<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่วยใหม่ไทยลดต่อเนื่อง ศบค.ตั้งเป้าตํ่าสิบ14วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุบสถิติติดเชื้อรายใหม่ต่ำสุด 19 คน เสียชีวิตเพิ่ม 1 ศบค.ชี้เบาใจได้แต่อย่าวางใจ วอนอยู่บ้านทำยอดต่ำสิบให้ได้อย่างน้อย 14 วัน สธ.เร่งสอบสวนโรคเหตุเชียงรายป่วยโควิดซ้ำ เตือนประชาชนระวังหน้าฝนห้ามการ์ดตก สปสช.ออก 7 มาตรการเชิงรุกดูแลคนไข้บัตรทอง ภูเก็ตกลับมาติดเชื้อเพิ่ม 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 21 เมษายน เวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์ในประเทศไทยมีผู้ป่วยรายใหม่ 19 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 2,811 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 109 &amp;nbsp;ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 655 ราย และเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เสียชีวิตสะสม 48 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้เสียชีวิตรายที่ 48 เป็นชายไทยอายุ 50 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ มีโรคประจำตัวเบาหวาน สูบบุหรี่ มีประวัติขับรถไปส่งผู้โดยสารที่สนามมวยลุมพินี เริ่มหายใจลำบาก มีไข้ต่ำ ไอในวันที่ 18 มี.ค. &amp;nbsp;และเข้ารับการตรวจเบื้องต้นที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน กทม. โดยรับยากลับไปทานที่บ้าน แต่อาการไม่ดีขึ้น วันที่ 23 มี.ค.จึงกลับมารักษาตัวอีกครั้ง มีไข้สูง 39.5 ปวดกล้ามเนื้อ มีเสมหะเพิ่มขึ้น ผลตรวจยืนยันเป็นโควิด-19 อาการแย่ลงเรื่อยๆ และเสียชีวิตในวันที่ 20 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ 19 ราย เป็นผลต่อเนื่องมาจากการปฏิบัติตัวของคนไทยเมื่อ 14 วันที่แล้ว ที่เราร่วมมือกันหยุดเชื้อเพื่อชาติในช่วงวันที่ 7-8 เม.ย. ขณะเดียวกันความร่วมมือที่ผ่านมายังทำให้โรงพยาบาลต่างๆ มีเตียงว่างมากขึ้น เพียงพอต่อการรับผู้ป่วย ดังนั้นจึงขอให้ร่วมมือกันต่อไป&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยใน จ.สตูล 19 ราย เป็นบุคคลที่อยู่ในสถานที่กักตัวของรัฐทั้งหมด ไม่มีผู้ป่วยในพื้นที่จังหวัด จึงต้องขอบคุณ จ.สตูลที่รับผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศเข้าไปดูแลในพื้นที่ และขอปรับ จ.สตูลไปอยู่ในจังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วย รวมกับ 9 จังหวัดก่อนหน้านี้ รวมเป็น 10 จังหวัด นอกจากนี้ มีจังหวัดที่ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นในช่วง 14 วัน อีก 1 จังหวัดคือ สุพรรณบุรี รวมจังหวัดที่ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่ในรอบ 14 วัน 36 จังหวัด และในรอบ 7 วันที่ผ่านมามีรายงานผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มเข้ามาเพียง &amp;nbsp;11 จังหวัดเท่านั้น ได้แก่ กทม. นนทบุรี ภูเก็ต ชลบุรี ยะลา ปัตตานี สงขลา กระบี่ นราธิวาส ขอนแก่น &amp;nbsp;ชุมพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีผู้ป่วยรายใหม่ในพื้นที่กักตัวของรัฐ 71 ราย ส่วนอาชีพที่ติดเชื้อมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ รับจ้างทั่วไป ฟรีแลนซ์ 395 ราย ค้าขาย ธุรกิจส่วนตัว 308 ราย พนักงานบริษัท โรงงาน &amp;nbsp;235 ราย พนักงานในสถานบันเทิง 176 ราย นักเรียน นักศึกษา 164 ราย ช่วงอายุระหว่าง 20-39 ปี ดังนั้นต้องให้ความสำคัญกับกลุ่มนี้เพราะเป็นช่วงอายุที่เป็นพาหะนำเชื้อโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ผู้ป่วยในทวีปเอเชียนั้น ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สิงคโปร์มีผู้ป่วยรายใหม่มากที่สุด 1,426 ราย&amp;nbsp;โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว ซึ่งมีอยู่ในประเทศกว่า 