<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฟู้ดเดลิเวอรี&#039;ก่อขยะเพิ่มปีละ 6.3 พันล้านชิ้นใน 4 ปีข้างหน้า จุฬาฯแนะวิธีลด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นับตั้งแต่เกิดการระบาดโรคโควิด-19 ธุรกิจการสั่งอาหารออนไลน์เติบโตขึ้นมาก พร้อมๆ กับปริมาณขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมถึง 60 % สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ ชี้ถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันลดปัญหาขยะด้วยหลัก 3 Re&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ย้อนกลับไปราว 2-3 ปีที่แล้ว กระแสรักษ์สิ่งแวดล้อมในสังคมไทยปรากฏชัดมากจากนโยบายลดและกำจัดขยะที่ทยอยประกาศออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการงดใช้ถุงพลาสติกบรรจุสินค้าจากร้านค้า การรณรงค์ใช้ภาชนะที่ย่อยสลายได้แทนการใช้กล่องโฟมหรือพลาสติก ขณะที่ผู้บริโภคก็หันมาพกถุงผ้า กระติกน้ำ กล่องข้าว จนเริ่มกลายเป็นภาพที่เคยชิน หลายคนเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองจนเริ่มเป็นนิสัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม หลังการแพร่ระบาดหนักของเชื้อไวรัสโคโรน่าตั้งแต่ต้นปี 2563 ตามด้วยมาตรการกักตัวอยู่บ้านเพื่อรักษาระยะห่างและลดโอกาสติดเชื้อ พฤติกรรมรักษ์โลกก็จำต้องถูกพักไว้ชั่วคราว แทนที่ด้วยการสั่งอาหารออนไลน์ ซึ่งมาพร้อมกับภาชนะและถุงพลาสติกเป็นจำนวนมากราวปีละหลายพันล้านชิ้น แม้แต่การรับประทานในร้านอาหารก็ยังใช้ถุงร้อนบรรจุจานชามและช้อนส้อมของแต่ละคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหากลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ได้รับการคลี่คลายลง เมื่อสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาแนะนำวิธีจัดการขยะพลาสติกที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปริมาณขยะพลาสติกจากการสั่งอาหารออนไลน์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานจากสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ ระบุว่าปริมาณขยะพลาสติกในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2563 เพิ่มสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2562 ถึงร้อยละ 62 ซ้ำยังเป็นขยะที่นำไปรีไซเคิลได้น้อย เพราะส่วนมากเป็นขยะถุงพลาสติกหูหิ้ว ถุงร้อนใส่อาหาร กล่องโฟมใส่อาหาร ขวดและแก้วน้ำพลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม ยังคาดการณ์ด้วยว่า ปริมาณขยะพลาสติกจากธุรกิจจัดส่งอาหารออนไลน์ภายใน 4 ปีข้างหน้า (พ.ศ.2568) จะเพิ่มขึ้นถึงกว่า 2,325&amp;ndash;6,395 พันล้านชิ้นต่อปี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลัก &amp;ldquo;3 Re&amp;rdquo; ลดขยะจากอาหารออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เรากดสั่งอาหารออนไลน์ เรามักจะนึกเพียงเมนูและราคาอาหาร ยิ่งสั่งหลายรายการ ก็ยิ่งได้รับส่วนลดมากขึ้นจากการแข่งขันทางธุรกิจของเจ้าของแพลตฟอร์มรับจัดส่งอาหาร ซึ่งอาจไม่ทันเฉลียวใจว่าเราต่างกำลังเพิ่มปริมาณขยะพลาสติก กว่าจะรู้ตัวอีกครั้งก็หลังบริโภค หลายคนจึงทำได้เพียงแยกประเภทขยะก่อนทิ้ง บางคนอาจทำมากกว่านี้ด้วยการลงมือล้างทำความสะอาดขยะแล้วผึ่งให้แห้งก่อนนำไปทิ้งในถังขยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บทบาทของเจ้าของแพลตฟอร์มรับสั่งและส่งอาหารจะทำอะไรได้บ้าง? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธุรกิจรับสั่งและส่งอาหารที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ถึงวันนี้ ลำพังกลยุทธ์การแข่งขันด้านราคาและความรวดเร็วอาจไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จอีกต่อไปเมื่อผู้บริโภครู้จักเลือกผู้ให้บริการที่คำนึงถึงคุณภาพสิ่งแวดล้อมบนโลกใบนี้ นี่คือความท้าทายครั้งใหม่ของผู้ประกอบการที่มองการณ์ไกล หันมาใส่ใจกับการลดขยะพลาสติกที่กำลังท่วมโลก ชิงความเป็นผู้นำในบริการขนส่งอาหาร สร้างความแตกต่างในธุรกิจพร้อมโอกาสเพิ่มรายได้จากภาพลักษณ์ &amp;ldquo;สีเขียว&amp;rdquo; ก่อนใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ ปรับหลักการ 3 Re ที่เราคุ้นเคยให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;Reduce &amp;ndash; มาตรการลดการใช้ ข้อนี้ เจ้าของแพลตฟอร์มทำได้ทันทีด้วยการเพิ่มฟังก์ชัน &amp;ldquo;ไม่รับช้อนส้อมพลาสติก&amp;rdquo; แบบอัตโนมัติ หากลูกค้าต้องการรับด้วยจึงเพิ่มด้วยตนเองภายหลัง ปัจจุบัน ทั่วโลกเริ่มมีบริการเช่นนี้ บางแห่งใช้เป็นแรงจูงใจโดยเพิ่มส่วนลดให้แก่ลูกค้าที่ไม่รับซึ่งได้ผล ลูกค้าส่วนใหญ่เลือกส่วนลดแทนอุปกรณ์พลาสติก ขณะที่ฝ่ายเจ้าของแพลตฟอร์มก็ต้องกำชับกับร้านค้าในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Replace &amp;ndash; มาตรการใช้บรรจุภัณฑ์ทางเลือก แนวทางนี้น่าจะควบคุมได้ไม่มากเนื่องจากต้องเริ่มที่ต้นทางคือร้านอาหาร หากได้ผล วิธีนี้จะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกได้มากโดยผู้บริโภคไม่ต้องกังวล และจะยิ่งได้ผลเร็วขึ้นหากได้รับความร่วมมือจากภาครัฐในการควบคุมราคาทุนของบรรจุภัณฑ์ทางเลือกซึ่งปัจจุบันยังมีราคาสูงกว่าบรรจุภัณฑ์พลาสติก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Reuse &amp;ndash; มาตรการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำได้ แนวทางนี้ยังไม่เป็นที่นิยมในประเทศไทยแต่ผู้ประกอบการรายย่อยบางรายก็เริ่มทดลองใช้มาตรการนี้แล้ว เช่น การใช้ระบบมัดจำ-ส่งคืน (deposit-return system) โดยกำหนดจุดรับคืนภาชนะตามอาคารย่านธุรกิจและที่พักอาศัย ไม่ก็นัดหมายส่งคืนผ่านแอปพลิเคชัน แนวทางนี้น่าจะเป็นวิธีที่ลดปริมาณขยะได้มากที่สุดหากผู้บริโภคเห็นความสำคัญและให้ความร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐต้องเข้ม บังคับใช้มาตรการ&amp;nbsp;?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการควบคุมการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก (Plastic Ban Policy) ในสาธารณรัฐประชาชนจีน คือกรณีศึกษาที่ชี้ว่าหากภาครัฐเข้มงวด มาตรการบังคับใช้ย่อมได้ผล เช่น การห้ามแจกถุงพลาสติกในแผนกซุปเปอร์มาร์เก็ต ห้ามใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายไม่ได้ในธุรกิจจัดส่งอาหารออนไลน์ในเมืองใหญ่อย่างกรุงปักกิ่งก่อนที่จะขยายผลครอบคลุมเมืองอื่น ๆ ทั่วประเทศ เช่นเดียวกับหลายประเทศในสหภาพยุโรปที่ออกกฎห้ามผลิตและใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง 8 ชนิด ได้แก่ ช้อน ส้อม มีด ตะเกียบ จาน หลอด ก้านทำความสะอาดหู แท่งคนเครื่องดื่ม ก้านลูกโป่ง กล่องโฟม และผลิตภัณฑ์ที่ผสมสาร OXO (พลาสติกไม่ย่อยสลายทางชีวภาพ) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งสองกรณีศึกษาสะท้อนความสำคัญของท่าทีและบทบาทภาครัฐ ซึ่งมีศักยภาพในการใช้มาตรการระงับวงจรการก่อขยะพลาสติกได้อย่างจริงจังและกว้างขวาง ขณะที่รัฐบาลไทยยังคงเลือกวิธีการ &amp;ldquo;ขอความร่วมมือ&amp;rdquo; มากกว่าการบังคับ ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ต้องการความมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย โดยเฉพาะภาคธุรกิจ ซึ่งหากได้ผลเป็นรูปธรรม มาตรการเข้มงวดใด ๆ ก็ไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้หลาย ๆ คนได้แนวทางที่จะสั่งอาหารออนไลน์ให้เกิดขยะอย่างน้อยที่สุดแล้ว ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถกำจัดขยะพลาสติกที่เกิดจากการสั่งอาหารออนไลน์ได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นในสถานการณ์เช่นนี้ อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; สามารถที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการจัดการขยะพลาสติกที่ล้นเมืองนี้ได้ ถ้าหากทุกภาคส่วนเกิดความตระหนักต่อปัญหาขยะ และมีการร่วมกันแก้ไขปัญหาขยะกันอย่างจริงจังกันอย่างเช่นช่วงก่อนหน้าที่จะเกิดสถานการณ์โควิดได้ อีกไม่นานจะได้เห็นตัวเลขปริมาณขยะพลาสติกลดลงได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105775</URL_LINK>
                <HASHTAG>3Re, ขยะพลาสติก, สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c05b958ef52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2019 20:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2019 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่องนโยบายสิ่งแวดล้อม ก่อนเลือกตั้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ศิริภา อินทวิเชียร นักการเมืองหญิงรุ่นใหม่ พรรคประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมนับเป็นภัยสำคัญที่ส่งผลกระทบกับผู้คนในวงกว้าง ทั้งยังเชื่อมโยงกับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาวะการเมืองที่กำลังร้อนแรงกลับเป็นที่น่าสังเกตว่า เรื่องสิ่งแวดล้อมของไทยดูจะเลือนรางจากกระแสความสนใจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในโอกาสที่สังคมไทยเดินหน้าเข้าสู่โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 และเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต 17 มีนาคมนี้ สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ตัวแทนพรรคการเมืองในหัวข้อ &amp;quot;นโยบายสิ่งแวดล้อมกับการเมืองไทย : เป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;quot; ณ อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวทีนี้เปิดโอกาสให้ว่าที่ ส.ส.จากพรรคการเมืองต่างๆ เผยแพร่แนวคิดและนโยบายสิ่งแวดล้อมของพรรคตนเอง รวมทั้งเปิดให้มีการแลกเปลี่ยน ตั้งคำถามระหว่างนักวิชาการกับตัวแทนพรรคเพื่อรับฟังนโยบายของพรรคการเมือง จะยกเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นวาระสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศเพียงใด โดยมีพรรคการเมือง 3 พรรคเข้าร่วม ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคอนาคตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนเปิดเวทีดีเบตส่องนโยบายสิ่งแวดล้อม ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวในหัวข้อ นโยบายสาธารณะด้านสิ่งแวดล้อมและขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs โดยระบุว่า ประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจเกิดเวทีดีเบตของพรรคการเมืองหลายวงตลอดเดือนที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ สำหรับ 3 โจทย์เรื่องสิ่งแวดล้อมไทยเป็นการบ้านที่ผู้สมัครพรรคต่างๆ เลี่ยงไม่พ้น คือ ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม ทั้งด้านระบบนิเวศ เช่น มลพิษฝุ่น PM 2.5 แสดงถึงผังเมืองและระบบคมนาคมที่ไม่เหมาะสม ระบบอีไอเอขาดประสิทธิภาพ มาตรการลดผลกระทบจากการก่อสร้างในรายงานไม่ได้นำมาปฏิบัติ จนกระทั่งกรณีเขาหัวโล้น จ.