<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>10531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2018 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนช.ปัดไทยนิยมยั่งยืนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ท้าเพื่อไทย-ปชป.กินข้าวกล่องนั่งฮ.ทหารลงพื้นที่ดูความจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.61 -สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ประมาณ&amp;nbsp;40 คน &amp;nbsp;ลงพื้นที่รับฟังความเห็นประชาชนชาวจังหวัด อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก และแพร่ตามโครงการ &amp;ldquo;สภานิติบัญญัติแห่งชาติพบประชาชนตามวิถีไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; ที่มีนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช. เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ &amp;nbsp; โดยมีบุคลากรทางการศึกษา ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น สภาเด็กและเยาวชน กลุ่มสตรีจังหวัดอุตรดิตถ์ และประชาชน เดินทางมาร่วมงานประมาณ 1,100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า โครงการ สนช.พบประชาชนทั่วประเทศดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2557 มาครบทุกจังหวัดเมื่อวานนี้ (1 มิ.ย.) ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการอธิบายกับประชาชนและรับฟังปัญหาเพื่อนำกลับมาดำเนินการแก้ไข โดยในส่วนจังหวัดอุตรดิตถ์นั้นสนช.มารับฟังปัญหาไปแล้วเมื่อปี 2558 และมีการดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิ ผลักดันโครงการถนนทางรอดเพื่อลดอุบัติเหตุให้ กับ จังหวัดอุตรดิตถ์ รวมถึงปัญหาที่ดินทำกินที่คาราคาซังมา 30 กว่าปี วันนี้ก็ได้รับการแก้ไขแล้ว โดยคณะรัฐมนตรีกำลังจะประกาศเรื่องการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับประชาชนในเร็วๆ นี้ ดังนั้นการลงพื้นที่ในจังหวัดต่างๆของสนช.ครั้งนี้จะเป็นการรวบรวมปัญหาของประชาชนอีกครั้งเพื่อนำไปส่งต่อให้หน่วยงานต่างๆของรัฐแก้ไขเพื่อให้คุณภาพชีวิตของประชาชนนั้นดีขึ้น การลงพื้นทีในครั้งนี้เหมือนเป็นตัวกลาง เพราะ สนช.นำคณะกรรมาธิการต่างๆเช่น ด้านการศึกษา เกษตร สาธารสุข และคมนาคม มาลงพื้นที่พบกับกลุ่มเป้าหมายด้วย โดยจะลงไปถึงระดับหมู่บ้าน &amp;nbsp; ซึ่งนอกจากเป็นการทำความเข้าใจโครงการไทยนิยมยั่งยืน แล้วยังเป็นการเข้าไปดูปัญหาความเดือดร้อน เช่น &amp;nbsp;ปัญหาที่ดินทำกิน &amp;nbsp;ปัญหาแหล่งน้ำ และปัญหาการประกอบอาชีพด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระศักดิ์ &amp;nbsp;กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย และประชาธิปัตย์ โจมตี โครงการไทยนิยมยั่งยืน เป็นการใช้งบประมาณประเทศแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ และเป็นการหาเสียงให้รัฐบาลล่วงหน้าว่า อยากให้คนที่พูดลงมาดูพื้นที่ด้วยกัน ลองมาตื่นตี 4 แล้วไปขึ้นเครื่องบินของกองทัพอากาศ กินข้าวกล่องบนเครื่อง รวมค่าใช้จ่ายคนละ 80 บาท ตนยังชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่คิดโครงการนี้ขึ้นมา เพราะประชาชนได้มาปรึกษาหารือในเรื่องทีเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ขณะที่ภาครัฐก็ได้ลงไปใกล้ชิดประชาชนถึงระดับหมู่บ้าน ที่ผ่านมาเมื่อเราไม่ลงพื้นที่ ก็ โจมตีว่าไม่ได้มาจากประชาชน แต่พอลงพื้นที่ก็บอกว่าหาเสียวล่วงหน้า พอเราคิดอะไรได้ก็คิดจากข้างบนไม่ลงไปถึงข้างล่างทั้งที่ความจริง อะไรที่ตรงกับความต้องการของประชาชน ก็ให้จังหวัดหรือท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ โดยที่ สนช. ไม่ได้เป็นภาระงบประมาณกับกระทรวงต่างๆ แต่สิ่งที่ได้คือความภาคภูมิใจของประชาชนที่มีผู้ใหญ่ไปครับฟังความเห็นถึงบ้านจึงไม่เข้าใจว่า ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าโครงการไทยนิยม ยั่งยืน สนช.ไปเกี่ยวข้องอะไร &amp;nbsp;นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;โครงการนี้รัฐบาลเสนอเป็นกฏหมายผ่าน สนช. เราจึงมีหน้าที่ไปดูและตามว่าได้ผลจริงหือไม่ ตามที่รัฐบาลได้เสนอต่อ สนช. ซึ่งถือเป็นหน้าที่ที่ต้องติดตาม ไม่ใช่เป็นการหาหน้าที่ใหม่เพิ่มแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10531</URL_LINK>
                <HASHTAG>พีระศักดิ์ พอจิต, สนช., สนช.ลงพื้นที่, โครงการไทยนิยมยั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180602/image_big_5b122b2c25700.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
