<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 08:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 08:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันอัญมณีฯเตือนนักลงทุนระวัง“ทองโคลนนิ่ง”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย. 2562 นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือจีไอที เปิดเผยว่า ปัจจุบันนี้เริ่มมีการนำทองคำที่เรียกกันในวงการว่าทองโคลนนิ่ง ซึ่งเป็นทองคำแท้ แต่ด้านในเป็นของปลอม โดยนำเอาโลหะที่มีน้ำหนักเท่าทอง หรือใช้ทองเหลืองมาชุบทองคำแท้ๆ แล้วนำไปขายเป็นทองคำ เมื่อทำการตรวจสอบด้วยการตะไบ ก็จะเห็นว่าเป็นทองคำจริง เพราะได้ชุบไว้หนามาก หรือตรวจสอบด้วยระบบเลเซอร์ ก็ไม่สามารถยิงทะลุเนื้อทองคำลงไปจนเห็นถึงวัสดุแปลกปลอมด้านในได้

&amp;ldquo;ขณะนี้ พบมีการระบาดในส่วนของการขายทองคำแท่ง ที่มีการทำปลอมกันมาก โดยวิธีการ จะใช้แร่ทังสเตน ซึ่งปกติถูกนำไปใช้งานไฟฟ้าโดยเฉพาะไส้หลอดไฟฟ้า และการผลิตโลหะผสม นำมาทำเป็นก้อนไว้ด้านใน เพราะน้ำหนักใกล้เคียงกับทองคำ แล้วเอาไปชุบทองคำ เมื่อตรวจสอบดูผิวเผิน ก็ดูไม่ออก หรือบางทีพบใช้ตะกั่ว หรือทองเหลือง ซึ่งสีเดียวกับทองมาใช้ ทำให้ตรวจสอบได้ยาก&amp;rdquo;

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการใช้วิธีการชุบทองกับพระพุทธรูปบูชา ที่ทำจากทองคำ แล้วนำออกขายว่าเป็นทองคำแท้ทั้งองค์ และยังพบกรณีร้านทองบางร้าน ที่นำทองคำมาขายแบบออนไลน์ ซึ่งได้ใช้วิธีการแบบนี้มาขาย ทำให้ขายทองคำได้ในราคาถูกกว่าปกติ ทำให้มีลูกค้าหลงเข้าไปซื้อกันเป็นจำนวนมาก เพราะการตรวจสอบด้วยวิธีปกติ หรือใช้เลเซอร์ส่อง ก็ไม่สามารถตรวจสอบได้

นางดวงกมลกล่าวว่า แนวทางการป้องกัน ผู้บริโภคจะต้องตรวจสอบก่อนซื้อทองคำว่าร้านค้าที่ซื้อนั้น เป็นร้านค้าที่ได้รับการรับรอง และมีใบรับรองซื้อด้วยความมั่นใจ (BWC) หรือไม่ หรือสินค้ามีเครื่องหมายตราสัญลักษณ์การรับรองมาตรฐาน หรือ Hallmark ซึ่งเป็นเครื่องหมายรับรองเครื่องประดับทอง เครื่องประดับเงิน และเครื่องประดับแพลทินัมหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจจะเป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ถูกต้อง และอีกสิ่งที่ต้องสังเกต คือ หากเป็นทองคำแท่ง หรือทองรูปพรรณ สินค้าจะมีลักษณะใหญ่ผิดปกติ เพราะวัสดุด้านในที่นำมาใช้ ไม่ใช่ทองคำและมีน้ำหนักไม่เท่าทองคำ หรือราคาถูกกว่าปกติ เพราะเป็นไปไม่ได้ ที่จะลดราคาได้ถูกเกินไป

ทั้งนี้ ประชาชนที่ต้องการตรวจสอบทองคำแท่ง หรือทองคำที่ตัวเองมีอยู่ หรือซื้อมาแล้ว สามารถนำมาตรวจสอบได้ที่ห้องแลปของสถาบันอัญมณีฯ เพราะมีระบบตรวจสอบแบบใช้คลื่นอัลตร้าโซนิก ที่สามารถตรวจสอบได้ถึงวัสดุด้านใน และสามารถตรวจสอบได้ชัดเจน 100% ซึ่งปัจจุบัน ก็มีคนนำสินค้ามาให้ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และหลายๆ กรณี พบว่า ทองคำที่เป็นสมบัติเก่าแก่ หรือสมบัติตระกูล กลับพบว่า เป็นทองคำปลอม จึงอยากเชิญชวนให้นำมาตรวจสอบ เพื่อสร้างความมั่นใจในสมบัติที่มีอยู่จะดีกว่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46378</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทองคำ, สถาบันอัญมณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d1269b3b7e5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2019 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2019 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันอัญมณีฯเตือนผู้ซื้อระวังเจอเพชรปลอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค. 2562 นายทนง ลีลาวัฒนสุข รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีความขัดแย้งในอุตสาหกรรมเพชรโลก ซึ่งได้เกิดขึ้นมาต่อเนื่องหลายปีแล้ว และยังไม่มีทางออกที่ชัดเจน หลังจากการเข้ามาของเพชรสังเคราะห์ หรือที่ในปัจจุบันรู้จักกันในนาม Laboratory Grown Diamond (LGD) ซึ่งอุตสาหกรรมการผลิตเพชร LGD ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยจีนเป็นประเทศผู้ผลิตมากที่สุดถึงปีละหลายล้านกะรัต และเพชร LGD ดังกล่าวถูกนำไปผ่านช่องทางจำหน่ายในอินเดีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตเพชรเจียระไนรายใหญ่ที่สุดของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเติบโตของอุตสาหกรรมเพชร LGD ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการค้าเพชรธรรมชาติ เนื่องจากการทำตลาดของเพชร LGD มุ่งเน้นสร้างคุณค่าผ่านในการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ใช่เพชรแห่งความขัดแย้ง หรือ Conflict Diamond ซึ่งตรงตามความนิยมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ทำให้เพชร LGD ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนปัจจุบันเริ่มมีผู้ผลิตเครื่องประดับนำเพชร LGD มาใช้ในการผลิตในเครื่องประดับแท้ รวมไปถึงเครื่องประดับที่ใช้ในงานแต่งงานมากขึ้นทั้งในอเมริกา และยุโรป โดยแนวโน้มดังกล่าวได้สร้างแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมเพชรธรรมชาติเป็นอย่างมากที่มีความเสี่ยงจะสูญเสียฐานผู้บริโภคสำคัญกลุ่มนี้ที่เปลี่ยนไปใช้เครื่องประดับเพชร LGD แทน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังพบว่า กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมเพชรครั้งใหญ่ คือ กลุ่มผู้ผลิตและจำหน่ายเพชร LGD จะมีการรวมตัวกันจัดงานแสดงสินค้า LGJS (Lab Grown Diamond Jewelry Show) เป็นครั้งแรกของโลก โดยจัดงานคู่ขนานไปกับงาน International Jewellery Show (IIJS) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ผลิตเพชรแท้ ได้พยายามสื่อสารผู้บริโภคในแง่มุมด้านคุณค่าของความหายากของเพชรธรรมชาติและมูลค่าที่ไม่ลดลงในอนาคต ต่างจากเพชร LGD ซึ่งมูลค่าจะลดลงอย่างมากในอนาคต เพราะเป็นสิ่งที่มนุษย์ผลิตและสามารถสร้างขึ้นได้ และยังให้เห็นเน้นภาพลักษณ์ว่ากระบวนการทำเหมืองเพชรในปัจจุบันที่มีธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ตรวจสอบที่มาได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจีไอทีได้มีการจับตาแนวโน้มดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นความกังวลของอุตสาหกรรมเครื่องประดับเพชร คือ การปลอมปนเพชรสังเคราะห์กับเพชรธรรมชาติ และในตัวเรือนเครื่องประดับ จึงขอเตือนให้ผู้บริโภคที่ต้องการซื้อเพชร ขอให้ถามหาใบรับรองเพชรจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ หรือทำการตรวจสอบเพชรจากห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐานอย่างจีไอที รวมทั้งหากต้องการซื้อเพชร ควรซื้อจากร้านค้าที่ได้รับตรารับรอง BWC ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่จีไอทีมอบให้กับร้านค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43618</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนง ลีลาวัฒนสุข, สถาบันอัญมณี, เพชรปลอม, เพชรสังเคราะห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190817/image_big_5d5773dd76aab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2019 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2019 16:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันอัญมณี จัดประกวดโครงการวิจัยด้านนวัตกรรม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันอัญมณีฯ จัดประกวดตามหามือดีทำโครงการวิจัยและผลงานวิจัยนวัตกรรม เพื่อนำไปใช้ยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทย เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจทุกคนเสนอผลงาน พร้อมให้ผู้คิดค้นได้เข้าร่วมทีมขับเคลื่อนด้วย เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย. 62 นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือจีไอที เปิดเผยว่า จีไอทีได้จัดกิจกรรมประกวดข้อเสนอโครงการวิจัยและผลงานวิจัยด้านอัญมณีและเครื่องประดับ ใน 2 หัวข้อ คือ 1.