<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104399</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 18:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 18:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;สั่งข่าวกรองชี้ชัดต้นตอโควิด จีนคุ้ยแผลเก่าข่าวลวงพาบุกอิรัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน มีคำสั่งให้หน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐทำรายงานเสนอต่อเขาภายในเวลา 3 เดือน ให้คลายข้อสงสัยว่าไวรัสโควิด-19 ที่พบครั้งแรกในจีนเมื่อปี 2562 นั้นมีต้นกำเนิดในสัตว์หรือเกิดจากอุบัติเหตุในห้องแล็บ รัฐบาลจีนยัวะ ชี้ &amp;quot;ประวัติศาสตร์ดำมืด&amp;quot; ของข่าวกรองสหรัฐเคยเป็นข้ออ้างบุกอิรักมาแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า แถลงการณ์ที่ทำเนียบขาวเผยแพร่เมื่อวันพุธที่ 26 พฤษภาคม ระบุว่า ประธานาธิบดีไบเดนมีคำสั่งให้ชุมชนข่าวกรองของสหรัฐเพิ่มความพยายามอีกเท่าตัว เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ที่จะทำให้สหรัฐเข้าใกล้ข้อสรุปสุดท้ายที่แน่ชัด แล้วรายงานต่อเขาภายในเวลา 90 วัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนกล่าวว่า ถึงขณะนี้หน่วยงานด้านข่าวกรองของสหรัฐรวบรวมความเป็นไปได้ 2 ประการ ที่อาจเป็นต้นกำเนิดของไวรัสโคโรนาก่อโรคโควิด-19 ที่คร่าชีวิตชาวโลกแล้วมากกว่า 3.4 ล้านคนนั บแต่พบผู้ติดเชื้อครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่นของจีนเมื่อปลายปี 2562 แต่ชุมชนข่าวกรองยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัดต่อคำถามของเขาเกี่ยวกับต้นกำเนิดของไวรัส รวมถึง &amp;quot;มันเกิดจากการที่มนุษย์สัมผัสสัตว์ติดเชื้อใช่หรือไม่ หรือมาจากอุบัติเหตุในห้องปฏิบัติการทดลอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทฤษฎีเรื่องไวรัสหลุดจากห้องแล็บ ซึ่งอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยชูประเด็นมาก่อน ถูกคณะทำงานที่องค์การอนามัยโลกส่งไปสอบสวนในจีน ปฏิเสธว่า &amp;quot;ไม่น่าเป็นไปได้อย่างมาก&amp;quot; แต่หลายวันมานี้ทฤษฎีดังกล่าวถูกพูดถึงอย่างร้อนแรง โดยเฉพาะหลังจากมีรายงานของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่ออเมริกันฉบับนี้อ้างรายงานข่าวกรองของสหรัฐฉบับหนึ่งว่า มีเจ้าหน้าที่จากสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น 3 ราย ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองอู่ฮั่นด้วยอาการป่วยตามฤดูกาลเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 หรือ 1 เดือนก่อนหน้าที่จีนจะเปิดเผยว่าเกิดการระบาดของโรคปอดอักเสบลึกลับที่อู่ฮั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการจีน ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อคำกล่าวหาที่ว่าจีนควรทุ่มเทมากกว่านี้เพื่อหยุดการระบาดไม่ให้แพร่กระจายไปทั่วโลก ยืนกรานปฏิเสธทฤษฎีไวรัสหลุดจากแล็บไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ทั้งยังกล่าวหาสหรัฐกลับว่าเผยแพร่ &amp;quot;ทฤษฎีสมคบคิด&amp;quot; และทำให้โรคระบาดเป็นเรื่องการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันพฤหัสบดีว่า แรงจูงใจและวัตถุประสงค์ของรัฐบาลไบเดนนั้นชัดเจน พร้อมปฏิเสธว่าไม่มีความจำเป็นต้องสอบสวนใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประวัติศาสตร์ดำมืดของชุมชนข่าวกรองสหรัฐเป็นที่รับรู้กันทั่วโลกนานมาแล้ว&amp;quot; เขากล่าวเสริม โดยอ้างถึงคำกล่าวหาที่ไม่มีมูลของสหรัฐเรื่องอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงของรัฐบาลซัดดัม ฮุสเซน ซึ่งนำไปสู่การรุกรานอิรัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ้าวกล่าวอีกว่า