<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 22:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 22:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซาอุฯไม่เล่นด้วย ปัดสถาปนาสัมพันธ์กับอิสราเอล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ซาอุดีอาระเบีย พี่เบิ้มของโลกอาหรับ ประกาศชัดเจนแล้วเมื่อวันพุธว่าจะไม่ตามรอยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล จนว่ารัฐยิวแห่งนี้จะบรรลุความตกลงสันติภาพกับปาเลสไตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลซาอุดีอาระเบียเก็บงำท่าทีมานับแต่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) สร้างความประหลาดใจแก่โลกอาหรับและทั่วโลก เมื่อบรรลุความตกลงกับอิสราเอลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ปรกติ ซึ่งรวมถึงความสัมพันธ์ทางการทูตเต็มรูปแบบ อันทำให้ยูเออีเป็นประเทศที่ 3 ของโลกอาหรับ ต่อจากอียิปต์และจอร์แดนที่สถาปนาความสัมพันธ์กับรัฐยิว และเพิ่มการคาดหมายว่าชาติอาหรับที่นิยมตะวันตกอีกหลายประเทศจะทำความตกลงในแบบเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างเยือนกรุงเบอร์ลินของเยอรมนีเมื่อวันพุธที่ 19 สิงหาคม เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย ประกาศชัดเจนว่า อิสราเอลต้องบรรลุความตกลงสันติภาพกับปาเลสไตน์บนพื้นฐานความเห็นพ้องของนานาประเทศเสียก่อน ซาอุดีอาระเบียจึงจะสถาปนาความสัมพันธ์ในรูปแบบปกติกับอิสราเอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงข่าวร่วมกับไฮโก มาส รัฐมนตรีต่างประเทศของเยอรมนี เจ้าชายไฟซาลยังวิจารณ์การดำเนินนโยบายโดยฝ่ายเดียวของอิสราเอลอีกครั้ง ทั้งเรื่องการผนวกดินแดนและการสร้างที่ตั้งถิ่นฐานชาวยิวในเวสต์แบงก์ ว่า &amp;quot;ไม่ชอบด้วยกฎหมาย&amp;quot; และสร้างความเสียหายต่อการหาทางออกแบบสองรัฐคู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อตกลงระหว่างอิสราเอลกับยูเออีนั้น อิสราเอลตกลงจะระงับการผนวกดินแดนในเขตยึดครองเวสต์แบงก์ ทว่านายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลย้ำว่า แผนผนวกดินแดนไม่ได้ถูกยกเลิก เป็นแค่เพียงการระงับชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปาเลสไตน์ประท้วงข้อตกลงอิสราเอล-ยูเออีฉบับนี้ว่าเป็นการทรยศของประเทศที่มีบทบาทสำคัญในโลกอาหรับ ซึ่งมีจุดยืนโดยทั่วไปว่าการสานสัมพันธ์ขั้นปกติกับอิสราเอลจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อข้อพิพาทกับปาเลสไตน์ได้รับการแก้ไขแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74979</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซาอุดีอาระเบีย, ปาเลสไตน์, สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อิสราเอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3d48e6a6446.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 00:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 00:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิสราเอล-ยูเออีบรรลุข้อตกลงสถาปนาความสัมพันธ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลอิสราเอลและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) บรรลุข้อตกลงสันติภาพครั้งประวัติศาสตร์ที่มีสหรัฐเป็นคนกลาง เพื่อสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต โดยยูเออีจะเป็นชาติที่ 3 ของโลกอาหรับที่มีความสัมพันธ์ขั้นปกติกับอิสราเอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ร่วมที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐนำมาเปิดเผยผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม ระหว่างตัวเขา, นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล และเจ้าชายโมฮัมเหม็ด อัล นาห์ยาน แห่งอาบูดาบี กล่าวว่า พวกเขาหวังว่าพัฒนาการครั้งประวัติศาสตร์นี้จะขับเคลื่อนสันติภาพในตะวันออกกลางให้ก้าวหน้าต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทันทีที่ลงนามในความตกลงฉบับประวัติศาสตร์นี้ ยูเออีจะเป็นชาติอาหรับประเทศที่ 3 ที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตแบบปรกติกับอิสราเอล ต่อจากอียิปต์ที่ลงนามสันติภาพเมื่อปี 2522 และจอร์แดนในปี 2537&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกลุ่มอิสลามิสต์ฮามาสของปาเลสไตน์ที่ควบคุมดินแดนกาซา คัดค้านความตกลงนี้ทันทีว่าเป็นการตกรางวัลให้การยึดครองและอาชญากรรมของอิสราเอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามแถลงการณ์ร่วมที่ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยนั้น