<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2018 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2018 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนช.&quot;ปลดล็อกกัญชา&quot; เป็นยารักษาโรค คาดใช้เวลา3เดือนพิจารณา คลอดทันรัฐบาลนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
30 ต.ค.61- ที่อาคารรัฐสภา 2 นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการ สนช. กล่าวในงานสัมมนา &amp;quot;สนช. ปลดล็อกกัญชา เป็นยารักษาโรค&amp;quot; ว่า เวทีในวันนี้เป็นการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ตามมาตรา 77 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์เป็นเวลา 15 วัน โดยเชิญทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องครบถ้วนมาร่วมให้ความคิดเห็น ซึ่งเกือบ 100% ต่างเห็นด้วยที่จะมีการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ของกัญชา แต่อาจยังมีความแตกต่างในรายละเอียด ทั้งในส่วนของการแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทย และแพทย์ทางเลือก ภายใต้การควบคุมกำกับร่วมกันของภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน จะเป็นทางออกในการดูแลผู้ป่วยหลายโรค ลดการนำเข้ายาราคาแพง และใช้ยาที่มีราคาแพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย กล่าวว่า หลังจากนี้ จะประมวลความคิดเห็นที่ได้จัดทำเป็นบทวิเคราะห์เสนอต่อประธาน สนช. ภายในกลาง พ.ย.นี้ ส่วนประธาน สนช.จะพิจารณาบรรจุเข้าสู่วาระ สนช.เมื่อไรนั้นอยู่ที่ดุลพินิจ ซึ่งคาดว่าจะบรรจุในราวปลายเดือน พ.ย. ถึงต้น ธ.ค. 2561 ทั้งนี้ ข้อเสนอแนะ ความคิดเห็นที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นทั้งหมด จะสามารถนำไปปรับปรุงแก้ไขได้ในชั้นกรรมาธิการ หลังจากสนช.ผ่านวาระแรกแล้ว เนื่องจากหากนำมาแก้ไขในร่าง พ.ร.บ.ก่อน จะมีความล่าช้าจากการต้องรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 วรรค 2 ใหม่ ที่ระบุว่าก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับ รัฐพึงจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายอย่างรอบด้านและเป็นระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รัฐบาลและสภาฯมีความตั้งใจผลักดันให้มีการปลดล็อก เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ของกัญชาและกระท่อม โดยมีการดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่คนไทย ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และลดการสูญเสียชีวิตขอคนประชาชนที่เจ็บป่วย โดยเมื่อได้รับการบรรจุเข้าสู่วาระของ สนช.แล้ว และเข้าสู่ชั้นกรรมาธิการ จะใช้เวลา 30-45 วัน นับจากนี้ สนช.จะมีเวลาพิจารณากฎหมายอีกราว 3 เดือน จึงเชื่อว่าจะสามารถดำเนินการออกกฎหมายนี้ได้ทันภายใน สนช.นี้&amp;quot; นายสมชาย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาย กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้อาจไม่ใช่กฎหมายที่ดีที่สุดที่จะปลดล็อกการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ของกัญชาและกระท่อม แต่ถือเป็นการเริ่มนับ 1 ซึ่งเป็นก้าวที่ยากที่สุด หากเริ่มได้ ก้าวที่ 2 3 4 ก็จะตามมา โดยหากจะมีการออกเป็นประมวลกฎหมายยาเสพติด หรืออกเป็นกฎหมายเฉพาะที่เสนอโดยภาคประชาชน ก็จะดำเนินการไม่ยากในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิก สนช. และประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข สนช. กล่าวว่า เวทีรับฟังความคิดเห็นในวันนี้แม้ว่าจะเชิญทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ผลปรากฏว่าไม่มีใครแสดงความคิดเห็นในการค้าน ขอยืนยันว่า ทุกความคิดเห็นจะนำไปใช้ในกรรมาธิการ และจะเร่งพิจารณาให้เร็วที่สุด หากจะปลดล็อกทั้งหมดอาจจะต้องรอกฎหมายหลังมีการเลือกตั้ง &amp;nbsp; ทั้งนี้จากปัจจุบันประเทศออสเตรเลียและแคนาดา ส่งออกกัญชาทำรายได้ให้ประเทศจำนวนมาก โดยเชื่อว่าหากประเทศไทยสามารถดำเนินการใช้ประโยชน์จากกัญชาได้ ก้าวต่อไปจะเป็นประโยชน์ต่อกัญชา คนไทย ในการมีรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชา มหาคุณ ประธานกรรมการมูลนิธิต่อต้านการทุจริต กล่าวว่า การดำเนินการทางกฎหมายในการปลดล็อกพืชกัญชา ต้องคำนึงถึง 3 ข้อสำคัญด้วย คือ 1.เลิกคิดว่ากัญชาและกระท่อมเป็นพืชเสพติด เช่น ที่ประเทศมาเลเซีย ไม่ถือว่ากระท่อมเป็นยาเสพติด หากมองเป็ยาก็จะมี พ.ร.บ.ยา ควบคุมอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้เกิดผลร้ายแรงเหมือนเมทแอมเฟตามีน หรือฝิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ต้องป้องกันการเกิดสัมปทานและการผูกขาดอย่างเด็ดขาด เพราะจะเป็นการตัดตอนการเข้าถึงของประชาชนในการใช้ประโยชน์ มิเช่นนั้น จะไม่แตกต่างกับการต้องสั่งซื้อมอร์ฟีนจากต่างประเทศ รวมถึงต้องมีการควบคุมดูแลให้มีประสิทธิภาพ เพื่อไม่ให้เกิดของเถื่อน เพราะจะเกิดเป็นอันตรายและเกิดผลข้างเคียง &amp;nbsp;และ 3.ให้อิสระในการศึกษาวิจัย เนื่องจากมหาวิทยาลัยดำเนินการศึกษาวิจัยภายใต้การควบคุมวิชาการ มีคณะกรรมการวิจัยของแต่ละสถาบันอยู่แล้ว สามารถนำมารองรับการดำเนินงานในส่วนนี้ได้ ไม่ต้องสร้างระบบใหม่ให้ซับซ้อนขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ยังมีความคิดเห็นจากและข้อกังวลอื่น ในการปลดล็อกในการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์อาทิ อาจมีการสร้างเงื่อนไขให้มีการควบคุมมาก ซึ่งอาจจะมีการเอื้อให้มีการแสวงหาผลประโยชน์ได้ จากข้อมูลพบว่าเปอร์เซ็นการเสพติดของกัญชาหลังจากมีการมีเพียงร้อยละ 8.9 เท่านั้นซึ่งน้อยสุดในยาเสพติดประเภทอื่นๆ รวมทั้งเหล้า เบียร์ ดังนั้นจะควบคุมให้เป็นยาเสพติดเหนือเหล้า เบียร์ ไม่มีความชอบธรรม กังวลว่าจะเกิดการผูกขาดให้บางบริษัท บางองค์กรสามาถดำเนินการได้ ทำให้ประชาชนถูกผูกขาดในเรื่องคุณภาพและราคา หากช้าจะทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสในการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งต่างประเทศมีการขึ้นทะเบียนกัญชาพันธ์ไทยไปแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21012</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สนช., สนช.ปลดล็อกกัญชา, สมชาย แสวงการ, เปิดทางกัญชาเป็นยารักษาโรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180126/image_big_5a6aa8b9cd185.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