การรื้อฟื้นทฤษฎีไวรัสจากห้องแล็บนั้นเป็นการดูหมิ่นวิทยาศาสตร์ และยังขัดขวางการต่อสู้กับโรคระบาดทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อสันนิษฐานเรื่องต้นกำเนิดจากธรรมชาติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากข้อสรุปของคณะสอบสวนของดับเบิลยูเอชโอ เชื่อว่าไวรัสนี้อยู่ในค้างคาว แต่แพร่เชื้อสู่มนุษย์ผ่านสัตว์ชนิดพันธุ์อื่นที่เป็นพาหะ ทฤษฎีนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป นักวิทยาศาสตร์ยังคงไม่พบไวรัสในค้างคาวหรือสัตว์อื่นๆ ที่มีพันธุกรรมเดียวกับ SARS-CoV-2 ต่างจากโรคซาร์ส และเมอร์ส ที่เกิดจากไวรัสโคโรนาเช่นกัน ซึ่งการตรวจสอบพบอย่างรวดเร็วว่าแพร่เชื้อสู่มนุษย์ผ่านชะมดและอูฐ ตามลำดับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104399</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้นตอโควิด, ประวัติศาสตร์ดำมืด, สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น, หน่วยข่าวกรองสหรัฐ, โจ ไบเดน, ไวรัสห้องแล็บ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af87414e063.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104054</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 00:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 00:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนปฏิเสธข่าวสื่อสหรัฐ อ้างพบนักวิจัยแล็บอู่ฮั่นป่วยตั้งแต่ปลายปี62</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการจีนปฏิเสธรายงานข่าวของสื่ออเมริกันเมื่อวันจันทร์ว่า &amp;quot;ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง&amp;quot; ที่ระบุว่ามีนักวิจัย 3 คนในสถาบันวิจัยอู่ฮั่นป่วยเข้าโรงพยาบาลเมื่อปลายปี 2562 หรือไม่นานก่อนที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จะโผล่ที่อู่ฮั่นแล้วแพร่ระบาดไปทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ สถาบันวิจัยไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ในมณฑลหูเป่ยของจีน (Photo by HECTOR RETAMAL/AFP via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อ้างแหล่งข่าวที่เป็นรายงานข่าวกรองของสหรัฐว่า นักวิจัย 3 คนนี้มาจากสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ถูกส่งเข้าโรงพยาบาลเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 ด้วยอาการป่วยที่สอดคล้องกับทั้งอาการของโควิด-19 และอาการป่วยตามฤดูกาลที่พบทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการจีนเปิดเผยต่อองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เมื่อวันที่ 31 ธันวาคมปีเดียวกันนั้นว่าพบการระบาดของโรคปอดอักเสบที่เมืองอู่ฮั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ระหว่างการแถลงข่าวที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันจันทร์ จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวตอบคำถามเกี่ยวกับรายงานชิ้นนี้ว่า &amp;quot;ไม่จริงโดยสิ้นเชิง&amp;quot; พร้อมกับอ้างแถลงการณ์จากสถาบันวิจัยแห่งนี้ว่า สถาบันไม่เคยสัมผัสกับโควิด-19 ก่อนวันที่ 30 ธันวาคม 2562 และจนถึงขณะนี้ก็ไม่มีบันทึกการติดเชื้อในกลุ่มเจ้าหน้าที่และนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่นั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ทางการจีนยอมรับว่า มีการนำไวรัสโคโรนาเข้าไปที่แล็บเพื่อศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ป่วยรายแรกๆ พบที่เมืองอู่ฮั่นของมณฑลหูเป่ยทางภาคกลางของจีนเมื่อปลายปี 2562 และต่อมาเกิดทฤษฎีหนึ่งว่าไวรัสนี้หลุดรอดจากห้องแล็บของจีน รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยพยายามปลุกกระแสทฤษฎีนี้ แต่รัฐบาลจีนปฏิเสธอย่างหนักแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนมีนาคม หลังจากคณะทำงานของดับเบิลยูเอชโอและผู้เชี่ยวชาญของจีนสอบสวนข้อเท็จจริงที่อู่ฮั่นนาน 4 สัปดาห์ พวกเขาได้ข้อสรุปว่า คำอธิบายเรื่องไวรัสห้องแล็บนั้น &amp;quot;ไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญเห็นด้วยกับทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับกันโดยทั่วไปเรื่องการแพร่เชื้อไวรัสโดยธรรมชาติจากสัตว์ชนิดหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นค้างคาว มาสู่มนุษย์ผ่านสัตว์พาหะที่ยังไม่สามารถระบุชัดเจนได้ แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีบางฝ่ายเชื่อว่า ผู้เชี่ยวชาญจากดับเบิลยูเอชโอไม่มีอิสระในการทำงานมากพอระหว่างการสอบสวนที่อู่ฮั่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104054</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักวิจัยแล็บอู่ฮั่นป่วย, วอลล์สตรีทเจอร์นัล, สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น, โควิด-19, ไวรัสหลุดจากห้องแล็บ, ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210525/image_big_60abe0b39d2df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 19:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 19:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมสอบสวนโควิดWHOตรวจ&#039;แล็บไวรัสอู่ฮั่น&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะผู้เชี่ยวชาญที่องค์การอนามัยโลกส่งไปสอบสวนถิ่นกำเนิดไวรัสโคโรนาเข้าตรวจเยี่ยมห้องปฏิบัติการทดลองไวรัสวิทยาเมืองอู่ฮั่นของจีนเมื่อวันพุธ ใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมงภายในสถาบันที่เป็นศูนย์กลางทฤษฎีสมคบคิดไวรัสโควิดหลุดจากห้องแล็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ห้องแล็บ พี4 ของสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ในมณฑลหูเป่ยของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า คณะผู้เชี่ยวชาญภายใต้การนำขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เข้าตรวจเยี่ยมสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ซึ่งทำการค้นคว้าวิจัยไวรัสที่อันตรายที่สุดในโลก เมื่อวันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ สถาบันแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดของการเข้ามาตรวจสอบแหล่งกำเนิดของการแพร่ระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภารกิจของคณะนี้คือการสอบสวนว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่พบติดเชื้อในมนุษย์ครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่นนี้เมื่อปลายปี 2562 กระโดดจากสัตว์มาติดคนได้อย่างไร แต่หลังจากถูกรัฐบาลจีนประวิงเวลามาเนิ่นนานนับแต่ไวรัสนี้กลายเป็นโรคระบาดใหญ่ไปทั่วโลกเมื่อปีที่แล้ว ยังมีคำถามว่าคณะผู้เชี่ยวชาญของดับเบิลยูเอชโอสามารถคาดหวังว่าจะค้นพบคำตอบได้มากน้อยเพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีเตอร์ แดสแซ็ก สมาชิกในคณะทวีตภายหลังการเข้าตรวจเยี่ยมสถาบันนี้ว่า คณะผู้เชี่ยวชาญได้ประชุมครั้งสำคัญอย่างยิ่งกับคณะทำงานของสถาบันนี้และได้สนทนาหารืออย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่า โควิด-19 มีต้นกำเนิดอยู่ในค้างคาว และอาจส่งผ่านมาสู่มนุษย์ผ่านสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีกชนิดหนึ่ง แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะผู้เชี่ยวชาญใช้เวลาอยู่ภายในสถาบันนี้เกือบ 4 ชั่วโมง ก่อนที่ขบวนรถของพวกเขาจะจากไปโดยไม่หยุดพูดคุยกับสื่อมวลชนที่รออยู่ด้านนอก