<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 23:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 23:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สดร. แจงแสงวาบ-เสียงดังสนั่น คาด &#039;ดาวตกชนิดระเบิด&#039; เหตุการณ์ปกติทางดาราศาสตร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22​ มิ.ย.64 - สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชี้แจงกรณีมีการแชร์ข้อมูลจำนวนมากในโซเชียลมีเดีย ช่วงเย็นวันที่ 22 มิถุนายน 2564 มีผู้พบเห็นแสงสว่างวาบบนท้องฟ้า สีฟ้าอมเขียว หลังจากนั้นได้ยินเสียงดังสนั่นพร้อมกันในหลายพื้นที่บริเวณภาคเหนือของไทย เขตจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำปาง ฯลฯ ไม่พบรายงานความเสียหายหรือได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด จากหลักฐานที่รวมรวมได้ อาทิ ข้อมูลการโพสต์จากหลายแหล่ง และภาพถ่าย เบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจาก ดาวตกชนิดระเบิด (Bolide) เป็นเหตุการณ์ที่สามารถอธิบายได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า ตามที่มีข้อมูลเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย ช่วงเย็นวันที่ 22 มิถุนายน 2564 เวลาประมาณ 18:30 น. หลายพื้นที่ในจังหวัดทางภาคเหนือ มีรายงานผู้พบเห็นแสงสีฟ้าอมเขียว พุ่งจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออก หลังจากนั้นได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น เกิดแรงสั่นสะเทือน สร้างความตกใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานและไม่มีรายงานความเสียหาย​ ซึ่งจากหลักฐานภาพ และคลิปจากการโพสต์เฟสบุ๊ค​โดยคุณอาลิสา เซยะ ที่อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp;เบื้องต้นคาดว่าเป็น ดาวตกชนิดระเบิด (Bolide)&amp;rdquo; โดยปกติแล้ว ดาวตกที่เข้ามาในชั้นบรรยากาศจะเริ่มเกิดความร้อนสูงจนเกิดการลุกไหม้ที่ความสูงประมาณ 80-120 กิโลเมตร จึงมักจะสูงเกินกว่าที่จะได้ยินเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งดาวตกอาจจะแผ่คลื่นเสียงกระแทก (sonic boom) ในลักษณะเดียวกันกับเครื่องบินความเร็วเหนือเสียง ซึ่งสอดคล้องกับรายงานการพบเห็นที่ระบุว่าเห็นแสงวาบก่อนที่จะเห็นเสียงตามมา ซึ่งระยะเวลาระหว่างการพบเสียงและแสงนั้นจะขึ้นอยู่กับระยะห่างของดาวตกในขณะที่พบเห็น​ ซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าวัตถุดังกล่าวนั้นจะตกลงมาถึงพื้นโลกเป็นอุกกาบาตหรือไม่ ดาวตกส่วนมากที่ตกลงมานั้นจะไหม้หมดไปในชั้นบรรยากาศ สำหรับอุกกาบาตที่ใหญ่พอจนตกลงมาถึงพื้นโลกได้นั้น มีการประมาณการกันว่ามีอยู่ประมาณ 6,000 ดวงในทุกๆ ปี แต่ส่วนมากนั้นตกลงในมหาสมุทร หรือพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีผู้ใดพบเห็น ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์นั้น มีอุกกาบาตเพียงไม่กี่ชิ้นที่มนุษย์สามารถเก็บขึ้นมาได้หลังจากมีผู้พบเห็นเป็นดาวตกอยู่บนท้องฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในแต่ละวันจะมีอุกกาบาตเข้ามาในชั้นบรรยากาศของโลกเป็นจำนวนมาก แต่โดยทั่วไปจะไหม้หมดไปตั้งแต่ความสูงนับร้อยกม. ในชั้นบรรยากาศ ในทางดาราศาสตร์ถือเป็นเรื่องปกติและสามารถอธิบายได้ ไม่ต้องตื่นตระหนกตกใจเพราะโอกาสที่จะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินนั้นมีความเป็นไปได้น้อยมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107303</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงใหม่, ดาวตก, สดร., สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ, อุกกาบาต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d20a1c3fb8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2021 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2021 08:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชมภาพหายาก &#039;ดวงจันทร์บังดาวอังคาร&#039; พลาดแล้วต้องรออีก 19ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปภาพจาก&amp;nbsp;NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 