<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76016</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2020 23:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2020 23:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯยิวปูดเอง ลอบคุยกับผู้นำชาติอาหรับอีกหลายราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า อิสราเอลแอบเจรจาแบบลับๆ กับผู้นำรัฐบาลประเทศอาหรับอีกหลายชาติเพื่อสถาปนาความสัมพันธ์แบบเดียวกับยูเออี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวของนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม เกิดขึ้นก่อนหน้าที่อิสราเอลและสหรับอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) จะเปิดเที่ยวบินพาณิชย์ตรงถึงกันเป็นครั้งแรก อันเป็นผลของการทำความตกลงสถาปนาความสัมพันธ์ขั้นปกติที่มีรัฐบาลสหรัฐเป็นคนกลางเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยังมีการพบปะแบบลับๆ กับผู้นำชาติอาหรับและมุสลิมอีกหลายชาติเพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ขั้นปกติกับรัฐอิสราเอล&amp;quot; เนทันยาฮูกล่าวโดยไม่เปิดเผยรายชื่อประเทศเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับยูเออีเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้ยูเออีเป็นประเทศในภูมิภาคอ่าวชาติแรก และเป็นชาติที่ 3 ของโลกอาหรับ ที่มีความสัมพันธ์กับอิสราเอล ต่อจากอียิปต์และจอร์แดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เที่ยวบินพาณิชย์เที่ยวแรกจากอิสราเอลไปยูเออีมีกำหนดขึ้นบินเช้าวันจันทร์พร้อมคณะผู้แทนของสหรัฐ-อิสราเอล โดยฝ่ายสหรัฐนำโดยจาเร็ด คุชเนอร์ ที่ปรึกษาทำเนียบขาวที่เป็นลูกเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งยืนเคียงข้างเนทันยาฮูระหว่างการแถลงเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อตกลงสถาปนาความสัมพันธ์กับยูเออีนั้น อิสราเอลตกลงจะระงับการผนวกดินแดนยึดครองในเวสต์แบงก์ แม้เนทันยาฮูจะยืนกรานว่าแผนดังกล่าวยังคงอยู่ในระยะยาว ด้านปาเลสไตน์กล่าวถึงข้อตกลงฉบับนี้ว่าเป็นการแทงข้างหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลซาอุดีอาระเบียยืนกรานนโยบายที่ชาติอาหรับเกือบทั้งหมดยึดถือมานานหลายทศวรรษ ว่าซาอุดีอาระเบียจะไม่ทำตามอย่างยูเออีจนกว่าอิสราเอลจะลงนามความตกลงสันติภาพกับปาเลสไตน์เพื่อสถาปนาประเทศปาเลสไตน์ที่เป็นเอกราช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76016</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเทศอาหรับ, ยูเออี, สถาปนาความสัมพันธ์, อิสราเอล, เบนจามิน เนทันยาฮู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200830/image_big_5f4bd2b9ebc68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 23:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 23:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปาเลสไตน์ซัด&#039;ยูเออี&#039;แทงข้างหลัง ลอบคบหาอิสราเอล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ได้หน้า ไกล่เกลี่ยข้อตกลงอิสราเอล-ยูเออี เตรียมเปิดทำเนียบขาวจัดพิธีลงนามสถาปนาความสัมพันธ์ขั้นปกติของสองฝ่ายในไม่กี่สัปดาห์ พันธมิตรสหรัฐโลกสวยเชื่ออิสราเอลระงับผนวกดินแดนเวสต์แบงก์ปูทางสันติภาพ แต่ผู้นำปาเลสไตน์รวมถึงอิหร่านและตุรกีซัดยูเออีทรยศ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศความสำเร็จในการเป็นคนกลางชักจูงให้ยูเออีสถาปนาความสัมพันธ์กับอิสราเอล เมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐเป็นผู้ประกาศข่าวการบรรลุความตกลงฉบับประวัติศาสตร์ระหว่างอิสราเอลกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) มิตรที่ยิ่งใหญ่ทั้งสองของสหรัฐ ผ่านทางทวิตเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ก่อนที่จะเปิดเผยแถลงการณ์ร่วม 3 ฝ่าย ระหว่างตัวเขา, นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล และเชคโมหะเหม็ด บิน ซายิด อัลนาห์ยัน ผู้นำยูเออี ว่าพวกเขาตกลงที่จะสถาปนาความสัมพันธ์ขั้นปกติอย่างเต็มรูปแบบระหว่างอิสราเอล-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตาม &amp;quot;ความตกลงอับราฮัม&amp;quot; ซึ่งทรัมป์ช่วยเป็นคนกลางให้ อิสราเอลรับปากจะระงับแผนการผนวกพื้นที่ยึดครองในเขตเวสต์แบงก์ของปาเลสไตน์ สอดคล้องกับแผนสันติภาพที่ทรัมป์เคยประกาศไว้เมื่อเดือนมกราคม คาดว่าพิธีลงนามความตกลงระหว่างอิสราเอลกับยูเออีจะจัดที่ทำเนียบขาวภายใน 3 สัปดาห์ และผู้แทนของสองประเทศนี้จะพบเจรจากันเพื่อหารือเรื่องการลงทุน, การท่องเที่ยว, เที่ยวบินตรง, ความมั่นคง และการตั้งสถานทูต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลจะทำให้ยูเออีเป็นชาติอาหรับชาติที่ 3 และเป็นชาติจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียชาติแรก ที่คบหากับอิสราเอล ต่อจากอียิปต์ที่สถาปนาความสัมพันธ์เมื่อปี 2522 และจอร์แดน ปี 2537 นายกฯ เนทันยาฮูกล่าวว่า