ความตกลงฉบับนี้อิสราเอลตกลงจะ &amp;quot;ระงับ&amp;quot; แผนการผนวกที่ตั้งถิ่นฐานของชาวยิวและดินแดนอื่นๆ ในเขตเวสต์แบงก์ที่อิสราเอลยึดครองไว้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74378</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความตกลงสันติภาพ, ยูเออี, สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อิสราเอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f3574227fa80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16103</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 21:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐชวนจีนวิวาท กรณีเอลซัลวาดอร์ตัดสัมพันธ์ไต้หวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐชวนรัฐบาลจีนทะเลาะด้วยเรื่องทางการทูตเพิ่มอีก ทำเนียบขาวกล่าวหาจีนบ่อนทำลายความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบ หลังจากเอลซัลวาดอร์ตัดสัมพันธ์ไต้หวันแล้วหันไปคบจีนแทน ขณะรัฐบาลปักกิ่งโต้กลับสหรัฐกล่าวหาอย่าง &amp;quot;ไม่รับผิดชอบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยปิดประตูรั้วสถานทูตไต้หวันในกรุงซันซัลวาดอร์ ของเอลซัลวาดอร์ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2561 ว่าทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐออกแถลงการณ์ที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันพฤหัสบดี กล่าวเตือนรัฐบาลเอลซัลวาดอร์ว่า การตัดสินใจของประเทศลาตินอเมริกาแห่งนี้ดำเนินการอย่างไม่โปร่งใส และจะส่งผลต่อความแข็งแรงและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอเมริกาทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนและไต้หวันทำศึกชักเย่อทางการทูตกันมานานหลายปี ด้วยการยื้อแย่งประเทศกำลังพัฒนาให้หันมาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับฝ่ายตน ด้วยการเสนอให้การสนับสนุนทางเศรษฐกิจและการช่วยเหลือด้านอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของทำเนียบขาวกล่าวว่า สหรัฐจะยังคงคัดค้านการบั่นทอนเสถียรภาพของความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบและการแทรกแซงทางการเมืองในซีกโลกตะวันตกของจีน การยอมรับของรัฐบาลเอลซัลวาดอร์ต่อความพยายามของจีนที่แทรกแซงการเมืองในประเทศของประเทศในซีกโลกตะวันตกเป็นเรื่องที่สหรัฐวิตกกังวลอย่างยิ่ง และจะส่งผลให้สหรัฐต้องประเมินความสัมพันธ์กับเอลซัลวาดอร์เสียใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนถือว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตน ที่จีนพร้อมใจใช้กำลังผนวกดินแดนหากไต้หวันประกาศเอกราช ความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบไต้หวันเลวร้ายลงนับแต่ไช่อิงเหวิน ชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีไต้หวันเมื่อปี 2559 รัฐบาลของเธอปฏิเสธจะยอมรับว่าเกาะไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของ &amp;quot;จีนเดียว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายปีมานี้ รัฐบาลจีนสามารถแย่งชิงประเทศที่ให้การยอมรับไต้หวันให้เปลี่ยนมาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับจีนแทน โดยเอลซัลวาดอร์เป็นชาติที่ 5 ที่ยกเลิกสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันในยุครัฐบาลของไช่ และเป็นชาติที่ 3 ในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลู่กัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า การตัดสินใจของเอลซัลวาดอร์ที่เชื่อมั่นต่อ &amp;quot;หลักนโยบายจีนเดียว&amp;quot; นั้น เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเหมาะสมและเปิดเผยตรงไปตรงมา มีบางประเทศกล่าวถึงเรื่องนี้ด้วยถ้อยคำที่ไม่รับผิดชอบ เรื่องนี้ไม่ใช่การแทรกแซงกิจการภายในของเอลซัลวาดอร์ หรือการก้าวก่ายทางการเมืองในภูมิภาคนั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16103</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ตัดสัมพันธ์, สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต, สหรัฐ, เอลซัลวาดอร์, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180824/image_big_5b800ab3d35b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2018 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2018 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไต้หวันประกาศตัดสัมพันธ์ &#039;เอลซัลวาดอร์&#039; ก่อนโดนทิ้งซบจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลไต้หวันประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับเอลซัลวาดอร์เมื่อวันอังคาร ก่อนที่ประเทศลาตินอเมริกาแห่งนี้จะสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนแผ่นดินใหญ่ในวันเดียวกัน รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวันลั่นไม่เอาด้วยกับ &amp;quot;การทูตดอลลาร์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจเซฟ อู๋ รัฐมนตรีต่างประเทศไต้หวัน (กลาง) แถลงข่าวที่กรุงไทเปเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจเซฟ อู๋ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไต้หวัน แถลงเมื่อวันอังคารที่ 20 สิงหาคม 2561 ประณาม &amp;quot;การกระทำหยาบคายของจีน&amp;quot; พร้อมกับประกาศว่า ไต้หวันจะไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการดำเนินการทูตดอลลาร์กับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาอ้างด้วยว่า เอลซัลวาดอร์ได้ร้องขอ &amp;quot;เงินทุนก้อนมโหฬาร&amp;quot; สำหรับโครงการพัฒนาท่าเรือ ซึ่งไต้หวันไม่เต็มใจจะมอบให้ เพราะจะสร้างหนี้ทั้งต่อไต้หวันและเอลซัลวาดอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกันนี้เอง จีนและเอลซัลวาดอร์ก็ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ โดยหวังอี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน กับการ์ลอส กาสตาเนดา รัฐมนตรีต่างประเทศเอลซัลวาดอร์ ได้ลงนามความตกลงกันที่เรือนรับรองเตียวหยูไถ่ในกรุงปักกิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การ์ลอส กาสตาเนดา รัฐมนตรีต่างประเทศเอลซัลวาดอร์ (ซ้าย) และหวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ระหว่างพิธีลงนามสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังพิธี หวังกล่าวยกย่องการตัดสินใจของเอลซัลวาดอร์ที่ &amp;quot;ยอมรับว่าโลกนี้มีเพียงจีนเดียว&amp;quot; และแสดงให้เห็นว่านโยบายจีนเดียวนั้นสอดคล้องกับบรรทัดฐานระหว่างประเทศ ส่วนคาสตาเนดากล่าวว่า ประเทศของเขาตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ในวิถีทางที่ถูกต้องและเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ของไต้หวัน แถลงที่กรุงไทเป ระบุว่า ไต้หวันจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากจีน การตัดสินใจตัดความสัมพันธ์กับไต้หวันของเอลซัลวาดอร์เป็นหลักฐานอีกชิ้นที่จีนพยายามบีบคั้นไต้หวัน แต่จะทำให้ไต้หวันกลายเป็นประเทศที่ประชาชนยึดมั่นคุณค่าเดียวกัน ในการต่อสู้ร่วมกัน เพื่อต่อต้านพฤติกรรมระหว่างประเทศที่ควบคุมไม่ได้ที่เพิ่มขึ้นของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ของไต้หวัน (ซ้าย) ขณะไปเยือนเอลซัลวาดอร์ โดยมีประธานาธิบดีซานเชซ เซเรน ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2560 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันไต้หวันมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับเพียง 17 ชาติ ส่วนใหญ่เป็นชาติเล็กๆ ในอเมริกากลางและประเทศหมู่เกาะในแปซิฟิก และนับแต่ประธานาธิบดีไช่เข้ารับตำแหน่งในปี 2559 มี 5 ชาติที่ตัดความสัมพันธ์กับไต้หวัน ได้แก่ บูร์กินาฟาโซ, สาธารณรัฐโดมินิกัน, เซาตูเมและปรินซิปี, ปานามา และล่าสุด เอลซัลวาดอร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15891</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทูตดอลลาร์, จีน, ตัดสัมพันธ์, สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต, เอลซัลวาดอร์, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180821/image_big_5b7c1dfcaf820.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชิญ&#039;6บุคคล&#039;ถวายงาน มาแถลงความประทับใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วธ.พบแล้ว 6 บุคคลในภาพเข้าเฝ้าฯ ปฏิบัติงานถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเมื่อครั้งเสด็จฯ ไปทรงเยือนบังกลาเทศ-ภูฏาน-กัมพูชา-จีน-เมียนมา-ปากีสถาน เชิญมาร่วมงานแถลงเปิดตัวพร้อมกับเผยถึงความประทับใจ ความรู้สึกและความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสถวายงาน 28 มี.