<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114605</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดสถิติอุบัติเหตุในนิคม-ท่าเรือ ช่วง 9 เดือน  (ต.ค.63 - มิ.ย.64) เพลิงไหม้นำโด่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค. 2564 นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงสถิติการเกิดอุบัติเหตุ อุบัติภัยจากการประกอบกิจการภายในนิคมอุตสาหกรรม และท่าเรืออุตสาหกรรม ในช่วง 9 เดือน (ต.ค.63 - มิ.ย.64) โดยเกิดอุบัติเหตุ/อุบัติภัย จำนวน 19 ครั้ง ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปีงบประมาณ 2563 พบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้น 18.75% ที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุ/อุบัติภัย จำนวน 16 ครั้ง โดยสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ อุบัติภัยส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากพนักงานในโรงงานไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนการปฏิบัติงาน รองลงมาเกิดจากอุปกรณ์ชำรุด/เครื่องจักรชำรุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ประเภทของอุบัติเหตุ/อุบัติภัยที่พบว่าเกิดขึ้นสูงสุด &amp;nbsp;คือ เหตุเพลิงไหม้ และโรงงานที่เกิดเหตุสูงสุด คือโรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับเคมีภัณฑ์สารเคมี หรือวัสดุเคมี ซึ่งมิใช่ปุ๋ยอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง อาทิ การทำเคมีภัณฑ์สารเคมี หรือวัสดุเคมี (โรงงานประเภทที่ 42(1)) โดยอุบัติเหตุเกิดขึ้นทั้งในนิคมอุตสาหกรรมที่ กนอ.ดำเนินงานเอง จำนวน 9 ครั้ง และนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงาน จำนวน 10 ครั้ง (ต.ค.63 - มิ.ย.64) &amp;nbsp;ขณะเดียวกันยังพบว่า มีอุบัติเหตุที่มีลักษณะการเกิดเหตุแตกต่างจากประเภทอื่นๆและเกิดขึ้นบ่อยครั้ง คือ กรณีระบบไฟฟ้าขัดข้อง ซึ่งส่งผลต่อกระบวนการผลิตของโรงงานด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากรายงานดังกล่าวข้างต้น ได้สั่งการไปยังทุกนิคมอุตสาหกรรม ให้เพิ่มมาตรการกำกับดูแลโรงงานให้ดำเนินการจัดทำขั้นตอนการปฏิบัติงาน การบำรุงรักษาอุปกรณ์ ตรวจสอบอุปกรณ์ พร้อมปรับปรุงและทบทวนให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริงเป็นระยะ ขณะเดียวกันให้มีการจัดอบรมและฝึกปฏิบัติแก่ลูกจ้าง รวมถึงตรวจสอบความเสี่ยงใหม่ที่อาจเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ส่วนกรณีระบบไฟฟ้าขัดข้อง ได้ให้โรงงานจัดทำระบบจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองสำหรับกรณีฉุกเฉินแยกเป็นอิสระจากระบบอื่น และสามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติเมื่อระบบจ่ายไฟฟ้าปกติหยุดทำงานในโรงงานที่มีกระบวนการผลิตที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือสุขภาพอนามัยเมื่อเกิดกระแสไฟฟ้าขัดข้อง&amp;rdquo;นายวีริศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าว กนอ.ได้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารและการจัดการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2549 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2553 และกฎกระทรวงฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมได้กำชับไปยังทุกนิคมอุตสาหกรรมในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝัน อุบัติเหตุ อุบัติภัย จากการประกอบกิจการภายในนิคมอุตสาหกรรม และท่าเรืออุตสาหกรรม รวมทั้งเตรียมความพร้อมรับมือแก้ไขปัญหา และศึกษาข้อมูลสถิติการเกิดเหตุ เพื่อป้องกันภัยที่อาจเกิดในอนาคต โดยให้มีการรายงานผลการแก้ไขและการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการเกิดซ้ำภายหลังเกิดอุบัติเหตุโดยเร่งด่วน&amp;rdquo;นายวีริศ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114605</URL_LINK>
                <HASHTAG>การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.), สถิติอุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611ef7b3dd41b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99714</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ขับขี่ปลอดภัย’ได้แค่ฝัน สังเวยแล้วรวม238ศพ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โควิดยังชิดซ้าย! สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนน 6 วันเทศกาลสงกรานต์ เกิดอุบัติเหตุรวม 2,113 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 238 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,116 คน ตายเป็นศูนย์ มี 8 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2564 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2564 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 15 เมษายน 2564 ซึ่งเป็นวันที่หกของการรณรงค์ &amp;ldquo;สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย