<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2020 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2020 18:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลดเหยื่อเก๋งชนเสาไฟดับ3ศพเป็นนักแม่นปืนเยาวชนและนศ.เกียรตินิยมอันดับ1</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.63- จากเหตุสลดรถเก๋งฮอนด้าซีวิค เทอร์โบ อาร์เอส 2020 สีขาว ทะเบียน 9 กศ 5230 กรุงเทพมหานคร ขับฝ่าสายฝนมาด้วยความเร็ว รถเกิดเสียหลักชนเสาไฟฟ้าจนหักโค่น บริเวณริมถนนสิรินธร ย่านบางพลัด กทม.จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย1.น.ส.แพรววนิต สกุลวรภักดี อายุ 21 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนถนน &amp;nbsp;2.น.ส.สุมิตตา โครตขมภู อายุ 21 ปี เสียชีวิตติดอยู่ในรถฝั่งคนขับ และ 3.นายคมกฤษ เลพล อายุ 22 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนถนนและบาดเจ็บสาหัส 2 ราย คือนายสุกัลย์ เกตุแก้ว และนายวรรณประสิทธิ์ มะวิญธร เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำส่ง รพ.วชิรพยาบาล ขณะนี้ยังไม่สามารถให้การได้ โดยเหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 12 ก.ค.63 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.ท.เจริญ วิทิตกรกุล รองผกก.(สอบสวน) สน.บางพลัด กล่าวว่า &amp;nbsp;สำหรับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม อย่างเช่น ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ รวมถึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน เข้ามาตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ จึงจะได้รู้ว่าใครเป็นผู้ขับที่แท้จริงและอุบัติเหตุมาจากสาเหตุใด จึงจะสามารถสรุปรายละเอียดที่แน่ชัดของอุบัติเหตุดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเสียชีวิต มีกลุ่มเพื่อน ญาติมิตรและครอบครัว ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กไว้อาลัยจำนวนมาก โดยเบื้องต้น พบว่า น.ส.แพรววนิต สกุลวรภักดี ซึ่งเป็น 1 หนึ่งในผู้เสียชีวิตนั้น เป็นนักกีฬายิงปืนเยาวชน ที่เคยเข้าแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 46 เมื่อปี 60 และยังเคยแข่งขันยิงปืนกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 33 &amp;nbsp;งาน &amp;ldquo;ชุมพร-ระนองเกมส์&amp;rdquo; ประเภทปืนยาวอัดลมหญิง 10 เมตร บุคคล ได้ลำดับที่ 8 นอกจากนี้ น.ส.แพรววนิต และนายคมกฤษ เลพล และอีก 1 ผู้เสียชีวิตนั้นจบจากมหาลัยชื่อดังกำลังจะรับปริญญา โดยสอบได้เกียรตินิยมอันดับ 1 อีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71221</URL_LINK>
                <HASHTAG>สน.บางพลัด, เก๋งชนเสาไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0af6eb769e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2020 13:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2020 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เก๋งซิ่งฝ่าสายฝนชนเสาไฟฟ้าดับคาที่ 3 ศพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เวลา 02.30 น. วันที่ 12 ก.ค. ร.ต.อ.สุดสาคร สโมสร รอง สว.(สอบสวน) สน.บางพลัด รับแจ้งอุบัติเหตุ รถเก๋งเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้า มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย ใกล้ซอยสิรินธร 2 ถนนสิรินธร แขวงและเขตบางพลัด กทม. รุดตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.