<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2021 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2021 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฮโซลูกนัทโดนอีก! ศปปส.หอบหลักฐานเอาผิดเพิ่ม พ่วง20รายคดี112</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.ย. 64 - ที่ สน.สำราญราษฎร์ กลุ่มมวลชนแนวร่วมเครือข่ายศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) นำโดย จักรพงศ์ กลิ่นแก้ว แกนนำ ศปปส. เดินทางมายื่นหลักฐานแจ้งความดำเนินคดี ต่อ นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือลูกนัท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112​ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มายื่นหลักฐานแล้วบางส่วน วันนี้จึงมายื่นหลักฐานเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจักรพงศ์ กล่าวว่า หลักฐานที่นำมาแจ้งความคือการโพสต์ภาพครุฑปิดตาข้างหนึ่ง และข้อมูลบนสื่อโซเชียลมีเดียของนายธนัตถ์ที่ผ่านมา ซึ่งทางกลุ่มได้พิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวผิดพระราชบัญญัติเครื่องหมายครุฑพ่าห์ พ.ศ. 2534 ในมาตรา 7 กับมาตรา 12 หรือไม่ จึงนำเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมมาร้องต่อเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวน และดูว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาทางกลุ่มได้ติดตามและเฝ้าสังเกตการณ์อยู่เสมอถึงพฤติกรรมการโพสต์ของธนัตถ์อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้แจ้งความดำเนินคดีมาตรา 112 กับกลุ่มประชาชนอีก 20 ราย โดยมีหลักฐานชื่อข้อมูลบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ และชื่อเฟซบุ๊ก ถึงพฤติกรรมการโพสต์การแชร์ของทั้ง 20 คน ซึ่งจะนำเรียนสอบถามปรึกษาเจ้าหน้าที่ว่าผิดข้อกฎหมายหรือไม่ หากผิดจะดำเนินการอย่างไรบ้าง หรือหากไม่ผิดจะดำเนินการอย่างไรต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115781</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครุฑพ่าห์, ม.112, ศปปส., สน.สำราญราษฎร์, ไฮโซลูกนัท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135b2a26e7bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอนุญาตฝากขังแก๊งวีโว่6ราย! ข้อหาหนักอั้งยี่-ซ่องโจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 64 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ส่งคำร้องฝากขังผ่านระบบทางไกลผ่านจอภาพ นายโสภา ศิริ อายุ 44 ปี , นายจิรพงศ์ ชโลธรพิเศษ อายุ 23 ปี , นายทนง ชำนาญจันทร์ อายุ 19 ปี , นายณัฐพงษ์ มะลิซ้อน อายุ 22 ปี , น.ส.ภัชราภรณ์ กองค้า อายุ 22 ปี, น.ส.กัลยกร จันทร์โม้อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาที่ 1-6 ซึ่งเป็นกลุ่มวีโว่ #ม็อบ 7 สิงหา พร้อมของกลางรวม 16 รายการ เพื่อฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่ 9-20 ส.ค.2564 เนื่องจากยังสอบสวนไม่เสร็จสิ้นต้องสอบพยานเพิ่มอีก 6 ปาก รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ และประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาทั้งหมดมาประกอบสำนวนการสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์สรุปได้ว่า&amp;nbsp; ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อมูลจากการสืบสวนหาข่าวของตำรวจสันติบาลว่าจะมีกลุ่มราษฎร 63 ชักชวนให้ประชาชนร่วมกิจกรรมชื่อ #ม็อบ 7 สิงหา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจำกัดอำนาจสถาบันกษัตริย์ ,ปลดแอกประชาธิปไตยขับไล่ทหารออกจากเมือง ,ลดความเหลื่อมล้ำของรัฐ และสวัสดิการถ้วนหน้า โดยนัดกันในวันที่ 7 ส.