<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2020 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2020 19:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สป.ยธ.จี้สภาผู้แทนฯปฏิรูปการออก&#039;หมายเรียก-หมายจับ&#039;ป้องกันผู้บริสุทธิ์กลายเป็นแพะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
26 พ.ย. 2563 - ผศ. ร.ต.อ. ดร. วิเชียร&amp;nbsp; ตันศิริคงคล&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) และนายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ กรรมการสป.ยธ. ยื่นหนังสือผ่าน นายอดิลัน&amp;nbsp; อาลีอิสเฮาะ&amp;nbsp; ประธานคณะอนุกรรมาธิการการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ขอให้เสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ อาญาแก้ปัญหา &amp;ldquo;ตำรวจออกหมายเรียกบุคคลเป็นผู้ต้องหา&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ศาลออกหมายจับ&amp;rdquo; ประชาชนโดยปราศจากพยานหลักฐานชัดเจนว่าเป็นผู้กระทำผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหนังสือระบุว่า เนื่องจากปัจจุบัน&amp;nbsp; ได้เกิดปัญหาประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการในชั้นสอบสวนโดยถูก&amp;ldquo;ตำรวจออกหมายเรียกเป็นผู้ต้องหา&amp;rdquo;&amp;nbsp; หรือ &amp;ldquo;ศาลออกหมายจับ&amp;rdquo; โดยปราศจากพยานหลักฐานแน่ชัดว่าเป็นผู้กระทำผิดกันมากมาย&amp;nbsp; ซึ่งหลายคดี สุดท้ายพนักงานอัยการได้มี &amp;ldquo;คำสั่งไม่ฟ้อง&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ศาลพิพากษายกฟ้อง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ผู้บริสุทธิ์หรือที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;แพะ&amp;rdquo; ต้องตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายเรียก หรือบางคนก็ถูกจับตามหมายจับในสถานที่ส่วนบุคคลหรือที่สาธารณะต่างๆ ตามอำเภอใจของตำรวจ ถูกคุมขังเสื่อมเสียเสรีภาพและมีประวัติอาชญากรรมติดตัวไปตลอดชีวิตอย่างไม่เป็นธรรม
&amp;nbsp;
นอกจากนั้นยังส่งผลร้ายต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง&amp;nbsp; เนื่องจากทำให้บุคคลที่เป็นผู้กระทำผิดจริงหลุดรอดจากการถูกลงโทษตามกฎหมาย&amp;nbsp; ส่งผลทำให้ผู้เสียหายเกิดความคับแค้นใจสังคมเกิดความไม่สงบสุขอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจาก&amp;nbsp; การออกหมายเรียกผู้ต้องหาของพนักงานสอบสวนและการออกหมายจับของศาลตามที่กฎหมายกำหนดไว้&amp;nbsp; ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบพยานหลักฐานจากพนักงานอัยการผู้มีหน้าที่ในการสั่งฟ้องคดีพิสูจน์การกระทำผิดของผู้ถูกกล่าวหาตามมาตรฐานสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเรียนเพื่อโปรดทราบปัญหาดังกล่าว และขอให้ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยเพิ่มบทมาตราในส่วนที่ว่าด้วยการออกหมายเรียกผู้ต้องหาและหมายจับดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.มาตรา&amp;nbsp; 53/1&amp;nbsp; การออกหมายเรียกบุคคลเป็นผู้ต้องหาตามมาตรา 53&amp;nbsp; ต้องได้รับการตรวจพยาน หลักฐานจากพนักงานอัยการและมั่นใจว่า เมื่อเห็นชอบให้ออกหมายเรียกบุคคลใดมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว&amp;nbsp; จะสามารถพิสูจน์การกระทำผิดให้ศาลลงโทษได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกหมายเรียกผู้ต้องหาดังกล่าว&amp;nbsp; นอกจากข้อความตามมาตรา 53 แล้ว ต้องระบุข้อหาตามมาตราใด วันเวลาสถานที่และพฤติการณ์การกระทำผิดที่จะทำให้ผู้ถูกออกหมายเรียกเข้าใจอย่างชัดแจ้งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.มาตรา 59/2&amp;nbsp; ในการร้องขอต่อศาลของพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจให้&amp;nbsp; &amp;ldquo;ออกหมายจับ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ตามมาตรา 59 วรรคสอง ต้องได้รับความเห็นชอบพนักงานอัยการในการตรวจสอบพยานหลักฐานและมั่นใจว่า&amp;nbsp; เมื่อจับตัวบุคคลมาแล้วจะสามารถสั่งฟ้องพิสูจน์การกระทำผิดให้ศาลลงโทษได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาและดำเนินการผลเป็นประการใด ขอได้โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อจะได้แจ้งให้พี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนทราบต่อไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85149</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอดิลัน  อาลีอิสเฮาะ, ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม, สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม, หมายเรียก หมายจับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201126/image_big_5fbf98442251e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78484</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2020 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2020 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สป.ยธ.ชง&#039;วิชา&#039;ให้เสนอนายกฯเร่งนำร่างพรบ.ตำรวจฉบับ&#039;มีชัย&#039;และร่างพรบ.แก้ป.วิอาญาเข้าสภาแทนฉบับสตช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

24 ก.ย. 63 เมื่อช่วงค่ำวันพุธ สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม &amp;nbsp;(สป.ยธ.)นำโดย พันตำรวจเอก วิรุตม์ &amp;nbsp;ศิริสวัสดิบุตร &amp;nbsp;เลขาธิการสป.ยธ. ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.วิชา &amp;nbsp;มหาคุณ &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เรื่อง &amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอให้นำร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน และร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิ อาญา ฉบับที่ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรเป็นหลักในการเสนอต่อนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อแก้ปัญหาและป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในระบบตำรวจและงานสอบสวน&amp;rdquo; พร้อมกับแนบ รายงานการพิจารณาศึกษาเรื่อง &amp;nbsp;&amp;ldquo;การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในชั้นสอบสวน&amp;rdquo; &amp;nbsp;ของกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ส่งมาด้วย
