<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 20:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อบรบ “โดรน” อากาศยานไร้คนขับ กับ DTI-UTC ศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (Defence Technology Institute Unmanned Aircraft Systems Training Centre : DTI-UTC)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ หรือ สทป. จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับ ตามมาตรฐานสากลแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน พร้อมพัฒนาบุคลากรผู้ใช้งานระบบอากาศยานไร้คนขับในประเทศไทยที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองเทคโนโลยีระบบอากาศยานไร้คนขับ หรือ &amp;quot;โดรน&amp;quot; ที่ถูกนำไปประยุกต์ใช้งานด้านการพัฒนาประเทศ ทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคพลเรือน และเพื่อการพาณิชย์ อีกทั้งมีแนวโน้มในการนำระบบอากาศยานไร้คนขับมาประยุกต์ใช้งานด้านต่าง ๆ อาทิ การบินสำรวจถ่ายภาพ จัดทำแผนที่ 3 มิติ งานด้านการเกษตรกรรม การตรวจสภาวะแวดล้อม เพื่อการช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัย การปราบปรามอาชญากรรม ภารกิจด้านการรักษากฎหมาย และภารกิจด้านมนุษยธรรม ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น DTI-UTC จึงมุ่งเน้นในการสร้างและพัฒนาบุคลากรของกระทรวงกลาโหม หน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ด้วยกระบวนการฝึกอบรมในรูปแบบ Competency Base Training เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้พื้นฐานด้านการบิน (Knowledge) และความเข้าใจการใช้งานระบบอากาศยานไร้คนขับทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และเป็นไปตามมาตรฐานสากล สร้างทักษะความชำนาญ (Skill) พร้อมทั้งปลูกฝังจิตสำนึกด้านการบิน (Attitude) หลักการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และการจัดการความปลอดภัย (Safety Management System) ในการใช้ห้วงอากาศ (Air Space) ขณะทำภารกิจการบิน ควบคู่กับการสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักบินที่ดี (Airmanship) ให้แก่ นักบินอากาศยานไร้คนขับ หรือผู้บังคับโดรน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะก่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อภาพรวมด้านการบินในประเทศ&amp;nbsp; DTI-UTC เป็นสถาบันการฝึกอบรมการบินระบบอากาศยานไร้คนขับ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคอากาศ ตามหลักสูตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลแห่งแรกในประเทศจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ให้แก่ กำลังพลของเหล่าทัพ หน่วยงานพลเรือน ภาคเอกชน และบุคคลทั่วไป รวมถึง ศึกษา รวบรวมข้อมูล สร้างเครือข่ายการวิจัยและพัฒนาด้านการฝึกอบรมและใช้งานระบบอากาศยานไร้คนขับ และบูรณาการความร่วมมือในด้านการวิจัยและพัฒนา และการประยุกต์ใช้งานระบบอากาศยานไร้คนขับร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกประเทศ และมีส่วนร่วมในการพัฒนามาตรฐานด้านการบินระบบอากาศยานไร้คนขับให้กับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบัน DTI-UTC ได้รับการรับรองให้เป็นสถาบันฝึกอบรมด้านการบิน (Approved Training Organisation) จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 8 กันยายน 2563 ซึ่งถือเป็นสถาบันการฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน โดยผู้เข้ารับการฝึกอบรมฯ จะได้รับความรู้เกี่ยวกับ กฎ ระเบียบข้อบังคับ และหลักการเดินอากาศ การใช้ห้วงอากาศทฤษฎีอากาศพลศาสตร์ อุตุนิยมวิทยา และการจัดการความปลอดภัย พร้อมการสร้างทักษะการบังคับอากาศยานไร้คนขับ รวมถึงการบำรุงรักษาขั้นต้น เมื่อจบการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตร (Certificate) เพื่อเป็นการรับรองหลักสูตรนั้น ๆ ให้แก่ศิษย์การบินเพื่อนำไปสอบใบอนุญาตนักบินอากาศยานไร้คนขับ หรือ Remote Pilot Licence (RPL) จาก สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ในอนาคตต่อไป รวมถึงการต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการนำไปใช้สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ ในอุตสาหกรรมอากาศยานไร้คนขับที่กำลังขยายตัวและเติบโตทั้งในประเทศ และต่างประเทศเป็นอย่างมากในเวลานี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลักสูตรที่ได้รับการรับรองได้แก่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. นักบินอากาศยานไร้คนขับ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรรับรองการปฏิบัติงานอากาศยานไร้คนขับในระยะสายตา (Remote Pilot Visual Line of Sight Certificate: RVC)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.1 หลักสูตรรับรองการปฏิบัติงานอากาศยานไร้คนขับในระยะสายตาแบบปีกนิ่ง Remote Pilot