3 แสนคน อาศัยอยู่ในหอพักขนาดใหญ่ 43 แห่ง แต่ละห้องอยู่กันแบบแออัด 12-20 คน และพบว่าผู้ป่วยกลุ่มแรกในสิงคโปร์เริ่มจาก 4 คน จากนั้นขยายเป็นพันคนในเวลารวดเร็ว น่ากังวลใจมาก ทางสิงคโปร์จึงล็อกดาวน์หอพักทุกแห่ง มีคลินิกสถานพยาบาลเข้าไปดูแล นำแรงงานที่มีผลเป็นลบไปอยู่ในเรือ มีการตั้งศูนย์ขึ้นมาดูแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ และทุกคนจะได้รับค่าจ้างระหว่างกักตัว ซึ่งเป็นการควบคุมการระบาด เราจึงต้องเรียนรู้จากเขาในการดูแลแรงงานต่างด้าวในประเทศ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้สแกนดูพื้นที่ที่แรงงานต่างด้าวพักอาศัยว่าเป็นอยู่อย่างไร จัดให้มีการเว้นระยะห่างทางสังคมและความสะอาด รวมถึงตั้งพนักงานสาธารณสุขต่างด้าวและอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว
เบาใจแต่วางใจไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงในช่วงเคอร์ฟิวคืนวันที่ 20 เม.ย.ต่อเนื่องเช้าวันที่ 21 เม.ย. &amp;nbsp;มีผู้ฝ่าฝืนออกนอกเคหสถาน 963 ราย เพิ่มขึ้นจากคืนก่อน 33 ราย ชุมนุมมั่วสุม 65 ราย ลดลงจากคืนก่อน 21 ราย จึงขอความร่วมมืออย่าออกจากบ้านถ้าไม่มีความจำเป็น ขอให้ครอบครัวตักเตือน สำหรับจังหวัดที่มีการฝ่าฝืนมากที่สุด ได้แก่ กทม. ปทุมธานี สมุทรปราการ ภูเก็ต พระนครศรีอยุธยา ระยอง &amp;nbsp;นครราชสีมา ราชบุรี นนทบุรี บุรีรัมย์ ส่วนจังหวัดที่ไม่มีการกระทำผิด ได้แก่ สิงห์บุรี ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ นครพนม ขณะที่คนไทยที่จะเดินทางกลับจากต่างประเทศวันนี้ จะมีคนไทยจากไต้หวัน 120 &amp;nbsp;คน และจากญี่ปุ่น 100 คน ซึ่งจะไปอยู่ในสถานกักตัวของรัฐทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังอยู่ในการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังรณรงค์ให้ลดการเดินทาง วันนี้เรามีตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ต่ำกว่า 20 ราย เพราะคนไทยร่วมมือกัน หลายคนเบาใจได้ แต่วางใจยังไม่ได้แน่นอน เนื่องจากมีตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ให้เห็น เพียง 4 คนยังทำให้ขึ้นมาเป็นพันได้ ถ้าเราคุมได้ไม่ดีตัวเลขจะยกกำลังขึ้นมา ดังนั้นต้องขอความร่วมมือเอกชน ถ้าสามารถสั่งทำงานที่บ้านได้ก็ให้ทำ รัฐยังยืนยันมาตรการนี้อยู่&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ประเทศเพื่อนบ้านของไทยมีผู้ป่วยรายใหม่สูงขึ้นระลอกใหม่ เราจะป้องกันการระบาดระลอกใหม่อย่างไร นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า การจะผ่อนปรนหรือยกเลิกต้องเรียนรู้จากประเทศต่างๆ ประชาชนจังหวัดไหนต้องการอิสรเสรีขึ้นอยู่กับความร่วมมือของท่าน ใครทำกรรมดีไว้ก็ส่งผลดีให้ได้ ถ้าร่วมมือดีก็จะทำให้มีพื้นที่ในการที่จะทำอะไรต่างๆ ได้มากขึ้น ซึ่งสุขภาพก็สำคัญ ปากท้องก็สำคัญ เราจะไล่ลำดับขึ้นมา ชีวิตต้องอยู่ได้ก่อน จากนั้นเศรษฐกิจและสังคมจะได้ตามมา ยึดหลักการแบบนี้เราถึงมีวันนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอประชาชนว่าเราอยู่ในตัวเลขสองหลัก เราต้องช่วยกันต่ำสิบให้ได้ อย่างน้อย 14 วัน เราจะได้เห็นหน้าเห็นหลังสถานการณ์ว่าเป็นอย่างไร เราอาจเป็นประเทศแรกของโลกที่ซีลประเทศได้เป็นอย่างดี &amp;nbsp;ถ้าตัวเลขต่ำสิบเราก็ต้องมีพฤติกรรมแบบใหม่ที่เป็นปกติ คือสวมหน้ากากอนามัยร้อยเปอร์เซ็นต์&amp;quot; โฆษก ศบค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีข่าวการพบผู้ป่วยติดเชื้อซ้ำที่ จ.