ห่างไกลโควิด&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 313 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 29 ราย ผู้บาดเจ็บ 310 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 31.31 ขับรถเร็ว ร้อยละ&amp;nbsp; 30.35 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 88.79 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 61.66, ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 43.13, ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 30.67 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 25.56 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 40-49 ปี ร้อยละ 15.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,905 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 59,218 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 377,754 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 231,838 ราย มีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่ 17,318 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 16,505 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (15 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กาญจนบุรี เชียงใหม่ นครราชสีมา ระยอง หนองคาย (จังหวัดละ 2 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ปราจีนบุรี (15 คน) สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 6 วันของการรณรงค์ (10-15 เม.ย. 64) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,113 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 238 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 2,116 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 8 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (91 ครั้ง), จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด เชียงใหม่ (9 ราย), จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (96 คน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ปภ.) เปิดเผยว่า ในวันนี้ประชาชนยังอยู่ระหว่างเดินทางกลับจากภูมิลำเนา ทำให้ถนนหลายสายมีปริมาณรถเป็นจำนวนมาก ประกอบกับความอ่อนล้าจากการขับรถทางไกล อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ศปถ.จึงได้ประสานจังหวัดปรับแผนการดำเนินงานสร้างความปลอดภัยทางถนนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลเส้นทางขาเข้ากรุงเทพฯ และเส้นทางที่มุ่งสู่จังหวัดใหญ่ เน้นการจัดตั้งจุดตรวจและเพิ่มความถี่เรียกตรวจในเส้นทางเสี่ยง โดยเฉพาะทางตรงที่มีระยะทางไกล และจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพื่อกวดขันพฤติกรรมเสี่ยงขับรถเร็ว ดื่มแล้ว ไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย และประเมินความพร้อมของผู้ขับรถ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก และจัดระบบการจราจรให้สอดคล้องกับปริมาณรถในแต่ละเส้นทาง ท้ายนี้ ระยะนี้หลายพื้นที่ยังคงมีพายุฝนฟ้าคะนอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงขอฝากเตือนให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน ไม่ขับรถเร็ว ดื่มไม่ขับ ง่วงไม่ขับ ใช้อุปกรณ์นิรภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร อีกทั้งปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (DMHTT) โดยเฉพาะการสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และหมั่นล้างมือ เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่ตนเองและสังคม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99714</URL_LINK>
                <HASHTAG>สงกรานต์, สถิติอุบัติเหตุ, สถิติอุบัติเหตุทางถนน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทศกาลสงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_607987161b50d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ย่องมาเงียบๆ 4วันอันตราย ตายแล้ว152</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนวันที่ 4 ของเทศกาลสงกรานต์ เกิดอุบัติเหตุ 376 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 29 ราย ผู้บาดเจ็บ 392 คน รวมเกิดอุบัติเหตุรวม 1,465 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 152 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 1,494 คน 20 จังหวัดตายเป็นศูนย์ เมาขับยังแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2564 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2564 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 13 เมษายน 2564 ซึ่งเป็นวันที่สี่ของการรณรงค์ &amp;ldquo;สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย ห่างไกลโควิด&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 376 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 