<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จุรินทร์&#039; ชมเปาะ &#039;สนธิรัตน์&#039; มีศักยภาพ พร้อมรับเป็นเลือดใหม่เข้า &#039;ปชป.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย.64 - เมื่อเวลา 11.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp;เปิดตัว QR Code Democrat for All พร้อมกล่าวว่า เพื่อเปิดรับเลือดใหม่ เปิดรับคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาร่วมอุดมการณ์ ร่วมงานกับพรรคในรูปแบบวิถีทางต่างๆ ซึ่งมีผู้ที่สนใจสมัครเข้ามาจากหลากหลายอาชีพ รวมถึงนักศึกษาด้วย ถือว่าเป็นความสำเร็จในพื้นที่ภาคใต้มาก่อนแล้ว เพราะเปิดตัวไปตั้งแต่ 1 เม.ย. และเชื่อว่าจะมีพื้นที่มากกว่านี้ ถือเป็นการเพิ่มเลือดใหม่ที่จะเข้ามาร่วมงานกับคนในพรรคปัจจุบัน เพราะพรรคมีความชัดเจนว่ามีทั้งคนรุ่นที่มีประสบการณ์ และมีคนรุ่นใหม่ จึงถือเป็นการเปิดพื้นที่ครั้งใหญ่ เพื่อรับคนรุ่นใหม่เข้าพรรคมาทำกิจกรรมและทำความเจริญก้าวหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจะเป็นการเตรียมไปสู่การเลือกตั้งหากมีการยุบสภาหรือไม่นั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่ว่าการเลือกตั้งจะมาถึงเมื่อไร พรรคก็ต้องเตรียมพร้อมอยู่แล้ว และนี่ถือเป็นเส้นทางเดินของพรรค ในยุคอุดมการณ์ที่ทันสมัย และเป็นการเปิดโอกาสให้เลือดใหม่ และคนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยจะเข้ามามีบทบาทในฐานะ ส.ส.รวมถึงการเมืองท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยกันระดมสมอง จากนี้จะเปิดโอกาส เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ เพื่อร่วมกิจกรรม ร่วมบริหารกับพรรคประชาธิปัตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ &amp;nbsp;อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ถือเป็นเลือดใหม่หรือไม่ หากจะมาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;นายจุรินทร์ กล่าวว่า หากสนใจเข้าร่วมอุดมการณ์กับพรรค ก็ถือว่าเป็นเลือดใหม่ ซึ่งนายสนธิรัตน์ เป็นบุคคลที่มีศักยภาพ ซึ่งก็ขอขอบคุณที่มาร่วมแสดงความยินดี เนื่องในวันครบรอบ 75ปีของการก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98499</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, พรรคประชาธิปัตย์, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c04a6bd76a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 12:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สนธิรัตน์&#039; กั๊กตอบอนาคตการเมือง หลังร่วมยินดี 75 ปี &#039;ปชป.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย.64 - ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้ามอบแจกันดอกไม้อวยพรครบรอบ 75 ปี ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ถึงกรณีแนวโน้มการทำกิจกรรมร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ยังไม่มีการพูดคุย วันนี้มาร่วมอวยพร เนื่องจากเคยร่วมทำงานด้วยกันมา ส่วนอนาคตทางการเมืองยังไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการตั้งพรรคใหม่ หรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ยังไม่มี ส่วนใหญ่พบปะเพื่อนฝูงที่รู้จักกันทั้งนั้น ส่วนพรรคอื่นๆที่ตั้งขึ้นใหม่นั้น ตนไม่ทราบว่าจะมีอีกหรือไม่ คงเป็นเรื่องปกติ ทุกคนก็มีความตั้งใจแตกต่างกันไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ส่วนตัวยังมีแนวคิดตั้งพรรคใหม่หรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่คิดทำอะไร เป็นกระแสข่าวเฉยๆ เป็นเรื่องธรรมดา พอทุกคนตั้งพรรค ก็เลยเป็นข่าวตามกันไปหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าวางแผนการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างไรบ้าง ถ้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ยังไม่รู้ว่ารัฐธรรมนูญไปทางไหน ตอนนี้อาจจะเร็วมากที่จะพูด ต้องดูเรื่องรัฐธรรมนูญ ตนคิดว่ายังมีอีกหลายก้าว ต้องดูการเปลี่ยนแปลงต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ยังไม่ถอดใจงานการเมืองใช่หรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า การเมือง ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องของการกลับมาอยู่ หรือกลับมาเล่นเสมอไป เรารู้จักเป็นพี่น้องทั้งนั้น มีอะไรช่วยได้ก็ช่วยกันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเป็นกำลังใจให้รัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาลในการทำงานบริหารประเทศตลอด ทราบดีว่ารัฐบาลในภาวะแบบนี้ ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย แต่ทั่วโลก เป็นความยากลำบากในการบริหารจัดการทั้งสิ้น แม้ผมไม่ได้อยู่ในรัฐบาลแล้ว แต่ก็ให้กำลังใจอยู่ข้างนอกเสมอ และมีอะไรที่ตนเป็นประโยชน์ได้ แม้พี่น้องในพรรคประชาธิปัตย์ เราก็พบปะพูดคุยกัน วันนี้ไม่ได้มาเพื่อการเมือง มาด้วยความสัมพันธ์ ความผูกพันส่วนตัว มีอะไรที่ช่วยเหลือได้ ก็ไม่ได้ปฏิเสธที่จะร่วมกันช่วยกัน เป็นหน้าที่ทุกคนที่จะต้องพาประเทศผ่านสภาพเศรษฐกิจในสถานการณ์โควิด&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98491</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พรรคประชาธิปัตย์, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606bf4eaf2652.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2020 15:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2020 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สนธิรัตน์&#039;คุยสมาพันธ์SMEหาแนวทางกระตุ้นศก.ฐานรากแก้ความยากจน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.63-นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรมว.พลังงาน โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมภาพระหว่างหารือกับสมาพันธ์ SME รวมพลังคนตัวเล็ก จากผู้ประกอบการหลากหลาย เสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และหนุนธุรกิจเกื้อกูลกันและกัน โดยระบุว่า วันนี้มีโอกาส มาร่วมพูดคุยแชร์วิสัยทัศน์ กับพี่ๆ น้องๆ สมาพันธ์ SMEs ในฐานะผู้ก่อตั้งและประธานสมาพันธ์ฯ คนแรก ก่อนอื่นต้องขอชื่นชม คณะกรรมการสมาพันธ์ และสมาชิกฯ ที่ร่วมกันผลักดันสร้างเครือข่าย จากรุ่นสู่รุ่น และประสบความสำเร็จมากครับ เพราะสามารถเชื่อมโยงกับทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จนเกิดเป็นพลังทางสังคมอีกภาคส่วนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เป็นที่ทราบกันดีนะครับ ว่า MSME (ตามนิยามใหม่ ของ สสว.) ถือเป็นกลุ่มที่สร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศที่สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP MSME) ทั้งในเชิงโครงสร้างและในเชิงปริมาณ จากรายงานสถานการณ์วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ปี 63 ได้แสดงไว้ว่าในปี 62 มีมูลค่า 5.96 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน ต่อ GDP รวม ร้อยละ 35.3 โตเฉลี่ยร้อยละ 0.7 ตั้งแต่ปี 2554เป็นต้นมา ตัวเลขดังกล่าวสะท้อน เศรษฐกิจของ MSME ที่ยังคงมีบทบาทต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจประเทศ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ ระบุว่า เมื่อครั้งที่ผมอยู่ ในตำแหน่ง ที่กระทรวงพาณิชย์ ได้ให้นโยบายการผลักดันภาคการค้าและบริการ ซึ่งมองจากปัจจัยการสนับสนุนเมื่อครานั้น ยังมีไม่มากพอ จึงให้กรมส่งเสริมการค้าต่างประเทศและกรมพัฒนาธุรกิจ ได้ริเริ่ม ในการผลักดัน e-commerce มาสนับสนุนการค้า ไว้มีโอกาสจะแชร์ ข้อมูลแนวคิดนั้นให้ฟังครับ มาจนปัจจุบันการเติบโตของภาคการค้า และบริการใน ช่วง 4-5 ปี ที่ผ่านมา เห็นได้ชัดเจน คือ การเติบโตของ e-commerce โดยเฉพาะช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ที่ทั่วโลก การค้าใช้ระบบช่องทางการค้าทางออนไลน์ มากที่สุด และการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจเชื่อมโยง การบริโภคครัวเรือนและการขยายตัวของภาคเอกชน อีกทั้งมาตรการส่งเสริมของภาครัฐ เหล่านี้ มีผลต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจมากครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตรมว.พลังงาน ระบุว่า ฟันเฟืองที่สำคัญของสมาพันธ์ฯ ที่รวมตัวกันที่ผ่านมาถือได้ว่า เป็นหน่วยสานพลังการเชื่อมโยง MSME และSME กับหน่วยงานภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการสะท้อนปัญหา ร่วมเป็นกรรมการในคณะต่างๆของรัฐ การร่วมพัฒนาสมาชิก จากที่ได้นั่งรับฟังข้อมูลที่หลากหลาย ยังมีเรื่องที่ต้องช่วยกันผลักดันอีกมากพอสมควรตัวอย่างเช่นมีกฎระเบียบที่ไม่สอดคล้องระหว่างมาตรการของรัฐต่อผู้ประกอบการฯลฯ ผมมีแนวคิดฝากยังพี่ๆน้องๆ ถึงการรวมตัวกันอย่างมีพลัง ทั้งนี้ระบบฐานข้อมูลสมาชิก ต้องชัดเจนสามารถสังเคราะห์และสามารถจำแนกตามขนาดธุรกิจ เพื่อให้ถอดมาตรการของรัฐ มาขับเคลื่อนกับสมาพันธ์ฯ ตอบโจทย์สมาชิกที่หลากหลายให้เข้ามามีส่วนร่วมทั้งภาคการผลิต ภาคเกษตร ภาคการค้าและบริการ โดยเลือกทำ ใน Sector ที่สำคัญในสถานการณ์ปัจจุบัน หรือจะทำอย่างไร หลังสถานการณ์โควิด-19 ควรเตรียมความพร้อมการปรับตัว ตามพฤติกรรมการค้าในประเทศและของโลก จุดแข็งตรงนี้ ถ้าเราผลักดันสู่ช่องทางที่เหมาะสมก็จะเป็นจุดเปลี่ยนของธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมใช้เวลาช่วงนี้เชื่อมโยงกลุ่มต่างๆ ทั้งภาคประชาสังคมและทุกภาคส่วน แลกเปลี่ยนข้อมูล คิด ค้น ตกผลึก หาแนวทางแก้ปัญหาความยากจน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ในกรณีที่สมาพันธ์ SMEs ทำอยู่เป็นโมเดลหนึ่งที่ดี และอีกหลายๆ โมเดล ผมจะมาเล่าให้ฟังอีกครับ ต้องขอบคุณน้องๆ ในสมาพันธ์ฯทุกท่านที่ แชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ร่วมกัน และเราจะร่วมกันพัฒนาประเทศ ต่อไปครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80154</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหาความยากจน, สนธิรัตน์   สนธิจิรวงศ์, สมาพันธ์ SME, เศรษฐกิจฐานราก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201011/image_big_5f82c38ed5d00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2020 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2020 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตางานค้างท่อพลังงาน รัฐมนตรีคนใหม่รื้อหรือสานต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากเหตุการณ์ที่ 4 รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจของรัฐบาลลาออกจากหน้าที่ พร้อมกับลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งนำทีมโดย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีการประกาศลาออกของทั้ง 4 รัฐมนตรี เป็นช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 อย่างหนักในประเทศ และเกิดผลกระทบมากมาย ทั้งคนตกงาน ขาดรายได้ รวมทั้งธุรกิจต่างๆ โดนผลกระทบมากมายเป็นห่วงโซ่ แม้กระทรวงพลังงานจะมีนโยบายออกมา แต่ก็ต้องถูกพับแผนไปก่อน และต้องหันมาลุยกับนโยบายที่จะช่วยเยียวยาผลกระทบดังกล่าวที่เกิดขึ้นก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็ต้องยอมรับว่า มาตรการต่างๆ ของกระทรวงพลังงานช่วงแรกๆ นั้นได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนอย่างค่อนข้างทั่วถึง และตอบโจทย์กับความต้องการที่ประชาชนกำลังประสบปัญหาอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นมาตรการคืนเงินประกันค่ามิเตอร์ไฟฟ้า, มาตรการสนับสนุนงบประมาณ จากกองทุนพัฒนาพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศผ่านโครงการ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมถึงการเห็นชอบให้ทั้ง 3 การไฟฟ้า ลดอัตราค่าบริการไฟฟ้าลงอีก 3% ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท และมาตรการสำหรับผู้ใช้ไฟประเภท ขึ้นต้นด้วย 111 ใช้ไฟฟ้าฟรี 3 เดือน ส่วนประเภทขึ้นต้นด้วย 112 และ 12 ใช้หน่วยการใช้ไฟฟ้าตามใบแจ้งค่าไฟฟ้าประจำเดือน ก.พ. เป็นหน่วยเดือนฐานสำหรับคิดค่าไฟ ขณะในภาคส่วนของเอกชนได้ขยายระยะเวลาการผ่อนผันการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าขั้นต่ำ 70% (ดีมานด์ ชาร์จ) แก่ผู้ประกอบการประเภทที่ 3-7 โดยกำหนดช่วงเวลาสนับสนุน 3 เดือน ตั้งแต่ เม.ย.-มิ.ย.2563&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนด้านการลดรายจ่ายแก่ประชาชน เช่น ลดค่าไฟฟ้าครัวเรือนและภาคธุรกิจด้วยการบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้าจากการนำเข้าแอลเอ็นจีตลาดจร, การตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ถึง ก.ย.63 และจะพิจารณาขยายไปถึง ธ.ค.63, ช่วยเหลือส่วนต่างราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ (เอ็นจีวี) สำหรับรถสาธารณะ และลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นลง 50 สต.ต่อลิตร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เมื่อสถานการณ์นั้นใกล้จบลงไป ผลกระทบของโควิด-19 นั้นได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในประเทศไทยเองการแพร่เชื้อนั้นลดลงเรื่อยๆ และกลายมาเป็นศูนย์อยู่สักระยะหนึ่ง กิจกรรมทางสังคมก็เริ่มกลับมากขึ้น แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจนั้นยังกลับมาไม่เต็มที่ พร้อมกับนโยบายที่เข้าไปช่วยเหลือก็เริ่มหมดอายุ จึงทำให้ประชาชนและผู้ทำธุรกิจยังวิตกกังวล ด้วยจากสถานการณ์ของต่างประเทศนั้นยังคงรุนแรง การดำเนินธุรกิจที่จำเป็นต้องการข้ามแดนนั้นยังได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากเหตุการณ์เดิมรวมกับความกังวลในปัจจุบันทำให้เศรษฐกิจของไทยนั้นล้มระเนระนาด รัฐบาลเองก็ยังต้องเดินหน้าที่จะสนับสนุนกันอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่รัฐบาลจะต้องออกมาตรการผ่านทุกกระทรวง ทุกกรม เพื่อที่จะเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นตัวเลขเศรษฐกิจและเยียวยาสังคมให้มากที่สุด หลังจากได้รับผลกระทบมาอย่างหนัก ในส่วนของพลังงานเองก็ได้เสนอโครงการไปหลายอย่าง ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่ต้องอาศัยการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชนที่ยังพอมีกำลัง เพื่อที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยได้รวบรวมอยู่ในนโยบายพลังงานสร้างไทย เป็นการเตรียมแผนงานด้านพลังงานเพื่อลดค่าครองชีพและสร้างรายได้ให้กับประชาชนหลังสถานการณ์เชื้อโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ซึ่งมีสาระสำคัญที่จะดำเนินการ 3 ด้าน ในช่วงปี 2563-2565 คิดเป็นวงเงินลงทุนด้านพลังงานกว่า 1.1 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในปี 63 วงเงิน 200,000 ล้านบาท, ปี 64 วงเงิน 457,000 ล้านบาท และปี 2565 วงเงิน 450,000 ล้านบาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ เริ่มดำเนินการศูนย์กลางก๊าซธรรมชาติ (แอลเอ็นจี ฮับ) และเริ่มการลงทุนพัฒนากริด โมเดิร์นไนเซชั่น และศึกษาความเป็นไปได้ของการเชื่อมโยงกริดกับประเทศเพื่อนบ้าน การรื้อถอนแท่นปิโตรเลียม และเร่งคลังเก็บแอลเอ็นจี รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ที่คาดว่าจะเกิดการลงทุนและสร้างรายได้กว่า 2,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 10,000 คน เมื่อครบเป้าหมาย 700 เมกะวัตต์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ปัจจุบันนั้นเมื่อไม่มีคนคุมบังเหียน การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของกระทรวงก็อาจจะสะดุดไป ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการพลังงานคนใหม่ ซึ่งถ้าไม่ผิดโผก็จะได้เห็น &amp;quot;สุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาวน์&amp;quot; นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีพลังงาน คนที่ 14 ต่อจากนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ที่ได้ลาออกจากกระแสกดดันในเกมการเมือง และคงต้องมาลุ้นกันต่อว่ารัฐมนตรีคนใหม่จะเดินหน้าสานต่อหรือรื้อโครงการต่างๆ เหล่านี้ทิ้งแล้วตั้งโครงการใหม่ๆ ขึ้นมาแทน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าชุมชน ที่ผ่านมานายสนธิรัตน์ได้พยายามผลักดันให้บรรจุไว้ในร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 หรือ PDP 2018 rev1 ด้วยการทบทวนประเภทเชื้อเพลิงพลังงานหมุนเวียน ลดสัดส่วนพลังงานแสงอาทิตย์แล้วบรรจุเพิ่มโรงไฟฟ้าชุมชนกำลังการผลิต 1,933 เมกะวัตต์ (ปี 2563-67) โดยจะทยอยเข้าระบบล็อตแรกปี 2564-65 จำนวน 700 เมกะวัตต์ (แบ่งเป็นประเภทควิกวิน 100 เมกะวัตต์ ทั่วไป 600 เมกะวัตต์) โดยให้เหตุผลว่าเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ว่าได้รับความสนใจอย่างมา แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก เนื่องจากติดที่ร่างพีดีพีใหม่ยังไม่ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี และยิ่งเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ยิ่งทำให้การใช้ไฟฟ้าลดลง ดังนั้นจึงมีแนวโน้มว่าจะต้องมีการทบทวนแผนพีดีพีกันใหม่อีกรอบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซล (B100) ซึ่งเมื่อวันที่ 1 ม.ค.63 ที่ผ่านมา ได้มีการกำหนดให้ดีเซล B10 (ดีเซลผสมบี 100 สัดส่วน 10%) เป็นน้ำมันพื้นฐานได้สำเร็จ และยังมีดีเซล B7 และ B20 เป็นน้ำมันทางเลือก เพื่อยกระดับราคาปาล์มให้แก่เกษตรกรและพยุงราคาปาล์มที่ตกต่ำ และยังมีแผนที่จะยกระดับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นน้ำมันพื้นฐานกลุ่มเบนซิน และจะยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 แต่การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ต้องเลื่อนออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังมีแผนของการเปิดประมูลสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ ครั้งที่ 23 ในพื้นที่แหล่งปิโตรเลียม จำนวน 3 แปลง บริเวณอ่าวไทย รวมพื้นที่กว่า 34,873 ตารางกิโลเมตร ถูกเลื่อนมาจากเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และยังมีเรื่องการปรับโครงสร้างกิจการก๊าซธรรมชาติเพื่อไปสู่เสรีและหนุนให้ไทยก้าวสู่ศูนย์กลางภูมิภาค (Hub) ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการนำร่องให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เข้ามาเป็นผู้จัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หรือ Shipper เพื่อป้อนโรงไฟฟ้าให้ กฟผ.เองไปแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการปรับเกณฑ์โซลาร์ภาคประชาชน จะเดินหน้าต่อหรือหยุดไว้ ยังไม่รวมถึงกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ขณะนี้มีโครงการที่ยื่นของบในปี 2563 และอยู่ระหว่างการคัดกรองกว่า 5,100 โครงการที่รอการพิจารณา. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73059</URL_LINK>