โดยมีตำรวจจีนสวมเครื่องแบบสีดำและสวมหน้ากากอนามัยยืนเรียงแถวกีดขวางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของโกลบอลไทมส์ สื่อของทางการจีน เปิดเผยว่า คณะของดับเบิลยูเอชโอได้เข้าไปเยี่ยมแล็บ พี 4 ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการทดลองที่รักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดแห่งแรกของเอเชียที่มีอุปกรณ์สำหรับการจัดการกับเชื้อโรคระดับ 4 (พี 4) เช่นอีโบลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเริ่มแรกที่โควิด-19 แพร่ระบาด มีการคาดเดากันว่าไวรัสอาจหลุดออกจากห้องแล็บความปลอดภัยทางชีวภาพในเมืองอู่ฮั่นโดยอุบัติเหตุ ถึงแม้ว่าจะไม่มีหลักฐานสนับสนุนทฤษฎีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐในเวลานั้น และผู้สนับสนุนของเขา หยิบเอาข่าวลือเหล่านี้มาขยายความต่อเป็นทฤษฎีสมคบคิดที่ว่าจีนจงใจปล่อยไวรัสชนิดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีที่แล้ว ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐเวลานั้น ยืนกรานว่ามี &amp;quot;หลักฐานที่มีนัยสำคัญ&amp;quot; ว่าไวรัสหลุดออกมาจากห้องแล็บดังกล่าว แต่เขาไม่ได้เปิดเผยหลักฐานพิสูจน์ ทั้งยังยอมรับด้วยว่าไม่มีความแน่ชัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนถูกวิจารณ์ทั้งจากในประเทศและภายนอกประเทศที่ทำให้การแพร่ระบาดในช่วงเริ่มแรกนั้นดูไม่สลักสำคัญและยังปกปิดข้อมูลภายหลังพบมีคนป่วยหลังจากติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่นเมื่อเดือนธันวาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้จีนหันไปเน้นความสำคัญกับการฟื้นตัวของจีนจากโรคระบาดนี้ ในขณะที่ไวรัสโควิด-19 ยังคงแพร่กระจายอยู่ทั่วโลก โดยมีคนเสียชีวิตไปแล้วมากกว่า 2.2 ล้านคน จากผู้ติดเชื้อ 104 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ คณะของดับเบิลยูเอชโอได้ไปเยี่ยมนิทรรศการโฆษณาชวนเชื่อของจีนในเมืองอู่ฮั่น, ไปเยี่ยมโรงพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยรายแรกๆ และเมื่อวันอาทิตย์ก็ได้ไปเยี่ยมตลาดค้าส่งอาหารทะเลที่พบผู้ติดเชื้อแบบกลุ่มก้อนครั้งแรก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91913</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, ดับเบิลยูเอชโด, สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น, สอบสวนโควิด, องค์การอนามัยโลก, อู่ฮั่น, แล็บไวรัสอู้่ฮั่น, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5eca1f54ed11b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แล็บอู่ฮั่น&#039;รับมีไวรัสโคโรนาค้างคาว 3 สายพันธุ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้อำนวยการสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่นที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โทษว่าทำไวรัสโควิด-19 หลุดจนแพร่ไปทั่วโลก ยอมรับว่าในแล็บมีไวรัสโคโรนามีชีวิตที่พบในค้างคาว 3 สายพันธุ์ แต่ไม่มีสายพันธุ์ไหนที่ตรงกับไวรัสโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อาคารห้องปฏิบัติการทดลอง พี4 ที่สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ในเมืองอู่ฮั่นของจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งของโลกที่ศึกษาค้นคว้าวิจัยไวรัสที่เป็นเชื้ออันตรายในระดับ 4 (พี4) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่า SARS-CoV-2 หรือไวรัสที่ก่อโรคโควิด-19 ซึ่งพบติดเชื้อในมนุษย์ครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ของจีน และขณะนี้ได้คร่าชีวิตผู้ป่วยแล้วมากกว่า 342,000 คน จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 