<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 21:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐ-รัสเซียฉีกสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางถึงกาลอวสานอย่างเป็นทางการ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐและรัสเซียพร้อมใจกันประกาศถอนตัวจากข้อตกลงสมัยสงครามเย็นฉบับนี้อย่างพร้อมเพรียงเมื่อวันศุกร์ ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีสหรัฐโทษรัสเซียคือผู้รับผิดชอบล้วนๆ เพียงชาติเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวสุนทรพจน์ที่สยามสมาคม เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2562 / AFP / POOL / JONATHAN ERNST&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2562 กล่าวว่า ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ประกาศการถอนตัวอย่างเป็นทางการของสหรัฐจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (ไอเอ็นเอฟ) ขณะมาร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่กรุงเทพฯ วันเดียวกันนี้ ไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้น กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียก็ประกาศเช่นกันว่าไอเอ็นเอฟนั้น &amp;quot;ตายแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนธิสัญญาปี 2530 นี้มีเพื่อจำกัดการใช้มิสไซล์พิสัยกลางของมหาอำนาจ 2 ชาตินี้ ทั้งที่เป็นอาวุธตามแบบและอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งสหรัฐและรัสเซียต่างแสดงเจตนาว่าจะถอนตัวจากไอเอ็นเอฟเมื่อหลายเดือนก่อน โดยกล่าวหาอีกฝ่ายว่าละเมิดสัญญาฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปอมเปโอกล่าวโทษรัสเซียไว้ในแถลงการณ์ว่า รัสเซียคือผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวต่อการอวสานของสนธิสัญญานี้ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียแถลงที่กรุงมอสโกก่อนหน้านั้นไม่นานว่า ข้อตกลงฉบับนี้จบสิ้นลงตาม &amp;quot;ความริเริ่มของสหรัฐ&amp;quot; กระนั้น เซอร์เกย์ เรียบคอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ยังเรียกร้องให้สหรัฐระงับการวางกำลังอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางเป็นการชั่วคราวภายหลังการถอนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงหลายปีมานี้ สหรัฐกล่าวหารัสเซียว่าพัฒนามิสไซล์ชนิดใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า 9 เอ็ม 729 ซึ่งถือว่าละเมิดไอเอ็นเอฟ องค์การนาโตก็สนับสนุนคำกล่าวหานี้ของสหรัฐ โดยระบุว่ามิสไซล์ชนิดนี้มีพิสัยประมาณ 1,500 กิโลเมตร แต่รัสเซียอ้างว่ามีพิสัยเพียง 480 กิโลเมตร ข้อกำหนดของไอเอ็นเอฟนั้นจำกัดการใช้มิสไซล์ที่มีพิสัยระหว่าง 500-5,500 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังคำประกาศของสหรัฐเมื่อวันศุกร์ องค์การนาโตที่มี 29 ชาติสมาชิก แสดงจุดยืนหนุนหลังสหรัฐ โดยกล่าวโทษรัสเซียเป็นต้นเหตุและปฏิญาณว่าจะตอบโต้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเสียใจที่รัสเซียไม่ได้แสดงความเต็มใจหรือดำเนินการที่แสดงให้เห็นได้ว่ารัสเซียจะกลับไปปฏิบัติตามพันธสัญญาระหว่างประเทศ&amp;quot; แถลงการณ์ของนาโตกล่าว