<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กำนันสุเทพ&#039; เสียดาย &#039;ต้อย&#039; เจอคุก 8 เดือน หวังมีโอกาสรอดในชั้นศาลฎีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.64 - ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายสุเทพ &amp;nbsp;เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลอุทธณณ์ พิพากษาจำคุกนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์ สั่งคุกไม่รอลงอาญา &amp;#39;ต้อย สนธิญาณ&amp;#39; อีก 3 จำเลยรอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ กล่าวว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกนายสนธิณาณ เป็นเวลา 8 เดือน ส่วนนายสกลธี ดร.สมบัติ และอาจารย์เสรี พิพากษายกฟ้อง พวกเราในฐานะที่ร่วมอุดมการณ์กันมาก็ขอขอบคุณศาลที่ได้พิจารณาคดีนี้ตามกระบวนการยุติธรรม แล้วมีคำพิพากษาที่พวกเราส่วนใหญ่ถือว่าหมดเคราะห์หมดโศก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พวกเราต่อสู้คดีมายาวนานมาก แต่ก็น่าเสียดายที่นายสนธิญาณถูกจำคุก 8 เดือน แต่ก็เห็นว่าเรามีโอกาสที่จะต่อสู้คดีในชั้นศาลฎีกาได้ เพราะว่าจากคำวินิจฉัยในข้อเท็จจริงของศาลอุทธรณ์เป็นประโยชน์ที่เราจะใช้เป็นข้อต่อสู้คดีในศาลฎีกาต่อไป&amp;quot; อดีตเลขาฯ กปปส. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120324</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., การเมือง, สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, สุเทพ เทือกสุบรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616fd4c24d27c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>120280</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอุทธรณ์ สั่งคุกไม่รอลงอาญา &#039;ต้อย สนธิญาณ&#039; อีก 3 จำเลยรอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค.6 4 - ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีกบฎ กปปส.สำนวนแรก หมายเลขดำ อ.1191/2557, อ.1298/2557 , อ.1328/2557 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อายุ 59ปี แกนนำ กปปส. , นายสกลธี ภัททิยกุล&amp;rdquo; อายุ 44ปี อดีต ส.ส.กทม.ร่วมชุมนุม , นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อายุ&amp;nbsp;70 ปี อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และอดีตประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง และสภาปฏิรูปการเมือง (สปช.) และ นายเสรี วงศ์มณฑา อายุ&amp;nbsp;72ปี นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด เป็นจำเลยที่ 1- 4 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใดที่ไม่ใช่การกระทำในความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือความไม่สงบในราชอาณาจักรฯ ,&amp;nbsp;อั้งยี่ ,&amp;nbsp;ซ่องโจร ,มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการ ,&amp;nbsp;เจ้าพนักงานสั่งให้เลิกการกระทำนั้นแต่ไม่เลิก,&amp;nbsp;ยุยงให้ร่วมกันหยุดงาน การร่วมกันปิดงานงดจ้างเพื่อบังคับรัฐบาล ,&amp;nbsp;ร่วมกันบุกรุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 ,&amp;nbsp;116,&amp;nbsp;117,&amp;nbsp;209,&amp;nbsp;210,&amp;nbsp;215, 362, 364,&amp;nbsp;365 และร่วมกันขัดขวางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ,&amp;nbsp;ร่วมกันขัดขวางการปฏิบัติงานของ กกต. ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มา ซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 มาตรา 76 ,152 รวม 8 ข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคดีสำนวนแรกนี้ อัยการยื่นฟ้อง ตั้งแต่ปี 2557 กรณีสืบเนื่องจากการร่วมชุมนุมกันของ กปปส.ที่มีนายสุเทพ เป็นผู้นำการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อระหว่างวันที่ 23 พ.ย. 56 &amp;ndash; 1 พ.ค.57 ซึ่งมีการพาผู้ชุมนุมบุกรุกปิดสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมทั้งขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่งท้ายคำฟ้องอัยการโจทก์ยังได้ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งของจำเลยด้วยมีกำหนด 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่จำเลยทั้ง 4 รายให้การปฏิเสธทุกข้อหาพร้อมตั้งทนายความสู้คดี ระหว่างพิจารณาคดีจำเลยทั้งสี่ก็ได้รับการปล่อยชั่วคราว ซึ่งคดีเริ่มสืบพยานตั้งแต่ปี 2558-2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 ก.