Visual Line of Sight Certificate (RVC: Fixed-Wing)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ภาคทฤษฎี จำนวน 18 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ภาคฝึกจำลอง Simulator จำนวน 2 ชั่วโมงบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ภาคอากาศ จำนวน 10 ชั่วโมงบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.2 หลักสูตรรับรองการปฏิบัติงานอากาศยานไร้คนขับในระยะสายตาแบบปีกหมุน Remote Pilot Visual Line of Sight Certificate (RVC : Multi-Rotor)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ภาคทฤษฎี จำนวน 18 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ภาคฝึกจำลอง Simulator จำนวน 2 ชั่วโมงบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ภาคอากาศ จำนวน 5 ชั่วโมงบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. หลักสูตรครูการบิน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรรับรองครูการบินระบบอากาศยานไร้คนขับในระยะสายตา (Instructor Remote Pilot Visual Line of Sight Certificate: IRVC)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดต่อสอบถาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (แจ้งวัฒนะ) ชั้น 6 เลขที่ 47/433 หมู่ 3 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทุบรี 11120&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับ DTI-UTC&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;www.dtiutc.or.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;083 099 7158 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;DTI-UTC&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118033</URL_LINK>
                <HASHTAG>CAAT, Competency Base Training, DTI-UTC, กระทรวงกลาโหม, ระบบอากาศยานไร้คนขับในประเทศไทย, ศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับ, ศูนย์ฝึกอบรมระบบอากาศยานไร้คนขับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ, สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ, สทป., สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย, โดรน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_6151c06856cfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113971</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ร่วมกับ ม.บูรพา  จุดประกายความฝันออนไลน์ ผ่านค่ายวิทย์จรวดประดิษฐ์ ครั้งที่ 10</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา (มบ.) ผนึกกำลังบูรณาการความรู้ จัดกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์จรวดประดิษฐ์ ประจำปี 2564 ครั้งที่ 10 ขึ้นเป็นครั้งแรกของภาคตะวันออก การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมแรงร่วมใจของ 2 หน่วยงาน โดยมี พลอากาศเอก ดร.ปรีชา ประดับมุข ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณยศ คุรุกิจโกศล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์จรวดประดิษฐ์ ประจำปี 2564 ครั้งที่ 10 ในครั้งนี้ เพื่อร่วมกันเผยแพร่ความรู้สู่ประชาสังคม &amp;nbsp;จุดประกายความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเยาวชน ให้ก้าวไปสู่การเป็นนักวิจัยนักวิทยาศาสตร์ และเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สร้างสรรค์ให้กับประเทศต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์จรวดประดิษฐ์ ครั้งที่ 10 ประจำปี 2564 ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเยาวชนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5-6 สายวิทยาศาสตร์ - คณิตศาสตร์ ซึ่งมีความพิเศษที่ต่างจากทุกปีคือได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดกิจกรรมให้เข้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) โดยได้ดำเนินกิจกรรมในรูปแบบออนไลน์ มีเยาวชนจำนวน 17 ทีม เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งทุกทีมต้องทำการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านสื่อการสอนออนไลน์ จากนั้นทุกทีมจะนำเสนอแนวคิดการออกแบบจรวดในรูปแบบของ VDO Presentation และต้องนำเสนอแนวคิดผ่านระบบ Zoom Video Conference เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณา โดยมีทีมที่ได้คะแนน Conceptual Design สูงสุดจำนวน 3 ทีม โดยได้รับรางวัล &amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน 3 รางวัล ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; - รางวัล Conceptual Design &amp;nbsp;ความคิดสร้างสรรค์ ได้แก่ ทีม First Point Aries โรงเรียนกรุงเทพ คริสเตียนวิทยาลัย กทม. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; - รางวัล Conceptual Design การออกแบบตามทฤษฎี ได้แก่ ทีม Rocket with my friends โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม จ.