การประกวดข้อเสนอโครงการวิจัย และ 2.การประกวดผลงานวิจัยนวัตกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จีไอที ยังได้เปิดโอกาสให้กับผู้ที่สนใจ ทั้งนักเรียน นิสิต นักศึกษา นักวิจัย อาจารย์สังกัดสถานศึกษา มหาวิทยาลัย และประชาชนทั่วไป สามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้โดยไม่จำกัดอายุ และประเภทของผลงาน เพื่อชิงเงินรางวัล มูลค่ารวม 120,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร โดยสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 พ.ค.2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการตัดสินผลงาน แบ่งออกเป็น 2 รอบด้วยกัน คือ รอบที่ 1 คัดเลือกข้อเสนอโครงการวิจัย และผลงานวิจัยนวัตกรรมที่ส่งเข้ามา โดยผู้ทรงคุณวุฒิและคณะกรรมการ และจะประกาศข้อเสนอโครงการ และผลงานวิจัยที่ผ่านการคัดเลือก รอบที่ 1 ในวันที่ 15 ก.ค.2562 และประกาศผลทางเว็บไซต์สถาบันอัญมณีฯ และรอบที่ 2 การนำเสนอข้อเสนอโครงการวิจัยและผลงานวิจัยนวัตกรรมที่ผ่านเข้ารอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสถาบันฯ จะประกาศผลผู้ชนะการประกวดข้อเสนอโครงการวิจัยและผลงานวิจัยนวัตกรรม ในวันที่ 15 ก.ย.2562 และประกาศผลทางเว็บไซต์สถาบันฯ โดยจะจัดพิธีมอบรางวัลผู้ชนะการประกวด ภายในงานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี ในเดือน ธ.ค. นี้ ณ จังหวัดจันทบุรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34462</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดวงกมล เจียมบุตร, สถาบันอัญมณี, สินค้าจีไอที</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb871c5d80d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13524</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 20:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 20:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันอัญมณี จัดประกวดออกแบบเครื่องประดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันอัญมณีฯ ตามหาช้างเผือกประดับวงการอัญมณีและเครื่องประดับไทย คัดผลงานออกแบบเด่น 5 ชิ้นไปทำเครื่องประดับจริง พร้อมเตรียมตัดสินผลงานในงานบางกอกเจมส์ 7 ก.ย.นี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
16 ก.ค. 61 นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือจีไอที เปิดเผยถึงผลการประกวดสุดยอดผลงานการออกแบบเครื่องประดับครั้งที่ 12 ว่า ขณะนี้จีไอทีได้ทำการคัดเลือกผลงานออกแบบเครื่องประดับที่ทำจากไข่มุกหรือเปลือกหอยมุกจำนวน 20 ผลงานออกแบบ และจากนั้นได้คัดเลือก 5 ชิ้นงาน เพื่อเข้าไปชิงชนะเลิศ และระหว่างนี้จะนำไปผลิตเป็นเครื่องประดับจริง ก่อนที่จะมีการตัดสินชิ้นงานที่ชนะเลิศในวันที่ 7 ก.ย.2561 ในงาน Bangkok Gems &amp;amp; Jewelry Fair ครั้งที่ 62 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-11 ก.ย. 2561 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สำหรับการจัดประกวดในครั้งนี้มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวดรวม 333 แบบวาด แบ่งเป็นผลงานจากประเทศไทย 157 แบบวาด และจากต่างประเทศ 176 แบบวาด โดยคณะกรรมการได้คัดเลือก 20 ผลงานออกแบบผ่านรอบแรก และ 5 ชิ้นงานที่ได้คะแนนสูงสุดได้เข้ารอบชิงชนะเลิศ โดยผู้ชนะการประกวดมีสิทธิได้รับเงินรางวัลรวมมูลค่า 9,000 เหรียญสหรัฐ หรือกว่า 315,000 บาท พร้อมโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ซึ่งให้ผู้สนใจทั่วไปโหวตเลือกผลงานออกแบบที่ชื่นชอบมากที่สุด จากผลงานผ่านการคัดเลือกรอบแรก 20 แบบ ได้ที่เว็บไซต์ www.git.or.th &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย.2561 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13524</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้างเผือก, สถาบันอัญมณี, ออกแบบ, เครื่องประดับไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb871c5d80d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาคมอัญมณี เล็งพัฒนาเครื่องประดับ จับมือ ททท.