<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จังหวะตั้งรับ &quot;บิ๊กตู่-พรรค รบ.&quot; ในสถานการณ์สู่จุดเสี่ยง กองทัพยุค &quot;บิ๊กบี้&quot; อีกหนึ่งตัวแปร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ต้องรอถึงเดือนตุลาคมกันแล้ว สำหรับนัดชุมนุมใหญ่ทางการเมืองของม็อบนักศึกษา-ประชาชน-คนรุ่นใหม่ ที่เรียกร้องเคลื่อนไหวให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและยุบสภาฯ เพราะเบื้องต้นมีการเผยแพร่นัดหมายจัดชุมนุมใหญ่ วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ อันเป็นความเคลื่อนไหวที่ กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม แจ้งไว้ในเพจทางการของ กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม อันเป็นกลุ่มเดียวกับที่จัดกิจกรรมชุมนุมที่ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อ 10 ส.ค. จนสร้างเสียงฮือฮาไปทั่ว กับ 10 ข้อเสนอที่ระบุตรงถึง สถาบันเบื้องสูง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากเป็นไปตามนี้ เท่ากับจากเดิมที่มีการประเมินกันว่า จะมีการนัดชุมนุมใหญ่ม็อบนักศึกษาช่วงเดือนตุลาคม หลังมีความชัดเจนว่าภายในเดือนกันยายน ข้อเรียกร้องต่างๆ ที่ประกาศบนเวทีหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน เมื่อ 16 สิงหาคม โดยเฉพาะเรื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแก้ไขรัฐธรรมนูญ-การโละทิ้ง ส.ว. 250 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งดูจากสถานการณ์ในปัจจุบัน แม้ต่อให้พรรคร่วมรัฐบาลขยับกันอย่างรวดเร็วในการเดินหน้ายื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่า สุดท้ายการแก้ไข รธน.จะเกิดขึ้นจริงหรือสะดุดล้มตั้งแต่การโหวตในวาระแรก หรือหากว่าสุดท้ายเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมร่วมรัฐสภาเกิดลงมติเห็นชอบด้วยในวาระแรก โดยมี ส.ว.ร่วมลงเสียงด้วยระดับ 84 คนขึ้นไปจนผ่านวาระแรก แล้วที่ประชุมรัฐสภามีการตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เป็น กมธ.ร่วมระหว่าง ส.ว.-ส.ส. แล้ว กมธ.ไปเขียนรายละเอียดต่างๆ เช่น โครงสร้างที่มาของสมาชิกสภาร่าง รธน. แล้วสุดท้าย รายละเอียดต่างๆ ที่ออกมาจากสภาฯ จะตรงกับสิ่งที่กลุ่มเคลื่อนไหวต้องการหรือไม่ เพราะหากผลที่ออกมาไม่ตรงกับสิ่งที่กลุ่มคณะประชาชนปลดแอก-แกนนำม็อบนักศึกษา ที่เป็นหัวหอกหลักในการจัดชุมนุมต้องการ ก็อาจยกมาเป็นเหตุในการนัดเคลื่อนไหวทำกิจกรรมต่อไปเรื่อยๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์ข้างหน้าต่อจากนี้จึงยังเป็นเรื่องที่เหนือการคาดหมาย เพราะยังต้องรอดูอีกหลายตัวแปร โดยเฉพาะท่าทีของพรรคพลังประชารัฐ พรรคแกนนำรัฐบาล และที่สำคัญท่าทีของ สมาชิกวุฒิสภา-สภาสูง ว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องการแก้ไข รธน. เพราะหาก ส.ว.ตั้ง กำแพงเหล็กสกัดกั้น กระบวนการแก้ไข รธน.ก็ไม่สามารถเดินหน้าได้ตั้งแต่การโหวตในวาระแรกแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งเรื่องท่าทีของฝ่าย ส.ว.ต่อการแก้ไข รธน. คาดว่าแกนนำสภาสูงหลายคนอาจกำลังรอดูสัญญาณบิ๊กๆ ในรัฐบาลจะส่งสัญญาณมายัง ส.ว.