<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.สกัดต่างด้าว ละเลยย้าย24ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจ-ทหาร-ปกครอง สนธิกำลังเข้าจับกุมแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง สกัดกั้นการนำโควิด-19 มาแพร่เชื้อ พร้อมคนไทยที่นำพาได้ค่าหัวคนละ 3 พันบาท ผู้บริหารระดับบิ๊กทั้งนายอำเภอ-ผกก.หวั่น หากยังปล่อยปละละเลยมีโอกาสโดนคำสั่งย้ายภายใน 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้ประชุมหน่วยงานความมั่นคงร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, แรงงาน, กองทัพ รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดตามแนวชายแดนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านระบบ VTC เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ความเสี่ยงชายแดนในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และประเด็นสำคัญคือ การให้เจ้าหน้าที่ชายแดนทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองได้เฝ้าระวัง ป้องกัน สกัดกั้น สืบสวนจับกุม ขบวนการขนย้าย ค้าแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากได้มีการประเมินภาพรวมแล้วว่า ยังพบว่ามีการลักลอบข้ามแดนและจับกุมผู้กระทำผิดได้อย่างต่อเนื่อง อันเนื่องมาจากความต้องการแรงงานในประเทศที่ยังมีสูง มีผู้ลักลอบเข้าเมืองตกค้างตามชายแดนจำนวนมาก เนื่องจากประเทศต้นทางไม่เปิดรับกลับ บางส่วนเป็นชนเผ่าและชนกลุ่มน้อยที่ไม่มีการรับรองสถานภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ในประเทศเพื่อนบ้านยังรุนแรง พบผู้ติดเชื้อในอัตราที่สูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศเมียนมาที่มีปัญหาการเมืองและสภาพเศรษฐกิจตกต่ำ รวมทั้งการแพร่ระบาดของโควิดที่อยู่ในสภาวะวิกฤติ และข้อจำกัดของระบบสาธารณสุขที่ฝ่ายความมั่นคงไทยคาดว่าอาจส่งผลให้มีการลักลอบเข้าเมืองจากสหภาพเมียนมาจำนวนเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้เน้นย้ำเป็นนโยบายและข้อสั่งการให้ฝ่ายปกครอง ทหารและตำรวจ รวมทั้งกระทรวงแรงงานประสานการทำงานร่วมกันในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยให้ผนึกกำลังร่วมเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนและตรวจตราพื้นที่ชั้นใน โดยการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวด เพิ่มมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย การลักลอบค้าอาวุธและยาเสพติด สิ่งผิดกฎหมาย ควบคู่ไปกับมาตรการป้องกันและควบคุมเชื้อโควิด-19 โดยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้กลไก &amp;nbsp;&amp;ldquo;ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจังหวัด&amp;rdquo; บูรณาการการทำงานร่วมกันและนำเทคโนโลยีมาใช้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ รวมทั้งให้เพิ่มสถานที่กักกัน (OQ) ให้เพียงพอ รองรับการลักลอบข้ามแดนที่มีมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของชายแดนด้านจังหวัดตาก ล่าสุด นายเลิศศักดิ์ ทับผึ้ง &amp;nbsp;นายอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ฝ่ายปกครอง พ.ต.อ.นเรศ พูลหน่าย ผู้กำกับการ สภ.แม่ระมาด จ.ตาก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว สกัดกั้นบุคคลต่างด้าวของ สภ.แม่ระมาด ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่า มีกลุ่มกระบวนการลักลอบนำบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ที่ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่ที่รับผิดชอบ จึงร่วมกับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน 345 (แม่ระมาด) หน่วยเฉพาะกิจทหารพราน (ทพ.) 35 เข้าตรวจสอบกระต๊อบที่อยู่ท้ายไร่ข้าวโพด พบบุคคลต่างด้าวจำนวน 8 ราย เป็นชาย 2 ราย หญิง 5 ราย และคนติดตาม 1 ราย จึงควบคุมตัวมาสอบสวนและตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ปกครอง ทหารพราน ตชด.