&amp;nbsp;
โดยเนื้อหาในหนังสือดังกล่าวมีใจความดังนี้ ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ออกคำสั่งแต่งตั้งท่านเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบปัญหาการสอบสวนคดีนายวรยุทธ &amp;nbsp;อยู่วิทยา ที่รองอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งไม่ฟ้องเพื่อหาทางนำตัวผู้กระทำผิดมารับโทษตามกฎหมาย &amp;nbsp;พร้อมทั้งให้ศึกษาปัญหาระบบสอบสวนและการสั่งคดีของพนักงานอัยการเสนอแนวทางแก้ไขให้ดำเนินการเพื่อป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในระบบตำรวจและงานสอบสวนนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) เห็นว่า ปัญหาสำคัญที่สุดเกิดจากงานสอบสวนความผิดอาญาแทบทั้งหมดได้ถูกผูกขาดโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติแต่เพียงองค์กรเดียวทั้งในกรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาคด้วยอำนาจของรัฐบาลเผด็จการที่ออกข้อบังคับกระทรวงมหาดไทยไว้ในปี พ.ศ.2506 &amp;nbsp; ซ้ำยังขาดการตรวจสอบจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ แม้กระทั่งพนักงานอัยการระหว่างสอบสวนตามหลักสากลอย่างสิ้นเชิง เป็นช่องทางให้พนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจของไทยซึ่งมีจุดอ่อนที่ระบบการปกครองแบบมีชั้นยศ และวินัยเช่นเดียวกับทหาร &amp;nbsp;สามารถถูกผู้บังคับบัญชาสั่งการโดยมิชอบ ที่มักกระทำด้วยวาจาให้สอบสวนเพื่อกลั่นแกล้ง แจ้งข้อหาต่อประชาชน เสนอให้อัยการสั่งฟ้อง &amp;nbsp;หรือจะล้มคดีเสนอให้สั่งไม่ฟ้องเพื่อช่วยผู้กระทำผิดกันอย่างไรก็ได้ &amp;nbsp;ซึ่งตำรวจผู้เป็นพนักงานสอบสวนแทบทุกคนล้วนจำใจต้องกระทำตามคำสั่งที่มิชอบนั้นด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งนี้ เพื่อมิให้ถูกกลั่นแกล้งจากการถูกผู้บังคับบัญชาจับผิดลงโทษทางวินัยให้เสียอนาคต หรือแต่งตั้งโยกย้ายให้ได้รับความเดือดร้อนได้หลายรูปแบบ
ปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปอย่างเร่งด่วน &amp;nbsp;ตามแนวทางที่สำคัญในระยะแรกดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1. แยกงานสอบสวนให้เป็นสายงานเฉพาะจากตำรวจฝ่ายป้องกันอาชญากรรมในลักษณะเดียวกับงานนิติวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างความรู้ความชำนาญ และหลักประกันความเจริญก้าวหน้าในสายงานโดยการตรวจสอบการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนและการเสนอสำนวนต่อพนักงานอัยการ &amp;nbsp;ให้กระทำโดยพนักงานสอบสวนอาวุโสผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้างานสอบสวนและหัวหน้าพนักงานสอบสวนสถานีและกองบังคับการเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2.การสั่งงานสอบสวนในส่วนที่เกี่ยวกับคดี &amp;nbsp;ต้องกำหนดให้กระทำเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง เช่นเดียวกับการปฏิบัติงานของพนักงานอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3. การสอบปากคำบุคคล ไม่ว่าจะในฐานะผู้กล่าวหา &amp;nbsp;ผู้ต้องหาหรือพยาน ต้องกำหนดให้บันทึกภาพและเสียงเป็นหลักฐานให้พนักงานอัยการและศาลเรียกตรวจสอบได้ทุกคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4. คดีฆาตกรรมหรือสงสัยว่าน่าจะเกิดจากการฆาตกรรม &amp;nbsp;พนักงานสอบสวนต้องแจ้งให้นายอำเภอ พนักงานอัยการ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์ ร่วมตรวจสถานที่เกิดเหตุและรวบรวมพยานหลักฐาน ลงลายมือชื่อรับรองไว้พร้อมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5.คดีที่มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีขึ้นไป หรือคดีที่มีผู้ร้องเรียนต่อพนักงานอัยการว่าการสอบสวนมิได้เป็นไปตามกฎหมาย หรือพนักงานสอบสวนไม่รับคำร้องทุกข์ &amp;nbsp;ให้อัยการมีอำนาจเข้าตรวจสอบและสั่งการสอบสวนคดีนั้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6.การออกหมายเรียกบุคคลเป็นผู้ต้องหาหรือเสนอศาลออกหมายจับ &amp;nbsp;ต้องได้รับความเห็นชอบจากพนักงานอัยการในการตรวจสอบพยานหลักฐาน &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยอัยการจะเห็นชอบได้ &amp;nbsp;ก็ต่อเมื่อมั่นใจว่า คดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ความผิดให้ศาลลงโทษจำเลยได้สอดคล้องกับหลักสากลเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7.กระจายอำนาจสอบสวนโดยกำหนดว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;กระทรวง กรมที่มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายใด &amp;nbsp;ให้มีอำนาจสอบสวนความผิดนั้นด้วย &amp;nbsp;โดยไม่ตัดอำนาจของพนักงานสอบสวนที่ดำเนินการสอบสวนไปตามอำนาจหน้าที่ของตน&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพื่อเป็นการกระจายอำนาจสอบสวนความผิดเฉพาะทางให้แต่ละหน่วยสามารถดำเนินคดีได้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประเด็นการแยกงานสอบสวนตามข้อ 1 &amp;nbsp;สามารถกระทำได้โดยเสนอให้นายกรัฐมนตรีนำร่าง พ.ร.บ. ตำรวจแห่งชาติฉบับที่นายมีชัย &amp;nbsp;ฤชุพันธุ์ เป็นประธานและได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีไว้ &amp;nbsp;นำเข้าสู่สภาเพื่อตราเป็นกฎหมายบังคับใช้