เชียงรายและชัยภูมิว่า ในกรณีที่เป็นผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง แพทย์จะให้รักษาตัวที่โรงพยาบาล 2 สัปดาห์ จึงจะให้กลับบ้านไปดูแลตัวเองต่ออีก 14 วัน จนครบ 30 วัน นับจากวันที่มีอาการ สำหรับเคสที่ชัยภูมิถือว่าเป็นเคสที่พบในช่วงเวลา 1 เดือน จึงถือว่าเป็นระยะเดียวกัน &amp;nbsp;การที่ป่วยในครั้งหนึ่งแล้วไม่มีไข้ แต่เมื่อตรวจแล้วยังเจอเชื้อโควิด-19 ซ้ำอีกครั้ง ถือว่าเป็นซากเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่เชียงรายต่างจากรายแรกที่กลับมามีอาการอีกครั้ง พบว่ามีไข้สูงร่วมกับปอดอักเสบ ซึ่งขณะนี้แพทย์กำลังอยู่ระหว่างวินิจฉัยว่าการป่วยครั้งนี้มีผลมาจากเชื้อโควิด-19 หรือเป็นการติดเชื้อซ้ำเติมจากแบคทีเรียอื่น เนื่องจากระหว่างพักฟื้นในช่วงระยะเวลา 30 วัน ร่างกายของแต่ละคนจะมีการสร้างภูมิคุ้มกันที่แตกต่างกัน บางคนเร็วบางคนช้า ซึ่งโรคนี้เป็นโรคใหม่ โดยเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างเก็บข้อมูล เรียนรู้ว่าเมื่อไหร่ร่างกายจึงจะมีระดับภูมิคุ้มกันที่สามารถป้องกันไม่ให้ติดเชื้อซ้ำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อนุพงศ์กล่าวว่า ปัจจุบันกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูฝนซึ่งไข้เลือดออกจะแพร่ระบาดมาก โดยเฉพาะเดือน พ.ค. ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญในการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ที่จะทำให้สามารถตัดวงจรการแพร่เชื้อได้ โดยบุคลากรทางการแพทย์จะต้องพิเคราะห์โรคให้ได้ว่าคนไข้ที่ขอรับการรักษาเป็นไข้เลือดออกหรือติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งประชาชนทุกคนต้องให้ความร่วมมือ อย่าลืมว่าหน้าฝนกำลังมา เราจะการ์ดตกไม่ได้
7 มาตรการดูแลบัตรทอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ที่ประชุมบอร์ด สปสช.ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เป็นประธาน &amp;nbsp;ได้เห็นชอบ 7 มาตรการควบคุมและป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดังนี้ 1.ส่งยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้ผู้ป่วยรายเก่าทางไปรษณีย์ มีหน่วยบริการเข้าร่วมโครงการแล้ว 349 แห่ง 2.ลดความแออัดในโรงพยาบาล โดยขยายร้านยา &amp;quot;โครงการรับยาใกล้บ้าน&amp;quot; 3. ผู้ป่วยโรคเรื้อรังรับยาหรือบริการทางการแพทย์ตามความจำเป็นนอกหน่วยบริการประจำได้ 4.จ่ายชดเชยค่าบริการกรณีโรคโควิด-19 ให้หน่วยบริการนอกระบบบัตรทอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็น รพ.เอกชน โดยใช้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายฯ 5.จ่ายชดเชยค่าบริการโรคโควิด- 19 ให้โรงพยาบาลสนามที่ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการที่รับส่งต่อเฉพาะด้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.เสนอแก้ไขประกาศกระทรวงสาธารณสุข โดยให้รายการค่าใช้จ่ายอื่นเพื่อชดเชยค่าเสื่อมของสิ่งก่อสร้างและครุภัณฑ์ ปีงบประมาณ 2563 ใช้ซื้อครุภัณฑ์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ได้ และเพิ่มอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือกรณีโควิด-19 เป็น 2 เท่าจากเดิม และ 7.มอบเลขาธิการ สปสช. และประธานบอร์ด สปสช.พิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข อัตราค่าใช้จ่าย และการจ่ายค่าใช้จ่ายให้แก่หน่วยบริการ เพื่อทันต่อสถานการณ์การระบาด ทั้งนี้สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 นั้น พบว่าประมาณ 80% เป็นผู้ป่วยบัตรทอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า มีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 193 ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;(พบรายใหม่ 1 ราย) ให้กลับบ้าน 133 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นพ.ธนิศ เสริมแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อรายที่ 193 เป็นชายชาวอิตาลี อายุ 83 ปี อาศัยในเขตป่าตอง อ.กะทู้ พบมีการเดินทางไปสถานที่เสี่ยง เช่น ซอยบางลา ร้านอาหารอิตาเลียน ซอยนาใน ต.