ค.62 พิพากษายกฟ้องโดยพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์-จำเลย นำสืบหักล้างกันแล้ว เห็นว่า พยานหลักฐานที่อัยการโจทก์นำสืบมารับฟังได้เพียงว่าจำเลยทั้ง 4 รายได้เข้าร่วมชุมนุม กับกปปส. แต่ไม่ได้เป็นแกนนำที่สั่งการผู้ชุมนุมหรือขึ้นปราศรัยสั่งการให้กระทำการรุนแรง โดยการชุมนุมของ กปปส.ศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยไว้แล้วในคำวินิจฉัยที่ 59/2556 ว่าการชุมนุมของกปปส. สืบเนื่องมาจากการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 63 ซึ่งสืบเนื่องจากเหตุที่คัดค้านการออกร่างกฎหมายนิรโทษกรรมและไม่พอใจการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาจึงยังไม่พอฟังได้ว่าจำเลยทั้งสี่ได้กระทำความผิดตามฟ้องทั้ง 8 ข้อหา จึงพิพากษายกฟ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้ จำเลยทั้งสี่เดินทางมาศาลพร้อมด้วยเเกนนำ กปปส.หลายคนอาทิเช่น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส.นายถาวร เสนเนียม, นายสกลธี ภัททิยกุล, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ที่เดินทางมาให้กำลังใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเทพ เปิดเผยว่า วันนี้ก็เดินทางมาให้กำลังใจกับจำเลยทั้ง 4 คน และก็พร้อมน้อมรับตามคำพิพากษาของศาล แม้ว่าจะเป็นศาลใดก็ตามก็เชื่อว่ามีการตัดสินไปตามหลักของกระบวนการยุติธรรม ส่วนในคดีกบฏ สำนวนของตัวเองนั้นก็เตรียมยื่นอุทธรณ์คดีในเดือนพ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยที่หนึ่งได้กระทำความผิดตาม พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.เเละสว. กรณีร่วมกับนายสำราญ รอดเพชร ขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ โรงเรียนสุโขทัย เขตดุสิตให้จำคุก 1 ปีคำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณารถโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุกแปดเดือนไม่รอลงอาญา&amp;nbsp;&amp;nbsp;และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที 2-4 โจทก์ไม่ได้ร่วมนำสืบว่าได้ร่วมพยานหลักฐานไปขัดขวางการเลือกตั้ง อีกทั้งไม่ปรากฎพยานหลักฐานว่าจำเลยที่ 2-4ไม่ได้ร่วมขัดขวางการเลือกตั้ง ส่วนอุทธรณ์โจทก์ข้ออื่นไม่เป็นสาระสำคัญ ที่เเก้เฉพาะจำเลยที่ 1 นอกนั้นให้เป็นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120280</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, สุเทพ เทือกสุบรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211020/image_big_616f904096c4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106315</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลเลื่อนนัดไต่สวนคดี&#039;ทอน&#039;ฟ้อง&#039;สนธิญาณ&#039;หมิ่นเรียก27.5ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย. 64 - เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 813 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ คดีดำอ.3080/63 ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เป็นโจทก์ฟ้องนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาท โดยการโฆษณาฯ กรณีวันที่ 9 พ.ย.63 เครือข่ายปกป้องสถาบันได้จัดชุมนุมที่ ม.รามคำแหง และจำเลยได้ปราศรัย ทำนองว่า โจทก์อยู่เบื้องหลังกลุ่มเยาวชนที่จัดชุมนุมทางการเมืองและอื่นๆ&amp;nbsp; ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสีย พร้อมเรียกค่าเสียหาย 27.5 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวันนี้ นายสนธิญาณเดินทางมาศาลพร้อมทนายความ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี อ้างว่าปัจจุบันมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งกรุงเทพมหานครได้มีประกาศสั่งปิดสถานที่ชั่วคราวในหลายพื้นที่ ทั้งยังได้ขอความร่วมมือให้งดการเดินทางไปยังสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านเพื่อลดการแพร่ระบาดของการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ประกอบกับก่อนหน้านี้โจทก์มีความจำเป็นต้องลงพื้นที่ไปรับทราบปัญหาของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวในหลายพื้นที่ ด้วยเหตุนี้เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวจึงขออนุญาตเลื่อนคดีออกไปอีกสักนัดหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลสอบถามจำเลยและทนายจำเลยแล้วแถลงไม่ค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิเคราะห์แล้วเห็นว่าปัจจุบันมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนากระจายเป็นวงกว้างประกอบกับได้มีหนังสือของสำนักงานศาลยุติธรรมเรื่องแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารจัดการคดีในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งได้ประกาศให้ศาลมีดุลพินิจในการเลื่อนคดีหากพิจารณาแล้วเห็นว่าการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลไม่สามารถดำเนินไปได้โดยปลอดภัยแก่คู่ความทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งจำเลยและทนายจำเลยไม่ค้านกรณีจึงมีเหตุสมควรอนุญาตให้เลื่อนไปนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 11 ต.ค. เวลา 9.00 น.ตามที่คู่ความทั้งสองฝ่ายมีวันว่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่งทนายจำเลย แถลงว่า ได้ขอหมายเรียกพยานเอกสารซึ่งอยู่ในความครอบครองของโจทก์ แต่โจทก์ได้ยื่นคำคัดค้านการขอส่งเอกสารตามคำร้องฉบับลงวันที่ 20 พ.ค.จึงบันทึกไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนุ สุขบำเพิง ทนายความนายสนธิญาณ กล่าวว่า ในคดีนี้ศาลได้มีการเลื่อนนัดอีกครั้งไปวันที่ 1 ตุลาคมเนื่องจากทนายฝั่งโจทก์ได้ขอเลื่อนนัดโดยอ้างว่าอยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สำหรับเหตุการณ์ที่นายธนาธรยื่นฟ้องเกิดจากครั้งที่นายสนธิญาณ ได้กล่าวกับนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยมีเนื้อหาว่านายธนาธรอยู่เบื้องหลังของม็อบกลุ่มราษฎรและมีพฤติกรรมลบหลู่สถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมที่จะสู้คดีเพราะมีบันทึกข้อเท็จจริงทุกเหตุการณ์และคำพูดของนายธนาธรที่มีพฤติกรรมบ่อนทำลายไม่ว่าจะสถานที่ไหนหรือเวลาไหนทั้งสิ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสนธิญาณ กล่าวว่า ความจริงแล้วในวันนี้ตนไม่จำเป็นต้องเดินทางมาเอง แต่เพราะอยากเจอหน้ากับนายธนาธร แต่ก็ไม่ได้เจอ ส่วนตัวไม่กังวลเพราะมีหลักฐานพิสูจน์ข้อเท็จจริง ว่าสิ่งที่นายธนาธรทำกำลังทำให้ประเทศเสียหาย สร้างความขัดแย้ง แม้ตัวจะบอกว่าต้องการประชาธิปไตย แต่ก็ไปคุกคามสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งถ้าหากอยากเปลี่ยนประเทศให้เป็นประชาธิปไตยโดยแท้จริงแล้วให้ลองทำกับบริษัทของตัวเองก่อนให้เปลี่ยนจากบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ให้เป็นสหกรณ์ แล้วค่อยมาพูดเรื่องอื่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106315</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอน, ธนาธร, ศาลอาญา, สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, หมิ่น, เลื่อนคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c6e43685472.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2019 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2019 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทวัญ&#039; ขอโอกาส กมธ.แก้รธน.ทำงานก่อนอย่าเพิ่งติง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีมีชื่อนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ประธานบริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า คนที่เสนอรายชื่อคงคิดว่านายสนธิญาณเป็นคนมีประสบการณ์ แต่ก็ยอมรับว่ารายชื่อที่ตนส่งไปให้วิปในครั้งแรกมีการเปลี่ยนแปลง เพราะตอนแรกไม่มีรายชื่อนายสนธิญาณ ซึ่งก็แล้วแต่วิปจะพิจารณากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่านายสนธิญาณ เข้ามาจะเป็นสายล่อฟ้า นายเทวัญ กล่าวว่า คงไม่ใช่สายล่อฟ้า เพราะทุกคนก็มีโอกาสเข้ามาแก้ไขรัฐธรรมนูญและอยากแก้ไขบ้านเมืองให้ดีขึ้น อย่าไปคิดว่า พอดูชื่อแล้วจะดูน่ากลัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเองก็ฟังเขาจัดรายการทางเนชั่นหลายครั้ง ผมว่าเขาก็มีไอเดียบางอย่างก็น่าจะมีประโยชน์ที่จะได้เข้ามาเสนอความคิดเห็น