สระบุรี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; - รางวัล Presentation ยอดเยี่ยม ได้แก่ ทีม Emmalyn โรงเรียนวัดป่าประดู่ จ.ระยอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการนำเสนอ ทุกทีมจะได้รับคำแนะนำจากกรรมการ เพื่อทำการประดิษฐ์จรวด เมื่อทุกทีมประดิษฐ์จรวดเรียบร้อยแล้วจะทำการโหวตจรวดที่ออกแบบได้โดนใจผู้ชมมากที่สุด ผ่านทาง Facebook Fanpage ค่ายวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ซึ่งทีมที่ได้รับการกด Like มากที่สุด และได้รับรางวัล Popular Vote ไปครองได้แก่ ทีม Space Bar โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม จ.พิษณุโลก มีคนกด Like จำนวนถึง 1,451 Like&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในส่วนของการทดสอบยิงจรวดประดิษฐ์ ทุกทีมจะต้องคิดวิธีในการส่งจรวดประดิษฐ์มาให้ทางคณะผู้จัด ซึ่งจรวดที่ส่งมานั้นจะต้องมีสภาพที่สมบูรณ์ พร้อมที่จะทำการยิงทดสอบมากที่สุด เพื่อที่นักวิจัย สทป. จะได้นำจรวดของน้อง ๆ ไปประกอบมอเตอร์ เพื่อทำการยิงทดสอบ โดยคณะกรรมการจะใช้เกณฑ์การตัดสินดังนี้&lt;/p&gt;


	จรวดสามารถขึ้นได้สูงที่สุด&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 40%
	จรวดสามารถตกลงมาสมบูรณ์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;30%


&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (การปล่อยร่มจรวด, ร่มจรวดกางสมบูรณ์, ระบบ Deployment สมบูรณ์,&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชิ้นส่วนจรวดหลังตกมีความสมบูรณ์)&lt;/p&gt;


	จรวดสามารถตกลงมาในเขตพื้นที่ตกลงในพื้นที่ราบที่กำหนดในรัศมี 400 เมตร&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 10%
	การรักษาเวลาในการส่งผลงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;10%
	การดำเนินการให้เป็นตาม Proposal ที่เสนอไว้&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 10%&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 


&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รวม 100%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คณะกรรมการทำการเก็บรวบรวมคะแนนและสรุปผลการทดสอบจรวดประดิษฐ์ของแต่ละทีม โดยทีมที่มีคะแนนมากที่สุดใน 3 อันดับ ที่สามารถคว้ารางวัลไปครอง ดังนี้ &lt;/p&gt;


	รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม Black Smith Guy โรงเรียนน้ำพองศึกษา จ.ขอนแก่น
	รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม Jupiter โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม กทม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 
	รางวัลชนะเลิศ ในปีนี้มีทีมที่สามารถทำคะแนนสูงสุดถึง 2 ทีม ได้แก่ 


&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทีม nine za โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวัง นนทบุรี จ.นนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทีม Skyrocket โรงเรียนองครักษ์ จ.นครนายก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศให้โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนา และยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาเยาวชนอย่างต่อเนื่องในรูปแบบใหม่ แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้เยาวชนไม่สามารถมารวมตัวกันได้ แต่เราก้อยังหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นส่วนเล็ก ๆ ในการจุดประกายความคิดให้เยาวชนมีความคิดริเริ่มเพื่อเป็นนักวิจัยรุ่นใหม่ต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113971</URL_LINK>
                <HASHTAG>Conceptual Design, กิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์จรวดประดิษฐ์ ประจำปี 2564, คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, ครั้งที่ 10, จุดประกายความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้กับเยาวชน, ทีม nine za, ทีม Skyrocket, ทีม Space Bar, นักวิจัยนักวิทยาศาสตร์, บูรณาการความรู้, ประดิษฐ์จรวด, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณยศ คุรุกิจโกศล, พลอากาศเอก ดร.