หวังดึงนักท่องเที่ยวเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันอัญมณีฯ กางนโยบายช่วงครึ่งปีหลัง เน้นส่งทีมลงพื้นที่พัฒนาเครื่องประดับอัตลักษณ์ชุมชนให้ได้เพิ่มมากขึ้น ก่อนจับมือ ททท. ผลักดันให้เกิดเส้นทางสายอัญมณีและเครื่องประดับ หวังดึงนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติเข้าไปเที่ยวชมเพิ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
20 มิ.ย. 61 นายราเชนทร์ พจนสุนทร ประธานบริหารสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (จีไอที) เปิดเผยถึงแผนนโยบายการทำงานในช่วงครึ่งปีหลังให้กับจีไอที โดยได้ขอให้เพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพธุรกิจอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในส่วนภูมิภาค เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการประกอบกิจการและสร้างรายได้ให้กับเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดที่มีสินค้าเครื่องประดับอัตลักษณ์ที่มีความโดดเด่น เฉพาะตัว ต้องเข้าไปส่งเสริมให้มีการพัฒนาเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ที่ผ่านมา สมาคมได้เข้าไปช่วยพัฒนาเครื่องทองสุโขทัย เครื่องเงินล้านนาเชียงใหม่ เครื่องเงินชนเผ่าเมืองน่าน มุกอันดามันจากภูเก็ต รวมถึงพลอยสีจันทบุรีและตากแล้ว ซึ่งสามารถพัฒนาให้เกิดสินค้าใหม่ๆ ที่มีอัตลักษณ์เป็นของตนเองออกสู่ตลาดได้เพิ่มขึ้น และได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะมีการผสมผสานระหว่างศิลปะดั่งเดิม กับเทรนด์แฟชั่นสมัยใหม่เข้าไป ทำให้สินค้าเป็นที่ต้องการ และกำลังอยู่ระหว่างการลงพื้นที่ เพื่อหาความเป็นไปได้ในการพัฒนาอัตลักษณ์เครื่องประดับท้องถิ่นในจังหวัดต่างๆ เพิ่มเติม&amp;rdquo;นายราเชนทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สมาคมยังมีเข้าไปช่วยพัฒนาสินค้าของท้องถิ่นมาประยุกต์เพื่อสร้างอัตลักษณ์ให้กับสินค้า นอกจกานี้ได้มีการพัฒนาช่องทางการตลาด โดยได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผลักดันให้เกิดเส้นทางสายอัญมณีและเครื่องประดับในพื้นที่ๆ เป็นแหล่งผลิต เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเข้าไปเที่ยวชม และหาซื้อสินค้า ขณะเดียวกัน จะช่วยในการขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ การนำไปออกงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับมีรายได้รวมประมาณ 1 ล้านล้านบาท เป็นการค้าขายภายในประเทศประมาณ 5 แสนล้านบาท และส่งออกประมาณ 5 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11753</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีไอที, ราเชนทร์ พจนสุนทร, สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ, สถาบันอัญมณี, อัตลักษณ์, เครื่องประดับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b2a0369972d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2018 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันอัญมณีฯเตือนอีเมล์หลอกล่วงแนะ 10วิธีป้องกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
