<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 18:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถนนมรณะ! หนุ่มแมสเซนเจอร์สะดุดแผ่นซ่อมพื้นถนนพระราม 3 ล้มคว่ำรถโม่ปูนทับหัวดับสยอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.63 -&amp;nbsp;ร.ต.อ.ปรีชา พลซา รอง สว.(สอบสวน) สน.บางโพงพาง รับแจ้งเหตุรถโม่ปูนทับผู้เสียชีวิตบนถนนพระราม 3 ปากซอย 40 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กทม.จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.จุฬาฯ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 เลน โดยระหว่างเลนที่ 2 และ 3 มีสภาพเป็นหลุมขนาดใหญ่ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ทำการซ่อมแซมด้วยการนำแผ่นปูน ขนาดความกว้าง ราว 0.5 เมตร ยาวเกือบ 6 เมตร จำนวน 8 แผ่นมาปูขวางทับเอาไว้ อย่างไรก็ตามสภาพผิวการจราจรก็ไม่สม่ำเสมออยู่ดี ห่างไปด้านหน้า 5 เมตร พบศพ นายชอบ วรรณโอทอง อายุ 49 ปี ชาว จ.ฉะเชิงเทรา สภาพนอนตะแคงขวาคว่ำหน้า สวมเสื้อโปโลเเขนสั้นสีดำ คลุมทับด้วยเสื้อแมสเซนเจอร์แขนยาวสีกรมท่า นุ่งกางเกงขายาวสีดำ ที่ศีรษะถูกล้อรถบรรทุกทับคาหมวกนิรภัยที่สวมอยู่จนแตกกระจายเลือดปนมันสมองไหลเกลื่อนพื้น โดย รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีขาว ทะเบียน ฬคพ 345 กรุงเทพมหานคร ของผู้ตายพลิกคว่ำอยู่ใกล้กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวน นายสมภพ เขื่อนแก้ว อายุ 33 ปี ผู้ขับขี่รถคู่กรณีเป็นรถบรรทุก 10 ล้อโม่ปูน ยี่ห้อ&amp;nbsp;UD Trucks&amp;nbsp;สีขาวฟ้า ทะเบียน 53-2117 กรุงเทพมหานคร ของ บจก.เอ็มคอนกรีต ซึ่งรอเจ้าหน้าที่อยู่ตรงจุดเกิดเหตุให้การว่า ขับรถออกจากบริษัทกำลังมุ่งหน้าไปหาลูกค้าโดยขับมาตามปกติบริเวณเลนซ้ายสุด พอมาถึงจุดเกิดเหตุเลยจุดที่มีการซ่อมแซมเล็กน้อยตนมองกระจกข้างเห็นรถ จยย.ของผู้ตาย กับ รถ จยย.อีก 1 คัน คล้ายเกี่ยวกันจนล้มคว่ำกระทั่งร่างผู้ตายไถลมาเข้าที่บริเวณล้อหลังฝั่งขวาของรถตนอย่างรวดเร็ว ตนเบรกไม่ทันจึงทับศีรษะของผู้ตายดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสุริยา แซ่เอี้ยว อายุ 39 ปี ผู้ขับขี่รถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน กวว 784 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถคู่กรณีที่ล้มคว่ำพร้อมกันกับผู้ตาย ให้การว่า ตนมีอาชีพขี่รถ จยย.ส่งอาหารให้กับร้านไก่ทอด&amp;nbsp;KFC&amp;nbsp;ก่อนเกิดเหตุกำลังมุ่งหน้าไปส่งไก่ทอดให้ลูกค้าตามปกติ จู่ๆ พอมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งถนนมีสภาพเป็นหลุมเนื่องจากมีแผ่นปูนขนาดใหญ่หลายแผ่นปูขวางซ่อมเส้นทางการจราจรเอาไว้ ทำให้รถตนเสียหลักล้มลง จากนั้นผู้ตายซึ่งขับขี่ตามหลังมาก็เสียหลักล้มซ้ำในช่องเดียวกัน เป็นเหตุให้ร่างไถลเข้าไปใต้ล้อรถโม่ปูน เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้มีการเฉี่ยวชนกันแต่อย่างใด หนำซ้ำตนเองก็ยังได้รับบาดเจ็บจากการเสียหลักรถล้มเพราะพื้นผิวการจราจรไม่สม่ำเสมอด้วย โดยมีบาดแผลที่มือและเเขนทั้ง 2 ข้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นพนักงานสอบสวนยังไม่แจ้งกล่าวหากับฝ่ายใด จึงเชิญตัวนายสมภพ ผู้ขับขี่รถโม่ปูนและ นายสุริยา ผู้ขับขี่ รถ จยย.