ป่าตองหลายครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ด่านพรมแดนไทย-มาเลเซีย อ.เบตง จ.ยะลา มียอดแจ้งการเดินทางเข้ามาในวันนี้จำนวน 50 คน ทั้งนี้ นางเจ๊ะมะ เวชวิชัย เดินทางมาจากรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย บอกว่าเดินทางกลับมาพร้อมเพื่อนจำนวน 20 คน ตนอยู่ที่ไหนก็ไม่สบายใจเท่าแผ่นดินไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี&amp;nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 1 คน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมรวม 91 คน โดยรายที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;91 อาศัยในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ม.6 ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง มีประวัติเป็นผู้สัมผัสกับผู้ป่วยที่เดินทางกลับจากมัรกัสยะลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ จ.นราธิวาส พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.และคณะ ได้เดินทางไปดูสภาพช่องทางข้ามธรรมชาติหลังชุมชนตันหยงมะลิ เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก โดยมี พล.ท.พรศักดิ์ พูนสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4, พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผบ.ฉก.นราธิวาส, พล.ต.ศานติ ศกุนตนาค ผบ.พล.ร.5 ให้การต้อนรับ หลัง พล.อ.อภิรัชต์รับฟังการบรรยายสรุปแล้วเสร็จ ได้ย้ำให้เพิ่มมาตรการสกัดกั้นกลุ่มบุคคลที่แอบลักลอบเข้าเมือง เพราะอาจเป็นบุคคลที่นำเชื้อมาแพร่ระบาดในประเทศไทย พร้อมสั่งการหาอุปกรณ์ส่องสว่างติดตั้งตามจุดต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ชุมพร นพ.จิรชาติ เรืองวัชรินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ผู้ป่วยหญิงรายที่ 13 และ 14 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐจากทัณฑสถานแห่งหนึ่งนั้น ได้ตรวจหาเชื้อจากผู้ร่วมงานทั้งหมดแล้ว ผลคือไม่มีใครติดเชื้อ สำหรับผู้ป่วยรายที่ 12 เพศหญิงอายุ 24 ปี กับลูกสาวซึ่งเป็นผู้ป่วยรายที่ 16 เป็นเด็กหญิงอายุ 2 ขวบ 8 เดือน รักษาตัวอยู่ห้องเดียวกันใน รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ผู้ป่วยที่เป็นแม่อาการเป็นปกติ แต่ลูกสาวมีอาการทางปอดเล็กน้อย แต่โดยรวมถือว่าดีขึ้นมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บ้านของ น.ส เอ และ น.ส บี (นามสมมุติ) อายุ 24 และ 25 ปี ชาวตำบลบ้านโพธิ์ อ.เมืองตรัง จ.ตรัง ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายแรกของจังหวัด และรักษาหายออกจาก รพ.วันที่ 5 เม.ย. และกักตัวต่อที่บ้านครบ 14 เปิดเผยว่า พร้อมจะไปบริจาคพลาสมาให้โรงพยาบาลเพื่อนำไปทำวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ รพ.ขอนแก่น นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น กล่าวว่า ผู้ป่วยติดเชื้อยังอยู่ที่ 6 ราย &amp;nbsp;ซึ่งรักษาหายอย่างเด็ดขาดแล้ว 4 ราย คงเหลือผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาที่ รพ.เพียง 2 ราย เป็นสามีภรรยากัน โดยภรรยาอายุ 63 ปีนั้นอาการดีขึ้นมาก มีสติรับรู้แต่ยังพูดไม่ได้ จะพิจารณาถอดเครื่องช่วยหายใจเร็วๆ นี้ สำหรับเคสที่ 6 ที่เป็นสามีไม่มีอาการอะไร หากหายแล้วก็จะส่งตัวกลับบ้าน สำหรับลูกไม่มีเชื้อแล้ว พบว่ามีภูมิต้านทานชัดเจน สภากาชาดไทยขอตรวจละเอียดอีกรอบ ซึ่งจะรู้ผลภายใน 1-2 &amp;nbsp;วันนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63872</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตํ่าสิบ14วัน, ป่วยโควิดซ้ำ, ศบค., สถิติติดเชื้อ, สอบสวนโรค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9ef02467d90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