วชิระ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 เลน บนฟุตบาท พบรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค เทอร์โบ อาร์เอส 2020 สีขาว ทะเบียน 9 กศ 5230 กรุงเทพมหานคร สภาพพังเสียหายยับเยินไม่เหลือเค้าโครงเดิม ชิ้นส่วนรถกระจายเกลื่อนทั่วบริเวณ เครื่องยนต์รถ หลุดกระเด็นไปค้างบนหลังคาห้องครัวบ้านเรือนที่ห่างกว่า 10 เมตร หลังรถชนเสาไฟฟ้าขนาดใหญ่ 22 เมตร จนหักเอียง มีเสาโทรศัพท์ และเสาไฟส่องทาง เอียงเสียหาย ภายในซากรถพบศพ นายสุกัลย์ เกตุแก้ว อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นสาวประเภทสอง มีบัตรประชาชนและบัตรนักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ขายาว เจ้าหน้าที่จึงใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างออกมาจากซากรถ ห่างไปประมาณ 10 เมตร บนถนนช่องซ้ายสุด พบศพผู้หญิงไม่ทราบชื่อและไม่มีเอกสารติดตัว อายุประมาณ 20-25 ปี สภาพนอนหงายจมกองเลือด สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ขายาว และศพสุดท้าย ช่องขวาสุด ห่างไปประมาณ 20 เมตร พบศพ นายคมกฤษ เลพล อายุ 22 ปี สภาพนอนหงายจมกองเลือด สวมชุดกีฬา ภายในตัวพบบัตรประชาชนผู้ตาย ส่วนผู้บาดเจ็บ นายวรรณประสิทธิ มะรินธร อายุ 22 ปี นำส่ง รพ.วชิระ อาการปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.อ.สุดสาคร เปิดเผยว่า เบื้องต้นคาดว่า รถเก๋งคันดังกล่าวน่าจะขับมาด้วยความเร็วสูง และช่วงเกิดเหตุมีฝนตกเล็กน้อย ทำให้พื้นถนนเปียกลื่น จนรถเสียหลักปีนขึ้นฟุตบาท พุ่งชนเสาไฟฟ้าขนาดใหญ่จนเอียงและ เหวี่ยงไปถูกเสาโทรศัพท์และเสาไฟส่องทางที่อยู่ใกล้กันเสียหาย ด้วยความแรงทำให้ผู้เสียชีวิต 2 ราย ที่อยู่ในรถกระเด็นออกมาที่พื้นถนน และเสียชีวิตในซากรถ 1 ราย ส่วนคนเจ็บบาดเจ็บเล็กน้อย หลังจากนี้จะเดินทางไปสอบปากคำ โดยยังไม่ทราบว่าประวัติส่วนตัวของทั้ง 4 คน ใครเป็นผู้ขับ และเดินทางจากไหนไปไหน หลังจากนี้ต้องขอเวลาตรวจสอบ และหาพยานแวดล้อม กล้องวงจรปิดบริเวณพื้นที่เพื่อหาสาเหตุพร้อมประสานญาติรับศพต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71181</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค, สน.บางพลัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0a909fc680c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมตัวคนร้ายปล้นทองทำแผนรับสารภาพจะเอาไปแลกยาเสพติด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.62- พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 (ผบก.น.7) พ.ต.อ.ปัญญา กุลไทย ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 (ผกก.สส.บก.น.7) ,พ.ต.อ.วีรศักดิ์ กลั่นเกิด ผกก.สน.บางพลัด ร่วมกันควบคุมตัวนายอัศวิน หรือเอก บุญเมือง อายุ 44 ปี ชาว จ.ชุมพร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชันที่ จ.322/2562 ลงวันที่ 6 กันยายน 2562 กระทำผิดฐาน &amp;ldquo;ชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือโดยใช้ยานพาหนะเพื่อหลบหนี&amp;rdquo; ที่ก่อเหตุบุกเดี่ยวใช้ปืนปล้นทองรูปพรรณที่ร้านทองย่านบางพลัด เมื่อค่ำวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา โดยกวาดทองคำไปน้ำหนักรวมกว่า 179 บาท มูลค่า 4,060,000 บาท และเงินสดอีก 40,000 บาท ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ร้านทองออโรร่า สาขาตั้งฮั่วเส็ง ธนบุรี แขวงบางบำหรุ เขตบางพลัด กทม. หลังถูกจับกุมได้ต่อมาตำรวจบุกรวบตัวผู้ก่อเหตุได้ที่โรงแรมอลิซย่านงามวงศ์วาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า นายอัศวิน ผู้ต้องหายอมรับได้ก่อเหตุจริง ซึ่งคนร้ายได้เดินทางมาดูลาดเลาที่ร้านทอง ก่อนที่ในวันก่อเหตุ จะขี่รถจักรยานยนต์พาผู้หญิงคนหนึ่งมานั่งกินอาหารที่ร้านข้าน้อยขอชาบู ที่ห้างดังกล่าวและส่งผู้หญิงกลับไป จากนั้นจึงเข้าไปก่อเหตุปล้นทองโดยใช้ปืนจี้และถือกระดาษขู่พนักงาน พร้อมกวาดทองก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีกลับมาที่บ้านพักย่านหัวลำโพง เพื่อถอดเสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุทิ้งไว้หน้าบ้าน และให้ลูกน้องนำรถจักรยานยนต์ไปทิ้งที่ตลาดคลองเตยพร้อมนำทองไปแลกกับยาเสพติด ก่อนจะนัดพบกันที่โรงแรมดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; คนร้ายอ้างว่ามีแผนจะนำทองที่ปล้นมาได้ไปใช้หนี้สินและแลกกับยาเสพติด โดยจะนำทองบางส่วนไปหลอมเพื่อขายเป็นเงินและนำไปซื้อยาเสพติด ซึ่งตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ ยังอยู่ระหว่างขยายผลเพิ่มเติมอีกครั้ง เนื่องจากนายอัศวิน มีประวัติคดีค้ายาเสพติดที่ จ.