5.3 ล้านคนทั่วโลก มีต้นกำเนิดในค้างคาว และอาจแพร่เชื้อติดมนุษย์ผ่านสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีทฤษฎีสมคบคิดแพร่สะพัดทางออนไลน์มานานหลายเดือนเรื่องแล็บไวรัสในอู่ฮั่นทำให้ไวรัสนี้ปนเปื้อนสู่ภายนอก ทฤษฎีนี้เป็นข่าวครึกโครมในสื่อกระแสหลักเมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ และไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ จับประเด็นมากล่าวโทษจีนอย่างเป็นจริงเป็นจังช่วยหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอ้างว่ามีหลักฐานว่าไวรัสนี้หลุดออกมาจากสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2563 กล่าวว่า หวัง เยี่ยนอี้ ผู้อำนวยการสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ซีจีทีเอ็นของทางการจีน ในบทสัมภาษณ์ที่ออกอากาศเมื่อคืนวันเสาร์ ตอบโต้ว่า คำกล่าวของทรัมป์และพวกที่บอกว่าไวรัสหลุดจากแล็บอู่ฮั่นนั้นเป็นการปั้นน้ำเป็นตัวโดยแท้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้อำนวยการหญิงรายนี้ยอมรับว่า ศูนย์นี้แยกและได้ไวรัสโคโรนาบางสายพันธุ์มาจากค้างคาว &amp;quot;ตอนนี้เรามีไวรัสที่มีชีวิตอยู่ 3 สายพันธุ์ แต่พวกมันมีความคล้ายคลึงกับ SARS-CoV-2 มากที่สุดแค่ 79.8%&amp;quot; เธอกล่าวในคำให้สัมภาษณ์ที่ถ่ายทำไว้เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทีมค้นคว้าวิจัยทีมหนึ่งของที่นี่ ซึ่งมีศาสตราจารย์จื้อ เจิ้งลี่ เป็นหัวหน้าทีม ทำการวิจัยไวรัสโคโรนาในค้างคาวมาตั้งแต่ปี 2547 โดยเน้นเรื่อง &amp;quot;การติดตามแหล่งกำเนิดของ SARS&amp;quot; ซึ่งเป็นไวรัสสายพันธุ์ที่ก่อโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน &amp;quot;เรารู้ว่าจีโนมทั้งหมดของ SARS-CoV-2 คล้ายกับจีโนมของ SARS แค่ 80% ซึ่งแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด&amp;quot; หวังกล่าว และว่า การวิจัยที่ผ่านมาของศาสตราจารย์จื้อจึงไม่ได้ให้ความสนใจมากนักกับไวรัสจำพวกนี้ ซึ่งคล้ายกับไวรัส SARS น้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล็บไวรัสอู่ฮั่นกล่าวว่า พวกเขาได้รับตัวอย่างไวรัสซึ่งเวลานั้นยังไม่รู้จัก เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม และได้จัดลำดับจีโนมของไวรัสเมื่อวันที่ 2 มกราคม แล้วส่งข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อโรคนี้ต่อองค์การอนามัยโลกเมื่อวันที่ 11 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำให้สัมภาษณ์ หวังอ้างว่า ก่อนที่แล็บจะได้รับตัวอย่างไวรัสนี้เมื่อเดือนธันวาคม ทีมวิจัยไม่เคยเจอ หรือวิจัย หรือเก็บไวรัสชนิดนี้ไว้ &amp;quot;ที่จริงก็เหมือนกับทุกคน เราไม่เคยรู้มาก่อนด้วยว่าไวรัสชนิดนี้มีอยู่&amp;quot; เธอกล่าว &amp;quot;แล้วมันจะหลุดรอดออกจากแล็บของเราได้อย่างไรในเมื่อเราไม่เคยมีมัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลกเคยกล่าวไว้เช่นกันว่า รัฐบาลสหรัฐไม่ได้แสดงหลักฐานเพื่อสนับสนุนคำกล่าวอ้างที่เป็นในเชิงทฤษฎี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จื้อเคยให้สัมภาษณ์กับวารสาร Scientific American ว่าลำดับจีโนมของ SARS-CoV-2 ไม่ตรงกับไวรัสโคโรนาค้างคาวสายพันธุ์ใดที่แล็บของเธอเคยรวบรวมและศึกษามาก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66781</URL_LINK>
                <HASHTAG>SARS-CoV-2, สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น, แล็บอู่ฮั่น, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา, ไวรัสโคโรนาในค้างคาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5eca1f54ed11b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