และว่า นาโตจะตอบสนองกับอันตรายของมิสไซล์ 9 เอ็ม 729 ของรัสเซียที่มีต่อกลุ่มประเทศนาโต ด้วยวิธีที่รับผิดชอบและรอบคอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบขาวแจ้งล่วงหน้า 6 เดือน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ว่าสหรัฐจะถอนตัวจากไอเอ็นเอฟ ซึ่งประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน และประธานาธิบดีมิฮาอิล กอร์บาชอฟ ของสหภาพโซเวียตเดิม ลงนามไว้เมื่อปี 2530 ไม่นานหลังคำประกาศของทำเนียบขาว รัสเซียก็ถอนตัวเช่นกัน และเดือนก่อน ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ได้สั่งระงับการปฏิบัติตามสนธิสัญญานี้อย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากสหรัฐจะอ้างว่ารัสเซียผิดคำสัญญาแล้ว สหรัฐยังต้องการให้ประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะจีน มีส่วนร่วมกับสนธิสัญญาควบคุมอาวุธแบบนี้ด้วย เมื่อวันศุกร์ปอมเปโอกล่าวถึงจีนด้วยว่า สหรัฐต้องการเห็นการควบคุมของยุคสมัยใหม่ที่ไม่ได้จำกัดแค่ทวิภาคีเหมือนในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไอเอ็นเอฟถูกมองว่าเป็น 1 ใน 2 ของข้อตกลงควบคุมอาวุธฉบับสำคัญระหว่างสหรัฐกับรัสเซีย ข้อตกลงอีกฉบับคือสนธิสัญญานิวสตาร์ท ที่จำกัดจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ของสองประเทศให้อยู่ระดับต่ำกว่าระดับสูงสุดสมัยสงครามเย็น นิวสตาร์ทจะหมดอายุในปี 2564 และทั้งสหรัฐและรัสเซียไม่มีความกระตือรือร้นจะต่ออายุ ส่วนจีนก็ปฏิเสธข้อเรียกร้องจะเข้าร่วมนิวสตาร์ทในอนาคตเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42578</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีกสัญญา, รัสเซีย, สนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง, สหรัฐ, ไอเอ็นเอฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d44444e0de35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2019 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2019 21:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุโรปวิตก หวั่นสหรัฐล้มสนธิสัญญามิสไซล์รัสเซีย ปลุกแข่งขันอาวุธครั้งใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หลายชาติยุโรปแสดงความวิตก หากสหรัฐถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (ไอเอ็นเอฟ) ตามเส้นตายวันเสาร์นี้จะจุดชนวนการแข่งขันด้านอาวุธครั้งใหม่ เยอรมนีชี้รัสเซียละเมิดสัญญาก่อนทำให้ข้อตกลงนี้เป็นโมฆะอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซียนำมิสไซล์ครูซ 9เอ็ม729 แสดงต่อนายทหารและสื่อต่างชาติ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐขีดเส้นตายวันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 ให้รัสเซียปฏิบัติตามสนธิสัญญาที่ทำไว้ในสมัยสงครามเย็นฉบับนี้ แต่ข่าวเอเอฟพีในวันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ อ้างว่ามีรายงานว่า ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ จะประกาศถอนตัวจากไอเอ็นเอฟตั้งแต่วันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาติยุโรปตะวันตกกล่าวกันว่า ระบบมิสไซล์พิสัยกลางของรัสเซียระบบใหม่นั้นละเมิดบทบัญญัติของสนธิสัญญาปี 