ค. เวลา 13.00 น. โดยมีจุดตั้งต้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง และจะเคลื่อนขบวนไปยังบริเวณพระบรมมหาราชวัง เพื่อยื่นหนังสือต่อสำนักพระราชวังเพื่อขอวัคซีนให้ประชาชน ต่อมาได้ข้อมูลการสืบสวนว่าจะมีกลุ่มคณะบุคคลที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มวีโว่ (WeVo) ซึ่งมีนายปิยรัตน์ จงเทพ เป็นหัวหน้าของกลุ่มดังกล่าว มีพฤติการณ์ชุมนุมมั่วสุมกันโดยปกปิดวิธีการดำเนินการเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย กล่าวคือมีการซ่อมสุม ฝึกกำลังพล และแฝงตัวมาในกลุ่มผู้ชุมนุม และใช้โอกาสทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสร้างสถานการณ์โดยใช้อาวุธจำพวกหนังสติ๊ก ลูกเหล็ก ระเบิดควัน สิ่งของสกปรก เช่น น้ำปลาร้า และวัตถุอื่น ซึ่งอาจใช้เป็นอาวุธได้มาก่อเหตุสร้างความวุ่นวายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลรักษาความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งกลุ่มบุคคลดังกล่าวยังมีการสมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิด เกี่ยวกับการสร้างสถานการณ์ในการชุมนุม ร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง โดยพบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้นัดรวมตัวในวัน เวลาเดียวกัน และมีการวางแผนกำหนดแนวปะทะเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณหน้าศาลฎีกา โดยแบ่งกำลังออกเป็น 2 ชุด คือชุดตัดลวดเป็นด่านหน้าเข้ารื้อสิ่งกีดขวาง และชุดดึงดันเข้าปฏิบัติการเปิดทางให้มวลชนเข้าไปในพื้นที่ มีการใช้อาวุธตอบโต้เจ้าหน้าที่ประกอบด้วยหนังสติ๊กแบบเลเซอร์โดยใช้หัวน็อต ลูกแก้ว เป็นอาวุธ มีการสร้างสถานการณ์โดยใช้พลุตะไล (ทำจากท่อพีวีซี) ระเบิดปิงปอง รวมถึงอาวุธปืน และมีการใช้รถยนต์ตู้ที่ใช้ขนอุปกรณ์การป้องกันตัว และอุปกรณ์การตอบโต้เจ้าหน้าที่ เช่น ระเบิดควันพุ เสื้อเกราะอ่อน ไปยังจุดชุมนุม ส่วนในเรื่องการแต่งกายไม่ต้องติดสัญลักษณ์ WeVo โดยจะมีสัญลักษณ์พิเศษแจกที่หน้างาน รองเท้าผ้าใบ, อุปกรณ์เซฟตี้, ถุงมือหนังพร้อมกับอุปกรณ์ครบชุด (หน้ากากกันแก๊ส, วิทยุ, ไฟฉาย, เสื้อเวสบรรจุแผ่นเกราะ)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ส.ค. เวลาประมาณ 11.00 น. ชุดจับกุมได้พบรถตู้สีขาวต้องสงสัย ทะเบียน บฉ2068 สมุทรสาคร จึงเข้าไปตรวจสอบ และพบว่านายโสภา ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้ครอบครองรถ ซึ่งมีสติ๊กเกอร์สัญลักษณ์ของกลุ่ม WeVo ติดอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น และพบของกลาง 11 รายการ ที่ท้ายรถตู้ คือ เข็มขัดสนาม, ปลอกแขนเกาะแบบผ้า, กระเป๋าเป้สีดำ, หนังสติ๊ก 1 อัน ,หัวน็อตตัวเมียจำนวน 11 ตัว, ลูกแก้ว 8 ลูก, ลูกดิน, พลุควันสีแบบดึงสลักจำนวน 5 อัน ,วิทยุสื่อสาร 2 เครื่อง ,กระบองเหล็กยืดหดได้ (ดิ้ว)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมามีนายจิรพงษ์ ผู้ต้องหาที่ 2 และนายทนง ผู้ต้องหาที่ 3 เดินมาแสดงตัวกับตำรวจว่าเป็นบุคคลในกลุ่ม Vivo โดยทั้ง 2 คนได้พกวิทยุสื่อสารด้วย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจสอบรถยนต์โตโยต้า วิช ทะเบียน ชผ 3408 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่บริเวณใกล้เคียงและพบ น.ส.กัลยกร ผู้ต้องหาที่ 6 ซึ่งเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ดังกล่าวนั่งอยู่ในที่นั่งคนขับและพบนายณัฐพงษ์ ผู้ต้องหาที่ 4 นั่งอยู่เบาะด้านข้าง โดยมี น.ส.ภัชราภรณ์ ผู้ต้องหาที่ 5 นั่งอยู่ที่เบาะด้านหลัง เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อตรวจค้น และพบของกลางอีก 5 รายการ ประกอบด้วย หน้ากากป้องกันแก๊ส, เข็มขัดสนาม, วิทยุสื่อสาร 3 เครื่อง ซึ่งอยู่บริเวณเบาะหลัง จากนั้นจึงได้ทำการจับกุม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาที่ 1-6 ดังนี้ นายโสภา ผู้ต้องหาที่ 1 กระทำความผิดอั้งยี่, ซ่องโจร, มีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต และพกพาอาวุธ (กระบองเหล็กยืดหดได้) ไปในเมืองหรือหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 วรรคแรก ,210 วรรคแรก, 371, พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 6, 23&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แจ้งข้อกล่าวหานายจิรพงศ์ ผู้ต้องหาที่ 2 นายทนง ผู้ต้องหาที่ 3 น.ส.กัลยกร ผู้ต้องหาที่ 6 ว่ากระทำความผิดฐานอั้งยี่,ซ่องโจร เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 วรรคแรก ,210 วรรคแรก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แจ้งข้อกล่าวหา นายณัฐพงษ์ ผู้ต้องหาที่ 4 , น.ส.