<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2018 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 22:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาหลีใต้ยืนยันคงทหารสหรัฐในประเทศ &#039;ทรัมป์&#039; ปลื้ม &#039;มุน&#039; อวยควรได้โนเบล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีมุน แจอิน ปฏิเสธการคาดเดาที่ว่าทหารสหรัฐจะต้องออกจากเกาหลีใต้ หากรัฐบาลของเขาลงนามสนธิสัญญาสันติภาพกับเกาหลีเหนือ ด้าน &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; เป็นปลื้มผู้นำเกาหลีใต้อวยให้ได้รับโนเบลสันติภาพ คุยจะประกาศเวลาและสถานที่ซัมมิตกับ &amp;quot;คิม จองอึน&amp;quot; ภายในไม่กี่วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จับมือประธานาธิบดีมุน แจอิน ระหว่างการแถลงข่าวร่วมกันที่ทำเนียบบลูเฮาส์ ในกรุงโซล เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2561 ว่าทำเนียบประธานาธิบดีบลูเฮาส์ของเกาหลีใต้ต้องออกมาชี้แจงประเด็นนี้ ภายหลังมุน ช็องอิน ที่ปรึกษาคนหนึ่งของประธานาธิบดี เขียนบทความลงนิตยสาร Foreign Affairs ตั้งคำถามถึงความชอบด้วยเหตุผล หากเกาหลีใต้จะคงกำลังพลสหรัฐ ทั้งทหารบก, ทหารเรือ และทหารอากาศ 28,500 นาย ไว้ต่อไป ถ้าเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือลงนามสนธิสัญญาสันติภาพตามที่ประธานาธิบดีมุน และผู้นำเกาหลีเหนือ รับปากจะผลักดันระหว่างการซัมมิตเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สงครามเกาหลียุติลงเมื่อ 65 ปีที่แล้ว ผ่านการทำข้อตกลงสงบศึก แต่ไม่มีการลงนามสนธิสัญญาสันติภาพเพื่อยุติสงครามอย่างเป็นทางการ และทำให้สองประเทศนี้ยังคงมีสถานะเป็นศัตรูสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของประธานาธิบดีมุนเมื่อวันพุธ ปฏิเสธการเชื่อมโยงดังกล่าว โดยบอกว่า กองทัพสหรัฐประจำเกาหลี (ยูเอสเอฟเค) เป็นเรื่องของความเป็นพันธมิตรระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐ ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับการลงนามสนธิสัญญาสันติภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิม อึยคยอม โฆษกทำเนียบบลูเฮาส์ เปิดเผยด้วยว่า ทำเนียบประธานาธิบดีได้กล่าวเตือนที่ปรึกษารายนี้แล้ว่าอย่าได้ให้ทัศนะใดๆ ที่จะสร้างความสับสนเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารเกาหลีใต้และสหรัฐยืนดูการฝึกด้วยกระสุนจริง จากจุดสังเกตการณ์ ระหว่างการฝึกทหารร่วมกันที่เมืองโปชอน เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2560 แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ยืนยันว่า เครื่องบินรบล่องหน เอฟ-22 แรปเตอร์ หลายลำของสหรัฐมาถึงเกาหลีใต้แล้ว เพื่อเข้าร่วมการฝึกทหารร่วมกันตามปรกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งสุดท้ายที่สหรัฐส่งแรปเตอร์มายังเกาหลีใต้คือเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เพื่อร่วมการฝึกทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งเกิดขึ้นไม่กี่วันคล้อยหลังเกาหลีเหนือยิงทดสอบขีปนาวุธที่เชื่อว่าสามารถโจมตีได้ถึงแผ่นดินอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า เอฟ-22 แรปเตอร์ 8 ลำ มาถึงฐานทัพอากาศในเมืองกวางจูทางภาคใต้ของประเทศเมื่อวันอาทิตย์ การฝึก &amp;quot;แม็กซ์ธันเดอร์&amp;quot; จะเริ่มเปิดฉากในวันที่ 11 พฤษภาคม และจะฝึกนาน 2 สัปดาห์ โดยจะมีอากาศยานจาก 2 ประเทศ 100 ลำร่วมการฝึก แต่กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้เรียกร้องสื่อในประเทศให้ระงับการรายงานคาดเดาเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรกติแล้วเกาหลีเหนือจะแสดงปฏิกิริยาโกรธเกรี้ยวต่อการวางกำลังเครื่องบินรบล่องหนของสหรัฐ ที่พวกเขาเกรงว่าอาจถูกใช้เพื่อการโจมตีอย่างแม่นยำต่อผู้นำเปียงยางและสถานที่สำคัญทางยุทธการ แต่ระยะหลังคิม จองอึน ผู้นำเปียงยางมีท่าทีปรองดองมากขึ้น และเคยกล่าวไว้กับผู้แทนเกาหลีใต้ที่ไปเยือนเมื่อเดือนมีนาคมว่า เขาเข้าใจถึงความจำเป็นของการฝึกทหารร่วมระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องขอของกระทรวงกลาโหมมีออกมาภายหลังหนังสือพิมพ์โชซุนอิลโบอ้างว่า สหรัฐส่งเครื่องบินรบมาที่นี่เพื่อกดดันเกาหลีเหนือก่อนหน้าซัมมิตคิม-ทรัมป์ และเพื่อเสริมความปลอดภัยหากซัมมิตจัดขึ้นที่หมู่บ้านปันมุนจอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิม จองอึน เดินจับมือกับมุน แจอิน ไปยังอาคารพีซเฮาส์ภายในหมู่บ้านปันมุนจอมฝั่งเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2561 