ประเด็นตามข้อ 2-7สามารถกระทำได้ด้วยการเสนอให้นายกรัฐมนตรีนำร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.วิอาญา ของคณะกรรมาธิการกฎหมายฯ &amp;nbsp;ที่สภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน &amp;nbsp;2563 &amp;nbsp; และประธานรัฐสภาได้เสนอไว้ &amp;nbsp;นำเข้าสู่การพิจารณาของสภาเพื่อแปรญัตติเพิ่มเติมในข้อ &amp;nbsp;2 ,3 ,4, 6 และ 7 เพื่อตราเป็นกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78484</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิชา มหาคุณ, พ.ต.อ.วิรุตม์  ศิริสวัสดิบุตร, ร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6c509edef4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สป.ยธ.ชำแหละร่างพรบ.ตำรวจใหม่ขัดรธน.เสนอนำร่างชุด&#039;มีชัย&#039;เข้าสู่สภาเพื่อการปฏิรูป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ก.ย.63 - สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คัดค้านร่าง พ.ร.บ. ปฏิรูปตำรวจฉบับสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและขอให้นำฉบับนายมีชัย&amp;nbsp; ฤชุพันธุ์ เสนอต่อสภาเพื่อการปฏิรูป แก้ปัญหาการทุจริต ประพฤติมิชอบของตำรวจผู้ใหญ่ที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อตำรวจผู้น้อยและประชาชน มีใจความดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มติเมื่อ 15กันยายน 2563 เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ตำรวจฯ ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอแทนฉบับคณะกรรมการชุดนายมีชัย&amp;nbsp; ฤชุพันธ์ ร่างตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งแม้จะยังไม่ถือว่าเป็นการปฏิรูปตำรวจที่แท้จริง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากขาดหลักการเรื่องตำรวจจังหวัด กำหนดให้ตำรวจต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบควบคุมของผู้ว่าราชการจังหวัด โดยผ่าน &amp;rdquo;คณะกรรมการตำรวจจังหวัด&amp;rdquo; ตามหลักสากล&amp;nbsp; และสอดคล้องกับเสียงเรียกร้องของประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบในวงการตำรวจอย่างจริงจัง&amp;nbsp; ทั้งปัญหาการรับส่วยสินบนจากบ่อนการพนัน ตู้ม้า และแหล่งอบายมุขของตำรวจผู้ใหญ่ที่เป็นสาเหตุของอาชญากรรมมากมาย&amp;nbsp; รวมไปถึงปัญหาการสอบสวนที่พนักงานสอบสวนถูกผู้บังคับบัญชาสั่งให้ไม่รับแจ้งความ หรือกลั่นแกล้งแจ้งข้อหาประชาชนโดยมิชอบ หรือสอบสวน &amp;ldquo;ล้มคดี&amp;rdquo; เช่น กรณีเหตุการณ์ทำร้ายผู้กองปูเค็มเนื่องจากการไปตรวจสอบแจ้งให้ตำรวจจับกุมตู้ม้า&amp;nbsp; รวมทั้งการทำลายพยานหลักฐานคดีบอสที่เป็นข่าวอื้อฉาวและที่ไม่เป็นข่าวอีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าว นอกจากจะขัดต่อรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ในมาตรา 258 และ 260 ให้การปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรม ต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งซึ่งกำหนดสัดส่วนผู้เป็นตำรวจไว้แล้ว เนื้อหาที่เป็นสาระสำคัญในการปฏิรูปตามร่างเดิมหลายเรื่อง ยังถูกแก้ไขและตัดออกไปอีกด้วย ที่เห็นชัดในเบื้องต้นก็คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ ตามร่างฉบับนายมีชัยฯ ในมาตรา 15&amp;nbsp; ซึ่งยุบรวม ก.ตช. และ ก.ตร. เข้าด้วยกัน&amp;nbsp; มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน&amp;nbsp; โดย ผบ.ตร. และ รอง ผบ.ตร. ฝ่ายป้องกัน สอบสวน บริหาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จเรตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; อัยการสูงสุด&amp;nbsp; ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม&amp;nbsp; อดีตตำรวจระดับ ผบช. ขึ้นไปห้าคนและบุคคลภายนอกสามคนที่ผ่านการเลือกตั้งจากข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรขึ้นไปทุกคนร่วมเป็นกรรมการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.&amp;nbsp; องค์ประกอบ ก.ตร. ดังกล่าว กลับถูกสำนักงานตำรวจแห่งชาติแก้ไขในมาตรา 14&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยให้ ผบ.ตร. เป็น รอง ประธาน และ รอง ผบ.ตร. ทุกคน จเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ถึง 5&amp;nbsp; ตำแหน่ง (ไม่นับตำแหน่งเทียบเท่าซึ่งอาจปรับได้)เป็นกรรมการ โดยมีอัยการสูงสุด&amp;nbsp; ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นบุคคลภายนอก 3คนเช่นเดิม และลดสัดส่วนของอดีตตำรวจระดับ ผบช. ขึ้นไปที่มาจากการเลือกตั้งของตำรวจเหลือเพียง 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;nbsp; การกำหนดให้ ผบ.ตร. เป็นรองประธาน ก.ตร. แทนที่จะเป็นอัยการสูงสุด หรือปลัดกระทรวงมหาดไทยซึ่งมีฐานะเป็นกรรมการนั้น&amp;nbsp; เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามแบบธรรมเนียมการบริหารราชการแผ่นดินที่อัยการสูงสุดและปลัดกระทรวงมหาดไทยถือว่าเป็นผู้มีสถานะสูงกว่า ผบ.ตร.&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาถึงสถานะความเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนตาม ป.วิ อาญา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งอำนาจในการสั่งคดีที่ ผบ.ตร. ต้องเสนอสำนวนการสอบสวนที่ตนมี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเห็นแย้งพนักงานอัยการให้อัยการสูงสุดชี้ขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.&amp;nbsp; นอกจากนั้นสิทธิในการเลือก ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ 8 คน ที่กำหนดให้ตำรวจชั้นสัญญาบัตรขึ้นไปมีสิทธิเลือก ก็ถูกแก้ไขให้เป็นตำรวจระดับรองผู้กำกับการขึ้นไป&amp;nbsp; เป็นการตัดสิทธิของตำรวจชั้นสัญญาบัตรระดับรองสารวัตรถึงสารวัตรทั่วประเทศซึ่งมีจำนวนรวมกว่าห้าหมื่นคน และไม่สามารถสะท้อนความต้องการของข้าราชการตำรวจที่แท้จริงเท่ากับร่างเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.&amp;nbsp; องค์ประกอบของ ก.ตร. มีสัดส่วนของตำรวจผู้ใหญ่ทั้งในและนอกราชการถึง 9 คน จากคณะกรรมการรวม 18คนดังกล่าว โดยเฉพาะ รอง ผบ.