ภัชราภรณ์ ผู้ต้องหาที่ 5 กระทำผิดฐานอั้งยี่, ซ่องโจร, มีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 209 วรรคแรก, 210 วรรคแรก, พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 มาตรา 6, 23 เหตุเกิดที่ลานจอดรถของวัดมหรรณพารามวรวิหาร ถนนตะนาว แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1-6 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลได้พิจารณาคำร้อง และสอบถามผู้ต้องหาไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112695</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝากขัง, ศาลอาญา, สน.สำราญราษฎร์, แก๊งวีโว่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110d2fcaec53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 15:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 15:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อานนท์&#039; มอบตัว 112 ไม่ค้าน &#039;คอมมิวนิสต์&#039; บอกเป็นเรื่องดีเสนอให้คนขบคิด ปัดม็อบแตกยับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.63 - ที่ สน.สำราญราษฎร์ นายอานนท์ นำภา หนึ่งในแกนนำคณะราษฎร พร้อมทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกในคดีอาญา ม.112 จากการชุมนุมทวงคืนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายอานนท์ กล่าวภายหลังให้ปากคำกับตำรวจร่วม 2 ชั่วโมงว่า ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาตาม ม.112 จากการชุมนุมวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยได้ให้การปฏิเสธไป และตำรวจนัดพบอีกครั้งวันที่ 25 มกราคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีกลุ่มเยาวชนปลดแอกเสนอแนวคิดเรื่องระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ นายอานนท์ กล่าวว่า ขบวนนี้ มีความคิดเห็นหลากหลาย มองว่าเป็นสิทธิในการแสดงออก เป็นเรื่องที่สามารถถกเถียงกันได้ตามระบอบประชาธิปไตย โดยเรามีจุดร่วมสำคัญคือ 3 ข้อเรียกร้อง ซ้ำยังมองว่าเป็นผลดีเมื่อมีคนตั้งคำถามหรือเสนอเรื่องใหม่เพื่อให้คนได้ขบคิด เป็นเพียงความเห็นที่แตกต่างกันไม่ใช่ความขัดแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอานนท์ กล่าวต่อว่า ในสังคมมีระบบการปกครองหลายรูปแบบ แต่ความเป็นไปได้จริงๆ อยู่ที่ความเห็นร่วมกันของคนในสังคม เช่นสังคมไทยตอนนี้ที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข แต่เมื่อมีความเห็นที่เปลี่ยนไปในระบบอื่นก็เป็นความเห็นที่ถกเถียงกันได้ ยืนยันว่า 3 ข้อเรียกร้องเป็นฉันทามติของคณะราษฎรและประชาชน เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ แม้จะเคยมีคนเสนอให้ลดเหลือ 2 ข้อ แต่ตอนนี้มันกลมกล่อมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มไทยภักดี ตั้งแคมเปญรณรงค์ให้ประชาชนไปแจ้งความดำเนินคดี ม.112 นายอานนท์ กล่าวว่า เราไปไกลกว่าเรื่อง ม.112 เพราะเป็นเรื่องการปฏิรูปสถาบัน เมื่อเราบ้านเราชำรุดตรงไหนก็ต้องบอกข้อบกพร่อง เราติติงเพื่อให้ได้รับการแก้ไข หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็แอ่นอกรับทราบข้อกล่าวหาแล้วเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย การแจ้งความ ม.112 ในตอนนี้เริ่มเลอะเทอะ ขอเตือนว่าหากเป็นคดีที่ไม่เข้าข่ายแน่ๆ ก็เตรียมรับหมายศาลเพราะเรามีทีมงานที่จะฟ้องกลับแน่นอน การแจ้งข้อหาดังกล่าวในตอนนี้ สะท้อนภาวะความกลัวการเปลี่ยนแปลงของคนรุ่นใหม่&amp;nbsp; เช่น การจัดคอนเสิร์ตบิ๊กเมาท์เทนที่เขาใหญ่ ที่เป็นปัญหา แต่งานที่อื่นยังคงจัดได้ สังคมต้องตระหนักว่าคนรุ่นใหม่ต้องการอะไร สิทธิเสรีภาพและการเปลี่ยนแปลง ขอให้เปิดใจรับฟังอย่างมีสติ ไม่งั้นสังคมคงอยู่ร่วมกันไม่ได้&lt;/p&gt;


	แจ้ง 5 ข้อหา &amp;#39;เพนกวิน&amp;#39;
	&amp;#39;ณัฐวุฒิ&amp;#39; จ่อได้รับอิสรภาพ
	&amp;#39;ท่อน้ำเลี้ยงม็อบ&amp;#39; ผวา ม.112 เตรียมตั้งทนาย
	ดร.นิว หวด 7 เสือเกียร์ว่าง&amp;nbsp;
	ฮือฮา &amp;#39;ธรรมนัส-ณัฐพล&amp;#39; จ่อคว้าเกียรติยศจักรดาว 2564
	&amp;#39;จตุพร&amp;#39; เมินคลิปแม้ว ขู่แฉ &amp;#39;เจ๊&amp;#39; เรื่องฉาวยังมีอีกเป็นร้อย!
	&amp;#39;เสธ.เอกชัย&amp;#39; บุกสภา! สส.ฝ่ายค้านแจ้นรับลูก สางระเบียบบ้านพักหลวง
	ผบ.ไมค์ มาแล้ว!หวดผู้สมัครนายกอบจ.&amp;nbsp;
	เอาแล้ว!สส.เพื่อชาติ เลือกข้างนายใหญ่ โจมตี &amp;#39;จตุพร&amp;#39;&amp;nbsp;
	เพื่อไทยซวยแล้ว &amp;#39;ศรีสุวรรณ&amp;#39; ยื่นยุบพรรค เซ่นจดหมายแม้ว!