มันจะได้หลากหลายขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าดูรายชื่อของคณะกรรมาธิการแต่ละคนที่เข้ามาเหมือนกับว่าไม่อยากที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายเทวัญ กล่าวว่ารอให้เขาทำงานกันสักพักหนึ่งก่อน อย่าเพิ่งไปตกใจ เหมือนเห็นชื่อนักบอลแล้วบอกว่านัดนี้จะไม่เอาจริง ตนว่าให้เขาลงแข่งก่อนแล้วค่อยดูว่าทำงานเป็นอย่างไรอาจไม่ใช่อย่างที่เราคิดก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเวลา 120 วันจะเห็นความคืบหน้าเป็นรูปเป็นร่างเลยหรือไม่ นายเทวัญ กล่าวว่า 120 วันก็ใกล้เคียงแต่จะเสร็จหรือไม่ตนไม่ทราบเพราะไม่ได้เป็นกรรมาธิการฯ ด้วย แต่ขอให้โอกาสเขาทำงานก่อนอาจจะเห็นอะไรดีขึ้น เมื่อถามว่าในที่ประชุมกมธ.แทนที่จะทำงานจะกลายเป็นการโต้เถียงกันหรือไม่ นายเทวัญ กล่าวว่า คงไม่มีการโต้เถียงกันหรอก เพราะแต่ละคนก็เป็นผู้ใหญ่กันทุกคน มีประสบการณ์และอยากให้บ้านเมืองได้ดีทั้งนั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52825</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ, สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, เทวัญ ลิปตพัลลภ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d9571b164055.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 00:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 18:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดคำฟ้องคดีกบฏ&#039;กปปส.&#039; ถึงบางอ้อ!ทำไม&#039;4 ส.&#039;ได้ลุ้นระทึกก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24&amp;nbsp;ก.ค.62 - สืบเนื่องจากกรณีศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 ก.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ห้องพิจารณา 711 นั้น ในคดีที่นักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 ยื่นฟ้อง นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม อายุ 57 ปี, นายสกลธี ภัททิยกุล อายุ 42 ปี, นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อายุ 68 ปี และดร.เสรี วงศ์มณฑา อายุ 70 ปี ทั้งหมดเป็นแนวร่วม กปปส. เป็นจำเลยที่ 1-4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ , กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใดที่ไม่ใช่การกระทำในความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือความไม่สงบในราชอาณาจักรฯ , อั้งยี่ , ซ่องโจร , มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการ , เจ้าพนักงานสั่งให้เลิกการกระทำนั้นแต่ไม่เลิก, ยุยงให้ร่วมกันหยุดงาน การร่วมกันปิดงานงดจ้างเพื่อบังคับรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่วมกันบุกรุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 , 116, 117, 209, 210, 215, 362, 364, 365 และร่วมกันขัดขวางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง , ร่วมกันขัดขวางการปฏิบัติงานของ กกต. ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มา ซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 มาตรา 76 ,152 โดยจำเลยทั้ง 4 รายให้การปฏิเสธ พร้อมตั้งทนายความสู้คดี ขณะที่จำเลยทั้งสี่ได้รับการปล่อยชั่วคราวชั้นพิจารณา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำฟ้องบรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2556 จนถึงวันฟ้อง (เดือน พ.ค. 2557) ทั้งเวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยที่ฟ้องกับพวกอีกหลายคนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้มั่วสุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปและเกินกว่า 10 คนสมคบกันเป็นอั้งยี่-ซ่องโจร ซึ่งร่วมกันและแบ่งหน้าที่กระทำความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ โดยมีการจัดตั้งเป็นคณะบุคคลชื่อ &amp;ldquo;คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;rdquo; หรือ กปปส. &amp;nbsp;ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศตัวเป็นเลขาธิการ กปปส.