ตร. ทุกคนซึ่งมีฐานะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของ ผบ.ตร. โดยตรง เพิ่มขึ้นจาก 3 คน เป็น&amp;nbsp; 5 คน และอาจเพิ่มอีกได้ตามการปรับชื่อตำแหน่ง&amp;nbsp; จะส่งผลทำให้การออกกฎและระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจหลายเรื่องที่ถูกร่างฉบับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดให้กระทำโดยมติ ก.ตร. เช่น การกำหนดให้ตำรวจบางหน่วยไม่มียศ&amp;nbsp; การโอนงานตำรวจเฉพาะทาง13&amp;nbsp; หน่วยไปให้กระทรวง ทบวง กรมที่รับผิดชอบ และอื่นๆ อีกหลายเรื่อง เป็นไปได้ยากอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.&amp;nbsp; ประเด็นการแยกงานสอบสวนให้มีสายการบังคับบัญชาและการสั่งคดีต่างหากจากงานตำรวจ&amp;nbsp; ป้องกันมิให้ถูกแทรกแซงจากผู้บังคับบัญชาฝ่ายตำรวจ&amp;nbsp; เนื่องจากสามารถกลั่นแกล้งแต่งตั้ง โยกย้ายพนักงานสอบสวนที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมายได้ง่าย&amp;nbsp; ก็ถูกสำนักงานตำรวจแห่งชาติตัดออกไปพร้อมกับวิธีประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยตำรวจโดยภาคประชาชนที่จะทำให้ตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตและตอบสนองความต้องการของท้องถิ่นมากขึ้น &amp;nbsp;
สป.ยธ. จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีใช้ความกล้าหาญและเด็ดขาดในการปฏิรูปตำรวจให้เป็นตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้&amp;nbsp; โดยนำร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฉบับที่คณะกรรมการชุดนายมีชัย ฤชุพันธ์&amp;nbsp; ซึ่งได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนมาแล้วมากมาย แม้กระทั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติเอง&amp;nbsp; เสนอต่อสภาเพื่อตราเป็นกฎหมายบังคับใช้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77831</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดรัฐธรรมนูญ, นายมีชัย ฤชุพันธุ์, ร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180310/image_big_5aa394dd1a696.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2020 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2020 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สป.ยธ. จี้นายกฯเปิดชื่อ-สั่งฟันก๊วนล้มคดีบอส 8 กลุ่ม เร่งปฏิรูปงานสอบสวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.63-สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอให้นายกรัฐมนตรีเปิดเผยรายชื่อผู้เกี่ยวข้องร่วมกระทำผิดกรณี &amp;ldquo;การสอบสวนล้มคดีบอส&amp;rdquo; และเร่งดำเนินการปฏิรูปตำรวจ รวมทั้งงานสอบสวนและนิติวิทยาศาสตร์ให้มีมาตรฐานสากลป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ มีรายละเอียดดังนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหาตัวเจ้าพนักงานของรัฐผู้ร่วมกระทำผิดในกรณีที่มีการปฏิบัติหน้าที่มิชอบช่วยให้นายวรยุทธ&amp;nbsp; อยู่วิทยา พ้นจากการถูกฟ้องคดีอาญาข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้มีผู้ถึงแก่ความตายแล้วหลบหนีซึ่งตำรวจผู้รับผิดชอบระดับต่างๆ ได้มีการสอบสวนทำลายพยานหลักฐานคดีนี้เป็นระยะๆ ตลอดมา&amp;nbsp; จนกระทั่งทำให้พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง&amp;nbsp; โดยมี ศ.ดร.วิชา&amp;nbsp; มหาคุณ&amp;nbsp; เป็นประธานฯ ซึ่งเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๓&amp;nbsp; ศ.ดร.วิชาฯ ได้นำผลการตรวจสอบไปรายงานต่อนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลและออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนส่วนหนึ่งแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากการแถลงข่าวประกอบเอกสารที่เผยแพร่ดังกล่าว&amp;nbsp; แม้จะมีการยืนยันถึงการกระทำผิดของตำรวจผู้ใหญ่ พนักงานสอบสวน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทนายความ และพนักงานอัยการว่าได้ร่วมกันทำเป็นขบวนการ และเสนอให้มีการดำเนินคดีอาญาและวินัยร้ายแรงกับข้าราชการและผู้เกี่ยวข้องทุกคน&amp;nbsp; แต่กลับไม่มีความชัดเจนเพียงพอที่จะทำให้ประชาชนได้ทราบว่า มีใครบ้างเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดที่สร้างความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรมของชาติอย่างร้ายแรงดังกล่าว&amp;nbsp; และรัฐบาลจะดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งการปฏิรูปตำรวจ งานสอบสวนและงานพิสูจน์หลักฐานเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำเช่นนี้เกิดขึ้นได้อีกอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดเผยรายงานผลการตรวจสอบดังกล่าวให้ประชาชนได้ทราบว่า&amp;nbsp; บุคคลทั้ง ๘ กลุ่มที่ถูกระบุว่าร่วมกันกระทำความผิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอนดังกล่าว&amp;nbsp; มีผู้ใดบ้าง&amp;nbsp; แต่ละคนมีตำแหน่งหน้าที่อะไรและมีพฤติการณ์ในการกระทำความผิดอาญาหรือวินัยร้ายแรงอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สั่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษให้เป็นผู้รับผิดชอบการสอบสวนคดีนี้&amp;nbsp; และรีบดำเนินการออกหมายเรียกผู้ที่มีหลักฐานการกระทำผิดตามรายงานดังกล่าวเป็นผู้ต้องหา หรือเสนอศาลออกหมายจับ และรีบจับตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายเหมือนกรณีการดำเนินคดีอาญากับประชาชนผู้กระทำความผิดในคดีต่างๆ สรุปเสนอให้พนักงานอัยการสั่งฟ้องคดีต่อศาลโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้อำนาจทางการบริหารดำเนินการทางปกครองในเบื้องต้นทันที โดยสั่งให้ผู้ร่วมกระทำผิดที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐทุกคนออกจากราชการไว้ก่อน หรือพักราชการ เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่น และเป็นการส่งสัญญาณถึงความเด็ดขาดจริงจังของรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เร่งดำเนินการปฏิรูปตำรวจ งานสอบสวน และงานนิติวิทยาศาสตร์ ในเบื้องต้นเพื่อป้องกันการทุจริตบิดเบือนคดีหรือประพฤติมิชอบให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลโดย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔.๑ นำร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ฉบับที่นายมีชัย&amp;nbsp; ฤชุพันธุ์ เสนอ&amp;nbsp; รวมทั้งร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าด้วยการสอบสวน ที่ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรและได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีไปแล้วเข้าสู่สภาเพื่อตราเป็นกฎหมายบังคับใช้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔.๒ แก้ปัญหางานนิติวิทยาศาสตร์และการพิสูจน์หลักฐานที่อยู่ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งมีระบบการปกครองแบบมีชั้นยศและวินัยแบบทหาร&amp;nbsp; ด้วยการทำให้เป็นข้าราชการพลเรือน&amp;nbsp; สร้างหลักประกันความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานวิชาชีพ&amp;nbsp; โดยตราพระราชกฤษฎีกาโอนสถาบันนิติเวชและสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน&amp;nbsp; ไปเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมตามหลักสากลแทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76468</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวรยุทธ อยู่วิทยา, ปฏิรูปตำรจ, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิชา มหาคุณ, สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4e6032a4bf0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2020 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2020 15:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สป.ยธ.&#039;จี้&#039;บิ๊กตู่&#039;เร่งนำร่างพรบ.ตำรวจแห่งชาติ-พรบ.แก้ไขป.วิอาญาเข้าสภาตราเป็นกฎหมายโดยเร็ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.63- เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ศูนย์รับร้องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล (ฝั่งสำนักงาน ก.พ.) ร.ต.อ.ดร.วิเชียร&amp;nbsp; ตันศิริคงคล ประธานสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) และคณะ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ผ่านนายสาธิต สิทธิเสริม หัวหน้าฝ่ายประสานงานมวลชน เพื่อขอให้เร่งเสนอร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ และ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเข้าสู่สภาฯ ตราเป็นกฎหมายเพื่อการปฏิรูปตำรวจและระบบงานสอบสวนคดีอาญาโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ร.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดปัญหาพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีที่นายวรยุทธ&amp;nbsp; อยู่วิทยา หรือบอส ซึ่งถูกพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ กล่าวหาว่าขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้มีผู้ถึงแก่ความตายแล้วหลบหนีไม่แจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานทันที&amp;nbsp; เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 ก.ย.55 บริเวณถนนสุขุมวิท ซึ่งกรณีดังกล่าวประชาชนต่างรับรู้พยานหลักฐานต่างๆ หลังเกิดเหตุผ่านสื่อมวลชนพร้อมกันทั้งประเทศ และล้วนแต่เชื่อว่านายวรยุทธ ได้กระทำความผิดตามที่ถูกเจ้าพนักงานแจ้งข้อหาจริงด้วยกันทั้งสิ้น แต่กลับปรากฏว่า การสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานคดีนี้ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ดำเนินไปด้วยความล่าช้า และมีการประพฤติมิชอบที่ผิดปกติอย่างยิ่ง&amp;nbsp; เช่น ไม่ได้มีการทดสอบความเมาทันทีที่ถูกควบคุมตัว และหลายข้อหาได้ถูกปล่อยให้ขาดอายุความ อัยการไม่สามารถฟ้องให้ลงโทษได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รวมทั้งได้มีการสอบสวนในลักษณะของการทำลายน้ำหนักพยานหลักฐานเดิมจนนำไปสู่การสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ เป็นที่วิจารณ์ของประชาชนทั้งชาวไทยและนานาชาติถึงกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่มีปัญหาและล้าหลัง&amp;nbsp; ไม่เป็นไปตามหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย หรือความเป็น นิติรัฐ เช่นเดียวกับนานาอารยประเทศ จำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปโดยเร็ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานสป.ยธ.กล่าวว่า สป.ยธ. เห็นว่า ปัจจุบันรัฐบาลได้มีการตั้งคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรมทางอาญาขึ้นหลายคณะ รวมทั้งได้มีการเสนอร่างกฎหมายเพื่อการปฏิรูปที่สำคัญจากหลายฝ่ายซึ่งจะส่งผลให้เกิดการปฏิรูปขึ้นระดับหนึ่งคือ 1.ร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ที่คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจซึ่งนายมีชัย&amp;nbsp; ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน และ 2.ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในส่วนที่ว่าด้วยการตรวจค้น จับกุม และสอบสวน ที่สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เสนอต่อท่านตั้งแต่ปลายเดือน มิ.ย.63 ซึ่งได้ทราบว่าจนกระทั่งปัจจุบัน ท่านก็ยังไม่ได้เสนอร่างกฎหมายเพื่อการปฏิรูปตำรวจและการสอบสวนที่สำคัญทั้งสองฉบับดังกล่าวต่อสภาเพื่อให้พิจารณาตราเป็นกฎหมายแต่อย่างใด เป็นเหตุให้ประชาชนต้องได้รับความเดือดร้อน คับแค้นใจจากปัญหาตำรวจและการสอบสวนเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ&amp;nbsp; ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างร้ายแรงยิ่ง อยู่ขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงขอความกรุณาให้นายกฯได้เร่งตรวจสอบและดำเนินการเสนอร่างกฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาเพื่อตราเป็นกฎหมายในการปฏิรูปตำรวจและระบบงานสอบสวนโดยเร็วด้วย และผลการดำเนินการเป็นประการใด ขอความกรุณาแจ้งให้ สป.