ปรีชา ประดับมุข, มบ., สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ, สทป., โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวัง นนทบุรี, โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม, โรงเรียนองครักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f5bba720a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สทป. ดำเนินโครงการประยุกต์ใช้แผนที่สถานการณ์ร่วม  เพื่อจำลองภารกิจการช่วยเหลือทางทหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาโครงการประยุกต์ใช้แผนที่สถานการณ์ร่วมเพื่อจำลองภารกิจการช่วยเหลือทางทหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อสนับสนุนภารกิจทางทหารด้านความมั่นคงของกระทรวงกลาโหม (กห.) ที่ต้องปฏิบัติหลายประการ รวมไปถึงภารกิจที่ไม่ใช่ภารกิจด้านการรบ เช่น การส่งกำลังเข้าสนับสนุนการพัฒนาประเทศ การป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ และการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ และภารกิจการตอบสนองขณะประเทศประสบสภาวะวิกฤตและขาดสัญญาณการสื่อสาร โดยการจัดทำแผนที่สถานการณ์ร่วมจากข้อมูลภาพถ่ายที่ได้จากอากาศยานไร้คนขับหรือ UAV&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการประยุกต์ใช้แผนที่สถานการณ์ร่วมเพื่อจำลองภารกิจการช่วยเหลือทางทหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงดำเนินการสถาปนาระบบสื่อสารขึ้นเอง เพื่อสนับสนุนการเข้าช่วยเหลือของทหารในพื้นที่ฉุกเฉิน และการขยายขีดความสามารถของแผนที่สถานการณ์ช่วยสร้างผลกระทบในเชิงบวกกับหน่วยงานด้านความมั่นคง อีกทั้งในด้านเศรษฐกิจเพื่อเตรียมการรับมือ ตอบสนอง และบรรเทาภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม เป็นต้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้หน่วยงานภายใต้สังกัด กห. ได้นำแผนที่สถานการณ์ร่วมไปประยุกต์ใช้เพื่อจำลองภารกิจการช่วยเหลือทางทหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยสร้างความเข้าใจและความตระหนักรู้สถานการณ์ร่วมให้ผู้บังคับบัญชาสั่งการที่ศูนย์ควบคุม และสั่งการในพื้นที่ห่างไกลได้ออกคำสั่งตามหนทางปฏิบัติที่ดีที่สุด รวมถึงการตัดสินใจต่อการปฏิบัติภารกิจฉุกเฉินให้ทหารที่ปฏิบัติการในพื้นที่รับคำสั่งไปปฏิบัติได้ทันที ในการนี้ สทป. และหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย หรือ บก.ทท. (นทพ.) ได้ตกลงร่วมกันจัดทำบันทึกข้อตกลงในการวิจัยและพัฒนาร่วม เพื่อให้ได้เครื่องมือซึ่งเป็นต้นแบบให้ทหารนำไปใช้ฝึกก่อนการปฏิบัติภารกิจฉุกเฉินขณะเกิดเหตุฉุกเฉินจากภัยพิบัติและสาธารณภัย และเมื่อสิ้นสุดโครงการจะส่งมอบให้หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 31 หรือ นพค.31 ที่มีขอบเขตความรับผิดชอบครอบคลุมพื้นที่ จังหวัดน่าน นำเข้าประจำการทดสอบทดลองเพื่อปฏิบัติภารกิจในพื้นที่รับผิดชอบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการประยุกต์ใช้แผนที่สถานการณ์ร่วมเพื่อจำลองภารกิจการช่วยเหลือทางทหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นการวิจัยและพัฒนาต่อยอดแผนที่สถานการณ์ร่วมในรูปแบบสามมิติด้วยภาพถ่ายจาก UAV มาถ่ายทอดสัญญาณและแสดงผลการปฏิบัติหน้าที่ของทหารขณะปฏิบัติภารกิจในสถานการณ์ฉุกเฉิน จากนั้นจึงใช้เทคโนโลยีการสร้างตัวแบบและการจำลองภาพสถานการณ์ฉุกเฉินในระบบศูนย์อำนวยการสถานการณ์ฉุกเฉิน (Command, Control, Communication, Computer, Intelligence, Surveillance, Reconnaissance (C4ISR)) เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาสั่งการที่ศูนย์ควบคุมและสั่งการในพื้นที่ห่างไกลได้ออกคำสั่ง รวมถึงการตัดสินใจต่อการปฏิบัติภารกิจฉุกเฉินให้ทหารที่ปฏิบัติการในพื้นที่รับคำสั่งไปปฏิบัติได้ทันที &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสื่อสารข้อมูลในการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือทางทหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาทิเช่น การเตรียมความพร้อมก่อนเกิดอุทกภัย UAV จะทำหน้าที่บินถ่ายภาพพื้นที่ ที่คาดการณ์ว่าจะเกิดอุทกภัยตามหลักการลาดตระเวน พร้อมกรรมวิธีการเฝ้าตรวจ และการสำรวจภาคพื้น เพื่อความถูกต้องของข้อมูลในการจัดเตรียมแผนที่สถานการณ์ 3 มิติ การเข้าบรรเทาเหตุอุทกภัยด้วย UAV ที่ทำหน้าที่ลาดตระเวน เพื่อสื่อสารสัญญาณข้อมูลจากอุปกรณ์สื่อสารสัญญาณแบบพกพา Manpack จากพื้นที่ เข้าสู่ระบบอำนวยการปฏิบัติแบบเคลื่อนที่ ห่างออกไปได้ถึง 150 กิโลเมตร เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล ภาพ หรือ วีดิโอ ก่อนส่งข่าวสารที่ได้ผ่านโครงข่ายการสื่อสารปกติ เข้าสู่ศูนย์อำนวยการสถานการณ์ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การดำเนินการที่สำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1. สร้างต้นแบบและองค์ความรู้ระบบโครงข่ายการสื่อสารด้วยระบบสื่อสารในช่วงคลื่น L-band ติดตั้งบน UAV บินทำการ 6 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in&quot;&gt;2. สร้างต้นแบบและองค์ความรู้ระบบแผนที่สถานการณ์ร่วม 3 มิติ ด้วยภาพจาก UAV แทนภาพดาวเทียมเพื่อความถูกต้องและทันสมัยกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;3. สร้างต้นแบบและองค์ความรู้ระบบ C4ISR ด้วยองค์ความรู้ด้านข่าวกรอง, การเฝ้าตรวจ และการลาดตระเวน (ISR : Intelligence, Surveillance and Reconnaissance) เพื่อหนทางปฏิบัติที่ดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน สทป. อยู่ระหว่างการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้แผนที่สถานการณ์ร่วมในรูปแบบ 3 มิติ ด้วยภาพถ่ายจาก UAV เพื่อสนับสนุนภารกิจทางทหาร และภารกิจอื่นของรัฐในประเทศเพื่อการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย การร่วมกับภาครัฐอื่นแก้ไขปัญหาภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยคลี่คลายปัญหาได้อย่างทันเวลา เนื่องจากระบบสามารถสร้างโครงข่ายการสื่อสารขึ้นเองได้ขณะเกิดสถานกาณ์ฉุกเฉิน การนำต้นแบบโครงการฯ ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและภัยพิบัติปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยได้ใกล้เคียงเวลาจริง ช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจของประเทศ เน้นภารกิจที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านการบรรเทาสาธารณภัย และภัยพิบัติ โดย สทป. นำเทคโนโลยีป้องกันประเทศที่มีอยู่หลากหลายแขนงมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการป้องกันประเทศ รวมถึงการประยุกต์ใช้ประโยชน์แก่ประเทศในภาพรวม ด้วยการวิจัยและพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้แผนที่สถานการณ์ร่วมในรูปแบบ 3 มิติ ด้วยภาพถ่ายจาก UAV เพื่อการจำลองเหตุการณ์น้ำท่วมแบบ 3 มิติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือสนับสนุนภารกิจการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติและสาธารณภัยของ นพค.31 ในพื้นที่ จังหวัดน่าน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สทป. ยังคงต้องวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศที่เป็นโครงการเดิมนี้ ควบคู่ไปกับการดำเนินการโครงการใหม่ภายใต้พระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. 2562 ในลักษณะของการบูรณาการและเป็นเทคโนโลยี 2 ทางที่ใช้งานได้ทั้งทหารและพลเรือน งานในโครงการใดที่สามารถต่อยอดในเชิงพาณิชย์ได้&amp;nbsp; จะได้รับการพิจารณาดำเนินการ โดยเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยในด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ที่นอกจากจะทำให้กองทัพไทยพึ่งพาตนเองได้แล้ว ยังเป็นอุตสาหกรรมที่จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้แก่ประเทศไทยในอนาคตอีกด้วย &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104759</URL_LINK>
                <HASHTAG>UAV, กระทรวงกลาโหม, กห., กองบัญชาการกองทัพไทย, ด้วยภาพถ่าย, นทพ., บก.ทท, ภารกิจการช่วยเหลือทางทหาร, รูปแบบสามมิติ, สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ, สทป., สนับสนุนภารกิจทางทหาร, หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา, โครงการประยุกต์ใช้แผนที่สถานการณ์ร่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b45809c491e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 13:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สทป. ส่งมอบต้นแบบอุตสาหกรรมเรืออเนกประสงค์เพื่อความมั่นคงทางทะเล เพื่อทดสอบภาคสนามโดยหน่วยผู้ใช้ ตอบสนองภารกิจของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ</HEADLINE>
                <CONTENT>



&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โครงการพัฒนาจัดสร้างเรืออเนกประสงค์เพื่อความมั่นคงทางทะเล สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ถือเป็นโครงการวิจัยและพัฒนาพาหนะทางน้ำโครงการแรกที่ สทป. ได้ดำเนินการจัดสร้าง ร่วมกับ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (นสร.กร.) และบริษัท โชคนำชัย ไฮ &amp;ndash; เทค เพรสซิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนที่มีศักยภาพภายในประเทศ โดย สทป. ได้นำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญในการวิจัยและพัฒนาต้นแบบเทคโนโลยีป้องกันประเทศขั้นสูง เพื่อสนับสนุนในการพัฒนาจัดสร้างต้นแบบอุตสาหกรรมเรืออเนกประสงค์เพื่อความมั่นคงทางทะเล และได้ดำเนินการทดลองสมรรถนะของเรือต้นแบบอุตสาหกรรมเรืออเนกประสงค์เพื่อความมั่นคงทางทะเล ระหว่างวันที่ 12-13 มกราคม 64 ทดสอบนำเรือลงหน้าท่าเพื่อทำการทดสอบระบบย่อยของเรือ ณ บริษัท โชคนำชัย ไฮ &amp;ndash; เทค เพรสซิ่ง จ.สุพรรณบุรี และทำการทดสอบประเมิน Function ระหว่างวันที่ 19-20 มกราคม 2564 การใช้งานระบบต่างๆ ของเรือ (Hat) และทดสอบสมรรถนะทางทะเล (Sat) ณ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ผลการทดสอบได้รับความสำเร็จอย่างดียิ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;วันที่ 21 มกราคม 2564 สทป. ได้ดำเนินการจัดพิธีส่งมอบต้นแบบอุตสาหกรรมเรืออเนกประสงค์เพื่อความมั่นคงทางทะเล ณ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อทดสอบภาคสนามโดยหน่วยผู้ใช้ ตอบสนองภารกิจของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ โดยได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอก ดร.