ชุมพร แต่เป็นเพียงผู้ค้ารายย่อย&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการก่อเหตุครั้งนี้ เจ้าตัวรับว่าทำเป็นครั้งแรก และปฎิเสธว่าลงมือก่อเหตุคนเดียว ไม่ได้ร่วมวางแผนกันกับพวกที่เหลืออีก 5 คน ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมที่โรงแรม พบว่ากลุ่มของผู้ต้องหากำลังปาร์ตี้ยาเสพติดกันอยู่ แต่เมื่อตรวจปัสสาวะนายอัศวิน พบว่าไม่มีสีม่วงจึงไม่ได้แจ้งข้อหายาเสพติด ต่อจากนี้เจ้าหน้าที่จะสอบปากคำบุคคลอื่นที่ถูกจับกุมได้อย่างละเอียดอีกครั้ง และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45344</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ, ปล้นทอง, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, สน.บางพลัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190909/image_big_5d760ee2df4a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2019 22:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีวิคชนฟุตปาธเหินเข้าโชว์รูมคนขับดับคาที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เก๋งฮอนด้า ซีวิค ซิ่งมาเต็มเหนี่ยว เสียหลักพุ่งชนขอบฟุตปาธแล้วเหินชนโชว์รูมนิสสัน ขยี้รถป้ายแดง 2 คันก่อนอัดกำแพง คนขับเสียชีวิตคาที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 02.45 น. วันที่ 29 กรกฎาคมนี้ ร.ต.ท.สุริยา บุญไหล รองสารวัตรสอบสวน สน.บางพลัด รับแจ้งเหตุรถยนต์พุ่งชนโชว์รูมนิสสัน ริมถนนสิรินธร แขวงและเขตบางพลัด กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พบกระจกโชว์รูมรถยนต์นิสสันของบริษัท เอสเอ็มที ลิสซิ่ง จำกัด แตกกระจาย โดยมีรถยนต์นิสสัน ซิลฟี่ สีขาว ทะเบียนป้ายแดง พ 2115 กทม. ถูกชนที่ด้านหน้าพังเสียหาย ส่วนรถที่ก่อเหตุคือฮอนด้า ซีวิค สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ชช 5844 กทม. สภาพหน้ารถพังยับเยิน อัดติดกับกำแพงปูน คนขับเสียชีวิต ทราบต่อมาชื่อนายเอกมันต์ เชื้อไทย อายุ 29 ปี สภาพศพลำตัวอัดติดคอนโซลหน้ารถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่างนำศพออกมาจากรถยนต์คันดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ บริเวณหน้าโชว์รูมยังพบเต็นท์ผ้าใบและรถกระบะ 4 ประตู นิสสัน สีแดง ทะเบียนป้ายแดง พ 2116 กทม. เสียหาย ส่วนบริเวณริมถนนบนทางเท้ามีรอยครูดไถลเป็นทาง และมีกันชนหน้ารถยนต์ที่ก่อเหตุตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประวิทย์ พาหา อายุ 40 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยของโชว์รูม ให้การว่า ขณะเข้าเวรดูแลความเรียบร้อย ได้ยินเสียงรถยนต์เบรกดังมาก เมื่อมองออกไปก็เห็นรถยนต์สีบรอนซ์เงินพุ่งเหินลอยมาชนหน้ารถยนต์ป้ายแดงที่จอดโชว์อย่างแรง ก่อนจะพุ่งไปชนอัดกำแพงเสียงดังสนั่น เมื่อไปดูพบคนขับรถเก๋งนอนหมดสติอยู่ในรถ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่ารถยนต์เก๋งฮอนด้า ซีวิค ขับมาด้วยความเร็วสูง และเสียหลักพุ่งชนทางเท้า ก่อนพุ่งเหินลอยเข้าไปในโชว์รูมนิสสัน หลังจากนี้จะแจ้งให้ญาติผู้เสียชีวิตทราบ และตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อสรุปสาเหตุครั้งนี้ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42232</URL_LINK>
                <HASHTAG>สน.บางพลัด, หนังสือพิมพ์, ฮอนด้า ซีวิค, เสียหลักพุ่งชนขอบฟุตปาธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190729/image_big_5d3ef5e7880c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2018 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2018 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้ง 4เสือโรงพักบางพลัด เซ่นกรมปกครองบุกจับผับขอนไม้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 16 ธ.