29 ราย ผู้บาดเจ็บ 392 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 36.44 ขับรถเร็วร้อยละ 28.72 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 86.86 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 61.70 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 41.76 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 34.57 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 31.91 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 27.32 ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,913 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 59,420 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรียกตรวจยานพาหนะ 350,921 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 70,130 ราย มีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่ 18,950 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 17,530 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (16 ครั้ง), จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กาฬสินธุ์ (จังหวัดละ 3 ราย), จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (17 คน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 4 วันของการรณรงค์ (10- 13 เม.ย.2564) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,465 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 152 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 1,494 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 20 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ นครศรีธรรมราช (65 ครั้ง), จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ขอนแก่น (8 ราย), จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (69 คน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ปภ.) เปิดเผยว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 4 วันที่ผ่านมา พบว่า ถนนสายรองและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างอำเภอมีสถิติอุบัติเหตุทางถนนสูง ประกอบกับจากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วง 4 วันที่ผ่านมา พบว่ายังคงมีสาเหตุมาจากการดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว ศปถ.จึงได้เน้นย้ำให้จังหวัดประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และอาสาสมัครประจำจุดตรวจเพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงานของด่านชุมชน จุดตรวจและจุดสกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานบนเส้นทางสายรอง เน้นการกวดขันและป้องปรามผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะการดื่มแล้วขับ และขับรถเร็วในกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นพิเศษ นอกจากนี้ ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งด้านสถานที่ ช่วงเวลา และช่วงอายุของผู้ซื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายนี้ ขอฝากเตือนประชาชนดื่มไม่ขับ ไม่ขับรถเร็ว และปฏิบัติตามกฎจราจร เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์ 2564 เป็นไปด้วยความปลอดภัย ที่สำคัญ อย่าลืมดูแลตนเองภายใต้มาตรการสาธารณสุข (DMHTT) เพื่อช่วยกันควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99522</URL_LINK>
                <HASHTAG>สถิติอุบัติเหตุ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุบัติเหตุทางถนน, เทศกาลสงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_607701ba9294a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3วันอันตรายเซ่น110ศพ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถิติอุบัติเหตุหยุดยาวสงกรานต์ยังน่าห่วง 3&amp;nbsp; วันอันตรายเซ่นแล้ว 110&amp;nbsp;ศพ บาดเจ็บ 1,099&amp;nbsp;คน เกิดอุบัติเหตุ 1,090 ครั้ง นายกฯ กล่าวผ่านทีวีพูลชวนคนไทยสืบสานสงกรานต์วิถีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13&amp;nbsp;เมษายน ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2564 ได้สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564 โดยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี แถลงว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2564&amp;nbsp;โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการรณรงค์&amp;nbsp;&amp;quot;สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย ห่างไกลโควิด&amp;quot; พบว่าเกิดอุบัติเหตุ&amp;nbsp;388&amp;nbsp;ครั้ง มีผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;54&amp;nbsp;ราย ผู้บาดเจ็บ&amp;nbsp;373&amp;nbsp;คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ&amp;nbsp;30.15&amp;nbsp;ดื่มแล้วขับ ร้อยละ&amp;nbsp;28.35&amp;nbsp;ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่&amp;nbsp; รถจักรยานยนต์ ร้อยละ&amp;nbsp;87.63&amp;nbsp;ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ&amp;nbsp;58.25&amp;nbsp;ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ&amp;nbsp;36.08&amp;nbsp;ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ&amp;nbsp;33.51&amp;nbsp;ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา&amp;nbsp;16.01-20.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ร้อยละ&amp;nbsp;30.15&amp;nbsp;ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปีขึ้นไป ร้อยละ&amp;nbsp;29.74