ปรีชา ประดับมุข ผู้อำนวยการ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เป็นผู้ส่งมอบต้นแบบอุตสาหกรรมเรืออเนกประสงค์เพื่อความมั่นคงทางทะเล ให้กับ พลเรือตรีศุภชัย ธนสารสาคร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ&amp;nbsp; ในฐานะหน่วยผู้ใช้งาน เป็นผู้รับมอบฯ &amp;nbsp;โดยมีพลเอกพอพล มณีรินทร์ ประธานกรรมการ สทป., พลเรือตรี อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหาร กองทัพเรือ และคุณนำชัย สกุลฎ์โชคนำชัย ประธานกรรมการ บริษัท โชคนำชัย ไฮเทค เพรสซิ่ง จำกัด เข้าร่วมแสดงความยินดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;หลังจากพิธีส่งมอบต้นแบบอุตสาหกรรมเรืออเนกประสงค์เพื่อความมั่นคงทางทะเล เพื่อทดสอบภาคสนามโดยหน่วยผู้ใช้ ตอบสนองภารกิจของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ สทป. ได้ทำการสาธิตการปฏิบัติงานและสมรรถนะทางทะเล เพื่อแสดงสมรรถนะต้นแบบอุตสาหกรรมเรืออเนกประสงค์เพื่อความมั่นคงทางทะเล เพื่อถ่ายทอดการใช้งานและสร้างความเชื่อมั่นให้กับหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ ดังนี้ &lt;/p&gt;


	จำลองการเก็บขยะหน้าท่า
	สาธิตการเอาตระกร้าขึ้น
	ผู้บริหารขึ้นเรือต้นแบบอุตสาหกรรมเรืออเนกประสงค์เพื่อความมั่นคงทางทะเล เพื่อไปเกาะแสมสาร
	ชมการสาธิตการสนับสนุนการปฏิบัติการใต้น้ำ
	ทดสอบเกยหาดรับรถขนาด 1 ตัน


&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ซึ่งการพัฒนาจัดสร้างเรืออเนกประสงค์เพื่อความมั่นคงทางทะเล โครงการเรืออเนกประสงค์เพื่อความมั่นคงทางทะเล จะสามารถสนับสนุนการดำเนินงานตอบสนองภารกิจของ นสร.กร. ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;1.) ด้านความมั่นคงทางทหาร ได้แก่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 0in 0in 0.5in;&quot;&gt;1.1) สนับสนุนภารกิจหลักสูตรต่าง ๆ ของ นสร. เช่น นักทำลายใต้น้ำจู่โจม, ปฏิบัติงานใต้น้ำ และลาดตระเวน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 0in 0in 0.5in;&quot;&gt;1.2) ขนส่งในพื้นที่ที่เรือใหญ่เข้าไม่ถึง (เข้าเกยหาด) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;2.) ด้านความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ การเก็บขยะลอยน้ำในพื้นที่โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) และพื้นที่รับผิดชอบของ นสร.กร.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;3.) ด้านความมั่นคงทางสังคม การมีส่วนร่วมตอบสนองความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อสร้างการตระหนักถึงปัญหาที่เกิดจากขยะในทะเลให้แก่ประชาชนร่วมกันแก้ไขปัญหาขยะให้หมดไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการพึ่งพาตนเองสามารถสนับสนุนกระทรวงกลาโหม ในการดำเนินกิจการด้านการวิจัยพัฒนา และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเพื่อความมั่นคง รวมถึงต่อยอดผลการวิจัยและพัฒนาไปจนถึงขั้นการผลิต และจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ตามพระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ สทป. มาตรา 22 (1) (2) ว่าด้วยการศึกษาค้นคว้า วิจัย และพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีป้องกันประเทศและดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องหรือต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่อุตสาหกรรมและเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของกระทรวงกลาโหม หน่วยงานอื่นของรัฐ และภาคเอกชน และมาตรา 23 (6) ทำความตกลงและร่วมมือกับองค์การหรือหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศในกิจการที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของสถาบันที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ. เทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. 2562 นอกจากนั้นการดำเนินโครงการฯ ยังก่อให้เกิดความคุ้มค่าด้านต่าง ๆ ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;1. ความคุ้มค่าด้านเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;- ลดการนำเข้า และ/หรือการใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศที่มีต้นทุนสูง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;- เพิ่มมูลค่าของผลงานวิจัยและพัฒนาทางด้านความมั่นคงในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ความคุ้มค่าด้านความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;- ตอบสนองยุทธศาสตร์ของ กห. และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - สามารถตอบสนองต่อความต้องการของหน่วยผู้ใช้งานได้อย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;3. ความคุ้มค่าด้านการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - ก่อให้เกิดพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ รวมถึงการบูรณาการ/พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือตามแผนยุทธศาสตร์ของ สทป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - ตอบสนองตามนโยบายของรัฐบาลในการผลักดันให้เกิดการพึ่งตนเองในด้านการวิจัยและพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;4. ความคุ้มค่าด้านเทคโนโลยี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - มีความคุ้มค่าในการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ในโครงการร่วมวิจัยของหน่วยงานรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; - เปิดโอกาสให้บุคลากรของหน่วยงานรัฐในการร่วมวิจัยและพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;ทั้งนี้ สทป. มีแผนที่จะนำองค์ความรู้ในการสร้างต้นแบบเรืออเนกประสงค์เพื่อความมั่นคงทางทะเล ดังกล่าว ต่อยอดองค์ความรู้สู่การผลิตในเชิงอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีสูงขึ้นต่อไปในอนาคต &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90648</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ, สทป., อุตสาหกรรมเรือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210122/image_big_600a749454dc2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 10:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สทป. ร่วมกับ อพวช. จัดการแข่งขัน Thailand CANSAT - ROCKET COMPETITIONS 2019</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;พันธกิจสำคัญของ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ หรือ สทป. ประการหนึ่งคือ การส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมทางวิชาการ เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีป้องกันประเทศไปสู่สาธารณชน ตามประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือ และการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมสู่ประชาสังคม ภายใต้โครงการความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ที่ สทป. ดำเนินการมาแล้วอย่างต่อเนื่องกว่า 8 ปี ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2555 จนถึงปัจจุบัน ผ่านโครงการค่ายวิทยาศาสตร์จรวดประดิษฐ์ หรือ ค่ายวิทย์จรวดประดิษฐ์ ซึ่งจัดขึ้นทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค เพื่อให้โครงการดังกล่าวพัฒนาก้าวไกลมากยิ่งขึ้น............................................ 
&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;สทป. ได้มองหาหน่วยงานที่มีศักยภาพและความพร้อมในการส่งเสริมความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ ไปสู่สาธารณชน ซึ่งองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ หรือ อพวช. ถือเป็นหน่วยงานที่มีทั้งศักยภาพและความพร้อมดังที่กล่าวมา เห็นได้จากการจัดกิจกรรมแข่งขัน Cansat Thailand ที่ อพวช. จัดขึ้นต่อเนื่อง 2 ปี ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2560 &amp;ndash; 2561 เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์จากกิจกรรมแข่งขันประดิษฐ์ดาวเทียมกระป๋อง (CANSAT) &amp;nbsp;ขึ้นสู่อากาศเพื่อเก็บข้อมูลตามภารกิจด้านต่างๆ จึงเกิดเป็นแนวคิดในการผนวกความรู้ด้านจรวดประดิษฐ์ (ROCKET) และดาวเทียมกระป๋อง (CANSAT) เข้าด้วยกัน และพัฒนาต่อยอดอรรถประโยชน์ของจรวดประดิษฐ์เพื่อนำส่ง CANSAT โดยพันธกิจหลักในการสร้างแรงบันดาลใจ เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ และความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นจุดมุ่งหมายเดียวกันของทั้ง 2 หน่วยงาน &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;สทป. ได้ผนึกกำลังกับ อพวช. เพื่อร่วมกันจัดกิจกรรมการแข่งขันที่มีชื่อว่า &amp;ldquo;Thailand CanSat - Rocket Competition 2019&amp;rdquo; โดยบูรณาการความรู้ด้านเทคโนโลยีระบบจรวด (Rocket) และระบบดาวเทียมกระป๋อง (CANSAT)&amp;nbsp; เข้าด้วยกัน&amp;nbsp; ครอบคลุมถึงสาระความรู้สำคัญที่เกี่ยวข้อง ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเยาวชนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายได้นำความรู้ไปพัฒนาสร้างจรวดประดิษฐ์บรรจุระบบดาวเทียมกระป๋อง (CANSAT)&amp;nbsp; และแข่งขันส่งดาวเทียมกระป๋อง (CANSAT)&amp;nbsp; เก็บข้อมูลตามภารกิจที่กำหนด เพื่อวิเคราะห์ผลและนำเสนอผลงานแก่คณะกรรมการในการตัดสิน โดยจะทำการทดลองยิงจรวดส่งดาวเทียมกระป๋อง (CANSAT)&amp;nbsp; เพื่อวัดผลการทำงานทั้งจรวดและระบบดาวเทียมกระป๋อง และเก็บรวบรวมองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาผลงานนวัตกรรมต่อไป โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 ช่วงดังนี้ ......................................
