<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 18:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบทวน&quot;การเรียนโคเซ็นไทย&quot; พบผลลัพธิ์ในตัวเด็กยังต่ำกว่ามาตรฐาน &quot;ครูตั้น&quot;ลั่นศธ.ต้องทุ่มเทมากกว่านี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับ Mr. Matsumoto TSUTOMU &amp;nbsp;ผู้อำนวยการ Japanese-Thai KOSEN Institute of Engineering and Technology สถาบันไทย-โคเซ็น &amp;nbsp;ว่า ตนได้ขอข้อมูลการดำเนินการการจัดการเรียนการสอนโคเซ็นในประเทศไทยที่ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา รวมถึงสิ่งที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขในการดำเนินการ ซึ่งจากการหารือได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันหลายประเด็นทำให้ตนมองเห็นว่าการทำงานทุกอย่างเราต้องสร้างคุณภาพให้เกิดขึ้นในความร่วมมือการจัดการเรียนการสอนโคเซ็น ดังนั้นตนจะต้องกลับมาทบทวนการดำเนินโครงการความร่วมมือสถาบันไทย-โคเซ็นกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาใหม่ เพื่อให้เกิดการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพมากกว่านี้ ดังนั้นหากต้องการให้ความร่วมมือสถาบันไทย-โคเซ็นประสบความสำเร็จกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะต้องทุ่มเทการดำเนินการให้มากกว่านี้ไม่ว่าจะเป็นการเข้าใจบริบทของการจัดการเรียนการสอนโคเซ็น และการขยายโอกาสให้แก่เด็กที่กำลังเรียนโคเซ็น ทั้งนี้ตนมั่นใจว่าโครงการความร่วมมือการจัดการศึกษาโคเซ็นในประเทศยังมีประโยชน์และเห็นโอกาสความร่วมมือในอนาคตอีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับความทุ่มเท&amp;nbsp;ศธ.จะต้องเร่งปรับปรุงในการจัดการเรียนการสอนโคเซ็น คือ &amp;nbsp;เรื่องอาจารย์ผู้สอนที่ต้องทุ่มเทการทำงานให้มาก รวมถึงต้องได้รับการพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้องยอมรับวิทยาลัยบางแห่งต้องใช้อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเข้ามาช่วยสอน &amp;nbsp;รวมถึงผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษของผู้เรียนเองยังเป็นที่น่ากังวลและคะแนนที่ก็ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดอยู่มาก &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ผมยังยืนยันว่าการเรียนการสอนโคเซ็นของวิทยาลัยอาชีวศึกษาจะต้องมีการพัฒนาอย่างเข้มข้น โดยได้มอบให้นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) ให้ไปดูแลแก้ปัญหาเรื่องนี้แล้ว เพราะผมถือว่าการดำเนินการหลังจากนี้จะเป็นยกเครื่องการเรียนการสอนอาชีวศึกษาครั้งใหญ่อย่างแน่นอน&amp;rdquo;รมว.ศธ.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58876</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อาชีวศึกษา, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, สถาบันไทยโคเซ็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e1703189bea3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 18:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 18:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“หมอธี” ปลื้ม&quot;สถาบันไทยโคเซ็น&quot; เป็นรูปธรรม เริ่ม สจล.แห่งแรก เปิดภาคเรียน 12 พ.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29เม.ย.62-นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการจัดตั้งสถาบันไทยโคเซ็น ว่า ที่ประชุมได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินการในความร่วมมือผลิตผู้เรียนระหว่างโคเซ็นของประเทศญี่ปุ่นและไทย โดยในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ ตนจะเป็นประธานเปิดสถาบันโคเซ็นที่เป็นความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) อย่างเป็นทางการ โดย สจล.ได้รับนักศึกษารุ่นแรกแล้ว จำนวน 24 คน ซึ่งเป็นเด็กหัวกะทิทั้งหมด นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มีการหารือเรื่องมาตรฐานของโคเซ็น พร้อมทั้งอนุมัติมาตรฐานโคเซ็น โดยหากสถาบันใดต้องการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบโคเซ็นจะต้องมีมาตรฐานเป็นไปตามที่กำหนด เช่น เรื่องจำนวนอาจารย์ต่อผู้เรียน ขนาดของห้องเรียน อุปกรณ์การเรียนการสอน เป็นต้น ส่วนความร่วมมือโคเซ็นกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) นั้น มจธ.แจ้งว่าขอเวลาในการเตรียมความพร้อม 1 ปี เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนเป็นไปตามทตรฐานของโคเซ็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม ผมดีใจที่เรื่องนี้เป็นรูปธรรมมากขึ้น เพราะเป็นความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่ทำงานกันอย่างเต็มที่ ซึ่งถือเป็นการผลิตบุคลากรป้อนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) อย่างครบวงจร โดยเริ่มตั้งแต่อายุ 15 ปี รวมถึงเป็นไปตามนโยบายนายกรัฐมนตรีที่ต้องการผลิตนักนวัตกร 4.0 ในอนาคตสำหรับนักศึกษาโคเซ็นของ สจล.รุ่นแรก เมื่อจบการศึกษาแล้วจะต้องใช้ทุนในกลุ่มภาคอุตสาหกรรมทั้งภาครัฐและเอกชน แต่หากผู้เรียนไม่ใช้ทุนก็จะมีค่าปรับตามสัญญาระหว่างผู้สมัครที่เข้าร่วมโครงการนี้ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างสำนักอัยการตรวจสอบสัญญาโครงการอยู่&amp;rdquo;รมว.ศธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวว่า ระบบโคเซ็นเป็นการเรียนที่มีมาตรฐาน และเน้นเนื้อหาการเรียนการสอนที่สร้างนวัตกร ทั้งนี้การจัดการเรียนการสอนโคเซ็นของ สจล.จะใช้มาตรฐานของประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นหลักสูตร 5 ปีเน้นการปฏิบัติเข้มและหัวใจหลัก คือ การร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม ซึ่งผู้เรียนจะต้องมีการทำโครงงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมและสามารถนำโครงการชิ้นนั้นไปแก้ปัญหาภาคอุตสาหกรรมได้ด้วย ส่วนอาจารย์ผู้สอนในช่วงแรกโคเซ็นจะส่งอาจารย์จากญี่ปุ่นมาช่วยสอนจากนั้นจะพัฒนาอาจารย์ของไทยให้เข้ามาทดแทนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34721</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, สจล., สถาบันไทยโคเซ็น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc6c9ec63380.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
