<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2019 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คดีเมาขับ&#039; พุ่งเกือบ 2 หมื่นรายช่วงปีใหม่ &#039;โคราช-ชลบุรี-กทม.&#039; สูงสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค.62 - นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ได้เปิดเผยถึงสถิติดำเนินคดี ตามความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ช่วง 7 วันอันตราย ในวันหยุดท้ายปี 2561 จนถึงเทศกาลปีใหม่ 2562 ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. 2561 - 2 ม.ค. 2562 ว่า ปริมาณคดีความผิด ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ที่เข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นทั่วราชอาณาจักร 232 ศาล ช่วง 7 วันที่ผ่านมา ที่รวบรวมข้อมูลโดยศูนย์ข้อมูลคดี สำนักแผนงานและงบประมาณ สำนักงานศาลยุติธรรมนั้น มีข้อหาที่เข้าสู่การพิจารณาทั้งหมด รวม 21,238 ข้อหา ซึ่งศาลพิจารณาพิพากษาเสร็จ 19,888 ข้อหา คิดเป็น 93.64 %&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยข้อหาที่มีการกระทำผิดสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ 1.ขับรถขณะเมาสุรา 19,603 ข้อหา 2.ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต 933 ข้อหา และ 3.ขับรถขณะเสพยาเสพติด 598 ข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ จังหวัดที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.นครราชสีมา 1,197 ข้อหา 2.ชลบุรี 1,050 ข้อหา 3.กรุงเทพมหานคร 1,046 ข้อหา 4.เชียงใหม่ 927 ข้อหา 5.ร้อยเอ็ด 850 ข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยัณห์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า โดยปริมาณคดีข้อหาตามความผิด ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ที่เข้าสู่การพิจารณาของศาล เฉพาะประจำวันที่ 31 ธ.ค. 2561 ถือว่าสูงที่สุดในช่วง 7 วันอันตราย มีถึง 7,390 ข้อหา โดยข้อหาที่มีการกระทำผิดสูงสุด คือ ขับรถขณะเมาสุรา 7,048 ข้อหา ก็น่าสังเกตว่าในวันดังกล่าวที่มีปริมาณคดีสูง อาจสืบเนื่องจากวันดังกล่าวเป็นการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีด้วย ขณะที่ช่วงวันก่อนหน้าเป็นช่วงของการเดินทางเพื่อเข้าสู่การเฉลิมฉลองเทศกาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสุริยัณห์ ได้เปรียบเทียบตัวเลขคดีความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ช่วง 7 &amp;nbsp;วันอันตรายที่เข้าสู่ศาล ในปี 2561 กับปีใหม่ 2562 นี้ ด้วยว่า ในปี 2561 มีคดีเข้าสู่ศาลรวมทั้งสิ้น 15,587 ข้อหา ขณะที่ 2562 &amp;nbsp;มีคดีรวม 21,238 ข้อหา ซึ่งปีนี้มีการดำเนินคดีสูงขึ้นถึง 5,651 ข้อหา ก็เป็นที่สังเกตได้ว่าปริมาณการดำเนินคดีที่สูงขึ้น หากมองในแง่การบังคับใช้กฎหมายนั้นเข้มข้นขึ้นจากแนวนโยบายมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจตราดูแลความปลอดภัยบนท้องถนนจนนำมาสู่การดำเนินคดีที่ศาล ซึ่งการลงโทษนั้นศาลก็จะพิจารณาตามพฤติการณ์และข้อเท็จจริงที่ปรากฏในแต่ละสำนวนตามกรอบของกฏหมาย แต่ขณะที่ปริมาณการดำเนินคดีสูงขึ้นโดยเฉพาะยังเป็นความผิดเมาแล้วขับที่เป็นข้อหาถูกดำเนินคดีสูงสุดนั้น ยังสะท้อนถึงการละเลย เพิกเฉยของผู้ขับขี่ที่ทำผิดกฎหมายและความปลอดภัยทั้งต่อตนเอง ที่สำคัญความปลอดภัยของผู้อื่นที่ร่วมใช้เส้นทางสัญจรด้วย ดังนั้นจึงควรตระหนักถึงเรื่องนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ส่วนของการดำเนินคดีในชั้นศาล นายสุริยัณห์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการพิจารณาพิพากษาของศาลนั้นตัวเลขตามสถิติที่ผลการตัดสินไม่ครบ 100% นั้นเนื่องจากแม้ว่าคดีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ หากจำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่จำเป็นต้องสืบพยานประกอบคำรับสารภาพ โดยศาลสามารถตัดสินได้เลย แต่ในบางกรณีศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าควรให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจถึงประวัติและพฤติการณ์ในการกระทำความผิดของจำเลยเสียก่อน เพื่อนำมาประกอบดุลพินิจในการกำหนดโทษ จึงให้เลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาในวันหลัง ในสถิติจึงเป็นคดีที่ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ขณะที่การพิจารณาคดีเกี่ยวกับความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ช่วงเทศกาลศาลก็ทุ่มเททำงานกันอย่างเต็มที่ ในบางพื้นที่ที่มีคดีค่อนข้างมากบางศาลใช้เวลาจนถึง 19.00 - 20.00 น. ซึ่งล่วงเลยเวลาราชการศาล เพื่อดำเนินคดีจนเสร็จสิ้นกระบวนพิจารณา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25648</URL_LINK>
                <HASHTAG>7วันอันตรายปีใหม่ 2562, นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล, พ.ร.บ.จราจรทางบก, สถิติคดีจราจรช่วงปีใหม่, สถิติคดีเมาแล้วขับ, โฆษกศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2d7ac368607.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