ยธ.ทราบด้วย&amp;quot; ร.ต.อ.ดร.วิเชียร&amp;nbsp; กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73038</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอส อยู่วิทยา, พรบ.ตำรวจแห่งชาติ, พรบ.แก้ไขป.วิอาญา, ร.ต.อ.ดร.วิเชียร ตันศิริคงคล, สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f23d9d928287.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดเวทีถล่ม‘ตร.-อัยการ’ ต้นตออยุติธรรมขังผิดคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;คณิต&amp;rdquo; จี้รื้อระบบตรวจสอบการพิสูจน์ความจริง ต้นตอวิกฤติศรัทธาสายพานยุติธรรม ระบุตำรวจ-อัยการต้องสืบสวนสอบสวนร่วมกันก่อนนำคดีขึ้นสู่ศาล &amp;quot;น้ำแท้&amp;quot; ย้ำการเก็บพยานหลักฐานต้องรับรู้ร่วมกันหลายหน่วยงาน &amp;quot;วิรุตม์&amp;quot; ชี้คำฟ้องที่ศาลอ่านคือ &amp;quot;นิยาย&amp;quot; ที่ ตร.แต่งขึ้น ลั่นต้องแยกงานสอบสวนออกจาก ตร. &amp;quot;จาตุรนต์&amp;quot; แฉคุกไทย &amp;ldquo;ขังผิดคน&amp;rdquo; ไม่ได้&amp;ldquo;ขังคนผิด&amp;rdquo; หนุนปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเพราะยังไม่สาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมเดอะเซส บางแสน จ.ชลบุรี วันที่ 20 สิงหาคม สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.), มูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ ร่วมกับคณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จัดเสวนาวิชาการและบรรยายพิเศษ โดย ศ.ดร.คณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด ในหัวข้อ &amp;quot;สายพานกระบวนการยุติธรรมไทยมีปัญหาอะไร จึงไม่สามารถคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้จริง?&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ดร.คณิตกล่าวว่า สิ่งที่ก่อให้เกิดการเบี่ยงเบนกระบวนการยุติธรรมไทยคือระบบตรวจสอบการพิสูจน์ความจริง โดยเฉพาะอัยการและตำรวจไม่ได้ทำงานสืบสวนสอบสวนร่วมกัน กล่าวคือก่อนคดีจะขึ้นสู่ศาล ทางอัยการและตำรวจต้องทำงานร่วมกัน เพื่ออำนวยความยุติธรรม ไม่ใช่ปล่อยให้โจทย์หรือจำเลยต่อสู้กันเอง แต่ที่ผ่านมาตำรวจ อัยการ หรือศาล ไม่เคยจะออกมาพิสูจน์ความจริงหรืออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน กลับปล่อยให้ประชาชนต่อสู้คดีกันเองระหว่างโจทย์และจำเลย นี่คือปัญหาสำคัญในกระบวนการยุติธรรมไทย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า บทบาทหน้าที่สำคัญของอัยการคือ ต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐาน ต้องปกป้องความเท่าเทียมกันในการต่อสู้คดีระหว่างโจทย์และจำเลย สร้างความเท่าเทียมทั้งสองฝ่าย ด้วยการ ค้นหาความจริงกับการต่อสู้คดี ไม่ใช่การแข่งขันแพ้ หรือชนะ แต่คือการให้ความยุติธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย แต่ประเทศไทยการพิสูจน์ความจริงตกอยู่กับประชาชนที่ต้องแบกรับภาระ การจับผู้ต้องหา พยานหลักฐานต่างๆ ทางตำรวจไทยจับก่อน ขังก่อน แจ้งข้อหาก่อน และฟ้องทีหลัง แต่หากอัยการสั่งไม่ฟ้อง ผู้ต้องหาก็ติดคุกฟรี ต่างจากประเทศอื่นๆ ที่ต้องแจ้งข้อหาก่อน พยานหลักฐานต้องพร้อมจึงสั่งฟ้อง นี่คือข้อบกพร่องสำคัญของกระบวนการยุติธรรมไทย&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สังคมไทยมีทัศนะที่น่าเป็นห่วงคือ สังคมเร่งรัดให้มีการฟ้องโดยปราศจากการพินิจพิเคราะห์ ว่าหากฟ้องไปแล้วจะสามารถดำเนินการเอาผิดพยานหลักฐานพร้อมมูลหรือไม่ นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ถูกดำเนินคดีจนนำไปสู่ความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรม ดังนั้นแนวทางการปฏิรูปไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มโทษให้หนัก แต่ต้องทำให้ระบบกฎหมายผู้ปฏิบัติละเว้นไม่ได้ เจ้าหน้าที่ชั่วๆ ทำเลวไม่ได้ คือ อัยการ ฝ่ายปกครอง และตำรวจ มาร่วมกันเก็บพยานหลักฐาน ความยุติธรรมที่ดีที่สุด เก็บโดยสมบูรณ์ และรับรู้ร่วมกันหลายๆ หน่วยงาน&amp;quot; ดร.น้ำแท้ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า ปัญหาสายพานกระบวนการยุติธรรมไทยคือคดีอาญาถูกผูกขาดโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ทั้งการสืบสวนสวนสอบสวน สั่งจับออกหมายเรียก หรือออกหมายค้น หรือการสั่งฟ้อง รวมถึงการกล่าวหาจับคุมคนไทยทั้งประเทศ ตกอยู่ในอำนาจตำรวจ เท่านั้นยังไม่พอ ตำรวจยังควบคุมการจัดเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ตั้งแต่ผ่าศพจนไปถึงเก็บลายนิ้วมือหรือดีเอ็นเอ ผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้อย่างมาก เพราะหากพยานหลักฐานถูกบิดเบือน ดังนั้นจึงควรให้กระบวนการสอบสวนแยกออกจากตำรวจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำฟ้องที่ศาลอ่านในปัจจุบันนี้คือนิยายที่ตำรวจแต่งขึ้น ยิ่งปัจจุบันพนักงานสอบหมดความน่าเชื่อถือศรัทธา เพราะใช้วิจารณญาณส่วนตัวและทำตามใบสั่ง ที่มีใครบางคนกดรีโมตจากผู้มีอำนาจรัฐและอำนาจเงิน ที่สามารถพลิกคดีจากแพะเป็นแกะ หรือ จากแกะเป็นแพะ ทั้งหมดล้วนโยนภาระให้คนจนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส นี่คือที่มาของคำพูด ปล่อยคนชั่ว 10 คนดีกว่าลงโทษผู้บริสุทธิ์เพียงคนเดียว เมื่อใดที่ศาลยกฟ้องดำเนินคดีใด คือความเสียหายในกระบวนการยุติธรรม จึงก่อให้เกิดคำถามและข้อกังขาต่อสายพานกระบวนการยุติธรรมไทย เพราะกระบวนการยุติธรรมตำรวจและอัยการไม่อาจพิสูจน์ได้ แต่กลับไม่คืนความเป็นธรรมแก่ประชาชนตั้งแต่ในชั้นสอบสวน แต่กลับสั่งสอบแบบเลื่อนลอย&amp;quot; พ.ต.อ.