<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 18:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่าคนร้ายหัวเถิกบุกเดี่ยวชิงเงิน ธกส.ครึ่งล้าน หลบหนีย่านบางบอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย.63 - ร.ต.อ.ศราวุฒิ อันแสน รอง สว.(สอบสวน) สน.บางขุนเทียน รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ธนาคาร ธกส. สาขาบางบอน ถนนเอกชัย ซอย 86 แขวงคลองบางพราน เขตบางบอน กทม.จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเจ้าหน้าที่สายตรวจและตำรวจฝ่ายสืบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นอาคารธนาคารสูง 2 ชั้น ด้านล่างเป็นลานจอดรถ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการกั้นบริเวณเขตหวงห้ามเอาไว้ไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องขึ้นไปด้านบนได้ จากการสอบถาม นายยืนยงค์ บุญเหมาะ อายุ 60 ปี รปภ.ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ตรงลานจอดรถ ยอมรับว่า&amp;nbsp;มีคนร้ายมาชิงทรัพย์ในธนาคารจริง&amp;nbsp;โดยระหว่างนั้นตนทำหน้าที่อยู่ด้านล่างตรงลานจอดรถตามปกติสักพักมีเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์วิ่งลงมาบอกว่าคนร้ายหลบหนีไปแล้วแต่ตนก็ไม่ได้สังเกตว่าคนร้ายหลบหนีไปทางไหนและใช้ยานพาหนะอะไรเนื่องจากไม่มีเสียงเอะอะโวยวายหรือมีการวิ่งไล่กันเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางธนาคาร พบว่าช่วงก่อนเกิดเหตุนั้น บริเวณเคาน์เตอร์รับฝากถอนเงินสดมีพนักงานนั่งประจำการอยู่ จำนวน 2 คน เป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน&amp;nbsp;ไม่มีลูกค้ารอหรือประชาชนที่มารอรับบริการแต่อย่างใด จากนั้นได้มีคนร้ายชายวัยกลางคน อายุประมาณ 50-55 ปี&amp;nbsp;ผมบางเกือบล้านตรงกลางศีรษะ หน้าผากเถิกกว้าง สวมหน้ากากอนามัยสีขาวใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเทาพับแขน นุ่งกางเกงขายาวสีดำ ใส่รองเท้าหุ้มส้นสีดำ สะพายกระเป๋าสีดำแนบข้างลำตัว เดินเข้ามาในธนาคารก่อนชักอาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติสีดำไม่ทราบขนาดออกมาขู่ให้พนักงานที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์ลุกออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพนักงานวิ่งหนีตายไปแล้ว คนร้ายก็ได้ทำการรื้อแผ่นอะคริลิกแบบใส&amp;nbsp;ซึ่งทางธนาคารติดตั้งไว้กั้นรักษาระยะห่างระหว่างพนักงานกับลูกค้าตามมาตรการป้องกันโควิด-19&amp;nbsp;ออก ก่อนที่จะกระโดดข้ามเข้าไปในเคาน์เตอร์ ดึงลิ้นชักเก็บเงิน จำนวน 2&amp;nbsp;เคาน์เตอร์ออกมา ใช้มือเปล่าที่ไม่ได้สวมถุงมือกวาดเงินสดจากภายในใส่ถุงพลาสติก และยัดลงใส่กระเป๋าสะพายเดินออกจากธนาคารไป ใช้เวลาไม่เกิน 2 นาที ทั้งนี้ยังไม่ทราบเส้นทางหลบหนียืนยานพาหนะที่คนร้ายใช้เนื่องจากมีพยานบางรายเห็นบุคคลที่มีรูปพรรณสัณฐานคล้ายกันเดินข้ามสะพานลอยหลบหนีไปทางถนนกาญจนาภิเษก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งยอดความเสียหายเงินสดที่ถูกชิงทรัพย์เอาไว้คร่าวๆที่ประมาณ 500,000 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85043</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธกส., ธกส.สาขาบางบอน, ปล้นธนาคาร, สน.บางขุนเทียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbe45a7af234.