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรษิษฐ์แถลงว่า ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก&amp;nbsp;1,896&amp;nbsp;จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน&amp;nbsp;59,079&amp;nbsp;คน เรียกตรวจยานพาหนะ&amp;nbsp;343,703&amp;nbsp;คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม&amp;nbsp;65,929&amp;nbsp;ราย มีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่&amp;nbsp;18,210&amp;nbsp;ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย&amp;nbsp;16,553&amp;nbsp;ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;(22&amp;nbsp;ครั้ง)&amp;nbsp;จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ สกลนครและสุพรรณบุรี&amp;nbsp;(จังหวัดละ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ราย)&amp;nbsp;จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;(21&amp;nbsp;คน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;วันของการรณรงค์&amp;nbsp;(10-12&amp;nbsp;เม.ย.64)&amp;nbsp;เกิดอุบัติเหตุรวม&amp;nbsp;1,090&amp;nbsp;ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม&amp;nbsp;110&amp;nbsp;ราย ผู้บาดเจ็บรวม&amp;nbsp;1,099&amp;nbsp;คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;(ตายเป็นศูนย์)&amp;nbsp;มี&amp;nbsp;25&amp;nbsp;จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;(49&amp;nbsp;ครั้ง)&amp;nbsp;จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ชลบุรี&amp;nbsp;(6&amp;nbsp;ราย)&amp;nbsp;จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช&amp;nbsp;(52&amp;nbsp;คน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย&amp;nbsp;ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน&amp;nbsp;เปิดเผยว่า วันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;เม.ย.คาดว่าจะมีการใช้รถใช้ถนนบนเส้นทางสายรอง โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างอำเภอ อบต.และหมู่บ้านมากขึ้น จึงได้ประสานจังหวัดใช้กลไกในระดับพื้นที่ โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน จิตอาสาเน้นการดูแลและป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนน โดยเพิ่มความเข้มข้นในการจัดตั้งด่านชุมชนบริเวณจุดเสี่ยงที่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เน้นการเรียกตรวจยานพาหนะและประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่&amp;nbsp; โดยเฉพาะการกวดขันพฤติกรรมการดื่มแล้วขับ การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่ และการใช้อุปกรณ์นิรภัย รวมถึงบังคับใช้กฎหมายจราจรและกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสเพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2564 พร้อมทั้งมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp; 2019 (COVID-19) ณ บริเวณจุดตรวจจุดบริการประชาชนในพื้นที่อำเภอเมืองนราธิวาส และอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส โดยมีข้าราชการในพื้นที่ให้การต้อนรับ โดยนายนิพนธ์ได้มอบสิ่งของ น้ำดื่ม&amp;nbsp; และหน้ากากอนามัยเพื่อบำรุงขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และติดตามแนะนำการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ประจำจุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายนิพนธ์กล่าวว่า&amp;nbsp;วันที่ 13&amp;nbsp;เมษายนเป็นวันแรกของเดือนรอมฎอน จึงขอถือโอกาสนี้ให้กำลังใจทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์&amp;nbsp;COVID-19 ดังนั้นมาตรการความปลอดภัยในการเดินทาง และมาตรการดูแล COVID-19 ก็ยังเป็นมาตรการที่ต้องปฏิบัติควบคู่กันในจุดต่างๆ&amp;nbsp;รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ในการช่วยกันคัดกรองประชาชนในเรื่องของความเร็วในการใช้ถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวคำปราศรัยเนื่องในประเพณีสงกรานต์ ประจำปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า &amp;quot;ขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังพี่น้องชาวไทยที่อาศัยอยู่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ประจำปี&amp;nbsp;2564&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า &amp;quot;เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมอันโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ของคนไทย&amp;nbsp; มีอัตลักษณ์เฉพาะที่งดงามตามแต่ละภูมิภาค และเป็นประเพณีที่แสดงให้เห็นถึงความรัก ความสามัคคีกลมเกลียวของคนในครอบครัวและชุมชน อันเป็นอุปนิสัยของคนไทยทุกคนได้อย่างชัดเจน&amp;nbsp;และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;ที่ยังส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนอยู่นั้น ขอเชิญชวนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ชาวไทยร่วมกันอนุรักษ์สืบสานประเพณีสงกรานต์ของไทย ให้เป็น &amp;quot;สงกรานต์วิถีใหม่&amp;quot; ที่ยังคงความงดงามตามเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษ โดยปฏิบัติตามแนวทางมาตรการของรัฐในการจัดกิจกรรมอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เทศกาลนี้เป็นเทศกาลแห่งความสุขและปลอดภัย ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน จะทำให้เทศกาลสงกรานต์ในปีนี้เป็นเทศกาลที่ทรงคุณค่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังอวยพรให้ชาวไทยประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีกำลังกาย กำลังใจ และกำลังสติปัญญาที่เข้มแข็ง มีความรักความสามัคคีกัน และเดินทางกลับภูมิลำเนาโดยสวัสดิภาพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99413</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, สงกรานต์, สงกรานต์วิถีใหม่, สถิติอุบัติเหตุ, สืบสานสงกรานต์วิถีใหม่, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210413/image_big_6075acbdd4a4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเดิม‘7วัน’ สังเวย‘25ศพ’ เหตุขับ‘รถซิ่ง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประเดิม 7 วันอันตราย วันแรกตายแล้ว 25&amp;nbsp; ราย สาเหตุหลักมาจากขับรถเร็ว ส่วนเมาแล้วขับตกไปอยู่อันดับ 2 &amp;quot;พัทลุง&amp;quot; ครองแชมป์อุบัติเหตุ &amp;quot;กทม.-ชลบุรี-เชียงใหม่&amp;quot; ตายจังหวัดละ 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 เมษายน นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม&amp;nbsp; อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.)&amp;nbsp; แถลงถึงสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 10 เม.ย. ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ &amp;quot;สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย&amp;nbsp; ห่างไกลโควิด&amp;quot; ว่าเกิดอุบัติเหตุ 348 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 25&amp;nbsp; ราย และผู้บาดเจ็บ 356 คน โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว 31.61% ดื่มแล้วขับ&amp;nbsp; 22.99% ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 82.91% ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง&amp;nbsp; 63.22% ถนนกรมทางหลวง 39.94% ถนนใน อบต./หมู่บ้าน 33.91%
นายบุญธรรมแถลงต่อว่า ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. 27.87% ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป 32.81% โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ จ.พัทลุง เกิด 20 ครั้ง&amp;nbsp; ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; ชลบุรี เชียงใหม่ จังหวัดละ 2 ราย และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ พัทลุง 22 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,913 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 60,201 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 342,028 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 58,372 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 14,852 ราย และไม่มีใบขับขี่ 16,125 ราย&amp;quot;
อธิบดี ปภ.กล่าวอีกว่า ในวันที่ 11 เม.ย.ยังมีเส้นทางหลายสายที่มีปริมาณรถหนาแน่นต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย. โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคต่างๆ และเส้นทางเลี่ยงเมือง จึงได้ประสานจังหวัดดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนควบคู่กับการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยได้กำชับจุดตรวจเพิ่มความเข้มข้นในการเรียกตรวจยานพาหนะและความพร้อมของผู้ขับขี่&amp;nbsp; เน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องกับผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วเกินกำหนด ดื่มแล้วขับ ซึ่งบางพื้นที่ยังคงเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ทำให้ถนนเปียกลื่นและทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางลดลง จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการขับรถเป็นพิเศษและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์มีความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ห้องประชุมปฏิบัติการ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายสายัน กิจมะโน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2564 โดยพบว่าวันแรกมีอุบัติเหตุทางถนน 11 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 11&amp;nbsp; คน เพศชาย 5 คน หญิง 6 คน ไม่มีผู้เสียชีวิต พฤติกรรมเสี่ยงและสาเหตุสูงสุด คือ ไม่สวมหมวกนิรภัย, ประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ รถจักรยานยนต์, ประเภทถนนที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ถนน อบต./ในหมู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศการเดินทางของประชาชนที่มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ล่าสุดปริมาณรถบนถนนมิตรภาพช่วงผ่านจังหวัดนครราชสีมายังมีปริมาณหนาแน่นหลายจุด ตำรวจทางหลวงร่วมกับเจ้าหน้าที่แขวงการทางเปิดช่องทางพิเศษบนถนนมิตรภาพ บริเวณ ต.กลางดง อ.ปากช่อง ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 45-51 ขณะที่ช่วงริมเขื่อนลำตะคองปริมาณรถหนาแน่น แต่ไหลลื่นไปได้โดยใช้ความเร็ว 50-60 กม./ชม. ส่วนเส้นบายพาสทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมาปริมาณรถมากเคลื่อนตัวได้ช้าๆ ต่อเนื่องช่วง กม.ที่ 2-5 และ กม.ที่ 9-15 บ้านหนองกระดังงา-สี่แยกบ้านโพธิ์ ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองนครราชสีมา.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99217</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตราย, ขับรถเร็ว, สงกรานต์, สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย  ห่างไกลโควิด, สถิติอุบัติเหตุ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมาแล้วขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6073069f78c2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2020 08:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2020 08:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ๋อย&#039;อ้างสถิติหากเลื่อนเปิดเทอมเด็กอาจเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเพิ่มสูญเสียด้านอื่นๆอีกมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 พ.ค.63-นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) และอดีตรมว.ศึกษาธิการ โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กChaturon Chaisang เรื่อง การศึกษากับโควิด19 ตอนที่ 3 มีเนื้อหาดังนี้
รัฐบาลเคยคิดบ้างหรือไม่ ว่าการปิดเทอมนาน ๆ มีผลเสียอย่างไร
บทความนี้กำลังจะบอก ว่าจากสถิติในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก พบว่าเด็กและเยาวชนติดเชื้อ และเสียชีวิตจากโควิด19 น้อยมาก และนักวิชาการหลายสถาบัน ก็พบว่าเด็กไม่ได้แพร่เชื้อมากอย่างที่เคยกลัวกัน แต่การที่เด็กไม่ได้ไปโรงเรียนเป็นความสูญเสียใหญ่หลวงมาก ทั้งจากการเสียโอกาสเรียนรู้ในระบบโรงเรียน และการต้องประสบกับปัญหาอื่น เช่น ความไม่ปลอดภัยจากความรุนแรง การขาดการดูแล อุบัติเหตุ ความเครียด และการขาดอาหาร เป็นต้น
บทความนี้จะให้ข้อมูลท่าน ว่าการเลื่อนการเปิดเทอมออกไปเดือนครึ่ง อาจหมายถึงการทำให้เด็กเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ มากกว่าให้เด็กได้ไปโรงเรียนนับร้อย ๆ คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เด็กเป็นล้าน ๆ คนจะไม่ได้กินอาหารอย่างเพียงพอ และในจำนวนนั้น 4-6 แสนคน อยู่ในสภาพวิกฤตคือ จะอยู่ในสภาพอดอยากไม่มีอะไรจะกิน ทั้ง ๆ ที่การติดเชื้อโควิด19 ในประเทศไทยอยู่ในระดับต่ำมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับท่านที่ต้องการทราบข้อมูลในรายละเอียด เชิญอ่านครับ ผมได้พูดไว้ในบทความตอนแรก ๆ แล้ว ว่าประเทศต่าง ๆ เขาพยายามหาทางให้เด็กได้กลับเข้าเรียนอย่างถูกสุขลักษณะให้เร็วที่สุด ด้วยเหตุผลข้อหนึ่งคือ ความปลอดภัยระหว่างที่ไม่ได้ไปโรงเรียน
ผมพอทราบอยู่บ้างแล้ว ว่าเด็กไทยประสบอุบัติเหตุ และเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก พอมีประเด็นต้องเปรียบเทียบระหว่างปิดเทอมกับเปิดเทอม ผมจึงได้หาข้อมูลเกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยของเด็กไทย ในช่วงปิดเทอมใหญ่ โดยหาข้อมูลจากหลายแหล่ง เกี่ยวกับการเสียชีวิตของเด็กจากอุบัติเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พบสถิติที่น่าสนใจจากข้อมูลที่เคยเผยแพร่ไว้ โดย รศ.นพ. อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล และศูนย์วิจัยเพื่อความปลอดภัยในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ซึ่งได้อ้างถึงผลการศึกษาเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเด็กจากอุบัติเหตุ ในระหว่างปี 2542 - 2561 ไว้ว่า