อย่างไร จะให้ แตกหัก กันไปเลย คือโหวตไม่เอาการแก้ไข รธน.ตั้งแต่วาระแรก เพื่อล้มกระดานการแก้ไข รธน. แบบพร้อมจะแตกหักกับฝ่ายม็อบนอกรัฐสภา รวมถึงฝ่ายค้านในสภาฯ หลังแนวโน้มการแก้ไข รธน.ตามร่างฯ ของทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านต่างออกมาสูตรเดียวกันคือ จะให้แก้ไขมาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญมายกร่าง รธน.ใหม่ทั้งฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยที่สูตรดังกล่าวก็ไม่มีหลักประกันว่า สมาชิกสภาร่าง รธน.จะเขียน รธน.ฉบับใหม่ โดยไม่มีการแตะ-รื้อบทเฉพาะกาล ในมาตรา 269-272 ที่เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องที่มาและอำนาจของ ส.ว.ชุดปัจจุบัน เช่น อำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี ที่นั่นหมายถึง สภาสูงชุดนี้สุ่มเสี่ยงจะโดน เซตซีโร &amp;nbsp;ซึ่งหาก ส.ว.ไม่มั่นใจในจุดนั้น ไม่อยากตีเช็คเปล่าให้ ส.ส.ร.ที่ไม่รู้จะเขียนอะไรออกมา ดังนั้นก็อาจถอดปลั๊กแก้ไข รธน.ตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยการพร้อมจะลงมติไม่เห็นชอบกับญัตติขอแก้ไข รธน.ตั้งแต่วาระแรกเลยก็ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เว้นเสียแต่มีข้อตกลงหรือมีการทำดีลระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่าย ส.ว. ว่าให้ ส.ว.ร่วมโหวตลงมติเห็นชอบร่างแก้ไข รธน. ที่จะมีทั้งร่างของพรรคร่วมรัฐบาล-ฝ่ายค้านในวาระแรกไปก่อน จากนั้นพอไปถึงขั้นตอนการพิจารณาในชั้น คณะกรรมาธิการร่วมรัฐสภา ที่มีทั้ง ส.ส.-ส.ว. ซึ่งสัดส่วนกรรมาธิการร่วมดังกล่าว ตัวแทนที่จะมาจากฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาล-ส.ว.รวมกัน ยังไงก็ต้องมากกว่าฝ่ายค้านอยู่แล้ว ก็จะใช้วิธีใช้เสียงข้างมากในคณะกรรมาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;พิมพ์เขียว-ล็อกสเปก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงสร้าง-ที่มาของสมาชิกสภาร่าง รธน. ในลักษณะที่ทำให้ฝ่ายรัฐบาล-ส.ว.เข้าไปมีส่วนร่วมกำหนดตัวบุคคลเป็น ส.ส.ร.ได้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม บนเป้าหมายคือ ให้มี ส.ส.ร.ในสัดส่วนที่จะมาจากฝ่ายรัฐบาล-ส.ว. ที่สามารถคุยกันได้ เช่น สัดส่วน ส.ส.ร.สายผู้ทรงคุณวุฒิ-นักวิชาการ ที่ให้มีสัดส่วนคนของฝ่ายรัฐบาล ที่มากกว่าสัดส่วนที่มาจากการเลือกของประชาชนในระดับจังหวัด 74 คน จนทำให้เชื่อมั่นว่า แม้รัฐบาล-ส.ว.จะยอมให้มีการตั้ง ส.ส.ร.เพื่อนำไปสู่การร่าง รธน.ฉบับใหม่ แต่ก็จะเป็นการร่าง รธน.ที่ไม่ทำให้อำนาจที่เคยมีอยู่ของฝ่ายรัฐบาล-พรรคพลังประชารัฐ-ส.ว.จาก รธน.ฉบับปัจจุบัน หายไปจนหมด เช่น การล็อบบี้ให้ ส.ส.ร.เขียนบทเฉพาะกาลให้ ส.ว.ชุดปัจจุบัน อย่างน้อยยังมีอายุอยู่จนครบวาระในปี 2567 เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหากฝ่ายแกนนำรัฐบาลให้ความมั่นใจดังกล่าวกับ ส.ว.ได้ โดยอ้างเหตุผลเรื่อง กระแสการเรียกร้องให้แก้ไข รธน. กำลังเริ่มก่อตัวเป็นฉันทามติทางการเมือง อันเป็นกระแสที่ยากจะทัดทานได้ ยังไงก็ต้องแก้ เพื่อถอดสลักระเบิดเวลาทางการเมือง เพราะหากไม่แก้ อาจทำให้การเมืองในรัฐสภาถึงทางตัน จนการเมืองนอกรัฐสภาเป็นตัวบีบให้ต้องยอมแก้ไข รธน.