วิรุตม์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ประสบการณ์ตัวเองกับประชาชนในคดีพนัน ที่ไม่ให้ประกันตัวภายใน 3 วัน โทษปรับไม่เท่าไร แต่ตำรวจตัดสินจำคุกไปแล้ว 5 วัน เหตุใดเป็นเช่นนี้ เมื่อถามว่าทำไมไม่ปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่ต้องประกันตัวเพราะไม่ใช่คดีร้ายแรง แต่เมื่อมาเป็นผู้ต้องคดีในศาลทหาร เมื่อ 5 ปีก่อน ถือว่าเป็นการดำเนินคดีผิดศาล เหตุใดตำรวจจึงพาไปขึ้นศาลทหาร โดยอ้างว่าสอบไม่เสร็จ และถูกตั้งข้อหาโดยใช่เหตุ ผู้ต้องหาไม่มีสิทธิ์คัดค้านคำสั่งของศาลว่าไม่ควรสั่งขัง จนต่อมาเมื่อได้ประสบการณ์ในคดีความมั่นคง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานได้เพียงคืนเดียว พร้อมตั้งข้อหามาตรา 116 โดยอ้างคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คือตั้งข้อหาเกินความจริง สั่งฟ้องไปก่อนแม้จะไม่มีพยานหลักฐาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือระบบกฎหมายไทย จะทำอย่างไรเพื่อแก้ปัญหาการตั้งข้อหาตามใจชอบแบบนี้ได้ เพราะผู้มีอำนาจบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ตัวเองอยู่ได้ เพราะไม่ต้องการรับฟังความคิดเห็นต่างทางการเมือง โดยไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์หรือฎีกา&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์กล่าวว่า คนจนเจอปัญหาจากกระบวนการยุติธรรมหนักกว่าคนรวยเยอะมาก พูดกันไปถึงกันว่าแม้การลงโทษที่เท่ากัน แต่ในความจริงแล้วไม่ยุติธรรมเท่ากับคนจน เช่น ปรับ 5 พันบาทต่อคนจนกับคนรวยต่างกัน เพราะคนรวยมีเงินจ่าย แต่คนจนติดคุกแทนค่าปรับ นี่คือความยุติธรรมในแง่เศรษฐศาสตร์ ส่วนคุกในประเทศไทยขังผิดคน ไม่ใช่ ขังคนผิด เช่น คดียาเสพติดส่วนใหญ่ เกิน 70% ในคดีเหล่านี้ผิดคนเพราะส่วนใหญ่เป็นผู้เสพยาเสพติดไม่ใช่ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ กลับกลายเป็นว่าเมื่อออกจากคุกมาแล้วทำให้คนเหล่านี้บ่มเพาะอาชีพอาชญากรรมกลับมาด้วย จึงมีความจำเป็นต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เพราะยังไม่สาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43908</URL_LINK>
                <HASHTAG>มูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์, วิกฤติศรัทธาสายพานยุติธรรม, สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม, สายพานกระบวนการยุติธรรมไทยมีปัญหาอะไร จึงไม่สามารถคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้จริง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แยกงานสอบสวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bff9d8d8e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2019 20:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2019 20:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คณิต&#039;ชี้ถึงเวลาปฏิรูปสายพานกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ ตำรวจ อัยการ ศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 ก.ค.62 -ที่โรงแรม เดอะ สุโกศล&amp;nbsp; สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ&amp;nbsp; และมหาวิทยาลัยบูรพา จัดเสวนา เรื่อง &amp;ldquo;จะปฏิรูประบบงานสอบสวนและการสั่งคดีของอัยการอย่างไรให้เกิดความยุติธรรม และประชาชนเชื่อถือเชื่อมั่น&amp;rdquo; โดยมีตัวแทนหน่วยงานจากที่เกี่ยวข้องร่วมเสวนา มีคุณชนิตร์นันทน์ ปุณณะนิธิ เป็นผู้ดำเนินรายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศ.ดร.คณิต ณ นคร อดีตอัยการสูงสุด และประธานที่ปรึกษาสป.ยธ.&amp;nbsp; กล่าวปาฐกถา พิเศษหัวข้อ &amp;ldquo;วิกฤตกระบวนการยุติธรรมอาญาไทย จะปฏิรูปอย่างไรให้ผู้คนเกิดความเชื่อถือเชื่อมั่น&amp;rdquo; ว่า กระบวนการยุติธรรมไทยมีปัญหา ทั้งระบบ เพราะการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีการพัฒนาด้นสังคมด้วย ดังนั้นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งเคยมีประสบการณ์ในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมต้องให้หลายภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม และการสร้างความเข้าใจแก่สังคม ปัญหาปัจจุบันของกระบวนการยุติธรรม คือ การวางเฉยของศาลยุติธรรม และ การขาดองค์ความรู้บทบาทอัยการ ที่สำคัญกระบวนการยุติธรรมไทย มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก&amp;nbsp; รวมถึงองค์กรในการกระบวนการยุติธรรม ระบบภายในใหญ่โตขาดประสิทธิภาพ จึงต้องลดค่าใช้จ่าย แต่สามารถอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนได้ดีขึ้น และอัยการต้องสังกัดในกระทรวงยุติธรรม เพื่อบูรณาการการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;กระบวนการที่ดี คือ การบังคับใช้กฎหมาย ที่เข้มแข็ง ต้องคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลได้ แต่รัฐบาลปัจจุบันยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนเท่าไร ขณะที่เกาหลีใต้ สิ่งแรกของผู้นำประเทศเข้ามารับตำแหน่ง คือ ปราบคอร์รัปชัน โดยใช้ อัยการ เป็นเครื่องมือสำคัญในการปราบปรามคอร์รัปชัน&amp;rdquo; ศ.ดร.คณิต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.ดร.คณิต กล่าวว่า &amp;quot;สายพาน&amp;rdquo; กระบวนการยุติธรรมไทยตั้งแต่ ตำรวจ อัยการ ศาล และ กรมราชทัณฑ์ ที่สร้างปัญหา &amp;ldquo;นักโทษล้นคุก&amp;rdquo;ดังนั้นต้องลดคดีเข้าสู่สายพานกระบวนการยุติธรรมให้น้อยที่สุด จึงอยากเสนอแนวทางในการปฏิรูป ดังนี้ ควรมีการผลักดันการศึกษาด้านกฎหมายโดยเฉพาะฝ่ายอัยการ ต้องมีความรับผิดชอบ 4 ประการ คือ 1.ความถูกต้องของกฎหมาย 2.ความถูกต้องตามระเบียบ 3.ความรอบคอบ และ 4.