&amp;ldquo;อุบัติเหตุเป็นเหตุนำการตายในเด็กไทย ในแต่ละปีเด็กไทยอายุ 1-14 ปีจะเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุจำนวนกว่า 2,500 รายต่อปี หรือเฉลี่ย 200 รายต่อเดือน ในแต่ละปีพบว่าเดือนที่มีเด็กตายจากอุบัติเหตุสูงสุดคือเดือนเมษายน (เฉลี่ย 350 รายต่อเดือน) อันดับรองลงไปเป็นเดือนมีนาคมและพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ของเด็ก ๆ รวมสามเดือนอันตรายนี้ มีการเสียชีวิตของเด็กจากอุบัติเหตุจำนวนกว่า 1000 ราย คิดเป็นกว่าร้อยละ 30-35 ของการตายตลอดทั้งปี...&amp;rdquo;
ลองคำนวณตัวเลขดู จะพบว่าในช่วงปิดเทอมใหญ่ 3 เดือน มีเด็กเสียชีวิตจากอุบัติเหตุมากกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 400 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้นหากมีการเลื่อนการเปิดเทอมออกไปเดือนครึ่ง จาก 18 พฤษภาคมไปเป็น 1 กรกฎาคมนี้ อาจมีเด็กเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเพิ่มกว่าค่าเฉลี่ยถึง 200 คน
ยังมีสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับเด็กจมน้ำ จากตัวเลขของกระทรวงสาธารณสุข พบว่ามีเด็กจมน้ำเสียชีวิตสูงกว่าโรคติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ ในรอบ 10 ปี (2551 -2561) มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึงปีละ 904 คน หรือวันละ 2.5 คน
ช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนมีเด็กจมน้ำเสียชีวิตสูงสุดทุกปี ข้อมูลจากศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก พบว่าเด็กที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตอายุ 1-12 ปี การจมน้ำเป็นเหตุนำ การจมน้ำในเด็กเล็กอายุ 1- 4 ปี เสียชีวิตในบ้าน เด็กวัยเรียนระดับประถมอายุ 5-9 ปี มักตายในแหล่งน้ำใกล้บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการค้นพบว่าการตายและบาดเจ็บในเด็ก ปัจจัยที่สำคัญคือความยากจน เด็กที่เสียชีวิตจากความไม่ปลอดภัยกว่าร้อยละ 70 อยู่ในครอบครัวและชุมชนที่มีศักยภาพต่ำ
นอกจากความเสียหายในเรื่องความปลอดภัยแล้ว การที่เด็กไม่ได้ไปโรงเรียนยังมีความเสียหายในเรื่องการขาดอาหารด้วย เด็กยากจนจำนวนมากได้รับอาหารจากโรงเรียนทั้งโครงการอาหารกลางวันและนมโรงเรียน
จากการเปิดเผยข้อมูลของศูนย์อำนวนการศูนย์วิชาการและเครือข่ายวิชาการด้านเด็ก เยาวชนและครอบครัว คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าเด็กในชนบทไม่ได้กินอาหารเช้า หรือได้กินแค่บางมื้อ และมื้อเที่ยงต้องไปกินที่โรงเรียน และครูต้องกันอาหารกลางวันให้เด็กกลับไปกินมื้อเย็นที่บ้านด้วย โดยพบว่าเด็กกลุ่มนี้มีถึง 4-6 แสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การเลื่อนการเปิดเทอมออกไปเป็นเดือน ๆ จึงเป็นปัญหาต่อเด็กยากจนเหล่านี้ ยิ่งพ่อแม่ต้องตกงานหยุดงานด้วยอย่างในปัจจุบัน เด็กเหล่านี้ก็จะยิ่งลำบากมากขึ้น
สังคมไทยอาจได้รับข้อมูลเพียงด้านเดียว ว่าโควิด19 เป็นอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตอย่างไร จึงจำเป็นต้องเลื่อนการเปิดเทอมออกไป แต่ไม่ค่อยได้รับข้อมูลว่าการที่เด็กไม่ได้ไปโรงเรียนนั้น มีผลเสียหายอย่างไร
นอกจากการเสียโอกาสในการเรียนในระบบโรงเรียนแล้ว ยังมีความสูญเสียในด้านอื่น ๆ อย่างไรบ้าง ปัญหาความปลอดภัยและการขาดอาหาร เป็นตัวอย่างของปัญหาที่สำคัญส่วนหนึ่ง ที่จะต้องนำมาประกอบการพิจารณาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากพิจารณาจากสถิติการติดเชื้อและการเสียชีวิตในเด็ก ที่เกิดขึ้นในประเทศต่าง ๆ ตัวเลขผู้ติดเชื้อในไทยโดยรวม ทั้งผู้ใหญ่และเด็กที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เปรียบเทียบกับสถิติความสูญเสียจากอุบัติเหตุในช่วงปิดเทอม จะพบว่าการเลื่อนการเปิดเทอมออกไปนาน ๆ จะทำให้เกิดความเสียหาย ทั้งในเรื่องของการเรียนรู้ในระบบโรงเรียน และความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของนักเรียนเกินกว่าที่จำเป็นอย่างมาก
การเลื่อนการเปิดเทอมให้เร็วขึ้น และการสร้างความพร้อมเพื่อเปิดศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศโดยเร็ว จึงเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาดำเนินการโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65976</URL_LINK>
                <HASHTAG>การระบาดของไวรัสโควิด-19, จาตุรนตฺ์ ฉายแสง, สถิติอุบัติเหตุ, เลื่อนเปิดเทอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd352a75a7f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2019 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2019 13:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สังเวย7วันอันตรายสุดดุแค่2วันดับเกินร้อยแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค.2562 - นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;28 ธันวาคม 2562 ซึ่งเป็นวันที่สองของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 510 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 66 ราย ผู้บาดเจ็บ 527 คน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ 35.49% ขับรถเร็ว 30% ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ &amp;nbsp;74.57% ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 65.10 ถนนกรมทางหลวง 43.53% ถนนใน อบต./หมู่บ้าน &amp;nbsp;30.98% ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 &amp;ndash; 20.00 น. 26.47% &amp;nbsp;ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ &amp;nbsp;50 ปีขึ้นไป 26.98%