แบบหลังชนฝา ที่รัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดสภาพนั้น สู้ใช้วิธีรับบทเป็นเจ้าภาพแก้ไข รธน.ไปเลย จะดูสง่างามกว่า ก็อาจทำให้สุดท้าย ส.ว.บางส่วนยอมร่วมลงมติเห็นชอบกับการแก้ไข รธน.ในวาระแรก เพื่อไม่ให้ถูกมองว่า ส.ว.ขวางแก้ไข รธน.เพราะหวงอำนาจ-ห่วงสถานะตัวเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้น ส.ว.ทั้งหลายไปรอลุ้นอีกทีในชั้นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาญัตติขอแก้ไข รธน. ที่หากรายละเอียดต่างๆ ที่จะออกมาจากชั้นกรรมาธิการร่วมฯ โดยเฉพาะเรื่องที่มาของ ส.ส.ร.ไม่เป็นอย่างที่ต้องการ แล้วก็ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงถ้อยคำได้ในการลงมติเรียงรายมาตราในวาระ 2 ส.ว.ก็ยังมียกสุดท้าย คือการลงมติวาระ 3 ที่ยังสามารถผนึกเสียงไม่เห็นชอบกับการแก้ไข รธน.ดังกล่าวได้ เพราะการโหวตวาระ 3 มีการเขียนล็อกต้องใช้เสียง ส.ว. 84 เสียงเห็นชอบอยู่ดี ซึ่งหากวาระ 3 เสียง ส.ว.โหวตเห็นชอบ ไม่ถึง 84 เสียง การแก้ไข รธน.ดังกล่าวก็ล้มครืนอยู่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหากผลลัพธ์ทางการเมืองออกมาแบบนี้ คือกระบวนการแก้ไข รธน.ถูกล้มกระดานเพราะ ส.ว.ไม่เอาด้วย เสียงโหวตเห็นชอบไม่ถึง 84 เสียง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชื่อได้ว่าสถานการณ์ที่จะตามมาก็คือ กระแสไม่พอใจนอกรัฐสภาจะร้อนแรงมาก เพราะแม้รัฐบาลและ ส.ว.จะอ้างว่า ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระต่อกัน แต่ยังไงฝ่ายค้าน-ม็อบนักศึกษา ก็ต้องมีการเชื่อมโยงไปว่า ส.ว.ชุดนี้ 250 คน มาจากการเลือก-ทำรายชื่อของ คสช. และส่วนใหญ่ก็มีความสัมพันธ์กับคนในรัฐบาลอยู่แล้ว หากฝ่ายรัฐบาลจริงใจในการแก้ไข รธน.จริง ก็ต้องประสานกับ ส.ว.ให้ร่วมลงมติแก้ไข รธน.ได้ แต่ที่ ส.ว.ไม่เอาด้วย เพราะรับสัญญาณมาจากรัฐบาลให้โหวตคว่ำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้ สถานการณ์การเมืองทั้งในและนอกรัฐสภาหลังจากนี้ โดยเฉพาะม็อบต่างๆ ที่กำลังรุกไล่รัฐบาล มองดูแล้วก็เห็นชัดว่า ศูนย์กลางความร้อนแรงจะอยู่ที่เรื่อง การแก้ไข รธน. โดยมีตัวแปรสำคัญก็คือ ส.ว.-สภาสูง ว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องการแก้ไข รธน. หลังซุ้มเสียง ส.ว.โดยรวมจนถึงขณะนี้พบว่า ยังไม่เด่นชัดแบบเป็นเอกภาพว่า เสียงส่วนใหญ่จะลงมติไปในทางไหน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันเมื่อโฟกัสไปที่พรรคร่วมรัฐบาล ในเรื่องการยื่นญัตติขอแก้ไข รธน.นั้น ล่าสุดแนวโน้มจะใช้วิธีเสนอญัตติเป็นร่างเดียวกันในนามพรรคร่วมรัฐบาล โดยมีประเด็นหลักคือ แก้ไขมาตรา 256 และให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่คาดว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะเสนอญัตติดังกล่าว ต่อชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา วันที่ 26 ส.ค.นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และในช่วงจังหวะนี้ ที่สถานการณ์การเมืองบีบรัดพลเอกประยุทธ์มากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการเคลื่อนไหว-การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง ที่ยังคงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่องในสถานศึกษาต่างๆ รวมถึงในพื้นที่โซเชียลมีเดีย ซึ่งการแสดงความเห็นทางการเมืองบางเรื่อง โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับ สถาบันเบื้องสูง ที่แกนนำนักศึกษา-นักวิชาการ-นักเคลื่อนไหวการเมืองบางกลุ่ม ยังคงนำเสนอชุดความคิดดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ประชาชนอีกบางฝ่ายที่ก็มีจำนวนมากเช่นกัน ซึ่งเดิมก็ไม่ชอบพวกม็อบนักศึกษาและนักการเมืองอย่างคณะก้าวหน้าของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล และพรรคก้าวไกล เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งรู้สึกชิงชังกลุ่มแกนนำม็อบนักศึกษาและนักการเมืองในซีกคณะก้าวหน้า-พรรคก้าวไกลมากขึ้นเรื่อยๆ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สภาพการณ์รอวันปะทุกันดังกล่าว ทำให้หลายฝ่ายเริ่มเป็นห่วงว่า หากสถานการณ์สุกงอม เช่น การแก้ไข รธน.-การยุบสภาฯ หลังแก้ไข รธน.เสร็จสิ้น สุดท้ายไม่เกิดขึ้น ตามที่ม็อบนักศึกษาเรียกร้อง จนมีการยกระดับการเคลื่อนไหว-ยกระดับข้อเรียกร้อง เช่น นัดชุมนุมบนท้องถนนเพื่อเรียกร้องกดดันรัฐบาลบิ๊กตู่แบบหนักๆ มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งหากสถานการณ์ไหลไปถึงจุดนั้น หลายฝ่ายก็เกรงกว่าจะเกิดการเผชิญหน้าของคน 2 ฝ่ายหรือไม่ แล้วหากเกิดขึ้น ฝ่ายที่คุมกำลังหลักอย่าง กองทัพ-ทหาร จะวางตัวอย่างไร โดยเฉพาะหลัง 30 ก.ย. ที่จะมีการเปลี่ยนผ่าน ผู้บัญชาการทหารบก จากบิ๊กแดง พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ มาเป็น &amp;quot;บิ๊กบี้&amp;quot; พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ว่าที่ ผบ.ทบ.คนใหม่ ตามกระแสข่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อันมีรายงานว่า บุคลิกส่วนตัวของ ว่าที่ ผบ.ทบ.คนใหม่ ที่เป็น นายทหารพิเศษประจำกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (รอง ผบ.ฉก.ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 904) ที่ว่ากันว่า ดุดัน-เฉียบขาด แต่นิ่งสุขุม ที่เมื่อเข้ามาเป็น ผบ.ทบ.คนใหม่พร้อมกับเป็น สมาชิกวุฒิสภา โดยตำแหน่ง ที่สำคัญเข้ามาในช่วงสถานการณ์ม็อบนอกรัฐสภากำลังก่อตัว-ขยายวง และบางเวทีอาจยังไม่เลิกพูดถึงเรื่องสถาบันเบื้องสูง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่ามกลางกระแสข่าวลือ-การวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองในหลายบริบท หากสุดท้ายการเมืองถึงทางตัน คนไทยสุ่มเสี่ยงเผชิญหน้ากันเอง บทบาทกองทัพบกในยุค พล.อ.ณรงค์พันธ์ จะมีบทบาทอย่างมากเมื่อถึงสถานการณ์นั้น เพียงแต่ จะเป็นบทบาทแบบไหน จะเป็นแค่ตัวแปร หรือจะเป็นตัวหลักยุติปัญหา&amp;nbsp; สถานการณ์นับจากนี้ คาดการณ์ฉากไคลแมกซ์ได้ยากยิ่ง.....&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75257</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้, สถาบันเบื้องสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200822/image_big_5f411d80960b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