ได้ขยายผลติดตามไปจับกุมผู้ช่วยเหลือที่ลักลอบนำพาบุคคลต่างด้าวได้ที่บริเวณบ้านสามหมื่นทุ่ง ต.พะวอ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยพบว่าเป็นคนไทย ชื่อนายชัย (ไม่ทราบนามสกุล) สัญชาติไทย เป็นชาว อ.แม่ระมาด จ.ตาก, นายศักดิ์ (ไม่ทราบนามสกุล) ชาว อ.แม่ระมาด จ.ตาก พร้อมของกลางรถยนต์อีซูซุ สีเทา ที่ใช้ในการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว โดยรถยนต์ยังติดแผ่นป้ายทะเบียนปลอมอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบถามข้อมูลเบื้องต้น คนไทยทั้ง 2 รายที่ถูกจับกุมตัวนั้นได้ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลักลอบนำพากลุ่มบุคคลต่างด้าวทั้ง 8 &amp;nbsp;ราย โดยได้ค่าใช้จ่ายจากชาวเมียนมาคนละ 3,000 บาท โดยรับมาจากบริเวณบ้านห้วย หมู่ที่ 4 อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อส่งต่อให้ชาวม้งซึ่งจะมารอรับที่จุดนัดพบเลยบ้านแสม ต.สามหมื่น อ.แม่ระมาด จากนั้นจะนำคนต่างด้าวเหล่านี้ไปส่งในจังหวัดพื้นที่ชั้นใน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา คือ 1.ซ่อนเร้น นำพาคนต่างด้าวเข้าเมือง, ให้การช่วยเหลือด้วยประการใดๆ ให้บุคคลต่างด้าว รอดพ้นจากการถูกจับกุม, ใช้ทะเบียนรถยนต์ปลอม หรือปลอมแปลงหลักฐานรถยนต์ และเจ้าหน้าที่ได้จับกุมทั้ง 2 คน และบุคคลต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 8 คน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ระมาด &amp;nbsp;เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ช่วงนี้เจ้าหน้าที่ที่ประจำพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาต้องรีบสร้างผลงาน ภายหลังที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้ประชุมหน่วยงานความมั่นคงและสั่งการกำชับเข้มงวดเอาจริง หากยังปล่อยปละละเลยให้มีการลักลอบข้ามแดนอยู่บ่อยๆ ผู้บริหารระดับบิ๊กๆ ทั้งนายอำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดอาจจะถูกสั่งย้ายใน &amp;nbsp;24 ชั่วโมงได้ทันที หากทำงานไม่จริงจริงหรือใส่เกียร์ว่างอยู่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112622</URL_LINK>
                <HASHTAG>จนท.สกัดต่างด้าว, จับกุมแรงงานต่างด้าว, ตำรวจ-ทหาร-ปกครอง, ลักลอบเข้าเมือง, สนธิกำลัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หัวคนละ 3 พันบาท, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610fc49996ab5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109250</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2021 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.-ทหาร ตั้งด่านตรวจ 110 จุดในกทม.และปริมณฑล รับล็อกดาวน์คุมเคลื่อนย้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.64 - พล.ท.คงชีพ&amp;nbsp;ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ชัยชาญ&amp;nbsp;ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;(รมช.กห.) และ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้ประชุมหน่วยงาน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม&amp;nbsp;เหล่าทัพ และ ตร. ผ่านระบบ&amp;nbsp;VTC&amp;nbsp;ณ ศาลาว่าการกลาโหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อเร่งเตรียมความพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติตามมาตรการ ศบค.ที่กำหนด&amp;nbsp;ภาพรวมฝ่ายความมั่นคงโดย ศปม.ได้เร่งปรับแผนและสนธิกำลัง ทั้งทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง โดยใช้กำลัง ตร.