ค.61 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณี เจ้าหน้าที่กรมปกครอง &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ทหาร เข้าตรวจสอบสถานบริการ ร้านขอนไม้ ภายในอาคารซันพลาซ่า ตั้งอยู่เลขที่ 275-277 ถนนจรัญสนิทวงศ์ขาออก แขวง บางบำหรุ เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร โดยจากการตรวจสอบพบว่ามีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการ 174 คน &amp;nbsp;มีนักท่องเที่ยว ที่ไม่มีเอกสารราชการที่มีภาพถ่ายและระบุอายุ 13 คน และจากการตรวจสอบภายในร้าน พบยาเสพติดเกลื่อนกลาดบริเวณพื้นร้าน จึงได้ตรวจสอบสารเสพติดนักท่องเที่ยวและพนักงานของร้านพบว่ามีปัสสาวะสีม่วง 6 คน ซึ่งสถานบริการดังกล่าวอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.บางพลัด นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานสอบสวน สน.บางพลัด ได้ดำเนินคดีกับ ผู้ดูแลสถานบริการดังกล่าว ในความผิดฐาน &amp;rdquo;เปิดสถานบริการเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด , จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด , ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานบริการ , ไม่จัดทำบัตรประจำตัวพนักงานก่อนเข้าทำงานในสถานบริการ ,ไม่ตรวจสอบบัตรประจำตัวของผู้ที่เข้ามาใช้บริการและขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&amp;rdquo; พร้อมดำเนินคดีกับนักเที่ยวที่พบสารเสพติดในร่างกาย ในความผิดฐาน &amp;ldquo;เสพยาเสพติดให้โทษโดยผิดกฎหมาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และได้รับรายงานเพิ่มเติมจาก กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 ว่า พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ &amp;nbsp;รอดมา ผบก.น.7 ได้สั่งมีคำสั่งให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าวแล้ว พร้อมกับมีคำสั่งให้ รอง ผกก.ป. , รอง ผกก.สส. , สวป. และสว.สส. ที่รับผิดชอบ ให้มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตำรวจนครบาล 7 (ศปก.บก.น.7 ) โดยการสืบสวนข้อเท็จจริงต้องทำโดยรวดเร็ว เป็นธรรมเพื่อให้ความกระจ่างแก่สังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร.ระบุว่า ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับทุกพื้นที่มาโดยตลอด ในการป้องกันปราบปราม ไม่ให้มีการปล่อยปละละเลย อบายมุข บ่อนการพนัน สถานบริการ ยาเสพติด หรือการค้ามนุษย์ &amp;nbsp;เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ โดยหากมีหน่วยอื่น เข้าตรวจค้นจับกุม หน่วยพื้นที่ต้องรับผิดชอบ ก็จะพิจารณาข้อบกพร่องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกนาย รวมทั้งผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบทุกระดับชั้น &amp;nbsp;ตามคำสั่ง ตร.ที่ 234/2558 ลงวันที่ 27 เม.ย. 2558 เรื่อง การพิจารณาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บกพร่องในการป้องกันและปราบปราบอบายมุข ที่ปล่อยปละละเลยให้มีอบายมุขต่างๆเกิดขึ้นในพื้นที่ แต่ทั้งนี้ คงต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้นเสียก่อนว่า ตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุได้ปล่อยปละละเลยหรือไม่ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชน หากพบว่าพื้นที่ใดมีการปล่อยปละละเลย ให้มี อบายมุข การพนัน ยาเสพติด การค้ามนุษย์ และสถานบริการผิดกฎหมาย เกิดขึ้นในพื้นที่ สามารถแจ้งข้อมูลมายัง ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ (ศปก.ตร.) หมายเลขโทรศัพท์ 1599 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนกลาง ลงเข้าไปกวดขัน จับกุม ปราบปรามในพื้นที่ที่มีการปล่อยปละละเลยให้เกิดอบายมุข และจะดำเนินการพิจาณาข้อบกพร่องในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องนั้นด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24335</URL_LINK>
                <HASHTAG>4เสือโรงพักบางพลัด, ปล่อยปละละเลย, ยาเสพติด, สถานบริการ, สน.บางพลัด, อบายมุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd864b492686.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