2530 ฉบับนี้ และทำให้เมืองในยุโรปตกอยู่ในความเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ไฮโค มาส รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี ซึ่งวิ่งรอกระหว่างกรุงมอสโกและกรุงวอชิงตันในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อพยายามรักษาสนธิสัญญานี้ กล่าวว่า รัสเซียเป็นฝ่ายละเมิดไอเอ็นเอฟ และยังคงละเมิดอยู่จนถึงขณะนี้ คำร้องขอให้รัสเซียแสดงความโปร่งใสมากขึ้นและขอให้เปิดเผยข้อมูลมากขึ้นในช่วง 60 วันที่ผ่านมานั้นเปล่าประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สนธิสัญญาที่สองประเทศทำสัญญากันไว้ และฝ่ายหนึ่งละเมิดสัญญา ถือว่าสนธิสัญญาฉบับนี้เป็นโมโมฆะ&amp;quot; รัฐมนตรีเยอรมนีกล่าวขณะเดินทางมาพบหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) ที่กรุงบูคาเรสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลิทัวเนียและลัตเวีย สองประเทศในกลุ่มรัฐบอลติกที่ตระหนักดีถึงภัยคุกคามจากรัสเซีย ต่างสนับสนุนให้สหรัฐถอนตัวจากไอเอ็นเอฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลินัส ลิงเควิเชียส รัฐมนตรีต่างประเทศของลิทัวเนีย กล่าวว่า สนธิสัญญาใดๆ มีความสำคัญต่อเมื่อประเทศภาคีปฏิบัติตาม แต่หากมีการละเมิด คุณค่าของสนธิสัญญานี้ก็เป็นปัญหา และมี &amp;quot;หลักฐานชัดเจน&amp;quot; ว่ารัสเซียละเมิดสนธิสัญญาฉบับนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กลาโหมของรัสเซียยืนกรานว่า ระบบมิสไซล์ของตนเป็นไปตามสนธิสัญญาฉบับนี้ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไอเอ็นเอฟลงนามไว้โดยประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ของสหรัฐ และประธานาธิบดีมิฮาอิล กอร์บาชอฟ ของสหภาพโซเวียตขณะนั้น เป็นข้อตกลงที่ห้ามมิสไซล์ภาคพื้นดินที่มีพิสัยระหว่าง 500-5,000 กิโลเมตร ที่ช่วยคลี่คลายภัยคุกคามจากหัวรบนิวเคลียร์ที่มีต่อชาติยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เคยกล่าวเตือนไว้ว่า หากสนธิสัญญาฉบับนี้ถูกล้มเลิก จะกระตุ้นให้มีการแข่งขันด้านอาวุธครั้งใหม่ ซึ่งเป็นแนวโน้มที่หลายประเทศยุโรปกำลังตื่นตัว รัสเซียคาดว่าพวกเขาจะได้รับการแจ้งอย่างเป็นทางการจากสหรัฐภายในวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดมิตรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน กล่าวว่า รัสเซียเสียใจกับแผนการถอนตัวของสหรัฐ ซึ่งได้ตัดสินใจไว้ล่วงหน้ามานานมากแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเคยประกาศไว้เมื่อเดือนธันวาคมว่า สหรัฐจะเริ่มกระบวนการ 6 เดือนในการถอนตัวจากไอเอ็นเอฟ หากรัสเซียไม่ถอนระบบมิสไซล์ 9เอ็ม729 ภายในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้สมาชิกในกลุ่มนาโตทั้ง 29 ประเทศจะสนับสนุนคำกล่าวของสหรัฐที่ว่ารัสเซียละเมิดข้อตกลงนี้ แต่มุมมองในการโต้ตอบนั้นไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดิดิเยร์ เรย์นเดอร์ส รัฐมนตรีต่างประเทศของเบลเยียม กล่าวว่า การถอนตัวจากสนธิสัญญาไม่ใช่การโต้ตอบที่ถูกต้อง การถอนตัวไม่อาจช่วยเพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคาริน คไนส์เซิล รัฐมนตรีต่างประเทศของออสเตรีย ซึ่งมีความใกล้ชิดกับปูติน