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า ตามที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดส่งภาพทั้ง 6 ภาพพร้อมรายละเอียดต่างๆ ไปยังสถานทูตเพื่อขอให้ช่วยติดตามหาบุคคลในภาพดังกล่าวนั้น ก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่ง และในขณะนี้ได้พบบุคคลในภาพแล้ว ซึ่งทั้งหมดมีโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และปฏิบัติงานถวายเมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในต่างประเทศ ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพที่ 1 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ เพื่อทอดพระเนตรการดำเนินงานของโรงเรียนประถมศึกษาของรัฐบาลมารีอาลี อำเภอกาจิปูระ จังหวัดธากา ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนในบังกลาเทศ ตามพระราชดำริ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2554 บุคคลในภาพคือ นางชาฮริน ซัลทานา อาซู อาจารย์ใหญ่โรงเรียนประถมศึกษาของรัฐบาลมารีอาลี (Ms. Shahrin Sultana Arzu: Head Teacher, Mariali Government Primary School)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพที่ 2 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนราชอาณาจักรภูฏาน เพื่อทอดพระเนตรการดำเนินงานของโรงเรียนต่างๆ ตามโครงการความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนในโรงเรียนราชอาณาจักรภูฏาน ตามพระราชดำริ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2559 บุคคลในภาพคือ พันตรีโชกี วังดี &amp;nbsp;นายทหารองครักษ์นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน (Maj. Choki Wangdi: Aide-de-Camp to the &amp;nbsp;Prime Minister of the Royal Government of Bhutan)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพที่ 3 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนราชอาณาจักรกัมพูชา ทรงเปิดสถาบันเทคโนโลยีกำปงเฌอเตียล จังหวัดกำปงธม ราชอาณาจักรกัมพูชา เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 บุคคลในภาพคือ นายเพชร แสง ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีกัมปงเฌอเตียล (Mr. Pech Seang: Director of Kampong &amp;nbsp;Chheuteal Institute of Technology)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพที่ 4 ขณะทรงงานเรื่องปัญหาสตรีกับคณะแพทย์โรงพยาบาล หมายเลข 1 แห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ณ ที่ประทับรับรองกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2554 บุคคลในภาพคือ ศาสตราจารย์ แพทย์หญิง โจวฉงเล่อ ศาสตราจารย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาลหมายเลข 1 มหาวิทยาลัยปักกิ่ง Prof. Dr. Zhou Congle: Professor, Department of Pediatrics, The First &amp;nbsp;Teaching Hospital, Peking University
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อทอดพระเนตรกิจการของโรงเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หมายเลข 7 เมืองย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2558 บุคคลในภาพคือ ดร. เม สบาย พยู นู อาจารย์ใหญ่ประจำโรงเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หมายเลข 7 เขตการปกครองมิงกาลาดอน กรุงย่างกุ้ง &amp;nbsp;(Dr. May Sabai Phyu Nu: Headmistress of Branch High &amp;nbsp;School, No.7 Basic Education Middle School Mingaladon Township, Yangon Region)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพที่ 6 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานอย่างเป็นทางการ ในโอกาสครบ 60 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ระหว่างวันที่ 19-23 มีนาคม 2555 บุคคลในภาพคือ ศาสตราจารย์ไฮเดอร์ ชาฮ์ อดีตรองอธิการบดีวิทยาลัยอิสลาเมียแห่งเปศวาร์ (Prof. Haider Shah, PhD: Former Vice Chancellor of &amp;nbsp;the Islamia College)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับบุคลในภาพทั้ง 6 คน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้ทำหนังสือเชิญร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวพร้อมกับเผยถึงความประทับใจ ความรู้สึก และความภาคภูมิใจที่ได้มีโอกาสถวายงานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวาระพิเศษนี้ ในวันพุธที่ 28 มีนาคม &amp;nbsp;2561 เวลา 11.00 น. ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย&amp;quot; นายวีระกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5858</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจการของโรงเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, ปัญหาสตรี, สถาบันเทคโนโลยีกำปงเฌอเตียล, สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab907e4bd85c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