                <HASHTAG>สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, อีโคโฟกัส, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f24004405190.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72580</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดสัมพันธ์&#039;สุพัฒนพงษ์&#039;ว่าที่รมต. &#039;เสี่ยพลังงาน-บิ๊กพปชร.&#039;พาเข้าวิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การลาออกจากกรรมการและกรรมการกำกับดูแลกิจการ บริษัท พีทีทีโกลบอลเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PPTGC ของ &amp;ldquo;สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์&amp;rdquo; ทำให้ข่าวมีชื่อติดโผ รมว.พลังงาน ใน ครม.ประยุทธ์ 2/2 มีน้ำหนักสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับ ปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ที่ลาออกจากตำแหน่งกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย หลังมีชื่อติดโผ รมว.คลัง ใน ครม.ประยุทธ์ 2/2&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชื่อของ สุพัฒนพงษ์ สร้างความเซอร์ไพรส์พอสมควรสำหรับภายนอก เพราะก่อนหน้านี้แคนดิเดตในตำแหน่ง รมว.พลังงาน มีชื่อของ ไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีต รมช.คมนาคม ในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทว่า ชื่อของ สุพัฒนพงษ์ กลับไม่สร้างความแปลกใจให้กับคนภายในพรรคพลังประชารัฐสักเท่าไหร่ นั่นเพราะทุกคนรู้ว่าอดีตกรรมการพีทีทีโกลบอลฯ มาได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และการที่ สุพัฒนพงษ์ เข้าวินในตำแหน่ง รมว.พลังงานได้ ยังเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าศึกแย่งเก้าอี้กระทรวงพลังงานภายในพรรค ใครเป็นฝ่ายชนะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากลากคอนเนกชันของผู้บริหารด้านพลังงานรายนี้กับพรรคพลังประชารัฐ จะยิ่งทำให้เห็นหน้าเห็นหลังมากขึ้นว่า สุพัฒนพงษ์ ชนะในโค้งสุดท้ายได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ย้อนปูมหลัง สุพัฒนพงษ์ จบการศึกษาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมเคมี) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถาบันและคณะเดียวกับ &amp;ldquo;เสี่ยคนดัง&amp;rdquo; ที่เป็นนักธุรกิจด้านพลังงาน และยังเป็น 1 ในนายทุนของพรรคพลังประชารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เสี่ยคนดัง&amp;rdquo; ในแวดวงพลังงานรายนี้ เป็นที่เคารพรักของสมาชิกพรรคพลังประชารัฐบางคน โดยเฉพาะกลุ่ม กทม. ที่นำโดย ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายคนในพรรคเรียก สุพัฒนพงษ์ อย่างคุ้นเคยว่า &amp;ldquo;พี่พงษ์&amp;rdquo; อันเป็นการสะท้อนว่าเขาไม่ใช่คนไกล และไม่ได้เหนือความคาดหมายหากจะเป็นชื่อนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ก่อนหน้านี้ในช่วงการจัดตั้ง ครม.ประยุทธ์ 2/1 เคยเกิดศึกชิงเก้าอี้ รมว.พลังงาน ระหว่าง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กับ ณัฏฐพล ชนิดว่า สุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ต้องแก้ปัญหาด้วยการยกเก้าอี้ รมว.พลังงานไปให้แก่ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการพูดกันภายในว่า หากนายสุริยะได้เป็น รมว.พลังงาน จะทำให้ &amp;ldquo;เสี่ยคนดัง&amp;rdquo; ไม่สามารถดำเนินเป้าหมายของตัวเองได้ เพราะเป็นคนละสาย คนละขั้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือหากเป็นนายณัฏฐพลที่ได้เป็น รมว.พลังงาน ก็จะทำให้ &amp;ldquo;สุริยะ&amp;rdquo; ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายของตัวเองได้เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ผ่านมาจึงมีความเคลื่อนไหวในแง่ของการเล่นสงครามข่าวใส่กัน เพื่อสกัดอีกฝั่งให้เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงกระแสข่าวปรับ ครม.ประยุทธ์ 2/2 กลุ่มของ สุริยะ เคลื่อนไหวอย่างหนักเรื่องเก้าอี้ รมว.พลังงาน แต่เหมือนว่าข่าวเรื่องนี้จะถูกประโคมมากเกินไปกว่าสิ่งที่นายสุริยะและกลุ่มสามมิตรต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;มีการฉายภาพซ้ำๆ เกี่ยวกับภาพลักษณ์ตั้งแต่สมัยไทยรักไทย และคำให้สัมภาษณ์ที่ว่าจะไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ ในรัฐบาลมาแชร์จนว่อนโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งมีจับกลุ่มคุยกันของ ส.ส.ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือ &amp;ldquo;ไอโอ&amp;rdquo; ของใครบางคน ที่ยืมมือกระแสสังคมสกัดนายสุริยะ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเดียวกับในครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะเดียวกันก็มีข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ทาบทาม ไพรินทร์ มานั่งเป็น รมว.พลังงาน แก้ปัญหาศึกแย่งชิงเก้าอี้ตัวนี้ เหมือนที่เคยยกให้นายสนธิรัตน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพียงแต่ว่าชื่อของ ไพรินทร์ ถูกต่อต้านจากคนในพรรคพลังประชารัฐ เพราะถือเป็นคนนอก โดยมีการให้ ไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ออกมาให้สัมภาษณ์คัดค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการขุดคุ้ยประวัติ ไพรินทร์ โดยเฉพาะคดีที่อยู่ในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ผ่านสื่อ ตลอดจนการปล่อยข่าวดักหน้าดักหลัง เรื่องที่หากถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจจะไม่มี ส.ส.