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2020 19:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2020 19:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบผู้ต้องสงสัยฆ่ารัดคอชิงทอง วางเพลิงย่างสดเจ้าของร้านหมูแดงหมูกรอบ &#039;แมสเซนเจอร์&#039; ถ.ราชพฤกษ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.63 - พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. และ พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 นำกำลังฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.9 และ สน.บางขุนเทียน เดินทางไปเชิญตัว นายอู (นามสมมุติ) อายุ 58 ปี ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่ารัดคอชิงสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท และวางเพลิงเผาร่างนายอนันต์ แสงอุไร อายุ 66 ปี เจ้าของร้านข้าวหมูแดงหมูกรอบแมสเซนเจอร์ ริมถนนราชพฤกษ์ ก่อนเบี่ยงขวาขึ้นทางต่างระดับวุฒากาศ เขตภาษีเจริญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายอูจากบ้านพักย่านบางขุนเทียน มาสอบปากคำที่ สน.บางขุนเทียน หลังสืบทราบว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุเพลิงไหม้และพบศพนายอนันต์ตายอนาถในกองเพลิง นายอู ผู้ต้องสงสัยรายนี้น่าจะอยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากแนวทางการสืบสวนของชุดคลี่คลายคดีพบหลักฐานสำคัญหลายประการ อาทิ ก่อนเกิดเหตุตำรวจสืบทราบว่า นายอู มักเทียวไปเทียวมาหาสู่กับผู้ตาย มีการนั่งดื่มเบียร์ดื่มเหล้า และชอบนำทรัพย์สินมีค่าไปขายหรือจำนำเอาไว้กับผู้ตาย กระทั่งก่อนเกิดเหตุ นายอูใช้ยานพาหนะ รถ จยย.แบบผู้หญิงไม่ทราบยี่ห้อรุ่นและหมายเลขทะเบียน ใส่หมวกนิรภัยสีขาว ขับไปซื้อน้ำมันบรรจุใส่แกลลอนจากปั๊มแห่งหนึ่งย่านถนนกาญจนาภิเษก แล้วมุ่งหน้าเข้าไปหาผู้ตายที่บ้านพักหลังปิดร้านในช่วงเวลาประมาณ 16.00 น.ของวันที่ 21 ก.ค.ก่อนจะมีการแจ้งพบกลุ่มควันและแสงเพลิงขึ้นภายในบ้านพักหลังร้านข้าวหมูแดงเมื่อเวลา 16.45 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลังพบศพนายอนันต์ ผู้ตายในกองเพลิงและญาติๆ ออกมาเผยผลการชันสูตรจากแพทย์ยืนยันว่า เจ้าตัวน่าจะถูกรัดคอจนหมดสติเสียชีวิตก่อนที่จะเกิดเพลิงไหม้ ขณะที่สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาทและพระเลี่ยมทองหายไปนั้น นายอู ผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้หลบหนีออกจากพื้นที่ไป 4-5 วัน กระทั่งย่ามใจย้อนกลับมาที่บ้านพัก ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้านหลังที่เกิดเหตุ ซึ่งมีรายงานด้วยว่าขณะที่ฝ่ายสืบสวนเข้าทำการเชิญตัวนายอู ไปให้ปากคำที่โรงพัก เจ้าตัวยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง ขัดแย้งกับผลตรวจสอบตามร่างกายที่ในเบื้องต้น พบร่องรอยบาดแผลคล้ายรอยข่วนตามร่างกายของนายอูหลายแห่ง ซึ่งชุดคลี่คลายคดีอยู่ระหว่างประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและแพทย์ร่วมทำการตรวจยืนยันหากผลออกมาตรงกันกับดีเอ็นเอของผู้ตาย จะแจ้งข้อหาและออกหมายจับ นายอู ตามฐานความผิดที่ก่อขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72654</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีอาชญากรรม, ฆาตรกรรม, สน.บางขุนเทียน, เพลิงไหม้ร้านข้าวหมูแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200727/image_big_5f1ec38494505.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 17:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 17:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกสาวเจ้าของร้านหมูแดงเชื่อพ่อถูกฆาตกรรม ไม่ใช่ไฟคลอก พบเอกสารคนแปลกหน้าในจุดเกิดเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.63 -&amp;nbsp;ที่ สน.