<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำไมเด็กไทยแพ้เด็กจีน และสิงคโปร์มากมายขนาดนั้น?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำไมเด็กจีนและสิงคโปร์จึงเก่งระดับโลกด้านวิทยาศาสตร์, คณิตศาสตร์ และการอ่าน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำไมเด็กไทยจึงแพ้เด็กจีนและเด็กสิงคโปร์มากมายขนาดนั้น?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้ออ้างอาจจะเป็นว่าเพราะจีนเป็นประเทศใหญ่ เขามีคนมากกว่าเรามากมาย เฉลี่ยแล้วจึงมีเด็กเก่งกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้ออ้างเดียวกันนี้ใช้กับสิงคโปร์ไม่ได้ เพราะประชากรของสิงคโปร์มีน้อยนิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงต้องถามต่อว่า น่าจะมีเหตุผลอะไรที่ไม่เกี่ยวกับจำนวนประชากร...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงมาถึงข้ออ้างต่อมาว่า เพราะทั้งสองประเทศรวยกว่าเรา จึงสามารถสร้างเด็กให้ฉลาดกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็อาจจะมีข้อแย้งว่า เงินอย่างเดียวไม่ได้ตัดสินว่าประเทศไหนสามารถสร้างเด็กที่เก่งกว่า เพราะหลายประเทศที่ไม่ได้ร่ำรวยเท่าจีนและสิงคโปร์ก็ได้คะแนนการสอบสามหัวข้อนี้ดีกว่าไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยเราจึงต้องถามตัวเองใหม่ว่า อะไรคือเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้เด็กไทยเราโดยเฉลี่ยยังแพ้หลายๆ &amp;nbsp;ประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำถามและข้อคำนึงเหล่านี้มาจากการอ่านข่าวล่าสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าด้วยผล PISA ที่พบว่าการอ่านของนักเรียนไทยแย่ลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์นั้นไม่กระเตื้องขึ้นแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวหลายกระแสยืนยันตรงกันว่า ผลการประเมิน PISA รอบปี 2018 จาก 79 ประเทศทั่วโลกสะท้อนว่าไทยยังคงได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในการสอบวัดความรู้ทั้ง 3 ด้าน คือ การอ่าน คณิตศาสตร์ &amp;nbsp;และวิทยาศาสตร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ที่น่าทึ่งคือ 4 เมืองใหญ่ของจีนแซงหน้าขึ้นมาครองอันดับ 1 แทนสิงคโปร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;PISA คือโครงการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Programme for International &amp;nbsp;Student Assessment) นำเสนอโดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development หรือ OECD) เพื่อประเมินนักเรียนอายุ &amp;nbsp;15 ปีในประเทศที่เข้าร่วมทุกๆ 3 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการประเมิน PISA 2018 บอกว่านักเรียนจาก 4 เมืองใหญ่ของจีน คือ ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้, เจียงซู &amp;nbsp;และเจ้อเจียง มีคะแนนทั้ง 3 ด้านสูงกว่าทุกประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับสองและสามคือ สิงคโปร์และมาเก๊า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 4 และ 5 ในด้านการอ่านคือ ฮ่องกงและเอสโตเนีย ด้านคณิตศาสตร์คือ ฮ่องกงและไต้หวัน &amp;nbsp;ด้านวิทยาศาสตร์ได้แก่ เอสโตเนียและญี่ปุ่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอสโตเนียเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ เพราะเด็กของเขาสามารถทำคะแนนได้ในอันดับต้นๆ ทั้งๆ ที่งบประมาณด้านการศึกษาน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD ถึง 30%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) รายงานว่า ในการวัดระดับครั้งล่าสุดในปี 2018 พบว่านักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยในด้านการอ่าน 393 คะแนน (ค่าเฉลี่ย OECD 487 คะแนน) คณิตศาสตร์ 419 คะแนน (ค่าเฉลี่ย OECD 489 คะแนน) และวิทยาศาสตร์ 426 คะแนน (ค่าเฉลี่ย OECD 489 