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,023 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,388 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 877,714 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 194,549 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 53,072 ราย ไม่มีใบขับขี่ 48,249 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 21 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครสวรรค์ 5 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ลำปาง 26 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 2 วันของการรณรงค์ (27 - 28 ธ.ค.62) เกิดอุบัติเหตุสะสมรวม 974 ครั้ง ผู้เสียชีวิตสะสมรวม 109 ราย ผู้บาดเจ็บสะสมรวม 993 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 28 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี 33 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงรายและนครสวรรค์ จังหวัดละ 6 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี 37 คน
&amp;nbsp;
นายอานนท์ กล่าวอีกว่า ได้เน้นย้ำจังหวัดให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนทั้งถนนสายหลัก สายรอง ถนนใน อบต.และหมู่บ้าน เน้นการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ ทั้งจุดตัดทางรถไฟ ทางลักผ่าน ทางแยก ทางร่วม รวมถึงการจอดรถบนไหล่ทางที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งเพิ่มความถี่ในการเรียกตรวจความพร้อมของผู้ขับขี่ในเส้นทางตรงที่มีระยะทางยาว เพื่อป้องกันการขับรถเร็ว และง่วงหลับใน พร้อมทั้งกำชับจุดตรวจ ด่านตรวจ บังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เน้นกวดขันรถจักรยานยนต์ที่ไม่สวมหมวกนิรภัย ผู้ที่ดื่มแล้วขับและขับรถเร็ว เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุ ตลอดจนเพิ่มความเข้มข้นในการดูแลความปลอดภัยทางน้ำ ทั้งท่าเทียบเรือ โป๊ะเรือ และสถานที่ท่องเที่ยวทางน้ำ เพื่อสร้างการสัญจรปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่
&amp;nbsp;
ด้านนายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้กำชับจังหวัดบูรณาการทุกภาคส่วนทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร และภาคประชาชน ดำเนินงานลดอุบัติเหตุ &amp;nbsp;ทางถนนให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และสถานการณ์อุบัติเหตุ เน้นการดูแลจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยให้ชุดปฏิบัติการ &amp;nbsp;เพิ่มความเข้มข้นการเรียกตรวจของด่านชุมชน เพื่อป้องปรามและสกัดกั้นผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย นอกจากนี้ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรถเช่าตรวจสอบใบอนุญาตขับรถของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ กรณีไม่มีใบอนุญาตขับรถ ห้ามให้เช่ารถโดยเด็ดขาด ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;
ขณะที่นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดี ปภ. ในฐานะเลขานุการ ศปถ.เปิดเผยว่า ได้เน้นย้ำให้จังหวัดปรับกลยุทธ์การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับสถานการณ์และปัจจัยเสี่ยงในพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอที่มีความระดับความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุสีแดงและสีส้ม ให้ฝ่ายปกครอง ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และจิตอาสา เข้มงวดการป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทุกด้าน ท้ายนี้ ขอฝากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด มีน้ำใจต่อผู้ร่วมใช้เส้นทาง เพื่อให้เทศกาลปีใหม่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและความปลอดภัย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53473</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, การดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน, ปภ., รองปลัดกระทรวงคมนาคม, ศปถ., ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน, สถิติอุบัติเหตุ, อานนท์ เหลืองบริบูรณ์, เทศกาลปีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181205/image_big_5c072d8b47ceb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