ตอบคำถามว่าควรโทษรัสเซียว่าทำให้สนธิสัญญาฉบับนี้เสี่ยงต่อการพังครืนหรือไม่ โดยบ่ายเบี่ยงว่าเรื่องนี้มีความซับซ้อนกว่านี้ เธออ้างว่ารัสเซียกังวลเกี่ยวกับจีน ซึ่งไม่ได้อยู่ในสนธิสัญญานี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เลขาธิการนาโต กล่าวว่า พวกผู้บัญชาการทหารจะเริ่มเตรียมการเพื่อรับมือ &amp;quot;โลกที่ปราศจากสนธิสัญญาไอเอ็นเอฟ&amp;quot; แต่เขายืนกรานว่ากลุ่มนาโตยังยึดมั่นต่อการลดอาวุธ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28101</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยุโรปกังวล, รัสเซีย, สนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง, สหรัฐ, แข่งขันด้านอาวุธ, ไอเอ็นเอฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190201/image_big_5c54541e2a6d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง เกมอาวุธนิวเคลียร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องอาวุธนิวเคลียร์เป็นประเด็นร้อนอีกครั้งเมื่อประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่ารัสเซียละเมิดสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง สหรัฐไม่อาจปล่อยให้รัสเซียมีอาวุธชนิดนี้ในขณะที่สหรัฐไม่อาจจะมี ดังนั้นจึงขอถอนตัวจากสนธิสัญญา พร้อมกับพูดเป็นนัยว่าจีนต้องเข้าร่วมเจรจาด้วย มิเช่นนั้นสหรัฐจะสร้างอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางอีกครั้ง
คำกล่าวหาละเมิดสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง :
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (Intermediate-Range Nuclear Forces Treaty : INF) เป็นสนธิสัญญาทวิภาคีระหว่างสหรัฐกับสหภาพโซเวียตเมื่อธันวาคม 1987 ทั้ง 2 ประเทศตกลงที่จะกำจัดขีปนาวุธพิสัยระหว่าง 500-5,500 กิโลเมตร ที่ติดตั้งบนฐานยิงภาคพื้นดินให้หมดก่อนวันที่ 1 มิถุนายน 1991 รวมทั้งระบบปล่อยอาวุธดังกล่าว ไม่ว่าจะติดหัวรบนิวเคลียร์หรืออื่นใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใต้สนธิสัญญานี้ การศึกษาพัฒนาในตัวกระดาษยังไม่นับว่าละเมิด หากผลิตหรือยิงทดสอบขีปนาวุธจึงถือว่าละเมิดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐกล่าวหารัสเซียละเมิดสนธิสัญญาดังกล่าวตั้งแต่ปี 2008 ต่อมาปี 2014 รัฐบาลโอบามากล่าวหารัสเซียอีกครั้งว่าละเมิดสนธิสัญญาทำการทดสอบปล่อยจรวดร่อนจากระบบปล่อยภาคพื้นดิน รัฐสภามีมติให้ติดตามความเคลื่อนไหวของรัสเซียในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธันวาคม 2017 สหรัฐระบุว่าขีปนาวุธที่ละเมิดคือ Novator 9M729 หรือ SSC-8 พัฒนามาจากขีปนาวุธพิสัยใกล้ Iskander K กลายเป็นพิสัยปานกลาง และกล่าวหาว่ารัสเซียได้ประจำการขีปนาวุธดังกล่าวแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาพร้อมกับชี้ว่าสหรัฐละเมิดสนธิสัญญาเช่นกัน ยกกรณีติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธ SM-3 ในโรมาเนียกับโปแลนด์ แม้ว่าระบบดังกล่าวเป็นระบบต่อต้านขีปนาวุธ (พื้นสู่อากาศ) แต่สามารถติดตั้งขีปนาวุธพื้นสู่พื้น เช่น จรวดร่อนโทมาฮอว์ค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายสหรัฐชี้แจงว่าไม่ได้ละเมิดเพราะติดตั้งแต่ระบบต่อต้านขีปนาวุธ&amp;nbsp;
วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในที่นี้จะนำเสนอแนวคิดมุมมองหลากหลาย ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประการแรก ควรตั้งคณะกรรมการตรวจพิสูจน์หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายใต้สนธิสัญญา INF ได้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจพิสูจน์พิเศษ (Special Verification Commission) ตรวจพิสูจน์ว่าคู่สัญญาทำตามข้อตกลงหรือไม่ คณะกรรมการดังกล่าวทำหน้าที่ได้ดีเป็นที่ยอมรับในช่วงตรวจพิสูจน์การทำลายอาวุธของทั้ง 2 ฝ่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บัดนี้ เมื่อมีข้อกล่าวหาจึงมีผู้เสนอให้คณะกรรมการพิเศษชุดนี้ทำหน้าที่อีกครั้ง เพื่อชี้ว่ามีการละเมิด INF หรือไม่ &amp;nbsp;แต่ดูเหมือนรัฐบาลทรัมป์ (รวมทั้งรัฐบาลโอบามา) ไม่สนใจตรวจพิสูจน์ด้วยคนกลาง เลือกที่จะตัดสินใจด้วยตัวเอง ทั้งๆ &amp;nbsp;ที่รัสเซียปฏิเสธเรื่อยมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวคิดใช้คณะกรรมการตรวจพิสูจน์เป็นแนวคิดที่ดีแต่ยากจะปฏิบัติในบริบทปัจจุบัน ควรเท้าความว่าคณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นเมื่อเริ่มบังคับใช้ INF นั้นในขณะนั้นเป็นช่วงปลายสงครามเย็น ทั้งยุโรปตะวันตกกับรัสเซียต่างเห็นพ้องที่จะลดความตึงเครียด จึงยินดีเปิดฐานทัพให้เข้าตรวจสอบและทำลายอาวุธนิวเคลียร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่บริบทปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้น สหรัฐหรือรัสเซียคงไม่ยินดีที่จะเปิดให้ตรวจสอบอย่างทั่วถึง แท้จริงแล้วไม่มีประเทศใดที่เปิดเผยข้อมูลทั้งหมด สุดท้ายกลายเป็นว่าไม่อาจสรุปได้ว่ายังยึดมั่น INF หรือไม่ อีกทั้งการเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเข้าจารกรรมล้วงความลับ บริบทที่ไม่เอื้อจึงเป็นอุปสรรคหากจะใช้แนวทางนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประการที่ 2 เพื่อยับยั้งอิทธิพลจีนในทะเลจีนใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์บางคนเห็นว่าเป้าหมายที่แท้คือสหรัฐหวังสกัดอิทธิพลจีนในทะเลจีนใต้ เกรงว่าขีปนาวุธจีนคุกคามพันธมิตร ฐานทัพ กองเรือสหรัฐในย่านนั้น การประกาศถอนตัวของทรัมป์อาจเป็นกลวิธีเจรจาเพื่อดึงให้จีนเข้าร่วมสนธิสัญญา INF ฉบับใหม่ (การเจรจาใหม่) จำกัดปริมาณอาวุธของจีน ฯลฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในระบบขีปนาวุธจีนที่สหรัฐกังวลคือ DF-26 มีพิสัย 4,000 กิโลเมตร เป็นอันตรายต่อฐานทัพอเมริกันและกองเรือในรัศมีอาวุธ สหรัฐคงหวังให้ยุโรป รัสเซีย และอีกหลายประเทศช่วยกดดันจีนให้ยอมเข้าร่วม INF นับเป็นวิธีการที่ชาญฉลาด หากสำเร็จลุล่วงควรยกความดีความชอบให้กับรัฐบาลทรัมป์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แดน บลูเมนธอล (Dan Blumenthal) อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐเห็นว่าการถอนตัวจากสนธิสัญญาเปิดทางให้สหรัฐสร้างขีปนาวุธพิสัยกลางแบบใหม่ที่มีความสามารถในการพรางตัวและเคลื่อนที่ไปมาได้สะดวก และอาจประจำการขีปนาวุธชนิดนี้ที่เกาะกวมกับญี่ปุ่น