คะแนน)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเปรียบเทียบกับ PISA 2015 จะพบว่าด้านการอ่านมีคะแนนลดลง 16 คะแนน ส่วนด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มีคะแนนเพิ่มขึ้น 3 คะแนน และ 4 คะแนน ตามลำดับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างนี้ทางสถิติถือว่า ด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับรอบการประเมินที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อวิเคราะห์ผลการประเมิน PISA 2018 แบ่งตามกลุ่มโรงเรียน สสวท. พบว่ากลุ่มโรงเรียนเน้นวิทยาศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับเดียวกับกลุ่มประเทศที่มีคะแนนสูงสุด 5 อันดับแรก และกลุ่มโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัยมีคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD ส่วนกลุ่มโรงเรียนอื่นๆ ยังคงมีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ คะแนนด้านวิทยาศาสตร์ของนักเรียนทุกกลุ่มโรงเรียนมีคะแนนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ PISA &amp;nbsp;2015
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สสวท.ประเมิน PISA ที่ผ่านมา มีข้อสังเกตที่สำคัญ 3 ข้อ คือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อแรก ผลการประเมินชี้ว่าระบบการศึกษาไทยมีส่วนหนึ่งที่มีคุณภาพและสามารถพัฒนานักเรียนให้มีความสามารถในระดับสูงได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เงื่อนไขที่สำคัญคือจะต้องสามารถสร้างความเท่าเทียมกันทางการศึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นหมายถึงการขยายระบบการศึกษาที่มีคุณภาพไปให้ทั่วถึงทั้งประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อสอง นักเรียนไทยทั้งกลุ่มที่มีคะแนนสูงและที่มีคะแนนต่ำมีจุดอ่อนอยู่ที่ด้านการอ่านเหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใน PISA 2018 เป็นการประเมินการอ่านเนื้อหาสาระที่มาจากทั้งแหล่งข้อมูลเดียวและหลายแหล่งข้อมูล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่น่าสนใจคือ สื่อที่นักเรียนได้อ่านส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบดิจิทัล นั่นแปลว่าธรรมชาติของการอ่านเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีและสอดคล้องกับการใช้ข้อมูลในชีวิตจริงของผู้คนทั่วโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงควรที่ระบบการศึกษาไทยต้องส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลในทุกรูปแบบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อสามเป็นข้อที่สำคัญที่สุด นั่นคือแนวโน้มคะแนนการอ่านของไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งความฉลาดรู้ด้านการอ่านมีความสัมพันธ์กับความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ไม่ต้องสงสัยว่าประเทศไทยจะต้องยกระดับความสามารถด้านการอ่านของนักเรียนอย่างเร่งด่วนและจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะมาหาข้ออ้างต่างๆ เพื่อแก้ตัวว่าคนอื่นรวยกว่า คนเยอะกว่า ก้าวหน้ากว่าไม่ได้อีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(การประเมิน PISA 2018 เน้นความสามารถในการอ่าน มีนักเรียนเข้าร่วมประเมินประมาณ 600,000 คน เท่ากับเป็นตัวแทนของนักเรียนอายุ 15 ปี ประมาณ 32 ล้านคนจาก 79 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ สสวท.ทำหน้าที่เป็นศูนย์แห่งชาติ [National Center] ได้ดำเนินการจัดสอบเมื่อเดือนสิงหาคม &amp;nbsp;พ.ศ.2561 มีนักเรียนกลุ่มตัวอย่างจำนวน 8,633 คน จาก 290 โรงเรียนในทุกสังกัดการศึกษาเข้าร่วมการประเมินในรอบนี้ โดยนักเรียนได้ทำแบบทดสอบและแบบสอบถามทางคอมพิวเตอร์ผ่านแฟลชไดรฟ์ข้อสอบ นอกจากนี้ยังมีการเก็บข้อมูลจากผู้บริหารโรงเรียนผ่านทางแบบสอบถามออนไลน์ด้วย).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52035</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
