<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  ปิดศูนย์บำบัดวัดดัง เร่งสอบข้อเท็จจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สธ.สั่งปิดศูนย์บำบัดฯ วัดท่าพุแล้ว เผยขอขึ้นทะเบียนไว้ 50 คน แต่รับผู้ติดยาจริงกว่า 200 ย้ายทั้งหมดไปเขาชนไก่ ส่งทีมสุขภาพจิตเยียวยาเหยื่อเร่งประสานกระทรวงที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเอาผิดตาม กม. ผู้ใหญ่บ้านเห็นด้วยให้ยุบ เหตุรับคนติดยาเพิ่มขึ้น ชุมชนกลัวโควิด
จากกรณีนายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความ และนายจีรพันธ์ แสงขาว หรือหมอปลา ร้องเรียนให้ตรวจสอบศูนย์สงเคราะห์บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดวัดท่าพุราษฎร์บำรุง หมู่ 10 ต.ด่านมะขามเตี้ย อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองของชายรายหนึ่งที่เข้ารับการบำบัดว่า มีการถูกซ้อมทรมาน พร้อมตั้งคำถามว่า ศูนย์ที่ตั้งขึ้นมาเป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดหรือไม่ โดยมีผู้บำบัดอยู่กันอย่างแออัดประมาณ 300 คน แต่มีห้องน้ำเพียง 2 ห้อง ต่อมา นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีประสานนำรถทหารมารับกลุ่มผู้บำบัดที่อยู่ในนี้ไปอยู่ที่ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารเขาชนไก่ อ.เมืองกาญจนบุรีเป็นการชั่วคราว
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 21 ก.ย. นายรณภพ เวียงสิมมา ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นางสาวเพ็ญศรี กลั่นบุศย์ นายอำเภอด่านมะขามเตี้ย เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้นำท้องถิ่นลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เบื้องต้นพบว่ากลุ่มผู้เข้ารับการบำบัดที่อยู่ในเรือนนอน และกลุ่มผู้บำบัดที่บวชเป็นพระสงฆ์ รวม 254 คน ในจำนวนนั้นเป็นพระสงฆ์ 33 รูป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการขนย้ายทั้งหมดไปพักรอที่ค่ายทหาร วันนี้มีประเด็นสำคัญที่คณะเจ้าหน้าที่จะพิจารณาร่วมกันเรื่องดำเนินการปิดศูนย์สงเคราะห์บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดแห่งนี้
นายศิลา นาคหล่อ ผู้ใหญ่บ้านหมู่&amp;nbsp;10 ต.ด่านมะขามเตี้ย กล่าวว่า ชาวบ้านเลื่อมใสศรัทธาต่อเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ที่เพิ่งมรณภาพลงเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 20 ก.ย. แต่ในส่วนของศูนย์บำบัดฯ ชาวบ้านไม่เห็นด้วย ระยะหลังมานี้ทางวัดรับผู้ติดยาเสพติดมาบำบัดจำนวนเพิ่มมากขึ้น ชาวบ้านเกรงว่าจะเกิดปัญหาตามมา โดยเฉพาะเรื่องของโควิด-19
วันเดียวกัน นายสิปป์บวร&amp;nbsp;แก้วงาม&amp;nbsp;รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ&amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp;กรณีมีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบศูนย์บำบัดฯ&amp;nbsp;วัดท่าพุฯ นั้น อนุชา&amp;nbsp;นาคาศัย&amp;nbsp;รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;และนายณรงค์&amp;nbsp;ทรงอารมณ์&amp;nbsp;ผู้อำนวยการ พศ.&amp;nbsp;ได้กำชับให้ตรวจสอบ&amp;nbsp;โดยวัดดังกล่าวได้ทำข้อตกลงร่วมมือเป็นสถานบำบัดยาเสพติดร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)&amp;nbsp;อย่างถูกต้อง&amp;nbsp;แต่เมื่อเกิดปัญหา&amp;nbsp;ก็ขอให้ทางวัดทำหนังสือขอยกเลิกข้อตกลงการเป็นสถานที่บำบัดยาเสพติด&amp;nbsp;ส่วนผู้เข้ารับการบำบัดที่เหลือกว่า 100&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;ส่วนหนึ่งไปบำบัดต่อที่เขาชนไก่&amp;nbsp;อีกส่วนประสานให้ญาติมารับกลับ&amp;nbsp;ส่วนการลงโทษพระในวัดที่ดูแลนั้นเป็นเรื่องของเจ้าคณะผู้ปกครอง
&amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ สธ.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด&amp;nbsp;วัดท่าพุราษฎร์บำรุง&amp;nbsp;จ.กาญจนบุรี เข้าข่ายทำผิดกฎหมาย ว่า เบื้องต้นจากการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ได้มีการตรวจสอบพบว่า สถานบำบัดฟื้นฟูยาเสพติดดังกล่าวรับผู้ติดยาเข้าบำบัด จำนวน 254 ราย แบ่งเป็น ผู้ติดยาเสพติด ผู้ป่วยจิตเวช แต่มีการขอขึ้นทะเบียนกับสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) ไว้เพียง 50 คน เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) กาญจนบุรี ว่า ได้ปิดศูนย์บำบัดฯ แล้ว และย้ายผู้เข้ารับการบำบัดทั้งหมดไปที่เขาชนไก่ บางส่วนมีครอบครัวไปรับกลับ ขั้นตอนหลังจากนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) และ สธ. ซึ่งเป็นกระทรวงที่เกี่ยวข้องจะเข้าตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้อง หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรมสุขภาพจิตได้ส่งทีมเข้าไปดูแลด้านจิตใจของผู้บำบัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมการแพทย์และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถือโอกาสในช่วงที่มีการออกกฎหมายใหม่ เรื่องการกำกับมาตรฐานฟื้นฟูผู้ติดยา ซึ่งจะยกระดับการดูแลที่ไม่ใช่เพียงออกใบอนุญาต รวมถึงการดูแลผู้บำบัดยาเสพติดต้องมีมาตรฐาน เนื่องด้วยปริมาณผู้บำบัดที่มีหลากหลาย ทั้งผู้ป่วยจิตเวชด้วยจึงไม่ง่ายในการดูแล รักษาให้ได้ตามมาตรฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยอมรับว่า เดิมเราออกใบอนุญาตไป ตามกฎหมายฉบับเดิม เราไม่มีการกำหนดเรื่องนี้ชัดเจน แต่กฎหมายใหม่จำเป็นต้องมีการกำกับดูแล ประเมินผล ส่วนการบำบัดตามลักษณะที่ไม่หวังผลกำไร จึงไม่อยู่ในองค์ประกอบที่เราพิจารณา ทั้งนี้ แนวทางการบำบัดผู้ติดยาเสพติด ตามหลักทางการแพทย์ได้กำหนดการรักษาประมาณ 3 เดือน แต่หากมีอาการรุนแรงอาจใช้ระยะเวลารักษานานกว่านั้น ส่วนกรณีสถานบำบัดฟื้นฟูยาเสพติด จ.กาญจนบุรี หากต้องการกลับมาเปิดใหม่สามารถยื่นคำขอขึ้นทะเบียนกับทางกรมการแพทย์ได้&amp;rdquo; นพ.มานัสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการตรวจสอบสถานบำบัดฟื้นฟูฯ ทั่วประเทศหรือไม่ นพ.มานัสกล่าวว่า ต้องดูแลมาตรฐาน เนื่องจากกรณีวัดที่ไม่หวังผลกำไร มีประชาชนส่วนหนึ่งยังต้องการบำบัด โดยต้องเพิ่มการเข้าถึง ต้องกลับมาหารือกันเรื่องนี้ ทั้งนี้ ทางสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี หรือสถาบันธัญญารักษ์ก็ดูแลเรื่องนี้ รวมถึง รพ.ของรัฐ ทั้งในกำกับของสำนักงานปลัด กรมสุขภาพจิต กรมการแพทย์ ก็รับบำบัดดูแลผู้ติดยา ซึ่งอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ในการดูแลประชาชน มีการจัดงบประมาณดูแล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117456</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจีรพันธ์ แสงขาว, นายไพศาล เรืองฤทธิ์, วัดท่าพุแล้ว, สธ.สั่งปิดศูนย์บำบัดฯ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149eb959b6af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