ยกมือโหวตให้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีของ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ที่ออกมาขอร้องว่าอย่าพูดดักหน้าดักหลัง เพราะจะไม่มีใครกล้าเข้ามาทำงาน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ไพรินทร์ ยังถูกมองว่ามีสายสัมพันธ์อันดีกับแกนนำในพรรคร่วมรัฐบาลบางคน หากยอมให้เป็น รมว.พลังงาน ผลประโยชน์อาจไม่ตกอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปฏิบัติการสกัดดังกล่าวจึงนำสู่การ &amp;ldquo;ถอดใจ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ถอนตัว&amp;rdquo; ของ ไพรินทร์ ในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และการที่ปรากฏชื่อ สุพัฒนพงษ์ ชนิดมาเร็วเคลมเร็ว ยังเป็นการตอกย้ำให้เห็นอีกว่าผู้มีอำนาจไม่ได้ต้องการให้ สุริยะ ดำรงตำแหน่ง รมว.พลังงานจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุพัฒนพงษ์ ค่อนข้างจะมีภูมิคุ้มกันที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับนายไพรินทร์ เพราะมีแกนนำในพรรคพลังประชารัฐบางคนที่ใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจให้การสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นศึกนี้คนที่พ่ายแพ้อีกครั้งคือ &amp;quot;สุริยะ&amp;quot; ขณะที่คนชนะคือ &amp;quot;ณัฏฐพล&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72580</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ปรีดี ดาวฉาย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, ไพบูลย์ นิติตะวัน, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200726/image_big_5f1d8741bd538.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สนธิรัตน์&#039;ปิดฉากรัฐมนตรีพลังงานย้ำชัดยังไม่เล่นการเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค. 2563 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหาร ข้าราชการเนื่องในโอกาสอำลาตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2563 ว่า 1 ปีที่ผ่านมาได้ผลักดันนโยบาย Energy For all อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก โครงการโซลาร์ภาคประชาชน รวมถึงโครงการพลังงานน้ำมันบนดิน สำหรับการใช้เทคโนโลยีบล็อคเชน เข้ามาซื้อขายน้ำมันปาล์มดิบ แม้ว่าจะยังไม่สามารถเปิดให้ยื่นได้แต่ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงพลังงานมีภาพลักษณ์ด้านกระทรวงเทคนิค ดังนั้นพยายามให้กระทรวงพลังงานเป็นกระทรวงเศรษฐกิจที่ดูแลปากท้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตลอดระยะเวลาที่ทำงานได้มุ่งเน้นต้องการให้พลังงานสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนทุกคน และผลักดันให้ไทยเป็นผู้นำด้านพลังงานในภูมิภาคอาเซียน และอีกงานสำคัญที่เดินหน้าแล้วแต่ยังไม่สำเร็จ คือ การจัดตั้งคณะกรรมการผลักดันโซลาร์บนหลังภาคประชาชน ที่กำหนดเวลาไว้ 60 วันจะต้องมีความชัดเจนด้านพื้นที่ ประชาชนที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ ซึ่ง โดยตั้งเป้าหมายว่าจะให้เกิดการผลิตไฟฟ้าดังกล่าวเป็นจำนวน 50เมกะวัตต์ หลังจากที่ผ่านมายังไม่สำเร็จจากเป้าหมาย 100 เมกะวัตต์ เพราะติดปัญหาหลายด้าน อาทิ การติดตั้งต้องมีวุฒิวิศวะ เป็นผู้เซ็นอนุญาต ซึ่งประเด็นนี้เป็นอุปสรรคที่ประชาชนไม่อยากติดตั้ง โดยหลังจากนี้จึงฝาก นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน และข้าราชการ ช่วยดูแลโครงการและแผนงานต่าง ๆ ให้มีขบวนการที่ชัดเจนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเข้ามาทำงานช่วงแรกก็เข้าใจว่า งานพลังงานจะยาก แต่ก็พยายามทำให้พลังงานเป็นเรื่องใกล้ตัวประชาชนมากที่สุด โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน พยายามผลักดันมาตลอด 1 ปี ซึ่งยอมรับว่ายังไม่สามารถออกประกาศรับซื้อกระแสไฟฟ้าได้ จำนวน 700 เมกะวัตต์ และตั้งเป้าหมายจะเกิดเม็ดเงินลงทุน 70,000 ล้านบาท นั้นต้องรอแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ(พีดีพี) และยังเจอวิกฤติโควิด 19 ทำให้กำลังการใช้ไฟฟ้าลดลง ขณะที่การสำรองไฟฟ้าอยู่ระดับสูง ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์และเศรษฐกิจโลก เพราะฉะนั้นต้องทำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันด้วย แต่แผนที่ทำไว้ต่อไปจะเป็นอย่างไรนั้นต้องรอว่า รมว.พลังงานคนใหม่ เข้ามาผลักดัน&amp;quot;นายสนธิรัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้อีกงานที่สำคัญคือ การปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เป็นธรรม ปัจจุบันดำเนินการปรับโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่นแล้ว ลดลง 50สตางค์หน่วย แต่ยังเหลือที่ต้องดำเนินการในส่วนของโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติ และกำลังพิจารณาโครงสร้างต้นทุนค่าไฟระยะยาว ซึ่งจะเชื่อมโยงกับการปรับปรุงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า(พีดีพี) ซึ่งปลายแผนต้นทุนค่าไฟต้องไม่เป็นภาระประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับเป้าหมายการศูนย์กลางการจำหน่ายไฟฟ้าของอาเซียน โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ปัจจุบันดำเนินการตั้งบริษัทเพื่อขายไฟฟ้าให้ประเทศเพื่อนบ้านแล้ว และกฟผ.ยังเร่งพัฒนาสถานีชาร์จไฟฟ้าเพื่อเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันนโยบายยานยนต์ไฟฟ้า(อีวี)ของไทย ส่วนนโยบายการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์ก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี)ของอาเซียน ดำเนินการโดย บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ที่ผ่านมาคืบหน้าแต่ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้นโยบายนี้ต้องรอให้โควิดจบลงก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากนั้น ที่ผ่านมากระทรวงพลังงาน ได้เข้าดูแลประชาชน ลดค่าใช้จ่ายทั้งน้ำมัน ก๊าซ ค่าไฟ ในช่วงสถานการณ์โควิด ขณะเดียวกันกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ได้เตรียมวงเงินกองทุนไว้ 3,600 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก แม้ปัจจุบันเตรียมเสนอที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ที่เดิมนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี นั้น ทราบว่านายวิษณุ เครืองาม นายกรัฐมนตรี จะเข้ามาช่วยพิจารณาต่อจากนี้ ยืนยันว่าโครงการนี้จะยังเดินหน้าต่อเพราะมีการอนุมัติกรอบวงเงินไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นโยบายทั้งหมดขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ ว่าจะดำเนินการต่อหรือไม่ หรือจะมีนโยบายใหม่เข้ามา ซึ่งนโยบายที่ผมทำนั้นหากไม่ติดโควิดตลอด 3 เดือนน่าจะมีคืบหน้ามากกว่านี้ หลังจากนี้คงขอพักงานการเมืองก่อน เป็นคนแก่ตกงานพร้อมทำงานด้านอื่นบ้างๆ หลังจากนี้คงกลับไปทำงานด้านประชาสังคมเหมือนเดิม ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่อยู่ที่นายกรัฐมนตรีเป็นผู้คัดเลือก ทั้งนี้อยากฝากทุกคนว่าอย่าให้กระทรวงวุ่นวาย ไม่อยากให้วิพากษ์วิจารณ์เรื่องผลประโยชน์กันเยอะ เพราะผมอยู่มา 1 ปีก็ไม่มีอะไรแบบนั้น&amp;quot;นายสนธิรัตน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ จำเป็นต้องมีความรู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานหรือไม่ นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ขอให้เป็นผู้กำกับนโยบาย เป็นนักบริหาร เพื่อมอบให้ข้าราชการดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าหากรัฐมนตรีว่าการคนใหม่ มีชื่อนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหม่ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายสนธิรัตน์ กล่าวเพียงสั้นๆว่า ไม่มีความเห็น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71744</URL_LINK>
                <HASHTAG>รมว.พลังงาน, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, อำลาตำแหน่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f06db252c22f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นับ1เขย่าเก้าอี้ครม. 4กุมารไขก๊อกพปชร.‘ประยุทธ์’คุยพรรคร่วมจับตาโควตานายก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ปิดฉาก 4 กุมารตอนแรก &amp;ldquo;อุตตม&amp;rdquo; นำแถลงไขก๊อกอย่างเป็นทางการ บอกถึงเวลาเหมาะสม ตอนนี้ยังไม่คิดตั้งกลุ่มหรือพรรคการเมืองใหม่ &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เคารพการตัดสินใจ ลั่นได้เวลานับหนึ่งเขย่าเก้าอี้ ครม. ชี้ต้องคุยกับหัวหน้าทุกพรรคร่วมจะเอาอย่างไร โดยเฉพาะเก้าอี้ รมต.ในโควตานายกฯ เผยเล็งไว้หลายคนในทุกภาคส่วน แต่ยังไม่ได้ทาบ รับประยุทธ์ 2/2 ต้องสร้างการยอมรับ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัล ลาดพร้าว กลุ่ม 4 กุมารประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.), นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน อดีต เลขาธิการพรรค พปชร., นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อดีตรองหัวหน้าพรรค พปชร. และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกฯ อดีตกรรมการบริหารพรรค พปชร. แถลงลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พปชร.อย่างเป็นทางการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายอุตตมกล่าวว่า การทำงานร่วมกับพรรคมา 2 ปี ถือว่าภารกิจนำพาพรรคเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก้าวข้ามปัญหาต่างๆ ได้สำเร็จ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และเวลานี้ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว จึงขอยุติบทบาทในทางการเมืองกับพรรค พปชร. ที่มีผู้บริหารพรรคชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ต่อไป โดยจะเดินหน้าทำหน้าที่ฝ่ายบริหารในตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายจากนายกฯ และยังไม่ได้มีความคิดไปตั้งกลุ่มหรือพรรคการเมือง
&amp;quot;การแถลงวันนี้เป็นเรื่องของพรรค ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร ส่วนการจะปรับเปลี่ยนตำแหน่งใดๆ ในอนาคตเป็นเรื่องที่เข้าใจกันได้ โดยขึ้นอยู่กับนายกฯ เวลานี้ขอทำหน้าที่อย่างเต็มที่ หากจะมีการปรับเปลี่ยนในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถือเป็นเรื่องของนายกฯ ทั้งนี้ พวกเราทำปัจจุบันให้เต็มที่ วันข้างหน้าเป็นเรื่องของวันข้างหน้า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า วันนี้ถือเป็นการปิดตำนาน 4 กุมารได้หรือยัง หรือจะมีภาคต่อไป นายอุตตมตอบว่า เอาเป็นว่าวันนี้เราได้บรรลุในสิ่งที่เราตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ต้น ถือว่าบรรลุแล้ว อาจเรียกได้ว่าจบไปตอนหนึ่ง และเราจะทำงานของเราต่อ ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไรยังไม่ได้คิด แล้วจะเป็นอย่างไรขอให้ดูโอกาสที่จะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชนมีแน่นอน เชื่อว่าอย่างนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่าจะไปตั้งพรรคการเมืองใหม่หรือไม่ นายอุตตมกล่าวว่า วันนี้ยังไม่มีความคิด ยังขอทำหน้าที่ในฝ่ายบริหารอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ การลาออกจากพรรคในวันนี้ไม่ได้มีการแจ้งนายกฯ เพราะถือเป็นเรื่องของพรรคการเมือง ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายบริหาร แต่คิดว่านายกฯ คงได้ติดตามข่าวอยู่แล้ว วันนี้ขออยู่กับปัจจุบัน ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ยังไม่อยากไปคิดถึงเรื่องตำแหน่งใดๆ ในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์กล่าวเช่นกันว่า เราไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง และแยกแยะบทบาทในพรรค พปชร.กับฝ่ายบริหารในฐานะรัฐมนตรี โดยจะทำหน้าที่ให้ถึงที่สุด ส่วนสัดส่วนของ ครม. หากไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแล้ว จะเป็นโควตากลางของนายกฯ หรือไม่นั้น เราไม่ไปก้าวล่วง เพราะอยู่นอกขอบเขตการตัดสินใจ และอนาคตจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายกฯ พิจารณา ที่ผ่านมาเป็นส่วนหนึ่งของ พปชร. แม้จะไม่เคยทำงานการเมือง แต่ก็สร้างพรรคจนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และอยากให้พรรคเข้มแข็ง เดินหน้าเป็นสถาบันการเมืองต่อไป
4 กุมารบอกสมคิดแล้ว
&amp;ldquo;สายใยความผูกพันกับสมาชิกจะไม่หายไป ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ยังเป็นครอบครัวกัน ไม่ได้ขัดแย้งกัน และเคยพูดเสมอว่าไม่ถอดใจ การมาทำงานการเมืองคือความเสียสละ ทำหน้าที่ให้ดี ตราบใดที่มีหน้าที่จะทำให้ ไม่ได้ยึดตำแหน่งหรือหวังอะไร ทั้งนี้ ก่อนตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคได้บอกกล่าวกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ แล้ว ซึ่งท่านให้กำลังใจในการทำงาน แต่ไม่ได้แนะนำอะไร เพราะท่านเคารพการตัดสินใจของพวกเรา&amp;rdquo;นายสนธิรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนธิรัตน์ย้ำว่า ในวันนี้พวกเราจะยังทำหน้าที่ของฝ่ายบริหารจนถึงที่สุด จนถึงวันที่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่จะมาคิดเรื่องโควตาในวันนี้ โดยสิ่งที่รู้สึกคือภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างพรรคใหญ่ เป็นสถาบันทางการเมืองให้ประชาชนมีความหวัง สมาชิกพรรคทั่วประเทศ เราไม่มีการโกรธชังกัน ถึงวันนี้เราจะลาออกจากพรรค แต่มิตรภาพจะยังคงอยู่ เราแค่เลือกทางเดินในวิถีของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า เคารพการตัดสินใจ ถือเป็นเรื่องภายในพรรค ซึ่งก็ต้องเตรียมพิจารณาว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อไป วันนี้ขอให้ท่านเชื่อมั่นระบบบริหารราชการแผ่นดินของเรา เชื่อมั่นในตนเองที่จะนำพาประเทศชาติในช่วงเวลานี้ไปให้ได้ ในส่วนการปรับเปลี่ยน ครม.ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นวิถีทางทางการเมือง การเข้ามาเป็น ส.ส. การเข้ามาเป็นรัฐมนตรี การจะเข้ามาเป็น ครม. การเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ต้องไปพูดคุยเจรจากันอีกครั้ง ซึ่งคำตอบอันนี้ยังไม่มีให้ว่าใครจะเป็น ใครจะเข้า ใครจะออก เพราะเราต้องคุยกับพรรคการเมือง พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นไปตามกลไกทางการเมือง ขอให้ใจเย็นๆ
เมื่อถามว่า ที่มีข่าวว่ากำหนดไว้ว่าเดือน ก.ย.จะปรับ ครม.ถึงวันนี้จะเร็วขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวย้อนถามว่า &amp;quot;ดูจากการปรับ ครม. ใครปรับหรือยัง ผมพูดเมื่อไหร่ว่าจะมีขึ้นในเดือน ก.ย. ผมไม่เคยพูดจะปรับในเดือนกันยายนเลย พวกคุณไปตีความกันเอง&amp;quot;
เมื่อถามย้ำว่า ช่วงเวลาที่นายกฯ วางไว้เป็นช่วงเดือนไหน พล.อ.ประยุทธ์ตอบทันทีว่า &amp;quot;ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น แต่ไม่ได้พูดว่าเป็นเดือนกันยายน&amp;quot;
เมื่อถามว่า นายกฯ ไม่กำหนดชัดเจนว่าจะปรับ ครม.เมื่อไหร่ ก็จะมีการวิ่งเต้นเพื่อขอตำแหน่งกันอีก พล.อ.ประยุทธ์ย้อนว่า &amp;quot;วิ่งกับใคร ผมยืนยันว่าใครจะวิ่ง ใครจะอะไร คนวิ่งมากๆ ก็อาจไม่ได้ก็ได้ แต่ขอร้องว่าอย่าทำให้เกิดความสับสนอลหม่านได้หรือไม่ ใครจะวิ่งก็วิ่งไปเถอะ ผมจะตัดสินใจด้วยตัวของผมเอง และผมก็ต้องคุยกับหัวหน้าพรรคทุกพรรค&amp;quot;
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อ 4 กุมารไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค พปชร.แล้วจะส่งผลต่อเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องกลไกภายในพรรค เพราะสัดส่วนในการเข้ามาเป็นรัฐมนตรีมาจากพรรคการเมืองเป็นอันดับแรก โควตาคนนอกก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่อย่าลืมว่าตนเองก็ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค พปชร. เพราะฉะนั้นสัดส่วนรัฐมนตรีก็ต้องฟังจากพรรคเป็นหลัก การจะนำคนนอกเข้ามาก็เป็นโควตาของเขา ซึ่งตนเองก็ขอเขามา และเขาก็ให้เข้ามาตรงนี้ รวมทั้งมีรัฐมนตรีหลายคนที่มากับตนเองด้วย
เมื่อถามว่า การที่ 4 คนลาออกจาก พปชร. ถือว่าเป็นโควตาของนายกฯ ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เดิมก็เป็นเช่นนั้นอยู่ และเป็นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ดังนั้นวันนี้ต้องไปดูว่าโควตาเหมาะสมแล้วหรือยัง ใครจะได้เพิ่ม ใครจะได้ลดอย่างไรก็ไปว่ากันอีกที
ซักอีกว่าพูดได้หรือไม่ว่าการปรับ ครม.ครั้งหน้าจะเป็นการปรับใหญ่หรือปรับเฉพาะที่จำเป็น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เท่าที่จำเป็น ใครที่เขาทำงานดีอยู่แล้วก็ให้เขาทำงานต่อ ที่ผ่านมาทุกคนทำงานดีทั้งหมด ไม่ได้ว่าใครไม่ดี เพียงแต่กลไกทางการเมืองและวิถีทางการเมืองเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ย้ำ 4 เก้าอี้โควตานายกฯ
เมื่อถามย้ำว่า โควตาสัดส่วน ครม.ของนายกฯ คือเฉพาะตำแหน่งเดิมที่มีอยู่ใช่หรือไม่ นายก?ฯ กล่าวว่า &amp;quot;ผมถึงถามว่าเมื่อเอาเขาเข้ามาแล้วจำเป็นต้องคืนเขาหรือเปล่า ต้องคืนเขาบ้างไหม จะมีคนนอกเข้ามาได้ตรงไหน ก็ต้องไปคุยกันอีก เพราะผ่านมา 1&amp;nbsp; ปีแล้วก็ต้องคุยกันใหม่&amp;rdquo;
เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับนายสมคิดบ้างหรือยัง นายกฯ ตอบว่า ก็มีการพูดคุยกันมาโดยตลอด นายสมคิดก็บอกว่าท่านเองก็พร้อมทุกเรื่อง แต่เมื่อถามว่าที่ผ่านมามีกระแสข่าวโจมตีและขย่มนายสมคิดบ่อยครั้ง พอยืนยันได้หรือไม่ว่าไม่มีปัญหาระหว่างกัน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า &amp;quot;ผมเองก็ต้องดูมีการขย่มกันทั้ง 2 ฝ่าย สื่อก็รู้ว่าใครขย่มใคร แล้วใครขย่มกันอย่างไร วิธีไหน บางทีก็พูดกันไปเรื่อย สื่อก็เอาไปพาดหัวข่าว ซึ่งผมก็ไม่รู้ ผมก็ต้องดูว่าใครขย่มใคร และใครถูกใครผิด ผมจะตัดสินของผมเอง&amp;quot;
ถามอีกว่า หากดูตามระยะเวลาแล้ว คิดว่าถึงเวลาที่จะปรับ ครม.แล้วหรือยัง ในขณะที่ยังมีวิกฤติหลายด้าน นายกฯ กล่าวว่าพวกท่านก็รู้ว่ายังมีวิกฤติอยู่ ดังนั้นวันนี้ก็ต้องทำงานกันไปก่อน แล้วเมื่อไหร่ที่ต้องปรับก็จะปรับไป แต่ขอให้เชื่อมั่นในกลไกของเรา การบริหารราชการแผ่นดินที่ได้สร้างไว้ ใครจะไปใครจะมา ก็ต้องรักษากฎระเบียบที่วางไว้ใน พ.ร.บ.ต่างๆ ที่ทำไปใหม่ ทั้ง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ร.บ.การเงินการคลัง เราอาจยึดมั่นตัวบุคคลเป็นธรรมดาในเรื่องของความเชื่อมั่น แต่สิ่งสำคัญที่สุดถ้าตัวบุคคลทำงานร่วมกันไม่ได้มันก็อยู่ไม่ได้ถูกหรือไม่