ส่งอาหาร ที่ล้มคว่ำพร้อมกันกับผู้ตายไปสอบปากคำที่โรงพัก โดยหลังจากนี้จะหาพยานบุคคลเพิ่มเติมเข้าให้ข้อมูลรายละเอียดและตรวจสอบกล้องวงจรปิด ติดตามญาติผู้เสียชีวิตมาพบเพื่อแจ้งข้อหากับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถนนพระราม 3 ถูกประชาชนผู้ใช้รถแจ้งเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาพื้นผิวถนนที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ&amp;nbsp;เพราะมีการขุดหลุมและปิดทับด้วยแผ่นปูนและแผ่นเหล็ก รถยนต์วิ่งผ่านต้องหยุดชะลอความเร็ว แต่มีรถยนต์หลายคันได้รับความเสียหายและบางครั้งเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนเป็นประจำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83528</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนนพระราม 3, สน.บางโพงพาง, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201111/image_big_5fabc8b50131d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76661</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2020 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2020 17:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตกรรมการผู้จัดการสำนักงานกฎหมาย เครียดดิ่งชั้น5ห้างดังย่านพระราม3ดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย.63- ร.ต.ท.ธวัช จันทร์เทพ รอง สว.(สอบสวน) สน.บางโพงพาง ได้รับแจ้งจาก รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ ว่า มีผู้ตกจากที่สูงที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ย่านพระราม 3 ถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม.และส่งเข้ามารักษาแต่เสียชีวิตแล้ว ขอให้มาสอบสวนด้วย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวชฯ รพ.จุฬาลงกรณ์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่เกิดเหตุบริเวณด้านข้าง รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ พบรถกระบะติดแครี่บอยยี่ห้อนาวาร่า รุ่นเอ็กซ์อี สีขาว ทะเบียน ฒถ 844 กรุงเทพมหานคร หน้ารถติดสติ้กเกอร์คำว่า รถดับเพลิง และที่ประตูติดโกโล้ข้างรถ CPN Property Development&amp;amp;Investment ที่กระบะท้ายรถบรรทุกศพนายธนินท์รัฐ ภัทร์อมรานนท์ อายุ 34 ปี ใส่เสื้อยืดสีดำ นุ่งกางเกงยีนขาสั้น ไม่สวมรองเท้า สภาพศีรษะซีกขวาแตกจนเกิดแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ กระดูกตามร่างกายหักหลายแห่ง มีเลือดและคราบสมองกระจัดกระจาย ถูกห่อด้วยผ้าร่มสีน้ำเงิน และนอนอยู่บนบอร์ดพยาบาล ที่มีป้ายไวนิลปูรองพื้น ในตัวมีทรัพย์สินติดตัวเพียงกระเป๋าสะพายข้างสีดำ 1 ใบ รองเท้าแตะสีดำ 1 คู่ บุหรี่ 1 ซอง แพทย์ระบุสาเหตุการตายเกิดจากการตกจากที่สูงและคาดว่าเสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.ท.ธวัช กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุพบว่า บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นถนนด้านหลังติดกับลานจอดรถของห้าง มีร่องรอยการถูกทำความสะอาดไปแล้ว และจากการขึ้นไปตรวจสอบบริเวณลานจอดรถชั้น 5 ที่คาดว่าเป็นจุดที่กระโดดลงมา พบมีก้นบุหรี่ตกที่พื้น 3 ม้วน และเป็นแนวเดียวกับจุดที่ตกลงไป นอกจากนี้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้ว ยังไม่สามารถระบุเวลาเข้าออกได้ และมาด้วยพาหนะอะไร ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ ทั้งนี้จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ห้างฯที่ผู้ขนย้ายมาส่งโรงพยาบาลอ้างว่า หลังเกิดเหตุคิดว่ายังมีชีวิตอยู่ จึงรีบนำร่างขึ้นบอร์ดปฐมพยาบาล และรีบส่งให้ถึงมือแพทย์โดยเร็วที่สุด หลังจากนี้เบื้องต้นได้มอบศพส่ง รพ.