	ดร.อานนท์ จี้ตรงจุด &amp;#39;สกุลธร&amp;#39; กล้าไหมดีเบตปมติดสินบน
	ด่วน!สกุลธรโผล่แล้วออกเอกสาร3หน้าแจงปมสินบน20ล้าน

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87051</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอมมิวนิสต์, มาตรา112, สน.สำราญราษฎร์, อานนท์ นำภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fd9c54d9cc31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87047</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้ง 5 ข้อหา &#039;เพนกวิน&#039; ชุมนุมอนุสาวรีย์ ปชต. &#039;กทม.&#039; ตีมูลค่าทำต้นไม้เสียหาย 2 แสนบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.63 -&amp;nbsp;ที่ สน.สำราญราษฎร์ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำคณะราษฎร พร้อมนายนรเศรษฐ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ จากการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพริษฐ์ กล่าวว่า วันนี้ตนมารับทราบข้อกล่าวหาฐานทำให้เสียทรัพย์ คาดว่ามาจากกรณีการชุมนุมทวงคืนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้ระดมมวลชนให้ขึ้นไปนำกระถางต้นไม้บนฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ออกมาวางไว้ข้างๆ เท่านั้น ไม่เข้าใจว่าเข้าข่ายการทำให้เสียทรัพย์อย่างไร คิดว่าเป็นการแจ้งข้อหาเพื่อสกัดขาให้ยุ่งเหยิง สร้างภาระในการต่อสู้คดี หากคดีไม่มีมูลขึ้นมา เจ้าหน้าที่จะรับผิดชอบอย่างไร ถ้ากล้าใช้อำนาจ ก็ต้องกล้ารับผิดชอบด้วย แต่ก็ไม่ทราบว่าตำรวจจะแจ้งข้อกล่าวหาอื่นหรือไม่ เนื่องจากวันนี้นายอานนท์ นำภา ถูกหมายเรียกในคดี ม.112 แม้ตนจะยังไม่ถูกแจ้งข้อหานี้ แต่ก็ไม่ทราบได้ อย่างไรก็ตาม ตนมองว่า ม.112 เป็นดาบที่บิ่นแล้ว เพราะถูกฟันหินมาหลายปี พอง้างจะฟันก็ไม่น่ากลัวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบูลส์ ที่เดินทางมาพร้อมกันได้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในคดีการชุมนุมสาดสีใส่ตำรวจเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยนายไชยอมร กล่าวว่า ระหว่างอยู่ในเรือนจำ ตนถูกตำรวจแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในความผิดฐานทำร้ายเจ้าพนักงานจากการชุมนุมวันดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะมาจากการที่ตนผลักเจ้าหน้าที่ ส่วนคดีเรื่องการสาดสีนั้น อัยการยังเห็นควรไม่สั่งฟ้องคดี จึงเลื่อนการพิจารณาออกไปในช่วงปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเข้าให้ปากคำ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เบื้องต้นตำรวจแจ้งความในความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.ควบคุมโรค พ.ร.บ.การโฆษณาเครื่องขยายเสียง และ พ.ร.บ.จราจร นอกเหนือจากข้อหาทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งทราบมาว่ากรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้เสียหายได้ตีมูลค่าความเสียหายจากการขนต้นไม้ออกไปตั้งข้างๆ เป็นค่าปรับกว่า 2 แสนบาท ไม่ทราบว่าตั้งข้อหานี้ได้อย่างไร ฟากทนายความก็จะทำเรื่องตรวจสอบ ทั้งที่กระถางไม่แตก เพียงย้ายกระถางไปเท่านั้น&lt;/p&gt;


	&amp;#39;ณัฐวุฒิ&amp;#39; จ่อได้รับอิสรภาพ
	&amp;#39;ท่อน้ำเลี้ยงม็อบ&amp;#39; ผวา ม.112 เตรียมตั้งทนาย
	ดร.นิว หวด 7 เสือเกียร์ว่าง&amp;nbsp;
	ฮือฮา &amp;#39;ธรรมนัส-ณัฐพล&amp;#39; จ่อคว้าเกียรติยศจักรดาว 2564
	&amp;#39;จตุพร&amp;#39; เมินคลิปแม้ว ขู่แฉ &amp;#39;เจ๊&amp;#39; เรื่องฉาวยังมีอีกเป็นร้อย!
	&amp;#39;เสธ.เอกชัย&amp;#39; บุกสภา! สส.ฝ่ายค้านแจ้นรับลูก สางระเบียบบ้านพักหลวง
	ผบ.ไมค์ มาแล้ว!หวดผู้สมัครนายกอบจ.&amp;nbsp;
	เอาแล้ว!สส.เพื่อชาติ เลือกข้างนายใหญ่ โจมตี &amp;#39;จตุพร&amp;#39;&amp;nbsp;
	เพื่อไทยซวยแล้ว &amp;#39;ศรีสุวรรณ&amp;#39; ยื่นยุบพรรค เซ่นจดหมายแม้ว!