บางขุนเทียน พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 (รอง ผบก.น.9) พร้อม พ.ต.อ.วิศิษฐ์ สังขนันท์ ผกก.สน.บางขุนเทียน และชุดสืบสวน บก.น.9 และ สน.บางขุนเทียน ร่วมติดตามเหตุเพลิงไหม้บ้านเลขที่ 363/1 เปิดเป็นร้านข้าวหมูแดงหมูกรอบ ถนนราชพฤกษ์ แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กทม.แล้วพบศพนายอนันต์ แสงอุไร อายุ 66 ปี เจ้าของบ้าน โดยมีทนายรณณงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อม น.ส.ยุพาพัชร์ อธิคมสิริกุล ลูกสาวผู้ตาย นำหลักฐานเพิ่มเติมมามอบให้พนักงานสอบสวน หลังเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้อาจเป็นคดีฆาตกรรมอำพราง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.นครินทร์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและกองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.)ได้เข้าตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุอีกครั้ง หลังมีรายงานแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช เบื้องต้นพบว่านายอนันต์ เสียชีวิตจากขาดอากาศหายใจจากการบีบรัดบริเวณลำคอ และยังพบว่ากระดูกต้นคอผู้ตายเว้าและแตก แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นคดีฆาตกรรมหรือไม่ เพราะอาจเกิดจากการล้มก็ได้เนื่องจากลักษณะศพนอนคว่ำ แต่เนื่องจากเป็นการตายผิดธรรมชาติอีกทั้งหลักฐานหลายอย่างถูกไฟไหม้ไปแล้ว จึงยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.นครินทร์ กล่าวว่า จากการสอบพยานเบื้องต้นพบว่ามีข้อมูลสอดคล้องกันกับคำให้การของลูกผู้ตาย แต่ตำรวจยังต้องตามหาเจ้าหน้าที่กู้ภัยคนแรก และบุคคลอื่นๆ ในละแวกใกล้เคียงมาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งนี้ยังไม่พบว่าเหตุนี้จะปัญหาหนี้สินหรือความขัดแย้งอื่นๆ แต่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ยุพาพัชร์ กล่าวว่า ปกติพ่อจะนอนบนเตียงตัวเองในห้องนอน ไม่นอนที่อื่น ซึ่งวันเกิดเหตุเพื่อนบ้านพบว่ามีควันไฟออกมาจากกลางตัวบ้าน ทั้งที่จุดนั้นไม่มีปลั๊กไฟ และจะมีเพียง 2 แห่ง คือห้องน้ำและข้างประตู หากเป็นไฟลัดวงจรต้องเป็นที่ห้องนอนที่มีแอร์และปลั๊กไฟ ซึ่งเพื่อนบ้านได้ทุบข้างฝาก็ไม่มีคนตอบรับ และที่น่าสงสัยคือสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท ที่พ่อสวมใส่ประจำหายไป อีกทั้งลักษณะศพของพ่อที่นอนคว่ำ เมื่อแพทย์ชันสูตรศพก็สรุปว่าพ่อไม่ได้เสียชีวิตจากการสำลักควันไฟ แต่มีรอยนิ้วมือบีบและกดตรงลำคอ ในหลอดลมมีเพียงเขม่าควันเล็กน้อยซึ่งอาจเข้าไปหลังพ่อเสียชีวิตก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ยุพาพัชร์ กล่าวต่อ ปกติพ่อจะตื่นตอน 23.00น. ไปจ่ายตลาดแล้วกลับมาช่วงตีหนึ่ง ก่อนเตรียมอาหารเพื่อเปิดร้านตอนตีสี่ตีห้า แล้วจะขายเสร็จช่วงบ่ายสองบ่ายสาม โดยจะมีลูกจ้างหญิง 2 คนทำงานด้วย จากนั้นพ่อจะนั่งพักดื่มเบียร์เป็นกิจวัตร กระทั่ง 18.00-19.00น.จึงจะเข้านอน ทั้งนี้ วันเกิดเหตุไม่ทราบว่าพ่ออยู่กับใคร แต่คนงานบอกว่าพ่อนั่งอยู่กับผู้ชายสองคนแต่ไม่เห็นหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกตัญญูคนแรกที่เข้าไปช่วยเหลือ บอกว่ามีโซ่ล็อกประตูไว้จากนอกบ้าน ซึ่งปกติพ่อจะปิดประตูเหล็กแง้มไว้ หากนอนจึงจะล็อกประตูจากด้านใน แต่ถ้าคนในบ้านยังกลับไม่ครบจะคล้องกุญแจขัดไว้โดยไม่ได้ล็อก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม น.