<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2019 11:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2019 08:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพจไทยคู่ฟ้าแจ้งเตือนประชาชนระวัง&#039;ทองโคลนนิ่ง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:เพจไทยคู่ฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.62-เพจไทยคู่ฟ้า โพสต์ข้อความระบุว่า &amp;quot;#ไทยคู่ฟ้า สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เตือนประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;ทองโคลนนิ่ง&amp;rdquo; ที่มีการออกมาขายผ่านช่องทางออนไลน์ว่า ไม่ได้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับทองแท้มากที่สุด แต่เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อเรียกมาจากทองชุบ ทองเค เพื่อหวังผลทางการตลาดเท่านั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47985</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทองชุบ, ทองเค, ทองโคลนนิ่ง, สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ, เตือนประชาชน, เพจไทยคู่ฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191014/image_big_5da3cc39f3660.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2019 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2019 10:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันอัญมณีฯ ลุยช่วยปรับโฉมร้านทอง ยกระดับการแข่งขัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค. 2562 นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือจีไอที เปิดเผยว่า สถาบันอัญมณีฯ มีแผนที่จะพัฒนาผู้ประกอบการร้านทองที่มีอยู่ทั่วประเทศ หรือทายาทร้านทองที่ต้องการจะพัฒนาธุรกิจหรือต้องการจะสร้างแบรนด์ใหม่ เพื่อฉีกหนีจากการจำหน่ายทองในรูปแบบเดิม ด้วยการพัฒนาเครื่องประดับที่ทำจากทองคำในรูปแบบใหม่ๆ ป้อนความต้องการของตลาดที่มีความต้องการเครื่องประดับทองคำที่มีความทันสมัย &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันมีร้านทองในประเทศไทยอยู่เป็นจำนวนมาก ยิ่งในท้องถิ่น มีร้านทองหลายๆ ร้านที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ผลิตเครื่องประดับทองที่มีความเป็นท้องถิ่น มีอัตลักษณ์ของตนเอง และตอนนี้ บางร้านเป็นรุ่นลูก รุ่นหลานที่ได้เข้ามาทำทำธุรกิจต่อ ซึ่งสถาบันฯ จะเข้าไปช่วยเหลือพัฒนาผู้ประกอบการเหล่านี้ โดยจะเข้าไปช่วยสอน ให้ความรู้ ทั้งการดีไซน์ การใช้วัสดุ แนวโน้มสินค้าที่ตลาดต้องการ แล้วผลิตเป็นสินค้าออกมาจำหน่าย ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการค้าขาย และเพิ่มรายได้&amp;rdquo;
ทั้งนี้ ยังมีแผนที่จะเข้าไปช่วยเหลือให้ใช้ช่องทางออนไลน์ในการจำหน่ายสินค้า ทั้งการขายผ่านเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก หรือช่องทางออนไลน์อื่นๆ รวมถึงการผลักดันให้เข้าไปจำหน่ายในแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่สถาบันฯ ได้เชื่อมโยง เช่น Zilingo จากสิงคโปร์ หรืออาลีบาบา ที่จะใช้ในการเจาะเข้าสู่ตลาดจีน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางดวงกมลกล่าวว่า สถาบันฯ ยังจะผลักดันให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการรับรองคุณภาพสินค้า โดยจะดึงให้เข้าร่วมโครงการซื้อด้วยความมั่นใจ (BWC) เพื่อเป็นการการันตีว่าสินค้าที่ผลิตได้ผ่านการตรวจสอบและรับรองโดยสถาบันฯ แล้ว ผู้ซื้อที่ซื้อสินค้าไปมีความมั่นใจได้ว่าได้สินค้าดี มีคุณภาพ และยิ่งในปัจจุบัน มีการซื้อขายออนไลน์กันมาก จึงอยากแนะนำให้ผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับร้านค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ล่าสุด สถาบันฯ มีแผนที่จะร่วมมือกับผู้ประกอบการร้านค้าทองคำในถนนเยาวราช เพื่อร่วมมือกันในการผลักดันให้เยาวราชเป็นถนนสายทองคำ ซึ่งที่ผ่านมา ทางผู้ประกอบการและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้มีการหารือพูดคุยแนวคิดในเรื่องนี้ไปบ้างแล้ว สถาบันฯ ต้องการที่จะผลักดันต่อให้เป็นผลสำเร็จ เพราะจะช่วยดึงดูดให้คนที่จะซื้อทองคำเดินทางเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือนักท่องเที่ยว และยังผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31020</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดวงกมล เจียมบุตร, พัฒนาผู้ประกอบการร้านทอง, สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb871c5d80d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 19:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 19:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันอัญมณี ผนึกจีนดันเครื่องประดับไทยขายผ่านเว็บไซต์ Taobao.com</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันอัญมณีฯ จับมือสมาคมพลอยสีแห่งเมืองกวางโจว ดันอัญมณีและเครื่องประดับไทยเข้าไปจำหน่ายในเว็บไซต์ Taobao.com ปิ้งไอเดียจัดรีวิวแนะนำสินค้าไทยหวังกระตุ้นการซื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค. 61 นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือจีไอที เปิดเผยว่า สถาบันอัญมณีฯ ได้ร่วมมือกับสมาคมพลอยสีแห่งเมืองกวางโจว ประเทศจีน เพื่อหาแนวทางในการส่งออกพลอยสีและเครื่องประดับอัญมณีจากไทยเจาะเข้าสู่ตลาดจีน โดยได้หารือถึงการผลักดันสินค้าของไทยเข้าไปจำหน่ายในเว็บไซต์ Taobao.