	ดร.อานนท์ จี้ตรงจุด &amp;#39;สกุลธร&amp;#39; กล้าไหมดีเบตปมติดสินบน
	ด่วน!สกุลธรโผล่แล้วออกเอกสาร3หน้าแจงปมสินบน20ล้าน

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87047</URL_LINK>
                <HASHTAG>พริษฐ์ ชิวารักษ์, มาตรา112, สน.สำราญราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fd9c527301bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 18:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลือดนักสู้ &#039;ไผ่ ดาวดิน&#039; ติดคุกอีกแล้ว ศาลห้ามประกันตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.63 -&amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนสน.สำราญราษฎร์ได้ควบคุมตัว นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน&amp;nbsp;อายุ 29 ปี เเกนนำกลุ่มคณะราษฎรที่ชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวานนี้ มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งเเต่วันที่ 14-25 ต.ค.2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ศาลไต่สวนคำร้องและคำคัดค้านฝากขังของผู้ต้องหา ศาลอนุญาตให้ฝากขังได้ ส่วนที่ผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยมี ส.ส.พรรคก้าวไกลคนหนึ่งเป็นนายประกันนั้น เมื่อเวลา 18.30 น. ศาลอาญา ได้พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ของผู้ต้องหามีลักษณะเป็นการยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวก็อาจจะไปมีพฤติการณ์ในลักษณะเช่นเดียวกันอีก ประกอบกับพนักงานสอบสวนก็ได้คัดค้านการประกันตัวด้วย ศาลจึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ต้องหาที่ขอปล่อยชั่วคราวดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังที่ศาลอาญาไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ไผ่ ดาวดินแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปขังอย่างเรือนจําพิเศษกรุงเทพฯ ระหว่างการฝากขังต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80512</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา, ราชทัณฑ์, สน.สำราญราษฎร์, ไผ่ ดาวดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f86eebe34806.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80450</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจจัดเต็ม10ข้อหาม็อบชู3นิ้ว21ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.63 - &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร.กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 13 ต.ค.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการจับกุมผู้ชุมนุมจำนวน 21 ราย เนื่องจากมีการจัดการชุมนุม ตั้งเต็นท์ชุมนุมในที่สาธารณะ จอดรถบริเวณบริเวณที่เกิดเหตุ มีการปิดเส้นทางจราจรโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่สำคัญเจ้าหน้าที่มีการแจ้งเตือนให้กลุ่มผู้ชุมออกจากพื้นผิวจราจรเพื่อให้ประชาชนได้สัญจรไปมาตามปกติ แต่ผู้ถูกจับกุมขัดขืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตามหน้าที่ของกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ อีกทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมยังได้มีการมั่วสุม ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตและก่อให้เกิดความวุ่นวาย ทั้งใช้สีน้ำสาดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้พื้นถนนเลอะเทอะไม่ได้รับความสะดวกในการใช้พื้นที่สาธารณะ ละเมิดสิทธิประชาชนในภาพรวม เจ้าหน้าที่ได้มีการแจ้งเตือนแต่ไม่เป็นผล เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เป็นความผิดซึ่งหน้า &amp;nbsp;เป็นความจำเป็นในบริบทพิเศษเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์บานปลายและรุนแรงจึงต้องเข้าควบคุมตัว โดยส่งให้พนักงานสอบสวน สน.สําราญราษฎร์ดำเนินคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแจ้งข้อหา 10 ข้อหา ประกอบไปด้วย 1.การร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง 2.ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายให้อำนาจไว้ 3. การจอดรถ หรือขับขี่รถยนต์บนทางเท้า ตั้งวางหรือกองวัตถุใดบนถนนตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาด 4.ชุมนุมทำกิจกรรมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค กระทำการหรือดำเนินการใดที่ก่อให้เกิดสภาวะไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดโรคติอดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาดออกไป 5.ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัย ความสะดวกในการจราจร โดยวางหรือทอดทิ้งสิ่งของ 6.ร่วมกันตั้งวางสิ่งของในลักษณะกีดขวางจราจร 7.ร่วมกันใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุอันตรายแก่กายและจิตใจ 8.ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องอีก 2 ข้อหา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในวันนี้จะนำผู้ถูกจับกุมทั้ง 21 ราย ฝากขังต่อศาล ส่วนจะให้ประกันตัวหรือไม่หรือพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันหรือไม่ เป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวนเราแทรกแซงไม่ได้ ต้องดูตามความเหมาะสมจะเกิดผลต่อคดีหรือไม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่แกนนำจัดชุมนุมหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวันที่จะรวบรวมพยานหลักฐานใครทำผิดข้อหาใดบ้าง เจ้าหน้าที่มีการบันทึกรายละเอียดไว้ทั้งหมด สำหรับการชุมนุมวันนี้เจ้าหน้าที่จัดเตรียมกำลังเพื่อดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในภาพรวม 99 กองร้อย เป็นไปตามระเบียบขั้นตอนตามปกติ ดำเนินการเพื่อความสงบเรียบร้อย การทำงานของเจ้าหน้าที่ยึดถือหลักรัฐศาสตร์ควบคู่กันไป อะไรที่ทำแล้วจะเกิดเหตุการณ์บานปลายต้องมีการพิจารณาให้รอบคอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร.เผยต่อว่าที่เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าควบคุมตัวแกนนำเมื่อวานนั้น เป็นความผิดซึ่งหน้าเจ้าหน้าที่จึงใช้อำนาจตามกฎหมาย ถ้าไม่มีการควบคุมตัวอาจเกิดเหตุการณ์บานปลายกระทบสิทธิผู้อื่น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสงบเรียบร้อย ส่วนภาพที่ออกมามีการวิจารณ์ใช้ความรุนแรงนั้น เปรียบเทียบเหมือนดูหนังถ้าไม่ดูตั้งแต่ต้นจะไม่รู้ที่มาที่ไปอย่างไร ถ้าไม่มีการกระทำความผิดภาพเหล่านั้นจะไม่เกิด การบังคับใช้กฎหมายไม่สามารถตอบได้ตายตัวว่าจะมีการดึงแขนหรือปะทะตอบไม่ได้ ทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ตำรวจอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันกับประชาชน ตำรวจจะทำอะไรเขาต้องคิดว่าสุ่มเสี่ยงกับการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่ ต้องผ่านการกลั่นกรองถึงนำมาสู่การควบคุมตัวตามหลักสากล ในกรณีที่มีทั้งกลุ่มต่อต้านรัฐบาลและกลุ่มผู้สนับสนุนออกมาในวันนี้ต้องดำเนินการตามกฎหมายคือแจ้งต่อพื้นที่ และเจ้าหน้าที่จะต้องมีมาตรการไม่เผชิญหน้ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในส่วนกรณีที่มีการเห็นแย้งว่าทำไมไม่ควบคุมตัวกลุ่มแกนนำที่ สน.สำราญราษฎร์นั้น การควบคุมตัวสามารถควบคุมตัวไว้ที่ไหนก็ได้ และได้พิจารณาแล้วว่าอาจไม่เหมาะสม แต่ยังเป็นอำนาจการสอบสวนของ สน.สำราญราษฎร์เหมือนเดิม&amp;rdquo; รองโฆษก ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80450</URL_LINK>
                <HASHTAG>21 ราย, ชุมนุม, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, รอง โฆษก ตร., สน.สำราญราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f868293258cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปล่อยอานนท์-ไมค์ อนุชาโต้แอมเนสตี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลสั่งปล่อยตัว &amp;ldquo;อานนท์-ไมค์&amp;rdquo; แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย หลัง สน.สำราญราษฎร์ยื่นคำร้องขอยกเลิกฝากขังเพราะสอบสวนมาพอสมควร &amp;ldquo;อนุชา&amp;rdquo; ยกคำชี้แจงกระทรวงการต่างประเทศกรณีแอมเนสตี้ บอกให้สิทธิเสรีชุมนุม แต่ต้องไม่ก้าวล่วงละเมิดกฎหมายไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ที่หน้าศาลอาญา สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ร่วมกับกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) และกลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย จัดกิจกรรมถามหาความยุติธรรมในกระบวนการที่ออกหมายจับนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ตั้งแต่เวลา 15.00-17.00 น. ซึ่งก่อนการร่วมตัวกลุ่มความเคลื่อนไหว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก&amp;nbsp; (อผศ.) ประจำศาล นำโซ่มาคล้องกุญแจปิดบริเวณประตู 8-9 แล้ว ขณะที่ผู้ชุมนุมต่างเริ่มทยอยมา โดยยังไม่มีแกนนำ ด้านการดูแลความปลอดภัยมีตำรวจ สน.พหลโยธินจัดกำลังทั้งในและนอกเครื่องแบบประมาณ 40 นายมาคอยดูแลสถานการณ์ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังนำแผ่นประกาศข้อกำหนดศาลอาญาขนาดใหญ่มาวางตั้งไว้ โดยห้ามใช้เครื่องขยายเสียงหรือกระทำการใดให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าละเมิดอำนาจศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.20 น. นายประเวศ ประภานุกูล ทนายความและอดีตผู้ต้องหาในคดีมาตรา 112 ได้นำเครื่องเสียงมาตั้งอยู่หน้าศาล โดยมีมวลชนประมาณ 30 รายคอยชูป้ายเขียนข้อความให้ปล่อยตัวนายอานนท์ นำภา กับนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง สองแกนนำคณะประชาชนปลดแอกที่ถูกคุมขังเนื่องจากถูกถอนประกันตัว โดยมีผู้ชุมนุมบางส่วนถือภาพบุคคลทั้งสองพร้อมเรียกร้องให้ศาลอาญาปล่อยตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประเวศกล่าวว่า ไปยื่นแจ้งการชุมนุมที่ สน.พหลโยธินเมื่อวันที่ 4 ก.ย. ก่อนได้รับแจ้งว่าผู้กำกับไม่อยู่เนื่องจากไม่ใช่เวลาราชการ จึงไม่ได้รับอนุญาตให้จัดการชุมนุม ทั้งที่การแจ้งชุมนุมมีข้อกำหนดให้แจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าใน 24 ชั่วโมง ไม่ได้บอกให้แจ้งในเวลาราชการ ฉะนั้นถือว่าได้แจ้งจัดชุมนุมแล้ว แต่ สน.