ส.ยุพาพัชร์ กล่าวคาดว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับคดีการหายตัวไปของ น.ส.นันทิยา หรือออย แสงอุไร อายุ 37 ปี พี่สาว ที่หายสาบสูญไปเมื่อปี 2560 ซึ่งพ่อเคยไปร้องทุกข์ที่กองบังคับการปราบปรามก่อนจะเซ็นต์หนังสือยกเลิกการตามหาตัวไป นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังพบว่ามีบัตรประชาชน ใบขับขี่ และบิลค่าไฟของบุคคลแปลกหน้าที่ไม่ใช่เพื่อนของพ่อ ที่มาพักอยู่ด้วยกัน ซึ่งเป็นคนที่ครอบครัวไม่เคยพบมาก่อนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานแจ้งว่า น.ส.นันทิยา ที่หายสาบสูญไปเมื่อปี 2560 นั้น ทางครอบครัวเชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับนายซีม่อน บินตัน อายุ 53 ปี ชาวอิสราเอลผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพนายเฮลิยาฮู โคเฮน อายุ 63 ปี อดีตตำรวจเพื่อนร่วมชาติ โบกปูนในท้องที่ สภ.บางบัวทอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72317</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆาตกรรม, สน.บางขุนเทียน, ไฟไหม้บ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200723/image_big_5f19634646c9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2020 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2020 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้า!คุณตาวัย70กลับจากใส่บาตรข้ามทางม้าลายเจอจยย.พุ่งชนเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;16 ก.พ.63- ร.ต.อ.จำรัส เนื้อไม้ รอง สว.(สอบสวน) สน.บางขุนเทียน รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนคนเสียชีวิตบริเวณทางม้าลายคนข้ามปากซอยเอกชัย 43/3 ถนนเอกชัย แขวงและเขตบางบอน กทม.จึงไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พบร่างนายสมพงษ์ ธูปสว่าง อายุ 70 ปี นอนหงายหายใจรวยรินอยู่กลางถนนในสภาพมีบาดแผลแตกที่ศีรษะ หน่วยกู้ภัยพยายามปั๊มหัวใจอย่างสุดความสามารถสุดท้ายเสียชีวิตลง โดยมีเศษดอกไม้และพวงมาลัยกระจายเกลื่อนพื้น ส่วนรถคู่กรณีพลิกคว่ำอยู่ใกล้กันเป็น รถ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น CBR 150 สีแดง หมายเลขทะเบียน บฉก 42 กรุงเทพมหานคร มี นายสมพงษ์ คำอินทร์ อายุ 23 ปี เป็นผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกนำตัวส่ง รพ.บางปะกอก 8 ไปก่อนหน้านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนชาวบ้าน ทราบว่า ผู้ตายพักอยู่ในซอยเอกชัย 43/2 จะออกจากบ้านทุกเช้า เพื่อข้ามถนนมาทำบุญใส่บาตรที่ตลาดปากซอยเอกชัย 38 ก่อนจะซื้อดอกไม้สด ธูปเทียน พวงมาลัยกลับไปที่บ้านเพื่อไหว้รำลึกถึงลูกและเมียที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ กระทั่งก่อนเกิดเหตุเป็นช่วงข้ามถนนเข้าบ้านจู่ๆ ก็ถูกคนขี่ รถจยย.คู่กรณีซิ่งผ่าทางม้าลายมาชนอย่างจังทำให้จบชีวิตลงในที่สุด เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะมอบศพนิติเวชทำการผ่าชันสูตรก่อนประสานญาติไปรับศพผู้ตายมาบำเพ็ญกุศล ส่วนคนขับขี่รถจยย.จะติดตามไปดูอาการที่โรงพยาบาลและดำเนินการแจ้งข้อหาตามกฎหมายต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57324</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, รถชน, สน.บางขุนเทียน, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200216/image_big_5e48fcaf9a146.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