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;กิจกรรมช่วงที่ 1 จัดแถลงข่าวประชาสัมพันธ์โครงการ และจัดพิธีลงนามความเข้าใจ Thailand Cansat - Rocket Competition ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้บริหารสูงสุดทั้ง 2 หน่วยงานเข้าร่วม ได้แก่ พลอากาศเอก ดร.ปรีชา ประดับมุข ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ พร้อมลงนามบันทึกความเข้าใจ ระหว่าง อพวช. และ สทป. จากนั้น มีการเสวนา เรื่อง &amp;quot;วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีอวกาศ จุดประกายเยาวชนไทย&amp;rdquo; โดยได้เชิญสื่อมวลชน และเยาวชนที่ชนะการแข่งขันจากปีที่ผ่านมาเข้าร่วม ณ จัสตุรัส อพวช. กรุงเทพฯ &amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&amp;hellip;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;จากนั้น จัดกิจกรรม Roadshow ประชาสัมพันธ์โครงการไปยัง 4 ภูมิภาค ภายใต้การอบรมเชิงปฏิบัติการ Thailand Cansat &amp;amp; Rocket Competition 2019 โดยมีผู้เข้าร่วมจัดกิจกรรมทั้งสิ้นกว่า &amp;nbsp;400 คน จากทั่วประเทศ เพื่อแนะนำโครงการ ขั้นตอน วิธีการการรับสมัคร และมีการเรียนรู้ภาคทฤษฏีเบื้องต้นที่เกี่ยวข้องจรวดประดิษฐ์ (ROCKET) และดาวเทียมดาวเทียมกระป๋อง (CANSAT) ปฏิบัติการ Workshop ประดิษฐ์จรวดและร่มชูชีพเบื้องต้น โดยเริ่มต้นภาคใต้เป็นแห่งแรก เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 62 ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จ.สงขลา ภาคกลางเป็นแห่งที่สอง เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 62 ณ พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า อพวช. จ.ปทุมธานี ภาคเหนือเป็นแห่งที่สาม เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.62 ณ คณะวิทยาศาสตร์ ม.แม่โจ้ จ.เชียงใหม่ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นแห่งสุดท้าย เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 62 ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.ขอนแก่น...............................................................................
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;หลังจากเสร็จสิ้นการ Roadshow ประชาสัมพันธ์โครงการทั้ง 4 ภูมิภาคแล้ว จะเปิดรับสมัครเยาวชนจากทั่วประเทศ ส่งใบสมัครเข้าร่วมโดยจะสิ้นสุดการรับสมัคร ภายในวันที่ 12 ก.ค. 62&amp;nbsp; เพื่อให้คณะกรรมการตัดสินร่วมกันคัดเลือกและตัดสินทีมที่ผ่านเกณฑ์การตัดสิน และประกาศผลผู้ชนะรอบคัดเลือก ในวันที่&amp;nbsp; 15 ก.ค. 62 &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;กิจกรรมช่วงที่ 2&amp;nbsp; โดยจัดเป็นค่าย Thailand Cansat &amp;amp; Rocket Competition 2019 รอบคัดเลือก ในระหว่างวันที่ 27 - 29 ก.ค. 62 &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;กิจกรรมช่วงที่ 3 การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ในระหว่างวันที่ 6 - 7 ก.ย. 62 ณ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติตามลำดับ..............................................................
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;Thailand Cansat &amp;amp; Rocket Competition&amp;nbsp; เปิดโอกาสให้เยาวชนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ที่สนใจการประดิษฐ์จรวดเชื้อเพลิงน้ำตาล (Sugar Rocket) และดาวเทียมกระป๋อง (CANSAT)&amp;nbsp; (CANSAT) ส่งผลงานเข้าแข่งขัน หวังสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนในการเรียนรู้เทคโนโลยีอวกาศและเทคโนโลยีดาวเทียม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ พร้อมก้าวเข้าสู่การแข่งขันเวทีระดับนานาชาติ สร้างโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ก่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพการเป็นนักประดิษฐ์คิดค้น ยังสามารถพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคม ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของเยาวชน ในการเป็นบุคลากรที่มีศักยภาพ มีคุณค่าต่อประเทศต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41906</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thailand CANSAT - ROCKET COMPETITIONS 2019, รสทป., วิทยาศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ, อพวช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d391ed27b477.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