พหลโยธินไม่ยอมรับแจ้ง หากมีหมายเรียกคดีใดจะสู้คดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ตัวแทนผู้ชุมนุมเยาวชนอ่านบทกวีของนายอานนท์ พร้อมพากันชู 3 นิ้ว ตะโกนให้ปล่อยบุคคลทั้งสอง ต่อมาเวลา 16.00 น.ฝนเริ่มตกลงมา ผู้ชุมนุมจึงได้ประกาศแยกย้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 16.00 น.เศษ ศาลอาญาได้ออกเอกสารข่าว ระบุว่ากรณีเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ศาลอาญานัดไต่สวนคดีที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลสำราญราษฎร์ ผู้ร้อง ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวนายอานนท์ และนายภาณุพงศ์ ผู้ต้องหาทั้งสอง สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ส.ค.63&amp;nbsp; ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้งสอง และอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยมีเงื่อนไขห้ามกระทำการใดๆ ในลักษณะเดียวกับการกระทำที่ถูกกล่าวหาในคดีนั้นอีก ภายหลังจากศาลมีคำสั่งดังกล่าว นายอานนท์และนายภาณุพงศ์ได้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนเงื่อนไขของศาลที่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ทนายความผู้ต้องหาทั้งสองยื่นคำคัดค้านคำร้องของพนักงานสอบสวนดังกล่าว หลังจากนั้นศาลไต่สวนคำร้องของพนักงานสอบสวน ศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวของนายอานนท์ ในส่วนของนายภาณุพงศ์ ศาลได้พิเคราะห์ถึงอายุ อาชีพ และพฤติการณ์แห่งการกระทำที่ถูกกล่าวหา&amp;nbsp; สมควรให้โอกาสแก่นายภาณุพงศ์ โดยได้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมให้มีประกันในวงเงินเพิ่มเป็น 2 แสนบาท โดยไม่ต้องมีหลักประกัน และให้นายภาณุพงศ์มารายงานตัวทุก 15 วัน ซึ่งต่อมาผู้ต้องหาทั้งสองไม่ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวเข้ามาใหม่ ศาลจึงให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราวและรับตัวไว้ตามหมายขัง
ปล่อย &amp;#39;อานนท์-ไมค์&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในวันที่ 7 ก.ย. พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ยื่นคำร้องขอให้ยกเลิกการฝากขังนายอานนท์และนายภาณุพงศ์ โดยระบุเหตุผลในคำร้องว่าได้ทำการสอบสวนมาพอสมควรแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องขังผู้ต้องหาทั้งสองระหว่างสอบสวนอีกต่อไป ศาลพิจารณาแล้วให้หมายปล่อยผู้ต้องหาทั้งสอง โดยแจ้งเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครทราบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันที่ จ.ขอนแก่น นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง แกนนำแนวร่วมประชาชนอีสานเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า ในวันที่ 10 ก.ย. เวลา 09.00 น. แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที รวมทั้งแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมที่ได้รับหมายเรียกจาก สภ.เมืองขอนแก่น ให้ไปรายงานตัวและเข้าพบพนักงานสอบสวน&amp;nbsp; สภ.เมืองขอนแก่น ซึ่งมีทั้งหมด 4 ราย นำโดยนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดินนั้น จะเข้ารายงานตัวและเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก เพื่อต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายของประเทศไทยตามวันและเวลาดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อทั้ง 4 คนเข้าพบพนักงานสอบสวนตามขั้นตอน เรื่องการประกันตัวหรือการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย ขณะนี้มี ส.ส.พรรคก้าวไกล 2 คนพร้อมใช้ตำแหน่งประกันตัวทั้ง 4 คน แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายชื่อว่าเป็นท่านใด โดยจะมีแกนนำจากคณะก้าวหน้ามาสังเกตการณ์และเตรียมให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ทั้ง 4 แกนนำของกลุ่มขอนแก่นพอกันทีเช่นกันด้วย&amp;rdquo; นายชัชวาลกล่าว
ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกข้อกล่าวหาผู้ชุมนุมอันเป็นการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยได้เชิญชวนสมาชิกและผู้สนับสนุนกว่า 8 ล้านคนทั่วโลกส่งจดหมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้ยกเลิกการตั้งข้อกล่าวหาต่อแกนนำ 31 คน&amp;nbsp; และขอให้ยุติการขัดขวางการร่วมชุมนุมของประชาชน โดยจะรณรงค์ไปถึงวันที่ 21 ต.ค.ว่า กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ได้ชี้แจงแอมเนสตี้ไปว่า 1.รัฐบาลมิได้ปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกรวมทั้งการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล และอนุญาตให้มีการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนหลายครั้งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งการใช้สิทธิและเสรีภาพต้องดำเนินการภายใต้กฎหมายและต้องเคารพสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.รัฐบาลสนับสนุนการใช้เสรีภาพในการแสดงออกที่สร้างสรรค์ ไม่ก้าวร้าวหรือมีลักษณะดูหมิ่นเหยียดหยามผู้อื่น หรือใช้คำพูดที่สร้างความเกลียดชังอันเป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่น รวมทั้งสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ โดยเคารพมุมมองของผู้ที่เห็นต่าง และ 3.