หากเป็นเช่นนั้นจีนต้องพัฒนาและติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธอีกมากหากคิดจะสกัดกั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวคิดนี้มุ่งเป้าที่จีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประการที่ 3 INF ล้าสมัยควรเจรจาใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในอีกมุมมองคือสนธิสัญญา INF เป็นประโยชน์ในยุคใกล้สิ้นสงครามเย็น แต่หลังใช้มากว่า 30 ปี บริบทเปลี่ยนไปมากแล้ว รัสเซียภายใต้ยุคปูตินกำลังฟื้นตัวอีกครั้ง และต้องการความเป็นเจ้า (อย่างน้อยในระดับภูมิภาค) เร่งสร้างขยายกองทัพใหม่อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ในด้านหนึ่งมหาอำนาจนิวเคลียร์เจรจาเรื่อยมาเพื่อรักษาความปลอดภัยไม่ให้เกิดเหตุร้ายโดยไม่คาดฝัน เจรจาลดอาวุธหลายรอบ หนึ่งในผลงานคือ INF แต่ในอีกด้านการแข่งขันยังดำเนินต่อเนื่อง ชาตินิวเคลียร์ส่วนใหญ่ยังพัฒนาอาวุธใหม่ๆ สหรัฐสร้างระบบป้องกันขีปนาวุธและพยายามติดตั้งตามจุดต่างๆ ทั่วโลก รัสเซียตอบโต้ด้วยการสร้างขีปนาวุธรุ่นใหม่ที่อ้างว่าสามารถหลบหลีกหรือทะลวงระบบต่อต้านของสหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยแนวคิดนี้ การถอนตัวหรือยกเลิก INF เพื่อเจรจาใหม่น่าจะเป็นผลดี และควรนำทุกประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์มาร่วมเจรจา รวมทั้งอิสราเอลที่ไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธว่าตนมีอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่ ทั้งควรนำระบบต่อต้านขีปนาวุธ (Ballistic Missile Defense - BMD) เป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาด้วย แต่แนวคิดนี้คงไม่ง่าย มากคนมากความ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประการที่ 4 ทำไมยังต้องทำสนธิสัญญาอีกเมื่อรัฐบาลสหรัฐพร้อมฉีกทุกเมื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ามองในแง่ลบ ในเวลาไม่ถึง 2 ปีรัฐบาลสหรัฐฉีกสนธิสัญญา ข้อตกลงระหว่างประเทศหลายฉบับ ด้วยเหตุผลว่าไม่สนับสนุนผลประโยชน์อเมริกา ก่อให้เกิดคำถามว่าการทำสนธิสัญญา ข้อตกลงกับประเทศนี้มีประโยชน์แค่ไหน เพราะไม่มีหลักประกันว่าข้อตกลงที่ทำวันนี้จะคงอยู่ในวันพรุ่งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐจะคงรักษาข้อตกลงตราบเท่าที่เห็นว่าได้ประโยชน์มากพอ คำถามคือจำเป็นแค่ไหนที่ต้องทำสัญญาเพื่อให้สหรัฐได้ประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมมุติว่าจีนเข้าร่วมทำข้อตกลงฉบับใหม่ จำกัดอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเอง ไม่ได้แปลว่าในอนาคตสหรัฐจะไม่ฉีกสัญญาหรือขอให้ปรับสัญญาใหม่ตราบเท่าที่สหรัฐคงความเป็นเจ้าทางทหารของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวคิดนี้ให้หลักคิดว่ารัฐบาลสหรัฐใช้การทำสนธิสัญญา ข้อตกลงต่างๆ เป็นเครื่องมือจำกัดอำนาจอิทธิพลของชาติอื่นๆ เพิ่มขยายผลประโยชน์ อำนาจอิทธิพลของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประการที่ 5 โลกแห่งการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับตั้งแต่โลกมีอาวุธนิวเคลียร์ครั้งแรก สหรัฐเป็นประเทศนำด้านนี้มาตลอด ยุทธศาสตร์ด้านนิวเคลียร์ (Nuclear Posture Review : NPR) ฉบับล่าสุดปี 2018 ประกาศชัดว่า รัฐบาลมีหน้าที่คงกำลังอาวุธนิวเคลียร์ให้เหนือทุกประเทศใดโลก