น่าน มีการบุกรุกพื้นที่ต้นน้ำป่าหายไป 1.2 ล้านไร่ จากปัญหาความยากจน ปรากฏการณ์สิ่งแวดล้อม สะท้อนโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; ความขัดแย้งเรื่องสิ่งแวดล้อมและการพัฒนารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ คดีปกครองกว่าหมื่นคดีอยู่ในศาลปกครอง มีความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อม การพัฒนาที่ยั่งยืนและกระบวนการนโยบายสาธารณะในเมกะโปรเจ็กต์พัฒนาหัวเมืองหลักอีอีซี อยากเห็นนโยบายพรรคสร้างการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายและประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมมากกว่าแค่หย่อนบัตรเลือกตั้ง โดยประชาชนต้องร่วมให้ข้อมูล รับฟังความเห็น การปรึกษาหารือ ไม่ใช่ไปจบหน้าศาลปกครอง &amp;quot; ดร.บัณฑูรกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรรมการปฏิรูปฯ ยังเรียกร้องให้พรรคการเมืองทำนโยบายประเมินการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA ซึ่งต่างจากรายงาน EIA ที่หาคำตอบให้กับโครงการที่มีอยู่แล้ว เพราะรายงาน SEA จะหาทางเลือกรอบด้านก่อนจัดทำโครงการ สมัยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ปี 51 เคยแถลงนโยบายเชิงกลยุทธ์นี้ เช่นเดียวกับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ปี 54 แถลงนโยบายให้เพิ่มการประเมิน SEA แต่ขาดความต่อเนื่องในการพัฒนากลไกระบบประเมินดังกล่าว นอกจากนี้ ข้อมูลปี 59 มีโครงการรับเข้าใหม่ 1,759 โครงการ แต่ผ่านความเห็นชอบ EIA-EHIA กว่า 500 โครงการ ปัจจุบัน EIA มีปัญหาที่ระบบติดตามหลังอนุมัติอนุญาตโครงการ ต้องปิดช่องโหว่นี้ อีกทั้งมีหลายโครงการก่อสร้างผู้ประกอบการหลบเลี่ยงมาตรการนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ตัวแทนคนรุ่นใหม่จาก&amp;nbsp;3 พรรคการเมืองโชว์นโยบายสิ่งแวดล้อมของพรรคชัดๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถึงเวลาแจงนโยบาย มาฟังชัดๆ แต่ละพรรคมีหมัดเด็ดอะไรบ้าง ศิริภา อินทวิเชียร นักการเมืองหญิงรุ่นใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การพัฒนาที่ไม่ยั่งยืนจะก่อให้เกิดทรัพยากรเสื่อมโทรมและสิ้นเปลืองทรัพยากร ทางพรรคมีนโยบายครอบคลุมทุกมิติเพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน บรรลุเป้าหมาย SDGs โดยยึดหลักเกณฑ์รัฐสามารถทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ทำงานอย่างโปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ นอกจากนี้จะสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคประชาชน เอกชน เพื่อบรรเทาปัญหาสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; ปชป.ชูนโยบายสิ่งแวดล้อม 6 ด้าน ด้านพลังงาน ไม่เห็นด้วยกับการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยจะส่งเสริมพลังงานสะอาด พลังงานทดแทน และส่งเสริมให้ภาคเอกชน ภาคประชาชนมีส่วนร่วมผลิตไฟฟ้าใช้เองและขายไฟคืนให้การไฟฟ้า รวมถึงสนับสนุนน้ำมันบี 20 และบี 100 เพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก ด้านป่าไม้และสัตว์ป่า จะเพิ่มพื้นที่ป่าร้อยละ 50 หรือ 160 ล้านไร่ เพื่อปกป้องป่า โดยพื้นที่ 30% อนุรักษ์เป็นป่าต้นน้ำและใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อีก 20% เป็นพื้นที่ป่าชุมชน มีกติกาการใช้ประโยชน์ รวมถึงจะจัดทำแนวเขตป่าให้แล้วเสร็จภายใน 4 ปี โดยภาครัฐและท้องถิ่นมีส่วนร่วม อีกทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดป้องกันการลักลอบค้าสัตว์ป่า&amp;quot; ศิริภากล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาขยะเป็นอีกนโยบายที่นักการเมืองหญิงโชว์วิสัยทัศน์ โดยระบุจะส่งเสริมการผลิตขยะเชื้อเพลิง (RDF)&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่วยสามารถลดปริมาณขยะที่จะนำไปฝังกลบ ลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งสามารถนำขยะมาผลิตเป็นพลังงานทดแทน ในพื้นที่เทศบาลต่างๆ ที่มีความพร้อมจะหนุนเสริมให้องค์ความรู้และเพิ่มกลไกการทำงานให้คล่องตัว คนก็สำคัญ จะรณรงค์ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดใช้ถุงพลาสติกและพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง โดยจะมีมาตรการทางภาษีเข้ามากำกับดูแล รวมถึงหนุน อปท. จัดการขยะครบวงจร ทั้งขยะอันตราย ขยะมูลฝอย ขยะพลาสติก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนนโยบายการจัดการคุณภาพอากาศ เธอย้ำว่า คนกรุงเผชิญฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 ปชป.มีแผนคลอดมาตรการฉุกเฉินกรณีเกิดวิกฤติมลพิษและปรับปรุงกฎหมายให้คล่องตัวมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาการปัดความรับผิดชอบของหน่วยงาน แนวทางจำกัดจำนวนรถยนต์เข้าพื้นที่ก็ทำควบคู่กัน แต่ต้องหารือเพื่อให้เกิดความเหมาะสม อีกทั้งจะเร่งยกระดับยานยนต์ไทย การปล่อยฝุ่นพิษภาคอุตสาหกรรมก็ต้องได้รับการตรวจสอบ จะมีการตรวจวัดมลพิษที่ปลายปล่อง รวมถึงเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กรุงเทพฯ ใช้ต้นไม้กรองฝุ่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; นิติพล ผิวเหมาะ พรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อและผู้ผลักดันนโยบายสิ่งแวดล้อมและสิทธิสัตว์ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ตนมองสิ่งแวดล้อมในมิติใหม่ มนุษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเดียว แต่ยังมีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ พรรคอนาคตใหม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และออกแบบนโยบายหลายด้าน เริ่มจากขยะพลาสติกปัญหาสำคัญ ทุกนาทีมีถุงพลาสติก 1.6 แสนใบทิ้งสู่ทะเล ไทยสร้างขยะทะเลติดอันดับ 6 ของโลก เราเสนอเลิกใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้งภายใน 4 ปี และจะให้งบประมาณสนับสนุนการคิดค้นวิจัยสร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อหาวัสดุทดแทนพลาสติก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนปัญหา EIA ต้องแก้ไข นิติพลกล่าวว่า ต้องดำเนินการจัดตั้งกองทุน EIA จัดหาบริษัททำรายงาน EIA ที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ เพื่อทำหน้าที่ประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม รวมถึงประเมินประกันภัย หากโครงการดังกล่าวสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน นอกจากนี้ คิดว่าการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม คนส่วนกลางคิดแทนคนภูมิภาคต่างๆ ไม่ได้ รูปแบบหนึ่งที่เรานำเสนอคือ รายได้จากการจัดเก็บภาษีของแต่ละจังหวัด ร้อยละ 50 ไม่ต้องส่งเข้าส่วนกลาง แต่ให้นำมาใช้หนุนการศึกษาและวิจัยเพื่อพัฒนาจังหวัดอย่างยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พรรคเน้นนโยบายกระจายอำนาจ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นเรื่องป่า นิติพลกล่าวว่า ต้องจัดสรรที่ดินให้คนอยู่กับป่าได้ ไม่ไล่คนออกจากป่า แต่ส่งเสริมเกษตรทางเลือกให้ชาวบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ ป่าต้องอนุรักษ์โดยคนในพื้นที่ควรสนับสนุนให้ปลูกกาแฟใต้ร่มไม้ใหญ่บนพื้นที่สูง แนวทางนี้นอกจากหยุดการแผ้วถางและเผาป่าทำเกษตรเชิงเดี่ยวแล้ว ช่วยรักษาต้นไม้ใหญ่ ช่วยยุติปัญหาหมอกควันพิษ และสร้างรายได้ให้ชุมชน แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนปัญหา PM 2.5 ในเมืองใหญ่ ว่าที่ ส.