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดูแลการชุมนุมให้เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย โดยใช้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ สำหรับกรณีการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมบางรายนั้น เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายและพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาที่ละเมิดกฎหมาย โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด และผู้ถูกกล่าวหาสามารถต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของผู้ชุมนุมที่ถูกดำเนินคดีจะได้รับการเคารพอย่างเต็มที่ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนต่างๆ ที่ไทยเป็นภาคี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ?น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงผลสำรวจซูเปอร์โพลที่ระบุว่าส่วนใหญ่ผู้อยู่นอกประเทศหรือต่างชาติเป็นผู้ปั่นกระแสต่างๆ ว่า อดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่า ในกิจกรรมที่ผ่านมาของพวกที่ใช้สร้างกระแสนั้น อาจอาศัยเสียงในโซเชียลจากต่างชาติเข้ามาบิดเบือนสร้างความชอบธรรม รองรับในการดำเนินการทางการเมืองต่างๆ ด้วยหรือไม่ ทำให้สังคมโดยเฉพาะน้องๆ เยาวชนอาจเข้าใจไขว้เขว หรืออาจได้รับข้อมูลจากกระแสปลอมๆ ไปด้วย ซึ่งผลการศึกษาที่ออกมาจะทำให้ประชาชนทั้งในและนอกโซเชียลไทยตาสว่างมากขึ้น ไม่ตกเป็นทาสความคิดที่ปลุกระดม และอาจมีความพยายามใช้ต่างชาติปั่นกระแสให้เกิดความขัดแย้งแตกแยกภายในประเทศก็เป็นได้ หากเป็นเช่นนั้นจริงก็อยากฝากถึงนายกฯ โซเชียลว่าอย่าทำร้ายประเทศไทยเลย ประเทศไทยกำลังมีมหาวิกฤติรอบด้าน เรื่องเร่งด่วนมากกว่าเรื่องอื่นๆ คือมาร่วมมือกันฟื้นตัวเศรษฐกิจ
น้องวิษณุเตือนสติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ต.นพ.เฉลิมชัย เครืองาม สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) น้องชายของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงการนัดชุมนุมใหญ่ที่ ม.ธรรมศาสตร์ในวันที่ 19 ก.ย.นี้ว่า กระแสเวลานี้โดยเฉพาะทางออนไลน์มีแน่นอน ซึ่งมีทั้งม็อบจริงและม็อบจัดตั้ง เพราะเขาก็มีมวลชนของเขาเหมือนกัน โดย ส.ว.ต้องทำใจให้เป็นกลางและมีสติในการตัดสินใจ &amp;quot;หากจะเอาเรื่องม็อบที่จะชุมนุม 19 ก.ย.มาสร้างแรงกดดัน&amp;nbsp; ถามว่าห่วงไหมก็ต้องบอกว่าก็น่าห่วง เพราะเป็นการชุมนุมที่มีเงื่อนไข ข้อเรียกร้องที่ไม่ได้เรียกร้องเฉยๆ แต่เป็นข้อเรียกร้องที่มีเงื่อนไข ซึ่งการตั้งเงื่อนไขมันนำมาซึ่งความกดดันแน่นอนกับฝ่ายที่ถูกกดดัน แต่ถามว่า ส.ว.ถูกกดดันไหม ตนเองไม่กดดัน เพราะเรื่องไหนที่ทำแล้วเกิดประโยชน์กับประเทศชาติ ทำให้เกิดความสงบ ถึงแม้ไม่มีการชุมนุมมากดดันก็จะพิจารณาในแนวทางที่เป็นประโยชน์ แต่ขอร้องว่าการชุมนุมนั้นอย่ามาก้าวล่วงในสิ่งที่คนไทยไม่ปรารถนา คืออย่ามาก้าวล่วงสถาบัน และอย่าเปิดประเด็นที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง และทำให้อีกฝ่ายหนึ่งออกมาชุมนุมต่อต้าน
&amp;ldquo;หากชุมนุมเป็นไปโดยสงบก็ไม่ขัดข้อง แต่หากจะมาบอกว่าวันชุมนุมวันนั้นแล้วคนมาเป็นแสน จะมายึดสนามหลวง หรือจะชุมนุมยืดเยื้อ ทั้งที่บ้านเมืองกำลังมีภาวะวิกฤติเศรษฐกิจและเรื่องโควิด ถามว่ามันเหมาะสมไหม ผมว่าเรื่องนี้ประชาชนมีคำตอบให้กับการมาชุมนุมในยามที่บ้านเมืองต้องการความสามัคคี&amp;quot; พล.อ.ต.นพ.เฉลิมชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กถึงกระแสข่าวการรัฐประหารว่า &amp;quot;ประเทศไทยมีความแน่นอนอยู่หนึ่งอย่าง เมื่อใดที่ประชาชนทนไม่ไหว ข่าวการรัฐประหารมักถูกปล่อยออกมาเสมอ แต่ความแตกต่างของกระแสข่าวรัฐประหารช่วงนี้กับในอดีตที่ผ่านมา คือไม่มีใครรู้สึกหวาดกลัวต่ออำนาจปลายกระบอกปืนอีกต่อไป ซึ่งขอเรียกสัญญาณนี้ว่า สัญญาณแห่งความจนมุม สัญญาณของคนขี้ขลาดตาขาว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งนี้หากมีการรัฐประหารเกิดขึ้น สิ่งที่กองทัพจะได้เรียนรู้คือ การหันกระบอกปืนเข้าหาตัวเอง ตายแบบไม่มีวันฟื้น วันนี้ประชาชนได้เรียนรู้แล้วว่าอำนาจที่ท่านใช้จัดการกับประเทศนี้ อำนาจที่ท่านใช้จัดการกับประชาชนมาตลอด คืออำนาจแห่งความกลัวของพวกท่านเอง สิ่งที่ผมต้องการสื่อสารไปยังผู้มีอำนาจคือ จะทำอะไรดูทิศทางลมสักนิด วันนี้ลมเปลี่ยนทิศและพัดให้ประชาชนตื่นกันหมดแล้ว พวกเขาไปไกลเกินกว่าจะปิดหูปิดตาอีกต่อไป&amp;quot; นายณัฐชากล่าวและว่า &amp;quot;หากมีการยึดอำนาจเกิดขึ้น เชื่อเหลือเกินว่าสิ่งที่ท่านไม่เคยได้เห็นก็จะได้เห็น ละครเรื่องเดิมที่เคยดูว่าตลอด 88 ปี วันนี้จะไม่จบแบบเดิมอีกต่อไป&amp;quot;.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76768</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลสั่งปล่อยตัว, สน.สำราญราษฎร์, สิทธิเสรีชุมนุม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อานนท์-ไมค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200907/image_big_5f5635633cb71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