ทรัมป์อาจเลือกหมู่บ้านนี้เป็นสถานที่ซัมมิตระหว่างเขากับคิม ภาพ KCNA VIA KNS / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวไว้ว่าหมู่บ้านสงบศึกแห่งนี้อาจถูกใช้เป็นสถานที่พบปะกับคิม และเมื่อวันอังคาร เขายืนยันว่ามีการเตรียมการสำหรับซัมมิตครั้งนี้และภายใน 1-2 วันอาจสามารถประกาศวันและสถานที่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำสหรัฐยังแสดงความปลาบปลื้มที่ประธานาธิบดีมุนแนะไว้เมื่อวันจันทร์ว่า ทรัมป์ควรได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพสำหรับการประชุมสุดยอดกับคิม ซึ่งจะทำให้เขาเป็นผู้นำสหรัฐในตำแหน่งคนแรกที่พบปะกับผู้นำเกาหลีเหนือ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8382</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, ซัมมิต, ทรัมป์, ทหารสหรัฐ, ปันมุนจอม, มุน แจอิน, สนธิสัญญา, เกาหลีใต้, โนเบลสันติภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae9cdaf1d4ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 20:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 19:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติมอร์ตะวันออกลงนามข้อตกลงกำหนดเขตแดนทะเลกับออสเตรเลีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลติมอร์ตะวันออกและรัฐบาลออสเตรเลียลงนามสนธิสัญญาที่ยุติข้อพิพาทยาวนานนับทศวรรษเรื่องเขตแดนทางทะเลแล้วเมื่อวันอังคาร ปลดล็อกการพัฒนาแหล่งพลังงานนอกชายฝั่งที่คาดว่าจะสร้างรายได้หลายหมื่นล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;แผนที่แสดงเส้นเขตแดนทางทะเลที่กำหนดกันใหม่ (สีเขียว) เครดิตภาพ BBC / AUSTRALIAN GOVERNMENT&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2561 ว่าสนธิสัญญาที่ลงนามกันที่องค์การสหประชาชาติในนครนิวยอร์กเมื่อวันอังคารตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐนั้น&amp;nbsp; ได้รับการคาดหมายว่าจะเอื้อประโยชน์อย่างมากต่อติมอร์ตะวันออกหรือติมอร์เลสเต ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดของเอเชีย ด้วยการร่วมแบ่งปันรายได้จากแหล่งน้ำมันนอกชายฝั่ง เกรตเตอร์ซันไรส์ ในทะเลติมอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จูลี บิชอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลีย กล่าวกับภายหลังพิธีลงนามว่า ติมอร์ตะวันออกได้รับผลประโยชน์อย่างมากมายจากข้อตกลงฉบับนี้ &amp;quot;เรากำลังพูดถึงรายได้หลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐจากโครงการทรัพยากร&amp;quot; เธอกล่าวกับผู้สื่อข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเมินกันว่า แหล่งพลังงานใต้ทะเล เกรตเตอร์ซันไรต์ ซึ่งค้นพบเมื่อปี 2517 น่าจะมีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมูลค่าระหว่าง 40,000-50,000 ล้านดอลลาร์ แหล่งพลังงานนอกชายฝั่งแห่งนี้อยู่ห่างจากติมอร์เลสเตทางตะวันออกเฉียงใต้ 150 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองดาร์วินของออสเตรเลียทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 450 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮอร์เมเนกิลโด ออกุสโต กาบรัล เปเรรา รัฐมนตรีกระทรวงปักปันเขตแดนของติมอร์ตะวันออก กล่าวว่า การพัฒนาแหล่งก๊าซผ่านท่อส่งที่จะต่อมาถึงชายฝั่งตอนใต้ของประเทศ จะเป็นตัวพลิกเกม โครงการเช่นนี้จะส่งผลกระทบที่เปลี่ยนแปลงสภาพเศรษฐกิจสังคมของติมอร์ตะวันออก ซึ่ง 65% ของประชากร 1.5 ล้านคนเป็นคนวัยหนุ่มสาวที่กำลังต้องการงานทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการที่กำกับดูแลการเจรจาต่อรองทำสนธิสัญญาฉบับนี้จะเผยแพร่รายงานว่าด้วยทางเลือกต่างๆ ในการพัฒนาแหล่งพลังงานเกรตเตอร์ซันไรส์ภายในเวลาอันใกล้นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ติมอร์ตะวันออกและออสเตรเลียมีข้อพิพาทเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเลกันมานับแต่ติมอร์ตะวันออกเป็นเอกราชจากอินโดนีเซียเมื่อปี 2545 ข้อตกลงที่ลงนามกันเมื่อวันอังคารเป็นผลงานชิ้นแรกภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทะเลของยูเอ็น ที่ใช้เป็นเครื่องมือพิเศษสำหรับการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4503</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติมอร์ตะวันออก, ติมอร์เลสเต, ทะเลติมอร์, สนธิสัญญา, ออสเตรเลีย, เกรตเตอร์ซันไรส์, เขตแดนทางทะเล, แหล่งพลังงานนอกชายฝั่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9fe0123ca01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