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจำเลยทั้งสี่เป็นสมาชิกและเป็นกรรมการผู้มีหน้าที่สั่งการ ร่วมกันปลุกระดม ยุยง ชักชวนให้ประชาชน เข้าร่วมการชุมนุมและร่วมกิจกรรมในการก่อความไม่สงบ มุ่งขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งและการปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี รวมทั้งดำเนินการคัดค้านและขัดขวางการเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อไม่ให้มีนายกรัฐมนตรี และ ครม.ชุดใหม่ เข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งมีการแบ่งหน้าที่กันทำโดยปราศรัยชักชวนประชาชนให้ออกมาขับไล่รัฐบาล อีกส่วนหนึ่งทำหน้าที่เป็นกองกำลังทั้งที่มีอาวุธและไม่มีอาวุธ บุกเข้าไปยึดสถานที่ราชการและหน่วยงานต่างๆ เพื่อไม่ให้รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ได้ และมีการใช้กำลังขัดขวางต่อสู้ทำร้ายร่างกาย โดยวันที่ 16 ม.ค. 2557 เวลากลางคืน ได้มีการจัดตั้งสะสมกองกำลังอันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการกบฎ และประกาศรับสมัครชายฉกรรจ์ 500 คน เพื่อทำการขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และจับตัวรัฐมนตรีคนอื่นๆ บีบบังคำให้ลาออกจากตำแหน่ง รวมทั้งจัดตั้งศาลประชาชนขึ้นพิจารณาลงโทษและริบยึดทรัพย์ อันเป็นการล้มล้างอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้วันที่ 13 ม.ค. - 2 มี.ค. 2557 จำเลย , นายสุเทพ พร้อมพวก ยังได้ปิด กทม. มีการตั้งเวทีปราศรัย 7 แห่ง ปิดกั้นการจราจรและได้ยึดครองไม่ให้ประชาชนใช้เส้นทางดังกล่าว โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่ชีวิต รัฐบาลมอบหมายให้ศูนย์รักษาความสงบและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( สตช.) ออกคำสั่ง ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ให้จำเลยและพวก เลิกชุมนุมและบุกรุกสถานที่ราชการ หยุดปิดกั้นการจราจร แต่จำเลยกับพวกไม่เลิกกระทำการดังกล่าว &amp;nbsp;เหตุเกิดทั่วราชอาณาจักร ในชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ขณะที่ท้ายคำฟ้องอัยการ ไม่ได้คัดค้านการปล่อยชั่วคราวจำเลยแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเหตุที่คดีของนายสนธิญาณ, นายสกลธี, นายสมบัติ และดร.เสรี ซึ่งเรียกง่ายๆ ว่า 4 ส. ถูกฟ้องคดีและนัดพิพากษาก่อนแกนนำและแนวร่วม กปปส. รายอื่นจนสร้างความแปลกใจได้นั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อเดือน พ.ค. 2557 คณะทำงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่เป็นแกนนำ-แนวร่วม กปปส. รวม 51 ราย โดยพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สามารถนำตัวส่งให้อัยการยื่นฟ้องได้เพียง 4 คนดังกล่าวชุดแรกก่อน ส่วนที่เหลือนั้นอัยการรอดีเอสไอส่งตัวผู้ต้องหา เพราะระหว่างนั้นยังติดช่วงการชุมนุมยังไม่สามารถนำตัวมาได้&amp;nbsp;จนเมื่อยุติการชุมนุมแล้ว เดือน ม.ค. 2558 แกนนำและแนวร่วม กปปส. ที่เหลือซึ่งถูกแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันและสนับสนุนเป็นกบฏ ทยอยเดินทางเข้าพบอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อรายงานตัวตามขั้นตอน พร้อมยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการในการสอบพยานเพิ่มเติม ซึ่งอัยการพิจารณาแล้วก็คงยืนยันคำสั่งให้ฟ้องแกนนำ - แนวร่วม กปปส. ที่เหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งในปี 2561 - 2562 อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 จึงได้ทยอยฟ้องแกนนำ-แนวร่วม อีก รวม 32 ราย ซึ่งทั้งหมดให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา ปัจจุบันนี้คดีอยู่ระหว่างสืบพยานโจทก์ โดยศาลอาญาได้สืบพยานโจทก์คดีกบฏ กปปส. ชุดหลักที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. ร่วมเป็นจำเลย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2562 ที่ผ่านมา ขณะที่จำเลยทั้งหมดได้รับการประกันตัวคนละ 600,000 บาท พร้อมมีเงื่อนไขห้ามออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลด้วย นอกจากนี้ ยังเหลือผู้ต้องหา กปปส. ที่รอส่งตัวอีก 10 กว่าคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41854</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., คดีกบฏ, ดร.เสรี วงศ์มณฑา, สกลธี ภัททิยกุล, สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม, สมบัติ ธำรงธัญวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d38385569a7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
