<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105776</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 13:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฟู้ดเดลิเวอรี&#039;ก่อขยะเพิ่มปีละ 6.3 พันล้านชิ้นใน 4 ปีข้างหน้า จุฬาฯแนะวิธีลด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นับตั้งแต่เกิดการระบาดโรคโควิด-19 ธุรกิจการสั่งอาหารออนไลน์เติบโตขึ้นมาก พร้อมๆ กับปริมาณขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมถึง 60 % สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ ชี้ถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันลดปัญหาขยะด้วยหลัก 3 Re&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ย้อนกลับไปราว 2-3 ปีที่แล้ว กระแสรักษ์สิ่งแวดล้อมในสังคมไทยปรากฏชัดมากจากนโยบายลดและกำจัดขยะที่ทยอยประกาศออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการงดใช้ถุงพลาสติกบรรจุสินค้าจากร้านค้า การรณรงค์ใช้ภาชนะที่ย่อยสลายได้แทนการใช้กล่องโฟมหรือพลาสติก ขณะที่ผู้บริโภคก็หันมาพกถุงผ้า กระติกน้ำ กล่องข้าว จนเริ่มกลายเป็นภาพที่เคยชิน หลายคนเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองจนเริ่มเป็นนิสัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม หลังการแพร่ระบาดหนักของเชื้อไวรัสโคโรน่าตั้งแต่ต้นปี 2563 ตามด้วยมาตรการกักตัวอยู่บ้านเพื่อรักษาระยะห่างและลดโอกาสติดเชื้อ พฤติกรรมรักษ์โลกก็จำต้องถูกพักไว้ชั่วคราว แทนที่ด้วยการสั่งอาหารออนไลน์ ซึ่งมาพร้อมกับภาชนะและถุงพลาสติกเป็นจำนวนมากราวปีละหลายพันล้านชิ้น แม้แต่การรับประทานในร้านอาหารก็ยังใช้ถุงร้อนบรรจุจานชามและช้อนส้อมของแต่ละคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหากลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ได้รับการคลี่คลายลง เมื่อสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาแนะนำวิธีจัดการขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปริมาณขยะพลาสติกจากการสั่งอาหารออนไลน์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานจากสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ ระบุว่าปริมาณขยะพลาสติกในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2563 เพิ่มสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2562 ถึงร้อยละ 62 ซ้ำยังเป็นขยะที่นำไปรีไซเคิลได้น้อย เพราะส่วนมากเป็นขยะถุงพลาสติกหูหิ้ว ถุงร้อนใส่อาหาร กล่องโฟมใส่อาหาร ขวดและแก้วน้ำพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม ยังคาดการณ์ด้วยว่า ปริมาณขยะพลาสติกจากธุรกิจจัดส่งอาหารออนไลน์ภายใน 4 ปีข้างหน้า (พ.ศ.2568) จะเพิ่มขึ้นถึงกว่า 2,325&amp;ndash;6,395 พันล้านชิ้นต่อปี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลัก &amp;ldquo;3 Re&amp;rdquo; ลดขยะจากอาหารออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เรากดสั่งอาหารออนไลน์ เรามักจะนึกเพียงเมนูและราคาอาหาร ยิ่งสั่งหลายรายการ ก็ยิ่งได้รับส่วนลดมากขึ้นจากการแข่งขันทางธุรกิจของเจ้าของแพลตฟอร์มรับจัดส่งอาหาร ซึ่งอาจไม่ทันเฉลียวใจว่าเราต่างกำลังเพิ่มปริมาณขยะพลาสติก กว่าจะรู้ตัวอีกครั้งก็หลังบริโภค หลายคนจึงทำได้เพียงแยกประเภทขยะก่อนทิ้ง บางคนอาจทำมากกว่านี้ด้วยการลงมือล้างทำความสะอาดขยะแล้วผึ่งให้แห้งก่อนนำไปทิ้งในถังขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บทบาทของเจ้าของแพลตฟอร์มรับสั่งและส่งอาหารจะทำอะไรได้บ้าง? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธุรกิจรับสั่งและส่งอาหารที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ถึงวันนี้ ลำพังกลยุทธ์การแข่งขันด้านราคาและความรวดเร็วอาจไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จอีกต่อไปเมื่อผู้บริโภครู้จักเลือกผู้ให้บริการที่คำนึงถึงคุณภาพสิ่งแวดล้อมบนโลกใบนี้ นี่คือความท้าทายครั้งใหม่ของผู้ประกอบการที่มองการณ์ไกล หันมาใส่ใจกับการลดขยะพลาสติกที่กำลังท่วมโลก ชิงความเป็นผู้นำในบริการขนส่งอาหาร สร้างความแตกต่างในธุรกิจพร้อมโอกาสเพิ่มรายได้จากภาพลักษณ์ &amp;ldquo;สีเขียว&amp;rdquo; ก่อนใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ ปรับหลักการ 3 Re ที่เราคุ้นเคยให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;Reduce &amp;ndash; มาตรการลดการใช้ ข้อนี้ เจ้าของแพลตฟอร์มทำได้ทันทีด้วยการเพิ่มฟังก์ชัน &amp;ldquo;ไม่รับช้อนส้อมพลาสติก&amp;rdquo; แบบอัตโนมัติ หากลูกค้าต้องการรับด้วยจึงเพิ่มด้วยตนเองภายหลัง ปัจจุบัน ทั่วโลกเริ่มมีบริการเช่นนี้ บางแห่งใช้เป็นแรงจูงใจโดยเพิ่มส่วนลดให้แก่ลูกค้าที่ไม่รับซึ่งได้ผล ลูกค้าส่วนใหญ่เลือกส่วนลดแทนอุปกรณ์พลาสติก ขณะที่ฝ่ายเจ้าของแพลตฟอร์มก็ต้องกำชับกับร้านค้าในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Replace &amp;ndash; มาตรการใช้บรรจุภัณฑ์ทางเลือก แนวทางนี้น่าจะควบคุมได้ไม่มากเนื่องจากต้องเริ่มที่ต้นทางคือร้านอาหาร หากได้ผล วิธีนี้จะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกได้มากโดยผู้บริโภคไม่ต้องกังวล และจะยิ่งได้ผลเร็วขึ้นหากได้รับความร่วมมือจากภาครัฐในการควบคุมราคาทุนของบรรจุภัณฑ์ทางเลือกซึ่งปัจจุบันยังมีราคาสูงกว่าบรรจุภัณฑ์พลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Reuse &amp;ndash; มาตรการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำได้ แนวทางนี้ยังไม่เป็นที่นิยมในประเทศไทยแต่ผู้ประกอบการรายย่อยบางรายก็เริ่มทดลองใช้มาตรการนี้แล้ว เช่น การใช้ระบบมัดจำ-ส่งคืน (deposit-return system) โดยกำหนดจุดรับคืนภาชนะตามอาคารย่านธุรกิจและที่พักอาศัย ไม่ก็นัดหมายส่งคืนผ่านแอปพลิเคชัน แนวทางนี้น่าจะเป็นวิธีที่ลดปริมาณขยะได้มากที่สุดหากผู้บริโภคเห็นความสำคัญและให้ความร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐต้องเข้ม บังคับใช้มาตรการ&amp;nbsp;?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการควบคุมการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก (Plastic Ban Policy) ในสาธารณรัฐประชาชนจีน คือกรณีศึกษาที่ชี้ว่าหากภาครัฐเข้มงวด มาตรการบังคับใช้ย่อมได้ผล เช่น การห้ามแจกถุงพลาสติกในแผนกซุปเปอร์มาร์เก็ต ห้ามใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายไม่ได้ในธุรกิจจัดส่งอาหารออนไลน์ในเมืองใหญ่อย่างกรุงปักกิ่งก่อนที่จะขยายผลครอบคลุมเมืองอื่น ๆ ทั่วประเทศ เช่นเดียวกับหลายประเทศในสหภาพยุโรปที่ออกกฎห้ามผลิตและใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง 8 ชนิด ได้แก่ ช้อน ส้อม มีด ตะเกียบ จาน หลอด ก้านทำความสะอาดหู แท่งคนเครื่องดื่ม ก้านลูกโป่ง กล่องโฟม และผลิตภัณฑ์ที่ผสมสาร OXO (พลาสติกไม่ย่อยสลายทางชีวภาพ) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งสองกรณีศึกษาสะท้อนความสำคัญของท่าทีและบทบาทภาครัฐ ซึ่งมีศักยภาพในการใช้มาตรการระงับวงจรการก่อขยะพลาสติกได้อย่างจริงจังและกว้างขวาง ขณะที่รัฐบาลไทยยังคงเลือกวิธีการ &amp;ldquo;ขอความร่วมมือ&amp;rdquo; มากกว่าการบังคับ ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ต้องการความมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย โดยเฉพาะภาคธุรกิจ ซึ่งหากได้ผลเป็นรูปธรรม มาตรการเข้มงวดใด ๆ ก็ไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้หลาย ๆ คนได้แนวทางที่จะสั่งอาหารออนไลน์ให้เกิดขยะอย่างน้อยที่สุดแล้ว ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถกำจัดขยะพลาสติกที่เกิดจากการสั่งอาหารออนไลน์ได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นในสถานการณ์เช่นนี้ อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; สามารถที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการขยะพลาสติกที่ล้นเมืองนี้ได้ ถ้าหากทุกภาคส่วนเกิดความตระหนักต่อปัญหาขยะ และมีการร่วมกันแก้ไขปัญหาขยะกันอย่างจริงจังกันอย่างเช่นช่วงก่อนหน้าที่จะเกิดสถานการณ์โควิดได้ อีกไม่นานจะได้เห็นตัวเลขปริมาณขยะพลาสติกลดลงได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105776</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะพลาสติกจากฟู้ดเดลิเวอรี, สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม, อาหารออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c05b958ef52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ชู  BCG Model ตอบโจทย์ขับเคลื่อนประเทศไทย ผนึกกำลัง สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ ติวเข้ม 50 ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบ BCG</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ชู BCG Model ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศไทย ผนึกกำลังสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ ติวเข้ม พัฒนาศักยภาพ 50 ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบ BCG &amp;nbsp;อัดแน่นทั้งทั้งภาคทฤษฎีและเวิร์คช็อปการออกแบบกระบวนการผลิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดอบรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ระหว่างวันที่ 18 - 20 มีนาคม 2564 ณ ห้องประชุมเรือนจุฬานฤมิตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การจัดอบรมครั้งนี้ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการใช้วัตถุดิบให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างสรรค์ผลงานตามแนวคิด&amp;nbsp; BCG ด้วยการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับกรณีศึกษา CE ของประเทศไทย การเพิ่มมูลค่าและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วย BCG Model แนวทางการใช้มาตรฐาน CE (Circular Economy) ในสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก การจัดการของเสียอันตรายและสารเคมีในสถานประกอบการ และ Workshop การออกแบบกระบวนการผลิตตามหลักการ BCG Model โดยมีผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วย ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ผู้ประกอบการโรงแรม และประชาชนผู้สนใจกว่า 50 คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายสุรชัย อจลบุญ&amp;nbsp; อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการอบรม ว่า &amp;ldquo;การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบ BCG ปี 2564&amp;rdquo;&amp;nbsp; ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นการตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ ภายใต้การยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ประเทศไทยเกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่พัฒนาคุณภาพคนและคุณภาพชีวิตไปพร้อม ๆ กัน ตามยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG พ.ศ. 2564 &amp;ndash; 2569 มุ่งสู่การเติบโตที่สมดุลด้วยการลดและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างคุ้มค่า พัฒนาการผลิตและบริการด้วยความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สร้างเศรษฐกิจโดยกระจายความเท่าเทียม และผู้ประกอบการมีภูมิคุ้มกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo; ทั้งนี้ &amp;nbsp;BCG Model มีองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน คือ หนึ่ง เศรษฐกิจชีวภาพ หรือ Bio Economy ระบบเศรษฐกิจชีวภาพ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยเน้นการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่า สอง เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy คำนึงถึงการนำวัสดุต่าง ๆ กลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด และ สาม เศรษฐกิจสีเขียว หรือ Green Economy ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อนำเอาทรัพยากรที่มีอยู่นำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดการปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวต่อไปว่า ดังนั้นการพัฒนาการผลิตและบริการโดยใช้ BCG Model จึงเป็นการส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชน สร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการ เกิดอาชีพใหม่ที่สามารถรองรับแนวทางการผลิตและบริการ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ ที่เข้าสู่การผลิตและบริการที่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo; ดังนั้นการที่ผู้ประกอบการในธุรกิจการผลิตและบริการที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันและดูแลสิ่งแวดล้อมจากการประกอบกิจการ ถือเป็นกลไกลสำคัญในการขับเคลื่อนสู่สังคมและวิถีชีวิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อมุ่งสู่การเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันจะนำมาซึ่งประโยชน์ให้กับคนไทยทั้งประเทศ&amp;rdquo; นายสุรชัย กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96488</URL_LINK>
                <HASHTAG>BCG Model, กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายสุรชัย อจลบุญ, สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_60531421ae249.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