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ขายปลีกออนไลน์รายใหญ่ของจีน ซึ่งจะช่วยให้สินค้าไทยเจาะเข้าสู่ตลาดจีนได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การรีวิวสินค้าผ่านเว็บไซต์ Taobao.com ถือเป็นการแนะนำสินค้าให้ผู้บริโภครู้จักโดยใช้ช่องทางออนไลน์ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งจะใช้วิธีการนี้ในการแนะนำสินค้าไทยให้ผู้บริโภคชาวจีนรู้จัก เพื่อให้มีการซื้อสินค้าไทยมากขึ้น ซึ่งตลาดจีนเป็นตลาดการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่มีความสำคัญของไทย โดยไทยส่งออกไปจีนเติบโตสูงถึง78.82% เมื่อปีที่ผ่านมา และหากมีการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผ่านทางออนไลน์ ก็จะทำให้ไทยส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับเข้าสู่ตลาดจีนได้เพิ่มขึ้น&amp;rdquo;นางดวงกมลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้สถาบันอัญมณีฯ ได้ลงนามหนังสือแสดงเจตนารมณ์ความร่วมมือกับห้องปฏิบัติการตรวจสอบอัญมณีและเครื่องประดับแห่งประเทศจีน เพื่อร่วมมือกันในการรับรองคุณภาพสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งการร่วมมือกันจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมของทั้ง 2 ประเทศ และทำให้สินค้าไทยที่ได้รับการรับรองจากสถาบันอัญมณีฯ ได้รับการยอมรับในตลาดจีนเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้หากสินค้าที่ได้รับการรับรองจากสถาบันอัญมณีฯ ก็มั่นใจได้ว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน ซึ่งสถาบันอัญมณีฯ ได้มีการประชาสัมพันธ์ในตลาดจีนแล้ว มั่นใจว่าจะมีส่วนช่วยกระตุ้นการซื้อขายสินค้าไทยได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13718</URL_LINK>
                <HASHTAG>กวางโจว, จีน, พลอยสี, สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ, สถาบันอัญมณีฯ, อัญมณีและเครื่องประดับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb871c5d80d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาคมอัญมณี เล็งพัฒนาเครื่องประดับ จับมือ ททท.หวังดึงนักท่องเที่ยวเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันอัญมณีฯ กางนโยบายช่วงครึ่งปีหลัง เน้นส่งทีมลงพื้นที่พัฒนาเครื่องประดับอัตลักษณ์ชุมชนให้ได้เพิ่มมากขึ้น ก่อนจับมือ ททท. ผลักดันให้เกิดเส้นทางสายอัญมณีและเครื่องประดับ หวังดึงนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติเข้าไปเที่ยวชมเพิ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
20 มิ.ย. 61 นายราเชนทร์ พจนสุนทร ประธานบริหารสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (จีไอที) เปิดเผยถึงแผนนโยบายการทำงานในช่วงครึ่งปีหลังให้กับจีไอที โดยได้ขอให้เพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพธุรกิจอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในส่วนภูมิภาค เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการประกอบกิจการและสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดที่มีสินค้าเครื่องประดับอัตลักษณ์ที่มีความโดดเด่น เฉพาะตัว ต้องเข้าไปส่งเสริมให้มีการพัฒนาเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ที่ผ่านมา สมาคมได้เข้าไปช่วยพัฒนาเครื่องทองสุโขทัย เครื่องเงินล้านนาเชียงใหม่ เครื่องเงินชนเผ่าเมืองน่าน มุกอันดามันจากภูเก็ต รวมถึงพลอยสีจันทบุรีและตากแล้ว ซึ่งสามารถพัฒนาให้เกิดสินค้าใหม่ๆ ที่มีอัตลักษณ์เป็นของตนเองออกสู่ตลาดได้เพิ่มขึ้น และได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะมีการผสมผสานระหว่างศิลปะดั่งเดิม กับเทรนด์แฟชั่นสมัยใหม่เข้าไป ทำให้สินค้าเป็นที่ต้องการ และกำลังอยู่ระหว่างการลงพื้นที่ เพื่อหาความเป็นไปได้ในการพัฒนาอัตลักษณ์เครื่องประดับท้องถิ่นในจังหวัดต่างๆ เพิ่มเติม&amp;rdquo;นายราเชนทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สมาคมยังมีเข้าไปช่วยพัฒนาสินค้าของท้องถิ่นมาประยุกต์เพื่อสร้างอัตลักษณ์ให้กับสินค้า นอกจกานี้ได้มีการพัฒนาช่องทางการตลาด โดยได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผลักดันให้เกิดเส้นทางสายอัญมณีและเครื่องประดับในพื้นที่ๆ เป็นแหล่งผลิต เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเข้าไปเที่ยวชม และหาซื้อสินค้า ขณะเดียวกัน จะช่วยในการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ การนำไปออกงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับมีรายได้รวมประมาณ 1 ล้านล้านบาท เป็นการค้าขายภายในประเทศประมาณ 5 แสนล้านบาท และส่งออกประมาณ 5 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11753</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีไอที, ราเชนทร์ พจนสุนทร, สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ, สถาบันอัญมณี, อัตลักษณ์, เครื่องประดับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b2a0369972d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
