละกว่าหมื่นล้านบาทหากผลิตยาได้จะลดค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ50 แต่คุณภาพยาจะไม่ลดลงสำหรับยาชีววัตถุนี้เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นไม่ใช่ยาเคมีแต่เป็นยาชีววัตถุต้องใช้เทคโนโลยีระดับสูง &amp;nbsp;พัฒนาจากเซลล์ซึ่งนักวิจัยไทยทำได้ยาชีววัตถุสร้างจากสิ่งมีชีวิตเช่นยาชีววัตถุคล้ายคลึงชนิดโมโนโคลนอลแอนติบอดีที่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็งเต้านมชื่อทราสทูซูแมบจะออกฤทธิ์มุ่งเป้าเฉพาะจุดที่มีการเสื่อมสภาพถ้ายาเคมีที่รับประทานหรือฉีดเข้าสู่ร่างกายจะออกฤทธิ์ทั่วร่างกายการรักษาด้วยยาตัวนี้จะแม่นยำมากขึ้นการพัฒนานี้จะทำให้ประเทศไทยทัดเทียมสากล&amp;ldquo; นพ.วิฑูรย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วิฑูรย์ กล่าวว่าสำหรับการผลิตยาปกติใช้เวลา10 ปีแต่จากความร่วมมือครั้งนี้ตั้งเป้าจะสร้างโรงงานให้แล้วเสร็จปี &amp;nbsp;2567 &amp;nbsp; หลังจากนั้นจะทดสอบยานี้กับสัตว์และคนก่อนจะขึ้นทะเบียนตำรับยาและจำหน่ายเชิงพาณิชย์ &amp;nbsp;เป็นขั้นตอนมาตรฐานการผลิตยา &amp;nbsp;ความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวแรกนำไปสู่การพัฒนาระบบสาธารณสุขไทยซึ่งมะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดติดหนึ่งในห้าของประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งที่พระองค์ได้ผลิตต้นน้ำมาให้เป็นนักวิจัยที่ทรงสร้างขึ้นมาเพราะสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์มีนักวิจัยที่มีศักยภาพทัดเทียมนานาประเทศซึ่งองค์การเภสัชกรรมได้มาสืบสานต่อยอดในเชิงอุตสาหกรรมเพื่อให้เกิดคุณค่าที่แท้จริงต่อสังคมไทยขณะนี้ทีมนักวิจัยจาก3 หน่วยงานเข้าทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ก้าวสำคัญนี้นำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมส่วนพื้นที่ในการก่อสร้างโรงงานขณะนี้คณะกรรมการอยู่ระหว่างพิจารณาคัดเลือกพื้นที่เหมาะสมโปร่งใสและตอบคำถามสังคมได้ &amp;nbsp;&amp;ldquo; &amp;nbsp;นพ.วิฑูรย์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) กล่าวว่าด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารีกรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬากภรณ์​ ทรงเล็งเห็นศักยภาพของกลุ่มปตท.ที่จะสามารถนำความเชี่ยวชาญทางด้านเคมีวิศวกรรมและประสบการณ์การบริหารจัดการโรงงานขนาดใหญ่มาสนับสนุนกับองค์กรของรัฐโดยสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์เป็นสถาบันวิจัยทางด้านยาชั้นนำของประเทศและของโลกความร่วมมือครั้งนี้จะเริ่มจากการนำสารตั้งต้นมาผลิตยาในการรักษาโรคมะเร็งเต้านม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ในเรื่องของการผลิตยาพบว่าประชาชนคนไทยยังเข้าถึงยายากยาส่วนใหญ่จะนำเข้าจากต่างประเทศโดยเฉพาะยามะเร็งซึ่งมีราคาสูงและประชาชนระดับกลางถึงล่างยังเข้าไม่ถึงยาปตท.จึงร่วมมือกับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ที่สามารถวิจัยต้นน้ำของยามะเร็งได้และร่วมมือกับองค์การเภสัชกรรมเพื่อสร้างโรงงานผลิตยามะเร็งเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศถ้าทำได้ดีก็สามารถจำหน่ายต่างประเทศได้ช่วยลดการนำเข้าได้เป็นอย่างดีครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการร่วมมือกันผลิตยามะเร็ง&amp;ldquo;นายชาญศิลป์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาญศิลป์ กล่าวว่า สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์เป็นสถาบันที่วิจัยสารตั้งต้นยามะเร็งในเชิงลึกองค์การเภสัชกรรมทำหน้าที่ในการผลิตยาส่วนปตท.