ด้วยความเชื่อว่านอกจากปลอดภัยแล้ว ยังใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเจรจา เรื่องนี้สัมพันธ์กับเศรษฐกิจโดยตรง เพราะสหรัฐมีอิทธิพลต่อโครงสร้างเศรษฐกิจโลก เป็นระบบที่เอื้อประโยชน์ต่อตน วันใดที่ภาพลักษณ์ความเป็นมหาอำนาจหดหาย จะกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจทันที เช่น กระทบต่อค่าเงินดอลลาร์ ข้อตกลงการค้าที่สหรัฐได้เปรียบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งรัสเซียกับจีนล้วนเป็นผู้ตามหลังอเมริกาในเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ (แม้สหรัฐจะไม่มีขีปนาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางแต่โดยรวมแล้วยังเป็นเจ้า) และต้องย้ำว่าสหรัฐจะไม่ยอมให้ใครแซงนำในเรื่องนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การถอนตัวจาก INF การนำสู่การเจรจาใหม่อยู่ภายใต้กรอบแนวคิดว่าสหรัฐจะต้องเป็นผู้นำด้านกองกำลังนิวเคลียร์โลก ดังนั้น หากรัสเซีย จีน หรือประเทศใดพยายามจะแข่งสะสมนิวเคลียร์ สหรัฐจะก้าวไปให้เร็วกว่าและไกลกว่า โลกแห่งการสะสมกองกำลังนิวเคลียร์เป็นเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าประเทศใด องค์การระหว่างประเทศ คนชาติใดจะกล่าวโจมตีรัฐบาลสหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประการที่ 6 ทรัมป์ไม่ต้องการสงครามล้างโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่อยครั้งที่มีข่าวความตึงเครียดเรื่องอาวุธนิวเคลียร์จะมีผู้คิดถึงสงครามนิวเคลียร์ แม้ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้ถ้อยคำรุนแรง สุ่มเสี่ยงให้เผชิญหน้า เพิ่มงบประมาณสร้างอาวุธจำนวนมาก รวมทั้งอาวุธนิวเคลียร์ใหม่ๆ แต่เหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าทรัมป์คิดจะทำสงครามนิวเคลียร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าจะตั้งคำถามแบบเข้าใจง่ายๆ อาจตั้งคำถามว่าประธานาธิบดีอยากทำสงครามนิวเคลียร์หรือไม่ อยากดำเนินชีวิตต่อในโลกยุคหลังสงครามนิวเคลียร์หรือไม่ &amp;nbsp;คำตอบโดยสามัญสำนึกคือทรัมป์อยากอยู่ดีกินดี มีชีวิตยืนยาวอีกหลายปี ใช้ชีวิตเยี่ยงราชามากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องที่ใส่ใจมากที่สุดตอนนี้อาจเป็นการทำอย่างไรจะได้เป็นประธานาธิบดีต่ออีกสมัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นไม่ควรตั้งธงว่าทรัมป์ต้องการทำสงครามนิวเคลียร์ จะเกิดสงครามล้างโลกในไม่ช้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคนวิพากษ์ว่าความคิดถอนตัวจากสนธิสัญญาขีปนาวุธพิสัยกลาง (INF) จะยิ่งเพิ่มความตึงเครียด เป็นเหตุแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ บางคนตั้งคำถามว่าเป็นประโยชน์ต่ออเมริกาแค่ไหน จะยิ่งทำให้ประเทศตกอยู่ในความเสี่ยงสงครามนิวเคลียร์หรือไม่ ที่ผ่านมากรณีเกาหลีเหนือกับอิหร่านก็ถูกตีความว่าอาจเป็นเหตุใช้นิวเคลียร์กันแล้ว กรณีล่าสุดเป็นการเผชิญหน้าระหว่างมหาอำนาจนิวเคลียร์ด้วยกันจะร้ายแรงกว่าเพียงใด เหล่านี้เป็นมุมมองที่พูดได้ ในอีกมุมมองหนึ่งควรชมเชยรัฐบาลสหรัฐที่กำลังใช้ความได้เปรียบของตนสร้างความได้เปรียบเพิ่มอีก ต้องอาศัยรัฐบาลอย่างทรัมป์ที่จะลงมือทำเรื่องเช่นนี้.