เมื่อถามว่า แสดงว่านายกฯ ยึดนโยบายที่ทุกคนต้องสามารถสานต่องานที่วางได้ ถึงจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรี นายกฯ กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ได้ล็อกถึงขนาดนั้น แต่คิดว่าจะพิจารณาเอง เมื่อถามอีกว่าสิ่งสำคัญในการปรับ ครม.คืออะไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทันทีว่า เพื่อความสงบเรียบร้อย
ซักอีกว่า ต้องปรับทัพ ครม.เศรษฐกิจใหม่ทั้งหมดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ครม.ใหม่ถ้าปรับก็ต้องปรับ ครม.เศรษฐกิจด้วย เพราะ ครม.เศรษฐกิจมีหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และในวันที่ 10 ก.ค.นี้ ได้เลื่อนการประชุม ครม.เศรษฐกิจออกไปก่อน โดยจะประชุมที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจทั้งหมดทั้งในและนอกระบบ มาพูดคุยและรับฟังความคิดเห็นของเขาว่ามีแนวความคิดอย่างไร ถึงจะนำเข้าที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ นี่คือการบริหารงานแบบนิวนอร์มอล
เมื่อถามว่า ดูจากฝีมือการทำงานของ 4 กุมารแล้ว ครั้งหน้าน่าจะได้กับเข้ามาเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;คุณจะถามให้ได้สาระอะไรตรงนี้ ผมตอบไปแล้วในภาพรวม และท่านเหล่านี้ก็ทำงานกับผมมาโดยตลอด มีความสำเร็จมามากมายพอสมควร แต่ก็ต้องไปดูว่ากลไกทางการเมืองว่ากันอย่างไร &amp;nbsp;
มองไว้แต่ยังไม่ได้ทาบ
เมื่อถามว่า หัวหน้าทีมเศรษฐกิจได้มองคนนอกไว้จริงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;ก็มองไว้ ขึ้นอยู่กับว่า...&amp;quot; ทั้งนี้เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงตรงนี้ก็พูดต่อว่า ก็มองไว้ทั่วทุกกลุ่ม ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม ดูไว้ทั้งหมด รวมทั้งด้านสาธารณสุขก็ดู เพราะต้องรับผิดชอบทั้ง ครม.
ถามอีกว่า มั่นใจหรือไม่ว่า ครม.จะเป็นที่ยอมรับ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า พูดแล้วว่าการยอมรัฐเป็นเรื่องยากมากพอสมควร ต้องไปดูมิติอื่นๆ ร่วมด้วย การยอมรับ-ไม่ยอมรับก็เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นเชื่อถือ บางส่วนที่คนอยากให้เข้ามาทำงาน เขาก็ไม่อยากจะมา แต่เราก็ต้องเลือกคนที่ดีที่สุด ทุกกระทรวง ยืนยันว่ายังไม่ได้ทาบใครเลย
เมื่อถามว่า ที่นายกฯ ระบุว่าจะเปลี่ยนด้านความมั่นคง สาเหตุมาจากอะไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า พูดในภาพรวมไม่ต้องมาสงสัย มันไม่เกี่ยวอะไรกับตนเองทั้งสิ้น ทำผิดพลาดอะไรในตำแหน่ง รมว.กลาโหม ถ้าไม่ผิดแล้วจะเปลี่ยนทำไม ถามต่อว่ามีกระแสข่าวเสนอชื่อ พล.อ.อนุพงษ์ ?เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย มาเป็น รมว.กลาโหมแทน พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า &amp;quot;ใครเสนอ ถ้าบอกว่ามีการเสนอตามหน้าข่าวต่างๆ ก็ต้องถามว่าใครเป็นคนเขียนข่าว เรื่องนี้ขอให้ฟังผมก็แล้วกัน&amp;quot;
เมื่อถามว่ากระแสตีให้ 3 ป.แตกกัน มีความเป็นไปได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์นิ่งเงียบก่อนตอบพร้อมส่ายศีรษะว่า เป็นไปไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะว่าที่หัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวในเรื่องนี้ว่า รับแล้ว รับทราบแล้ว และเคารพการตัดสินใจของแต่ละคน ตัดสินใจอย่างไรก็เป็นเรื่องของท่าน เคารพการตัดสินใจ แล้วจะเอาอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขา แล้วแต่เขา และไม่ทราบว่าเป็นเรื่องน้อยใจหรือไม่ ส่วนความรู้สึกของคนในพรรค พปชร.นั้น ก็อยู่กัน ใครยังอยู่ก็อยู่ เพราะทุกคนรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ไม่ต้องมาถามหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่พวกเขาจะแยกไปตั้งพรรคการเมืองแล้วเป็นพันธมิตรพรรค พปชร. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า &amp;quot;ผมไม่รู้ ผมไม่ทราบ ไม่ได้คุยกันนะ&amp;quot; และเมื่อถามว่า แล้วในอนาคตยังจะทำงานร่วมกันได้อยู่ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ยังทำงานร่วมกันได้ เพราะทุกคนมีความตั้งใจทำงานให้กับประเทศชาติด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าใครทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เมื่อไม่ได้เป็นสมาชิกของพรรค พปชร.แล้วตำแหน่งรัฐมนตรียังคงอยู่หรือไม่ เพราะเป็นโควตาของ พปชร. พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า อันนี้เป็นเรื่องของนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ต้องขออวยพรให้ทั้ง 4 ท่านโชคดี แต่วันนี้เมื่อไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแล้ว ก็ควรจะคืนโควตา ครม.ที่ตัวเองดำรงตำแหน่งอยู่กลับมาให้พรรค พปชร.ด้วย ตนขอเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งครม.ด้วย ควรคืนตำแหน่งนี้กลับมาให้เป็นสมบัติของพรรค ไม่ใช่ยังกั๊กตำแหน่งอยู่เช่นนี้ เพราะถือว่าวันนี้พวกท่านไม่มีสิทธิ์แล้ว และคนที่จะดำรงตำแหน่งแทนก็ควรจะเป็นสมาชิกของพรรค พปชร.ท่านอื่นๆ ช่วงเวลาที่ผ่านมาพวกท่านได้รับประโยชน์จากพรรคไปมากพอแล้ว ขอให้ท่านกระทำให้เหมือนกับคำพูดที่ท่านบอกว่าไม่ยึดติดกับตำแหน่งทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยแกนนำพรรค ไปเทียบเชิญ พล.อ.ประวิตรที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ให้มาเป็นหัวหน้าพรรค พปชร. อาจเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติ?ประกอบรัฐธรรมนูญ? (พ.ร.ป.)? ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 วรรค 1 (2) โดยได้เทียบเคียงกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ยุบพรรคไทยรักษาชาติ&amp;nbsp; ซึ่งศาลมองว่าเข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70982</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบศักดิ์ ภูตระกูล, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคร่วมรัฐบาล, ยุติบทบาทในทางการเมือง, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สุวิทย์ เมษินทรีย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f071a04024b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
