<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 12:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอผ่าตัด&quot;สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติ ฯติดโควิด 1 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9เม.ย.64-ประกาศสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีเรื่อง พบบุคลากรทางการแพทย์เป็นโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยปรากฎว่า มีแพทย์ประจำบ้านสาขาศัลยศาสตร์ของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีตรวจพบว่าเป็นโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 201 9 (COVID-19) ในช่วงที่ มีการแพร่ระบาดวงกว้างในระยะนี้จำนวน ๑ ราย (ข้อมูล ณ วันที่ ๘ เมษายน ๒๕๖๔) โดยพบว่าเป็นการติดเชื้อจากบุคคลภายนอกสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี&amp;nbsp;
คณะกรรมการด้านการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีได้ดำเนินการสอบสวนโรคกับผู้ติดเชื้อ และเข้ารับรักษาในโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งได้แจ้งผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทราบ และให้กักตัวเป็นเวลา ๑๔ วัน ในขณะนี้ไม่มีการแพร่ระบาดภายในสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และสถาบันฯ ได้ดูแลความเรียบร้อยเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของบุคลากรและผู้รับบริการ เช่น การกำจัดเชื้อในบริเวณพื้นที่ได้ดำเนินการทำความสะอาด อบ Ozone ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี มีความจำเป็นต้องลดการให้บริการแก่ผู้ป่วยลง เนื่องจากบุคลากรทางการแพทย์บางส่วนจะต้องกักตัว และเพื่อสงวนบุคลากรทางการแพทย์สำหรับการดูแลผู้ป่วยที่มีความจำเป็น ดังนี้
๑. กลุ่มงานศัลยศาสตร์ งดการผ่าตัดและหัตถการที่ไม่เร่งด่วน ตั้งแต่วันที่ ๙ - ๑๘
เมษายน ๒๕๖๔
๒. การให้บริการผู้ป่วยนอก ของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เปิดให้บริการตรวจ
รักษาตามปกติทุกแผนก ยกเว้นกลุ่มงานศัลยศาสตร์ ให้บริการ ดังนี้
๒.๑ งดรับผู้ป่วยใหม่ และผู้ป่วยรับส่งต่อในกรณีไม่เร่งด่วน
๒.๒ ห้องผ่าตัดเล็ก (OR minor) ปิดให้บริการ ตั้งแต่วันที่ ๙ - ๑๘ เมษายน ๒๕๖๔
และจะเปิดให้บริการตามปกติ ในวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๔
ท้ายนี้ จึงขอความร่วมมือผู้รับบริการที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน เลื่อนการเข้ารับบริการ
หรือใช้บริการผ่านทางไกล (Telemedicine) แทน และปฏิบัติตามมาตรการของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติ
มหาราชินีที่จะสื่อสารให้ทราบต่อไป
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และขออภัยในความไม่สะดวกแก่ผู้รับบริการทุกท่านมา ณ ที่นี้
นายแพทย์อดิศัย ภัตตาตั้ง
ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๑.0๐ น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98917</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, บุคลากรทางแพทย์, สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_606fea6794f91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ยันยังไม่พบเด็กมีภาวะอักเสบหลายระบบ เนื่องจากโควิด ในไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
2 มิ.ย.63- นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ รศ.พญ.วารุณี พรรณพานิช วานเดอพิทท์ แพทย์เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ ผศ.นพ.วรการ พรหมพันธุ์ &amp;nbsp;กุมารเวชศาสตร์ - โรคหัวใจ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เปิดเผยว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีรายงานจากทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือพบผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่นที่เจ็บป่วยรุนแรงรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต ด้วยลักษณะที่คล้ายกับกลุ่มอาการคาวาซากิ ร่วมกับมีภาวะช็อก คือมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ด้วยการอักเสบรุนแรงในหลายอวัยวะทั่วร่างกาย