สถาบันอัญมณีฯ เตือนภัยผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับระวังตกเป็นเหยื่ออีเมลหลอกลวงจากมิจฉาชีพแนะปฏิบัติตามกฎ 10 ข้อของ ThaiCERT พร้อมตรวจสอบอีเมลต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;09เม.ย. 61- นางดวงกมล เจียมบุตร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ จีไอที เปิดเผยว่า ขณะนี้ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ของสถาบันฯ ได้ตรวจสอบพบว่ามีอีเมลหลอกลวง (Phishing email) หลายฉบับถูกส่งเข้ามายังอีเมลของสถาบันฯ และบางอีเมลได้ถูกส่งไปยังอีเมลของผู้ประกอบการธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ ซึ่งหากหลงเชื่อ อาจจะตกเป็นเหยื่อถูกหลอกลวงได้ จึงขอให้เพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบยืนยันว่าเป็นอีเมลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ก่อนที่จะดำเนินการทางธุรกิจ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบัน มีการใช้อีเมลเป็นเครื่องมือในการสื่อสารและติดต่อทำธุรกิจ แต่ก็อาจเป็นช่องโหว่ให้เหล่ามิจฉาชีพใช้ในการแสวงหาผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ เช่น หลอกลวงให้ทำธุรกรรมทางการเงิน โอนเงิน หรือจ่ายค่าสินค้า รวมทั้งมีข้อความให้แจ้งชื่อบัญชี รหัสผ่าน หรือแจ้งว่าอีเมลมีไวรัส ให้รีบทำการแก้ไขรหัสผ่าน อะไรทำนองนี้ ขอให้ระวังว่ากำลังจะตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง ซึ่งอย่าหลงเชื่อ โดยเฉพาะการแจ้งว่าเป็นคู่ค้า ก็ขอให้ตรวจสอบไปยังคู่ค้าทันทีว่ามีการส่งอีเมลมาจริงหรือไม่&amp;rdquo;นางดวงกมลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันภัยคุกคามจากอีเมลหลอกลวง สถาบันฯ ขอให้ยึดคำแนะนำของศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย หรือ ThaiCERT ที่มีข้อแนะนำจำนวน 10 ข้อ ได้แก่ 1.ตั้งรหัสผ่าน (Password) ที่คาดเดาได้ยาก และหมั่นเปลี่ยนบ่อยๆ 2.ดูแลช่องทางที่ใช้ในการเปลี่ยน (Reset) รหัสผ่านให้มีความมั่นคงปลอดภัย เช่น อีเมลสำรองสำหรับกู้คืนบัญชี 3.หมั่นตรวจสอบประวัติการใช้งานที่น่าสงสัย รวมถึงช่องทางในการยืนยันตัวตนอย่างสม่ำเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;4.ติดตั้งโปรแกรม AntiVirus อัพเดตระบบปฏิบัติการ และ Web Browser รวมถึงตัวซอฟต์แวร์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ 5.หลีกเลี่ยงการใช้เว็บเมลผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะ และไม่ควรตั้งค่าให้ Web Browser จำรหัสผ่าน 6.ระวังในการเปิดไฟล์แนบ หรือคลิกลิงค์ที่พาไปเว็บไซต์อื่น 7.แม้อีเมลจากคนรู้จัก ก็อาจเป็นคนร้ายปลอมตัวมาก็ได้ ถ้าไม่แน่ใจ ควรยืนยันช่องทางอื่นที่ไม่ใช่อีเมล เช่น แจ้งยืนยันเปลี่ยนเลขที่บัญชีโอนเงินทางโทรศัพท์ 8.ควรเปิดการใช้งานยืนยันตัวตนแบบ 2 Factor Authentication โดยใช้เบอร์โทรศัพท์ อีเมลสำรอง หรือแอพ เช่น Google Authenticator&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.ตรวจสอบรายชื่อผู้รับอีเมลก่อนกดปุ่ม Reply หรือ Reply All ทุกครั้ง เพราะผู้ร้ายมักใช้เทคนิคตั้งชื่ออีเมลที่ใกล้เคียงกับคนที่เรารู้จัก เช่น somchai@yahoo.com กับ somchai@yah00.com (เลข 0 แทนตัวอักษร o) 10.อย่าหลงเชื่ออีเมลที่หลอกให้เปลี่ยนรหัสผ่านหรือให้อัพเดตข้อมูลส่วนตัว หากไม่แน่ใจควรสอบถามผู้ที่ส่งข้อมูลมาในทางช่องทางอื่นๆ อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ขอให้ผู้ใช้งานอีเมลควรหมั่นตรวจสอบการตั้งค่าชื่อบัญชีอีเมลของตนเองว่าเบอร์โทรศัพท์ อีเมลสำรองที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันถูกต้องไม่มีอะไรผิดปกติ หากพบความความผิดปกติควรดำเนินการแก้ไขอย่างรวดเร็ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6754</URL_LINK>
                <HASHTAG>มิจฉาชีพ, สถาบันอัญมณี, หลอกลวง, อัญมณี, เครื่องประดับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180328/image_big_5abb871c5d80d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