ความเชื่อถือศรัทธาของอัยการ&amp;nbsp; จึงต้องปฏิรูปการตรวจสอบความจริงก่อนการประทับรับฟ้อง เพื่อลดปริมาณคดีในชั้นศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อดีตอัยการสูงสุด กล่าวต่อว่า สิ่งที่ต้องทำการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอาญาไทย คือ การสอบสวนฟ้องร้องต้องเป็นกระบวนการเดียวกัน องค์กรที่มีอำนาจตรวจสอบความจริงชั้นเจ้าพนักงานต้องร่วมมือกันทำงาน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อัยการ หรือแม้แต่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ&amp;nbsp; (ปปช.) หรือ คณะกรรมการป้องกันการทุจริตภาครัฐ(ปปท.) ที่สำคัญฝ่ายการเมืองต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวไม่ได้ บทบาทอัยการในการร่วมสอบสวนคดีพิเศษ และการปฏิรูปการทำงานองค์กรต่างๆ ต้องกล้าทำ รวมถึงการปฏิรูป &amp;ldquo;ศาลพิจารณา&amp;rdquo; คือ ศาลอุทธรณ์ และ ศาลฎีกา ต้อง เป็นศาลทบทวนข้อกฎหมาย รวมถึงต้องสร้างความเข้าใจทางสังคม เพราะปัจจุบันสังคมไทยเข้าใจเรื่องนี้อ่อนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พฤติกรรมของคนในกระบวนการยุติธรรม ขาดภาวะวิสัย ทำงานด้วยความกลัว และร้ายที่สุด คือ กลัวการเมือง มักประจบประแจงฝ่ายการเมือง หากเป็นแบบนี้ประชาชนจะพึ่งพาใครได้ ยิ่งประสิทธิภาพการบริหารจัดการยิ่งแย่ คุมคามสิทธิ และ ค่าใช้จ่ายในการกระบวนการยุติธรรมสูง จึงถึงเวลาในการปฏิรูป&amp;rdquo; ศ.ดร.คณิต กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร.น้ำแท้ มีบุญสร้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; อัยการจังหวัดสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ระบบกระบวนการยุติธรรมที่ทำให้ &amp;ldquo;คนชั่วทำเลวไม่ได้&amp;rdquo; คือ ทำอย่างไรให้การเก็บรวบรวมพยานหลักฐานสมบูรณ์ที่สุด เพื่อนำไปเสนอในชั้นศาล ที่เหลือเป็นอำนาจในการตัดสินของศาล แต่หากพยานหลักฐานในพื้นที่เกิดความหละหลวม โดยมีหน่วยงานเดียวผูกขาด คือ ตำรวจ เก็บพยานหลักฐานเพียงหน่วยงานเดียว เช่น กล้องวงจรปิด ลายนิ้วมือ หรือ รอยเลือด ฯลฯ เช่น คดีเสือดำ หรือ คดีจ่านิว ดังนั้นกระบวนการยุติธรรมที่ดี คือ การเก็บพยานหลักฐานที่ดีครบถ้วน แต่ปัจจุบันการเก็บพยานหลักฐานถูกผูกขาดเพียงหน่วยงานเดียวนั้นคือ ตำรวจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.น้ำแท้ กล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมไทย ปัจจุบัน คือ จับผู้ต้องหาเข้าคุกทันที แต่กลับพบว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอ ในภายหลังและอัยการไม่สั่งฟ้อง ทำให้ผู้ต้องหาติดคุกฟรีและไม่ได้รับการเยียวยาจากภาครัฐด้วย ขณะที่บทบาทอัยการต้องเป็นสากลคือ ต้องได้มาซึ่งความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่ทำคดีให้ได้มาซึ่งบทลงโทษ การที่อัยการสั่งไม่ฟ้องอย่าไปกังวล หากมีพยานหลักฐานสามารถสั่งฟ้องได้อีก และหากอัยการอยู่ในกระบวนการเก็บพยานหลักฐานถือเป็นการคานอำนาจ &amp;ldquo;ตำรวจ&amp;rdquo; จึงไม่ควรกลัวอัยการจะเข้าไปอยู่ในที่เกิดเหตุ ขณะที่การสั่งคดีของอัยการในต่างประเทศ จะสั่งคดีเมื่อมั่นใจว่าศาลจะพิพากษาลงโทษ ไม่ว่าคดีนั้นจะร้ายแรงเพียงใด และ การกักขังผู้ต้องหาด้วยเหตุผล คือ หลบหนี คดีร้ายแรง ไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หรือ ภัยอันตรายต่อสังคม แต่สังคมไทย คือ จะปล่อย หรือ ขังใคร คือ มีเงินมีอำนาจหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การฟ้องคดีปัจจุบัน อัยการไม่เห็นพยานหลักฐานจนวันสืบพยาน หรือวันฟ้องร้อง นี่คือจุดอ่อนของกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างมาก นี่คือ กระบวนการยุติธรรมกบในกะลา เพราะไม่รู้ว่าระบบยุติธรรมสากลเป็นอย่างไร คือ ขังก่อน สั่งไม่ฟ้องทีหลัง นี่คือการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง ดังนั้นถ้าให้คะแนนความยุติธรรมแก่ประชาชน คือ ศูนย์&amp;rdquo; ดร.น้ำแท้ กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า&amp;nbsp; กระบวนการยุติธรรมไทยวิปริตจากความไม่ยุติธรรมจากกระบวนการยุติธรรม จับแพะ จับผิด และ ศาลยกฟ้องคนบุริสุทธิ์ที่ถูกคุมขังฟรี โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรม &amp;ldquo;ในชั้นสอบสวนที่เป็นคนยากจน&amp;rdquo; ที่สำคัญชั้นสอบสวน อัยการ และ ศาล แต่สังคมกลับมุ่งจับผิดไปที่ศาล แต่อย่าลืมว่าการเริ่มต้นทำคดี คือ &amp;quot;ตำรวจ&amp;quot; อำนาจสอบสวนและสั่งฟ้องอยู่ในคนๆเดียวกัน ระบบไทยถอยหลังไปไกลยิ่งกว่าสมัยอดีตรัชกาลที่ 5 ด้วยซ้ำไป เพราะระบบสอบสวนในอดีตฝ่ายปกครองเป็นผู้รับผิดชอบดูแลโดยกระทรวงมหาดไทย แต่อำนาจสอบสวนได้เปลี่ยนไปอยู่ในมือตำรวจ สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างมาก และไม่ถูกตรวจสอบหรือถ่วงดุลจากหน่วยงานอื่นๆ ยกเว้นประชาชนร้องขอความเป็นธรรม ดังนั้นการตรวจสอบจากองค์กรภายนอกถือเป็นสิ่งสำคัญ เช่น&amp;nbsp; ฝ่ายปกครองจังหวัด เป็นต้น นี่คือปัญหาใหญ่ ให้เข้ามารับรู้การเก็บรวบรวมพยานหลักฐานด้วย
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;คำพิพากษาที่ดีคือต้องมีมาตรฐานทั้งคนจน หรือ คนรวย อย่างเช่น ศาลชั้นต้น พิจารณาพิพากษาอย่างหนึ่งศาลอุทธรณ์พิจารณากลับอีกอย่างหนึ่ง จึงควรปฏิรูปได้แล้ว เพราะคนจนอึดอัดมากจากผลกระทบจากกระบวนยุติธรรมที่ไม่เป็นธรรม หลายๆประเทศในโลกเจริญได้เพราะกระบวนการยุติธรรมที่ดีนี่คือเหตุผลทำไมนักโทษล้นคุก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วิรุตม์ กล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมที่ดี คือ ติดตามจับกุม สืบสวนสอบสวน และ การสั่งฟ้องต้องมีประสิทธิภาพ แต่ฝ่ายนโยบาย หรือ รัฐสภายังให้ความสำคัญเรื่องดังกล่าวน้อยมาก แต่จะมุ่งไปเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศว่าจะคุมตำรวจและดูแลการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมเอง จึงอยากให้เวลา พล.อ.ประยุทธ์ 1 ปี ในฐานะดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ว่าจะทำได้จริงหรือไม่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42339</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณิต ณ นคร, ดร.น้ำแท้ มีบุญสร้าง, ปฏิรูปตำรวจ, พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร, สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d4044656bdee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