จุฬาฯ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายสุชัย สัมมาคุณ อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นพ่อผู้ตายเดินทางมาดูศพและพบพนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง กล่าวว่า บุตรชายเพิ่งลาออกจากงานเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัทเกี่ยวกับสำนักงานกฎหมาย สืบคดี ทำวีซ่า และเวิร์คเพอร์มิท ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่าเครียดเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน เมื่อตนเองมาเห็นสภาพศพลูกที่กะโหลกแตก สมองไหล ใครเห็นก็รู้ว่าเสียชีวิตจุดเกิดเหตุ แต่ทำไมเจ้าหน้าที่ของห้างฯ มาใช้กฎหมายข้อไหนทำการยกร่างมาส่งโรงพยาบาล ทั้งที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือผู้ที่มีความรู้ด้านการแพทย์ ซึ่งถ้าห้างฯชี้แจงพร้อมหากฎหมายรองรับได้ตนเองก็เข้าใจ แต่ถ้าไม่มีกฎหมายรองรับตรงนี้ตนเองก็จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะเป็นการทำลายหลักฐานที่เกิดเหตุที่ยังไม่มีการพิสูจน์ทราบที่แท้จริงว่าโดดลงมาเองหรือถูกฆาตกรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76661</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระโดดตึกฆ่าตัวตาย, สน.บางโพงพาง, ห้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200906/image_big_5f54b42b3ba1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27333</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2019 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2019 16:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครนก่อสร้างคอนโดฯกลางกรุง พังถล่มทับคนงานดับ 4 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ม.ค.62 - เมื่อเวลา 13.00​ น. &amp;nbsp;ร.ต.อ.เกรียงไกร ร่มเย็น รองสว.(สอบสวน)​ สน.บางโพงพาง รับแจ้งเหตุเครนถล่ม ภายในจุดก่อสร้างคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง(ลุมพินีคอนโด โครงการลุมพินีเพลส พระรามสาม-ริเวอร์ไรน์)​ พระราม3 ซอย 45 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่อยู่ระหว่างก่อสร้างอาคารคอนโด พบเครนสูงประมาณ 60 เมตร สภาพหักพังลงมา เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิต จำนวน 4 ราย พบเสียชีวิตอยู่ด้านล่าง 2 ราย บริเวณชั้น 5 2 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย นำส่งโรงพยาบาลไปแล้ว 3 ราย ประกอบด้วยรพ.เจริญกรุง 2 ราย รพ.เลิศสิน 1 ราย &amp;nbsp;ผู้บาดเจ็บอีก 2 รายไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังมีผู้ติดค้างบนเครน 1 คน ยังไม่ทราบชื่อ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างให้การช่วยเหลือ โดยเจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุกรุงเทพ ได้ใช้วิธีการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่ยังติดค้างอยู่ โดยได้เดินขึ้นบันไดของเครนจนสามารถเข้าถึงตัวผู้ติดค้าง พบมีอาการอ่อนแรง และขาซ้ายหัก ยังสามารถพูดคุยได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนายจรัญ ไพรพึง อายุ 50 ปี อาชีพจักรยานยนต์รับจ้าง เปิดเผยว่า ตนเห็นเห็นการณ์ตอนเครนถล่ม เสียงดังเหมือนต้นไม้หัก เครนอันใหญ่ถล่มลงมา แล้วสักพักก็ไปเกี่ยวอีกอันหนึ่ง แต่ขณะนั้นยังไม่มีคนทำงานมาก แต่ไม่รู้ว่าหากเริ่มทำงานแล้วจะเกิดความเสียหายขนาดไหน ซึ่งขณะที่เครน ถล่มลงมานั้นมีความรุนแรงมาตึกรอบข้างสะเทือนไปทั้งหมด เช่นเดียวกับกับผู้เห็นเหตุการณ์ที่อยู่โดยรอบพื้นที่ก่อสร้าง เปิดเผยว่า ตอนเกิดเหตุอยู่ด้านข้างที่ก่อสร้าง เหตุเกิดไวมาก พาวเวอร์เครนลงมาเร็วมาก ได้ยินเสียงดังเหมือนเหล็กมันลั่นดังมากก้องไปถึงสะพาน จากนั้นฝุ่นก็ตลบฟุ้ง มองขึ้นไปด้านบนเหลือแต่ตัวเสาเครนงอพับลงไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ ผบช.