มีหน้าที่ในการสร้างโรงงานโดยเข้ามาเติมเต็มเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมต่างๆรวมถึงการบริหารจัดการ ขณะนี้กำลังสำรวจที่ตั้งโรงงานและรูปแบบของโรงงานโดยจะเป็นรูปเป็นร่างในอีก 3-4 ปีข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเสร็จพิธีลงพระนามศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯกรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารีทรงมีรับสั่งกับผู้เฝ้าฯรับเสด็จว่า &amp;quot; 30 ปีที่ก่อตั้งสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์เพื่อช่วยเหลือประชาชน รู้สึกดีใจที่ความพยายามจะนำไปสู่ความสำเร็จจะเป็นการนำยามาใช้ให้เป็นรูปธรรม คนไทยได้ใช้ยาในลักษณะที่เข้าถึงได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43091</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วิฑูรย์ด่านวิบูลย์, นายชาญศิลป์  ตรีนุชกร, บริษัท ปตท., มธุรส รุจิรวัฒน์, สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์, สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี, อภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190809/image_big_5d4d5cce30a4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2018 20:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2018 20:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้าหญิงฯทรงพัฒนายารักษามะเร็งเต้านมเพิ่มการเข้าถึงยา/ อัตรารอดชีวิตสูงขึ้น37%ลดกลับมาเป็นอีกใน10ปี73% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;#39;ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ฯ &amp;#39;ทรงลงพระนาม MOU กับ มจธ. นำนักวิจัยไทยผลิต-พัฒนายาชีววัตถุรักษามะเร็งเต้านมสำเร็จชิ้นแรกในไทย ใช้ร่วมยาเคมีบำบัดช่วยเพิ่มอัตรารอดชีวิตสูงถึงร้อยละ 37 ลดการกลับมาเป็นซ้ำใน 10 ปี ร้อยละ 73&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2ก.ค.61-เมื่อเวลา 16.00 น. ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จไปยังศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ร่วมพิธีลงพระนามและลงนามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(มจธ.) โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, คุณหญิงลักษณาจันทร เลาหพันธุ์ รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายบริหาร ฅ ศ.ดร.คุณหญิงมธุรส รุจิรวัฒน์ รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายวิจัยและวิชาการ, ดร.ทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เฝ้ารับเสด็จ โดยมี ศ.ดร.คุณหญิงมธุรส รุจิรวัฒน์ และ รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ถวายมาลัยข้อพระกร ต่อจากนั้น เสด็จพระดำเนินบันไดเลื่อนขึ้นชั้น 2 และเสด็จเข้าห้องประชุม 1 ประทับพระเก้าอี้หน้าโต๊ะลงพระนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;จากนั้น ดร.ม.ล.ศิริธิดา รพีพัฒน์ กราบทูลทอดพระเนตรวิดีทัศน์ เรื่อง ก้าวล้ำนวัตกรรมยา ประเทศไทยก้าวหน้า ด้วยพระบารมีเจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ไทย เป็นเวลา 10 นาที จากนั้น ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จพระดำเนินไปประทับพระเก้าอี้ ณ โต๊ะลงพระนาม ทรงมีพระดำรัสถึงความสำคัญของการวิจัยและพัฒนายาชีววัตถุเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ตอนหนึ่งว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยยังไม่มีความมั่นคงทางยาอย่างแท้จริง โดยเฉพาะยาชีววัตถุ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาโรคที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศ เช่น โรคมะเร็งและโรคติดเชื้อ ยาประเภทนี้มีราคาสูงมาก จนทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงยาได้ การวิจัยและพัฒนายาชีววัตถุเป็นโครงการที่ข้าพเจ้าคิดและริเริ่มดำเนินการเป็นเวลากว่าทศวรรษแล้ว เพื่อให้ประชาชนชาวไทยมีโอกาสได้รับยาที่มีคุณภาพและสามารถรักษาโรคได้ผลดีกว่าเดิมหรือหายขาดในราคาที่จัดหาได้ ความสำเร็จของการวิจัยและพัฒนายา Trastuzumab หรือมีชื่อการค้าว่า Herceptin ของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ซึ่งเริ่มจากการตัดต่อดี-เอ็น-เอ หรือจากต้นน้ำ จนพร้อมที่จะนำเข้าสู่กระบวนการการพัฒนาการผลิตตามแนวทางความร่วมมือในวันนี้ เป็นนวัตกรรมด้านยาชีววัตถุชิ้นแรกของประเทศไทย โดยคนไทย ที่ไม่ได้อาศัยการถ่ายทอด หรือซื้อเทคโนโลยีจากบริษัทยาหรือจากต่างประเทศ ที่พวกเราทุกคนควรจะภาคภูมิใจ &amp;nbsp;และยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของประเทศไทยในการแข่งขันในเวทีสากล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทรงมีพระราชดำรัส ต่อว่า การพัฒนายาชีววัตถุตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ต้องอาศัยงบประมาณและนักวิจัยที่มีความรู้ความสามารถหลากหลายสาขามาทำงานร่วมกันอย่างมีจริยธรรมในการดำเนินงาน และคำนึงถึงคุณภาพของยาเป็นหลัก มิใช่มุ่งหวังเพียงผลประโยชน์จากการลงทุน จึงจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทั้งเชิงนโนยายและงบประมาณอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง &amp;nbsp;เพราะนับเป็นการลงทุนเพื่อสร้างพื้นฐานสำคัญให้ประเทศจะนำไปสู่ความมั่นคงและความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจอย่างคุ้มค่าในอนาคต หวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเป็นอย่างดีและต่อเนื่อง &amp;quot;&amp;nbsp;
ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเลือกยาชีววัตถุคล้ายคลึง Trastuzumab สำหรับการรักษามะเร็งเต้านม เป็นยาชนิดแรกของโครงการดังกล่าว เนื่องจากมะเร็งเต้านมเป็นมะเร็ง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มีอัตราการเกิดและเสียชีวิตสูงที่สุดในผู้หญิงไทย ประโยชน์ของยา Trastuzumab เมื่อใช้ร่วมกับยาเคมีบำบัดจะช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตโดยรวมสูงถึงร้อยละ 37 และลดอัตราการกลับมาเป็นซ้ำในระยะเวลา 10 ปีถึงร้อยละ 73.7 &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยาชีววัตถุโดยทั่วไปต้องใช้เงินในการรักษาไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาทต่อปี &amp;nbsp;สำหรับโรงพยาบาลรัฐบาล ด้วยเหตุนี้ &amp;nbsp; องค์ประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ทรงตระหนักถึงโอกาสการเข้าถึงของประชาชนจึงทรงริเริ่มโครงการเพื่อการผลิตยาดังกล่าวขึ้นภายในประเทศเพื่อเพิ่มการเข้าถึงของยาชนิดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยคณะนักวิจัยของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ได้เริ่มต้นกระบวนการพัฒนายาดังกล่าวตั้งแต่การตัดต่อดีเอ็นเอ เพื่อนำส่งเข้าสู่เซลล์เจ้าบ้านที่จะทำหน้าที่ผลิตโปรตีนต่อไป จากนั้นคัดเลือกเซลล์ที่ผลิตยาให้ได้เพียงเซลล์เดียว เพื่อให้มั่นใจว่ายาที่จะผลิตต่อไป มีความเป็นเอกภาพมีคุณสมบัติเดียว เพราะยาดังกล่าวผลิตมาจากเซลล์ต้นกำเนิดเดียว จากนั้นจัดเก็บธนาคารเซลล์เพื่อให้ยาที่ผลิตทุกรุ่นมีคุณสมบัติใกล้เคียงกันให้มากที่สุด ขณะนี้ คณะนักวิจัยจากสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ได้ดำเนินการพัฒนากระบวนการผลิตมาถึงระดับที่พร้อมสำหรับการขยายขนาดต่อไปสู่การผลิตเพื่อการนำไปใช้แล้วจึงมีการทำข้อตกลงความร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีขึ้น ในวันที่ 2 ก.ค. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์จะรับผิดชอบในส่วนงานวิจัยที่ได้ทำไปแล้ว เช่น การพัฒนาเซลล์ที่ใช้ในการผลิตยาตั้งแต่การตัดต่อดีเอ็นเอ จัดทำการศึกษาคุณสมบัติและธนาคารเซลล์ รวมถึงการพัฒนากระบวนการผลิตที่ระดับห้อง ปฏิบัติการ (1-10 ลิตร) ในขณะที่ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จะรับผิดชอบการขยายขนาดการผลิตไปสู่ระดับโรงงานต้นแบบ (50 ลิตร) และระดับการผลิต (มากกว่า 200 ลิตร) จากนั้นสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ จะดำเนินการ ศึกษาที่ไม่ได้ทำในมนุษย์และการศึกษาทางคลินิกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ต่อจากนั้นทรงลงพระนามข้อตกลงความร่วมมือกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ทรงฉายพระรูปร่วมกับผู้ล&amp;#39;นามในข้อตกลงความร่วมมือและสักขีพยาน และ เสด็จออกจากห้องประชุม 1 ทอดพระเนตรนิทรรศการการเทิดพระเกียรติ เรื่อง ก้าวล้ำนวัตกรรมยา ประเทศไทยก้าวหน้าด้วยพระบารมี เจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ไทย บริเวณหน้าห้องประชุม โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรีตามเสด็จ และ พระราชทานเลี้ยงน้ำชาแก่แขกผู้มีเกียรติที่ห้องประชุมใหญ่
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12578</URL_LINK>
                <HASHTAG>Trastuzumab หรือมีชื่อการค้าว่า Herceptin, มจธ., มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, ยาชีววัตถุรักษามะเร็งเต้านม, ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180702/image_big_5b3a28465f9fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