การบรรลุความตกลงครั้งนี้เป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ที่จะเปิดศักราชใหม่สำหรับโลกอาหรับและอิสราเอล ส่วนทรัมป์ซึ่งได้โอ่ผลงานความสำเร็จด้านนโยบายต่างประเทศเพื่อรักษาเก้าอี้อีกสมัย คุยด้วยว่ากำลังมีการหารือข้อตกลงแบบนี้กับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้อิสราเอล, ยูเออี และสหรัฐจะยกย่องความสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ของความตกลงนี้ แต่พวกผู้นำปาเลสไตน์ทั้งในเวสต์แบงก์และกาซา ซึ่งดูเหมือนจะไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน ต่างประณามว่าเป็นการ &amp;quot;แทงข้างหลัง&amp;quot; และประกาศถอนเอกอัครราชทูตออกจากยูเออี ทั้งขอให้สันนิบาตอาหรับประชุมฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีมะห์มูด อับบาส ออกแถลงการณ์จากเวสต์แบงก์ โจมตีว่า เป็นการทรยศต่อเยรูซาเลม, ต่อมัสยิดอัลอักซอและต่ออุดมการณ์ของปาเลสไตน์ ซึ่งรวมถึงการตั้งเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของประเทศปาเลสไตน์ในอนาคต ส่วนโฆษกของกลุ่มฮามาสที่ควบคุมกาซากล่าวว่า การสถาปนาความสัมพันธ์กับอิสราเอลเป็นการแทงข้างหลังและเป็นประโยชน์ต่อการยึดครองของอิสราเอลเท่านั้น อิหร่านและตุรกีซึ่งสนับสนุนฮามาสก็ประณามเช่นกันว่าเป็นการทรยศต่อปาเลสไตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพันธมิตรของสหรัฐในภูมิภาคอ่าว ทั้งบาห์เรนและโอมานสนับสนุนความตกลงนี้ แต่ซาอุดีอาระเบียยังนิ่ง ชาติตะวันตกและอันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ยินดี โดยหวังว่าการระงับแผนผนวกดินแดนจะช่วยให้ทางออกแบบสองรัฐคู่เป็นจริงได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74493</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปาเลสไตน์, ยูเออี, สถาปนาความสัมพันธ์, สหรัฐ, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อิสราเอล, แทงข้างหลัง, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f36b56071311.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 20:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 20:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โดมินิกัน&#039; เลิกคบ &#039;ไต้หวัน&#039; หันสถาปนาการทูตกับจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สาธารณรัฐโดมินิกันและจีนประกาศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกัน ทำให้เหลือเพียง 19 ชาติที่เป็นพันธมิตรทางการทูตกับไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิเกล วาร์กัส รัฐมนตรีต่างประเทศสาธารณรัฐโดมินิกัน (ซ้าย) ถ่ายภาพคู่กับหวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ภายหลังลงนามเอกสารสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการที่กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาธารณรัฐโดมินิกันแถลงเมื่อวันอังคารที่ 1 พฤษภาคม โดยเชื่อว่าการเปลี่ยนมาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนจะทำให้เกิดผลบวกอย่างพิเศษสำหรับอนาคตของประเทศ และขอยืนยันว่าในโลกนี้มีเพียงจีนเพียงชาติเดียว และไต้หวันเป็นเพียงดินแดนที่แบ่งแยกไม่ได้จากจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเช้าวันอังคาร จีนประกาศว่าจะมีการแลกเปลี่ยนเอกอัครราชทูตระหว่างจีนกับสาธารณรัฐโดมินิกัน โดยจะดำเนินการในเวลาที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน โจเซฟ อู๋ กล่าวว่ารัฐบาลไต้หวันเสียใจอย่างยิ่งที่สาธารณรัฐโดมินิกันและจีนสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกันเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันขอประณามการตัดสินใจของจีน ในการใช้การทูตเงินดอลลาร์เพื่อทำให้พันธมิตรทางการทูตของไต้หวันเปลี่ยนไปสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน โดยไต้หวันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐโดมินิกันมาถึง 77 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันยังได้เรียกเอกอัครราชทูตโดมินิกันประจำไต้หวันเข้าพบ เพื่อประท้วงในเรื่องนี้ และบอกให้เขาปิดสถานเอกอัครราชทูตในกรุงไทเป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันไต้หวันมีพันธมิตรทางการทูตเหลือเพียง 19 ชาติ ได้แก่ 10 ประเทศในลาตินอเมริกาและประเทศแถบทะเลแคริบเบียน, 2 ชาติในทวีปแอฟริกา, 6 ชาติที่เป็นเกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิกและนครรัฐวาติกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ปานามาตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันเพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน ส่วนคอสตาริกาทำเช่นเดียวกันในปี 2550.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8291</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทูต, จีน, จีนเดียว, สถาปนาความสัมพันธ์, เลิกคบไต้หวัน, โดมินิกัน, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae869e24448b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