บางรายที่อาการรุนแรงทำให้เกิดการทำงานของร่างกายล้มเหลวหลายๆ ระบบ พร้อมกับมีภาวะช็อก สมมติฐานเบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มอาการนี้สัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 เนื่องจากพบหลักฐานของการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจพบเชื้อโดยตรง หรือการตรวจพบการตอบสนองของร่างกาย หรือแอนติบอดีต่อเชื้อโควิด 19 ในผู้ป่วยหลายราย และเรียกภาวะนี้ว่า Multisystem Inflammatory Syndrome in Children and Adolescents &amp;nbsp;(MIS-C)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จากการทบทวนรายงานทางการแพทย์ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤษภาคม ทำให้มีความเข้าใจในภาวะนี้มากขึ้น โดยพบว่า แม้กลุ่มอาการนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับโรคคาวาซากิ ที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบทั่วร่างกายที่พบในภูมิภาคเอเชีย แต่ก็มีหลายประเด็นที่แตกต่างกันคือ กลุ่มอาการ MIS-C พบในเด็กโตอายุเกิน 5 ปีได้บ่อยกว่า มีอาการของระบบทางเดินอาหารได้บ่อยถึงร้อยละ 67-100 และบางครั้งเป็นอาการนำก่อนที่จะมีอาการอื่นๆ หลายระบบตามมา มีความผิดปกติของการทำงานหัวใจที่ค่อนข้างรุนแรง และมีระดับของเอนไซม์บางตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน (Triponin, BNPs) ซึ่งไม่ค่อยได้พบในโรคคาวาซากิ และมีปริมาณเกร็ดเลือดที่ค่อนข้างต่ำซึ่งต่างจากโรคคาวาซากิที่มักมีภาวะเกล็ดเลือดสูง บางรายยังมีอาการของระบบประสาทหรือเยื่อหุ้มสมอง เช่น ปวดศีรษะ ซึม กระสับกระส่าย คอแข็ง ในรายที่รุนแรงพบเนื้อสมองบวม แต่สิ่งที่น่ายินดีคือพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ แม้ว่าจะมีอาการรุนแรง แต่ตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยยาลดการอักเสบกลุ่ม IVIG หรือ สเตียรอยด์ เกือบทั้งหมดสามารถหายและกลับบ้าน ได้มีเพียงผู้ป่วยจำนวนน้อยที่เสียชีวิต&amp;nbsp;
การรายงานเคสผู้ป่วยในแต่ละภูมิภาคมีความหลากหลาย จึงยากที่จะนำมาวิเคราะห์หาข้อสรุปว่าสัมพันธ์กับการติดเชื้อ COVID-19 มากน้อยเพียงใด องค์การอนามัยโลกจึงพัฒนาฐานข้อมูลที่มีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อช่วยให้สามารถบันทึกข้อมูลทางคลินิกและข้อมูลเชิงระบาดวิทยา สามารถนำมาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบและมีความน่าเชื่อถือสำหรับกรณีนี้โดยเฉพาะ โดยขอความร่วมมือแพทย์ทั่วโลก บันทึกข้อมูลในแพลตฟอร์ม ชื่อ WHO COVID-19 Clinical Data Platform เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการตรวจสอบแนวโน้ม ความรุนแรง และภาระโรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับในประเทศไทย กรมการแพทย์ ได้มอบหมายให้สถานพยาบาลทุกแห่ง เฝ้าระวังผู้ป่วยที่มีลักษณะอาการเข้าได้กับ MIS-C บันทึกข้อมูลและส่งต่อข้อมูลในกรณีมีเคสที่สงสัย จนถึงปัจจุบัน สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ยังไม่พบความผิดปกติดังกล่าว นอกจากนั้น ยังพบว่าอุบัติการณ์ในการเกิดโรคคาวาซากิที่มาเข้ารับการรักษาในสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เปรียบเทียบกับอัตราที่พบย้อนหลัง ในช่วง 5 เดือนแรกของปี ตั้งแต่ปี 60 จนถึงปี 63 พบว่าในช่วงปี 2563 จำนวนผู้ป่วยคาวาซากิลดลงประมาณกว่าครึ่ง และไม่พบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การวินิจฉัยของ MIS-C เหมือนในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม หากผู้ปกครองพบมีเด็กอาการน่าสงสัยคือไข้สูงเกิน 3 วัน มีอาการทางเดินอาหาร หรือมีผื่นผิวหนัง ตาแดง สามารถปรึกษากุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี call center 1415 เพื่อรับคำแนะนำในการตรวจรักษาที่ถูกต้องต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67643</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผศ.นพ.วรการ พรหมพันธุ์, สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี, โควิดในเด็ก, โรคอักเสบหลายระบบในเด็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200602/image_big_5ed61bac21d45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