เป็นหลัก กระจายลงพื้นที่จัดตั้ง จุดตรวจ จุดสกัดร่วม รวมทั้งจัดตั้งสายตรวจเคลื่อนที่เร็ว ลงปฏิบัติการในพื้นที่สีแดงเข้ม ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดทั้ง&amp;nbsp;10&amp;nbsp;จว.แล้ว ตั้งแต่&amp;nbsp;06.00&amp;nbsp;น. วันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ก.ค.64&amp;nbsp;ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยได้ร่วมจัดตั้งจุดตรวจในพื้นที่ กทม.รวม&amp;nbsp;88&amp;nbsp;จุด พื้นที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;จว.ปริมณฑล จำนวน&amp;nbsp;22&amp;nbsp;จุด และใน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;จชต.รวม&amp;nbsp;35&amp;nbsp;จุด ร่วมกันทำหน้าที่ในการสร้างความเข้าใจและให้คำแนะนำการปฏิบัติกับประชาชนถึงมาตรการต่างๆ ที่ ศบค.กำหนด โดยเฉพาะการจำกัดการปฏิบัติในการเคลื่อนย้าย รวมทั้งข้อกำหนดและข้อจำกัดในกิจกรรมและเวลาที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะเริ่มเข้มงวดบังคับใช้กฎหมายต่อเนื่องตั้งแต่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ก.ค.64&amp;nbsp;เป็นต้นไป เพื่อคัดกรองการเดินทางข้าม จว.ในพื้นที่สีแดงเข้ม รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการหยุดแพร่กระจายของโรคและการดูแลรักษาความปลอดภัยของประชาชนจากปัญหาอาชญกรรมในคราวเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ทุกเหล่าทัพอยู่ระหว่างเร่งขยายขีดความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์แถวสอง และยกระดับขีดความสามารถ รพ.สนามให้สามารถรองรับผู้ป่วยสีเหลืองและแดงที่เพิ่มขึ้นอย่างเพียงพอ รวมทั้งได้จัดรถพยาบาลสนับสนุนการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยตามบ้าน เข้าสู่ระบบการรักษาแล้ว&amp;nbsp;9,296&amp;nbsp;รายโดยทำงานร่วมกับ สธ.อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ชัยชาญ ได้กำชับขอให้ทุกเหล่าทัพและตร.สนับสนุน ศปม.ในการเตรียมกำลังเสริมและปรับแผนให้สอดรับครอบคลุมงานความมั่นคงตามข้อกำหนดของ ศบค.ที่จะประกาศ โดยให้ประสานทำงานร่วมกับฝ่ายปกครองของจว.และ กทม.โดยเฉพาะคณะกรรมการควบคุมโรค จว.อย่างใกล้ชิด และขอให้ทุกเหล่าทัพให้ความสำคัญ คงความเข้มข้นเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่องกันไป หลังจาก&amp;nbsp;5&amp;nbsp;วันที่ผ่านมา สามารถจับผู้ลักลอบเข้าเมืองได้เกือบ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น พล.อ.ชัยชาญ ยังได้ย้ำให้ทุกเหล่าทัพ วางแผนกระจายกำลังเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโรคของรัฐที่กำหนด โดยขอให้จัดรถครัวสนามและสิ่งของจำเป็นเข้าไปช่วยเหลือชุมชนต่างๆ รวมทั้งเตรียมพร้อมจัดรถพยาบาลเข้าไปช่วยเหลือนำพาผู้ป่วยตามบ้าน เข้ารับการรักษาใน รพ.สนามที่จัดตั้งขึ้นโดยเร็ว&amp;nbsp;พร้อมย้ำในตอนท้ายว่า พล.อ.ประยุทธ์&amp;rsquo; นรม.และรมว.กห.ได้ย้ำ ขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ปฏิบัติหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับประชาชนไปพร้อมๆกัน เพื่อให้เกิดการสนับสนุนและความร่วมมือกันหยุดเชื้อควบคุมโรคในสถานการณ์วิกฤตที่ต้องการความร่วมมือกันทุกฝ่ายสูงสุด พร้อมทั้งได้แสดงความห่วงใยในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ด่านหน้าในระดับพื้นที่ทุกนาย โดยขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังไม่ประมาทและขอให้ทุกเหล่าทัพ เร่งฉีดวัคซีนให้กับเจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ทุกนายเป็นการเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109250</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงกลาโหม, ความมั่นคง, ด่านตรวจโควิด, ยกระดับมาตรการ, สนธิกำลัง, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e956b6d428e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