น.กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่ากำลังก่อสร้างคอนโดสูง 35 ชั้น ได้ให้ตำรวจในพื้นที่ให้ตรวจสอบอย่างละเอียดในขั้นตอนการก่อสร้าง ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ว่าบุคคลใดเป็นคนกระทำความผิด ต้องให้เจ้าหน้าที่กรมโยธา กรุงเทพมหานครแจ้งความ เบื้องต้นตำรวจได้ประสานญาติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตให้รับทราบแล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นชาวไทย และมีชาวต่างด้าวเพียง1รายมีใบอนุญาติถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา &amp;nbsp;นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายนพดล ฉายปัญญา ผอ.สำนักการโยธาธิการ กรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ นายจักกพันธุ์ เปิดเผยว่า อาคารนี้เป็นการขออนุญาตก่อสร้างคอนโดจำนวน 35 ชั้น ซึ่งได้ขออนุญาตกับสำนักงานโยธาเมื่อเดือนเมษายน 2561 ที่ผ่านมา ทางสำนักงานโยธาได้อนุญาตแล้ว หลังจากที่มีการก่อสร้างในวันที่ 23 มกราคม เวลา 12.50 น. ได้เกิดเหตุเครนถล่มลงมา ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต และผู้ที่ยังติดค้างอยู่บนเครน 1 ราย ในขณะนี้สำนักงานเขตยานนาวาออกคำสั่ง ก.23 ให้ระงับการก่อสร้างไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ได้รวบรวมเอกสารเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้รับเหมาก่อสร้างเนื่องจากเครนที่ติดตั้ง ในขั้นตอนดังกล่าวจะต้องมีการขออนุญาตติดตั้งเครนกับทางสำนักงานเขตกรุงเทพมหาครและสำนักงานโยธา แต่กลับพบว่าไม่มีการขออนุญาตใดๆ จึงจะต้องดำเนินคดีในการติดตั้งเครนโดยไม่รับอนุญาต มีความผิดตาม พ.ร.บ. 2522 ซึ่งจะมีโทษทั้งทางอาญาและทางเปรียบเทียบปรับ สำหรับการถล่มของเครนนั้นเนื่องจากว่าอาคารมีการก่อสร้างถึง 35 ชั้น ขณะนี้ทางผู้ก่อสร้างสร้างไปถึงชั้น 13 จากนั้นทางผู้รับเหมาจึงได้ทำการต่อเครนเพิ่มเติมขึ้นไปเพื่อก่อสร้างในชั้น 14-15 ต่อ มีความสูง 200-300 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การต่อเติมเครนนั้นได้ต่อเติมเสร็จตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 ม.ค. และในวันนี้ได้ทำการทดสอบการใช้งานของเครน อย่างไรก็ตามเมื่อทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินแจ้งความแล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเรียกบริษัทที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบปากคำ จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทรับเหมานั้นก็ได้จ้างอีกบริษัทมาทำการติดตั้งเครนก็จะต้องทำการสอบสวนของเท็จจริงต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27333</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลุมพินีคอนโด, สน.บางโพงพาง, เครนคอนโด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190123/image_big_5c4837f79bab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