ส.บอกจะต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติคนเมืองให้เห็นว่าเป็นภัยใกล้ตัว และไม่ใช่เรื่องของคนโลกสวย การควบคุมมลพิษจากภาคขนส่งและการคมนาคมในมหานครจะต้องดำเนินการให้ได้ รวมถึงเพิ่มการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนให้แก่ประชาชน ลดการใช้รถส่วนตัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;นอกจากนี้ พรรคอนาคตใหม่ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.โรงงานฉบับใหม่ กำหนดผู้ประกอบการโรงงานขนาดเล็ก ที่มีเครื่องจักรกำลังต่ำกว่า 50 แรงม้า และมีคนงานต่ำกว่า 50 คน ไม่ต้องมาอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ และไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการตาม พ.ร.บ.โรงงานทุก 5 ปี กฎหมายไม่ได้ช่วยป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่จะส่งผลเสียมากขึ้นด้วย&amp;quot; นักการเมืองรุ่นใหม่จากอนาคตใหม่ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ หรือ &amp;quot;ผู้กองมาร์ค&amp;quot;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ หรือ &amp;quot;ผู้กองมาร์ค&amp;quot;&amp;nbsp; รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ต้องเร่งแก้ไขคือ ฝุ่นพิษ PM 2.5 ซึ่งเกิดขึ้นร้อยละ 50 ของพื้นที่ในประเทศไทย ไม่เฉพาะกรุงเทพฯ การดำเนินงานแก้ไขจะสนับสนุนให้มีเครื่องตรวจวัดฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่เสี่ยงหมอกควัน และมีการรายงานผลเพื่อเตือนภัยประชาชนเมื่ออยู่ในเกณฑ์เริ่มกระทบสุขภาพผ่านระบบออนไลน์ นอกจากนี้ การแก้ปัญหามลพิษอากาศจะต้องส่งเสริมพลังงานสะอาดอย่างจริงจัง มีมาตรการส่งเสริมการใช้ไฟฟ้า EV นอกจากนี้ รถยนต์ของหน่วยงานราชการต้องเป็นต้นแบบเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด อีกทั้งพรรคเพื่อไทยค้านการใช้พลังงานถ่านหินมาโดยตลอด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ในส่วนประเด็น SEA จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายให้เข้าใจง่ายขึ้น รวมถึงจัดทำบิ๊กดาต้ารวบรวมข้อมูลของทุกกระทรวง เอื้ออำนวยต่อการเข้าถึงของประชาชนและผู้ประกอบการ เน้นข้อมูลที่เป็นจริง เพื่อประกอบการประเมินความเหมาะสมของโครงการ นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยเสนอให้จัดตั้งศาลสิ่งแวดล้อมและอัยการสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมแก้ปัญหาเฉพาะทาง เห็นว่า ศาลนี้จะเป็นตัวกลางเชื่อมภาคประชาชน ลดความขัดแย้ง&amp;quot; ผู้กองมาร์คขายนโยบาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเวทีนี้&amp;nbsp; ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่นละอองขนาดเล็ก เป็นเรื่องใกล้ตัวและส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต ฝากให้พรรคการเมืองและนักการเมืองรุ่นใหม่ หากมีโอกาสบริหารขับเคลื่อนประเทศนำนโยบายไปปฏิบัติเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31504</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์, นสพ.ไทยโพสต์, นิติพล ผิวเหมาะ, ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์, ศิริภา อินทวิเชียร, สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ, ส่องนโยบายสิ่งแวดล้อมพรรคการเมือง, เลือกตั้ง24มีนาคม2562</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190316/image_big_5c8cf66186280.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