เมษายน 2564 สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยภาพ &amp;ldquo;ดวงจันทร์บังดาวอังคาร&amp;rdquo; ซึ่งเป็นปรากฎการณ์หายาก&amp;nbsp; โดยภาพดังกล่าวถูกบันทึกไว้ใน คืน 17 เมษายน 2564 ก่อนดาวอังคารแตะขอบดวงจันทร์ เวลา 20:09 น. บันทึกภาพ ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ และขณะดาวอังคารโผล่พ้นออกจากดวงจันทร์ เวลา 21:26 น. บันทึกภาพ ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ดังกล่าวหาชมยากในไทย กระแสในโซเชียลมีเดียคึกคัก สดร. จัดถ่ายทอดสดทางเพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ มีประชาชนให้ความสนใจติดตามชมกว่าหลายพันคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ปรากฏการณ์ดวงจันทร์บังดาวอังคาร ในครั้งนี้ เริ่มสังเกตการณ์ได้ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำทางทิศตะวันตก ดาวอังคารเริ่มสัมผัสขอบดวงจันทร์ในเวลาประมาณ 20:12 น. ค่อย ๆ ลับหายไปด้านหลังของดวงจันทร์ และโผล่พ้นออกมาทั้งดวงอีกครั้งในเวลาประมาณ 21:28 น. (เวลา ณ กรุงเทพมหานคร หากสังเกตการณ์ในพื้นที่อื่น ช่วงเวลาของการบังจะเริ่มและสิ้นสุดไม่พร้อมกัน) คืนดังกล่าวยังตรงกับดวงจันทร์ขึ้น 5 ค่ำ มองเห็นปรากฏการณ์แสงโลก (Earthshine) ได้อย่างชัดเจนอีกด้วย
สำหรับบรรยากาศการเฝ้าติดตามชมปรากฏการณ์ดังกล่าว แม้ว่าสภาพท้องฟ้าจะมีเมฆมากและฝนตกเกือบทุกภูมิภาคในไทย แต่ก็ยังสามารถสังเกตเห็นได้หลายจังหวัด อาทิ เชียงใหม่ นนทบุรี ฉะเชิงเทรา ตราด ระยอง ชลบุรี นครราชสีมา ร้อยเอ็ด สุรินทร์ ขอนแก่น เลย ศรีสะเกษ ระนอง ภูเก็ต สงขลา ยะลา ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#การบังกันของวัตถุท้องฟ้า (Occultations) เป็นปรากฏการณ์ที่วัตถุท้องฟ้าหนึ่งเคลื่อนที่ผ่านหน้ามาบังอีกวัตถุหนึ่งเมื่อสังเกตจากแนวสายตา อาทิ ดวงจันทร์บังดาวเคราะห์ ดวงจันทร์บังดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์บังดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์บังกันเอง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราสามารถใช้ปรากฏการณ์นี้คำนวณหาระยะห่างระหว่างโลกกับดวงจันทร์ คำนวณหาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของวัตถุ ตรวจหาและศึกษาโครงสร้างของชั้นบรรยากาศ รวมถึงการใช้ตรวจหาวงแหวนของดาวเคราะห์ชั้นนอกได้อีกด้วย เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อวงการวิจัยดาราศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดวงจันทร์บังดาวอังคาร&amp;rdquo; เป็นปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่หาชมยาก เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และนานทีจะสังเกตการณ์ได้ในประเทศไทย #ครั้งต่อไปที่สามารถสังเกตได้ในไทย อีก 19 ปีข้างหน้า จะเกิดขึ้นวันที่ 22 มีนาคม 2583 เวลาประมาณ 00:15 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99804</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดวงจันทร์บังดาวอังคาร, สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607b8e11a5c64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดูดาวอังคาร ใกล้โลกที่สุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สดร.ชวนดูดาวอังคารใกล้โลกที่สุด 6 ต.ค.นี้ ปรากฏสีส้มแดงสว่างเด่นชัด ตลอดคืนจนถึงรุ่งเช้า หากฟ้าใสไร้ฝนสังเกตเห็นด้วยตาเปล่าทั่วไทย โดยเตรียมกิจกรรมส่องดู &amp;ldquo;ดาวเคราะห์แดง&amp;rdquo; 4 จุดผ่านกล้องโทรทรรศน์ ที่เชียงใหม่ นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา และสงขลา พร้อมถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ทางเฟซบุ๊ก NARITpage​ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) กล่าวว่า ช่วงเดือนกันยายน หากสังเกตท้องฟ้าทางทิศตะวันออกในตอนกลางคืน จะเริ่มเห็นดาวอังคารสว่างเด่นชัดอยู่บนท้องฟ้า เป็นสัญญาณให้รู้ว่าดาวอังคารจะกลับมาใกล้โลกอีกครั้ง ซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมในการสังเกตการณ์ดาวอังคารใกล้โลกที่สุดคือ ช่วงวันที่ 6-14 ตุลาคม 2563 โดยดาวอังคารจะโคจรอยู่ในตำแหน่งใกล้โลกที่สุดในวันที่ 6 ตุลาคม ห่างจากโลกประมาณ 62 ล้านกิโลเมตร ค่าอันดับความสว่างปรากฏอยู่ที่ประมาณ -2.6 (ค่าอันดับความสว่างปรากฏของดวงจันทร์เต็มดวงประมาณ -12.6) สังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่หากมองผ่านกล้องโทรทรรศน์ขนาด 10 นิ้ว กำลังขยายตั้งแต่ 100 เท่าขึ้นไป จะเห็นพื้นผิวดาวอังคารได้อย่างชัดเจน จากนั้นดาวอังคารจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ ในวันที่ 14 ตุลาคม หมายถึง ดวงอาทิตย์ โลก และดาวอังคารจะเรียงตัวอยู่ในเส้นเดียวกัน เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตก ดาวอังคารจะโผล่ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออกพอดี มีระยะทางห่างจากโลกประมาณ 62.7 ล้านกิโลเมตร ทำให้สามารถสังเกตการณ์ดาวอังคารได้ตลอดทั้งคืนจนถึงรุ่งเช้าของวันถัดไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดาวอังคาร เป็นดาวเคราะห์ในระบบสุริยะลำดับที่ 4 มีขนาดเล็กกว่าโลกครึ่งหนึ่ง พื้นผิวปกคลุมไปด้วยฝุ่นสนิมเหล็ก จึงเห็นเป็นสีส้มแดง เป็นที่มาของชื่อ Mars ในภาษาอังกฤษ ที่ตั้งตามชื่อเทพเจ้าแห่งสงครามของกรีกโรมัน พื้นผิวดาวมีสภาพคล้ายทะเลทราย แต่มีอุณหภูมิต่ำ เป็นดาวเคราะห์ที่คาดว่ามีความเป็นไปได้ที่จะพบสิ่งมีชีวิตมากที่สุด วงโคจรของดาวอังคารค่อนข้างรีเมื่อเทียบกับดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ทำให้ระยะห่างของดาวอังคารในช่วงใกล้โลกแต่ละครั้งไม่เท่ากัน ซึ่งดาวอังคารจะเข้าใกล้โลกในทุกๆ 2 ปี 2 เดือน และจะเข้าใกล้โลกมากที่สุดทุกๆ 15-17 ปี​ ในช่วงนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับสังเกตการณ์ดาวอังคาร เพราะมีระยะทางที่เข้าใกล้โลก และมีความสว่างมาก มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สดร.เตรียมจัดสังเกตการณ์ &amp;ldquo;ดาวอังคารใกล้โลกมากที่สุด&amp;rdquo; วันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2563 และ &amp;ldquo;ดาวอังคารอยู่ตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์&amp;rdquo; ในวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 18.00-22.00 น. จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจมาร่วมส่องดาวเคราะห์แดงผ่านกล้องโทรทรรศน์ สังเกตพื้นผิวดาวอังคารและน้ำแข็งขั้วใต้บนดาวอังคาร พร้อมส่องวัตถุท้องฟ้าที่น่าสนใจอื่นๆ อาทิ ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ กระจุกดาวทรงกลม M4 กระจุกดาวคู่ กาแล็กซีแอนโดรเมดา 4 จุดสังเกตการณ์หลัก ได้แก่ เชียงใหม่ ที่อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม นครราชสีมา ที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา ที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ ฉะเชิงเทรา และสงขลา ที่หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ สงขลา &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือปรากฏการณ์​ทางดาราศาสตร์ ​ไม่เกี่ยวกับดวงเมืองอะไร เพียงแต่ห้วงเวลาตรงกับวันประวัติศาสตร์​ทางการเมืองในอดีตเท่านั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภฤกษ์กล่าวด้วยว่า สดร.ยังร่วมกับเครือข่ายดาราศาสตร์ที่ได้รับมอบกล้องโทรทรรศน์ ในโครงการกระจายโอกาสการเรียนรู้ดาราศาสตร์อีก 460 แห่งทั่วประเทศ นำกล้องโทรทรรศน์มาจัดกิจกรรมสังเกตการณ์แก่นักเรียนและประชาชนในชุมชนใกล้เคียงที่สนใจมาร่วมสังเกตการณ์ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ในครั้งนี้ด้วย ตรวจสอบรายละเอียดได้ทาง http://bit.ly/MemberList-NARIT-DobsonianTelescope2020 และยังมีพิเศษพบกับ Night at the museum เปิดให้เข้าชมนิทรรศการดาราศาสตร์และท้องฟ้าจำลองช่วงกลางคืนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ยกเว้นการเข้าชมท้องฟ้าจำลอง มีค่าธรรมเนียม : เด็ก 30 บาท ผู้ใหญ่ 50 บาท ทั้ง 4 แหล่งการเรียนรู้ดาราศาสตร์ พร้อมเตรียมชมถ่ายทอดสดดาวอังคารใกล้โลกผ่านช่อง NARIT Facebook Live ได้ทาง www.facebook.com/NARITPage. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79134</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศุภฤกษ์ คฤหานนท์, สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f747c964df32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สดร.เตือนชม&#039;สุริยุปราคาบางส่วน&#039;ห้ามดูด้วยตาเปล่าและไม่เกี่ยวดวงเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21​ มิ.ย. 63 - สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ชวนชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วน ในวันนี้ที่เป็นวันครีษมายัน ที่มีเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี ถือเป็นวันเปลี่ยนฤดูกาลเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศทางซีกโลกเหนือ และเปลี่ยนสู่ฤดูหนาวของประเทศในซีกโลกใต้​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า วันอาทิตย์​ที่ 21 มิถุนายนนี้ จะเกิดปรากฏการณ์ สุริยุปราคาบางส่วน เหนือฟ้าเมืองไทย ช่วงเวลาประมาณ 13:00 - 16:10 น. สังเกตได้ทั่วประเทศ และยังตรงกับ วันครีษมายัน (ครีด-สะ-มา-ยัน) (Summer Solstice) วันที่เวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางเหนือมากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศุภฤกษ์ ระบุว่า สำหรับประเทศไทยนั้น ในวันดังกล่าวดวงอาทิตย์จะขึ้นเวลาประมาณ 05:51 น. ตกลับขอบฟ้าเวลาประมาณ 18:47 น. รวมเวลาที่ดวงอาทิตย์ปรากฏอยู่บนท้องฟ้านานถึง 12 ชั่วโมง 56 นาที ส่งผลให้เป็นวันที่ช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี ประเทศทางซีกโลกเหนือนับเป็นวันที่เข้าสู่ฤดูร้อน ส่วนประเทศทางซีกโลกใต้ช่วงกลางวันจะสั้นที่สุด นับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูหนาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในระยะเวลา 1 ปี โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ จะเกิดปรากฏการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการขึ้น - ตก ของดวงอาทิตย์ทั้งหมด 4 ครั้ง ได้แก่ วันครีษมายัน วันที่กลางวันยาวนานที่สุด วันเหมายัน วันที่กลางคืนยาวนานที่สุด วันวสันตวิษุวัตและวันศารทวิษุวัต วันที่มีกลางวันและกลางคืนยาวนานเท่ากัน​ ซึ่งวันที่ 21 มิถุนายนปีนี้นับเป็นโอกาสดีที่จะได้สังเกตปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ทั้งสองในวันเดียวกัน ชมสุริยุปราคาบางส่วนเหนือฟ้าเมืองไทยในวันที่กลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. ระบุด้วยว่า สำหรับปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วน​นอกจากจะสังเกตการณ์ได้เองผ่านอุปกรณ์กรองแสงอาทิตย์แล้ว ยังสามารถรับชมถ่ายทอดสดปรากฏการณ์ จาก 4 ภูมิภาค ได้แก่ &amp;nbsp;ภาคเหนือ : อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ. แม่ริม &amp;nbsp;จ. เชียงใหม่ &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ นครราชสีมา ภาคกลาง : หอดูดาว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉลิมพระเกียรติฯ ฉะเชิงเทรา และ ภาคใต้ : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ สงขลา ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ​www.facebook.com/NARITpage ตั้งแต่เวลา 13:00 - 16:10 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย​ สดร.มีการแนะนำวิธีชมสุริยุปราคาบางส่วนอย่างปลอดภัยด้วย​ อย่ามองด้วยตาเปล่า​ และปรากฏการณ์​นี้เป็นเรื่องธรรมชาติทางดาราศาสตร์ไม่เกี่ยวกับดวงเมืองหรือความเชื่ออื่นใด http://www.narit.or.th/index.php/news/1139-narit-partial-solar-eclipse-2020-june-suggestion.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69287</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรากฏการณ์สุริยุปราคา, สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ, เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200621/image_big_5eef03acab3d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