-----------------------------
ภาพ : ขีปนาวุธติดหัวรับนิวเคลียร์ DF-26 ของจีน
ที่มา : http://www.chinadaily.com.cn/a/201804/26/WS5ae18ecda3105cdcf651ab3c.html?fbclid=IwAR0Gidd3TmM6z42Sp9TmdwzR9pqHI8Z1jLFM-ZXsopPiHDZKXgBAfq__vwc&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;-----------------------------
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20831</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาญชัย คุ้มปัญญา, สถานการณ์โลก, สนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง, เกมอาวุธนิวเคลียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2018 20:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2018 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ฉีกสนธิสัญญานิวเคลียร์รัสเซียสมัยสงครามเย็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันจะถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางที่สหรัฐทำไว้กับรัสเซียตั้งแต่ยุคสงครามเย็น อ้างรัสเซียละเมิดข้อตกลงนี้มานานหลายปี ขณะรัสเซียเตือนเป็นก้าวย่างที่อันตรายมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปราศรัย &amp;quot;ทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง&amp;quot; ที่สนามบินเอลโค เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัมป์ยืนยันเมื่อวันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม 2561 ว่ารัฐบาลของเขาจะถอนตัวจากสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (ไอเอ็นเอฟ) ที่ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ของสหรัฐ และประธานาธิบดีมิฮาอิล กอร์บาชอฟ ของรัสเซีย ลงนามกันไว้เมื่อปี 2530&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์อ้างว่า สหรัฐเป็นฝ่ายที่ปฏิบัติตามและเคารพข้อตกลงฉบับนี้อยู่ฝ่ายเดียว แต่น่าเสียดายที่รัสเซียไม่เคารพข้อตกลงนี้ ฉะนั้นสหรัฐจะกำจัดข้อตกลงฉบับนี้และจะถอนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัสเซียละเมิดข้อตกลง พวกเขาละเมิดมันมานานหลายปีดีดัก ผมไม่รู้ว่าทำไมโอบามา&amp;nbsp; (ประธานาธิบดีบารัค โอบามา) จึงไม่เจรจาต่อรองหรือถอนตัว เราจะไม่ยอมให้พวกเขาละเมิดข้อตกลงนิวเคลียร์แล้วผลิตอาวุธต่อไป ในขณะที่เราไม่ได้รับอนุญาตให้ทำเช่นนั้น&amp;quot; ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่เมืองเอลโค รัฐเนวาดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลของทรัมป์แสดงความไม่พอใจที่รัสเซียวางกำลังมิสไซล์ 9 เอ็ม 729 ที่สหรัฐระบุว่าสามารถโจมตีได้ไกลกว่า 310 ไมล์ (500 กิโลเมตร) ซึ่งถือเป็นการละเมิดสนธิสัญญาไอเอ็นเอฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนธิสัญญาฉบับนี้ ซึ่งห้ามการใช้อาวุธมิสไซล์ที่มีพิสัยระหว่าง 310-3,400 ไมล์ เกิดขึ้นสืบเนื่องจากวิกฤติในยุคทศวรรษ 1980 ที่สหภาพโซเวียตวางกำลังขีปนาวุธพิสัยกลางติดหัวรบนิวเคลียร์ เอสเอส-20 โดยพุ่งเป้าหมายมาที่เมืองหลวงของชาติตะวันตกหลายแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอาร์ไอเอโนวอสติของทางการรัสเซียอ้างคำกล่าวของแหล่งข่าวในกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียรายหนึ่ง ว่าแรงจูงใจสำคัญของรัฐบาลสหรัฐก็คือความฝันของโลกแบบขั้วเดียว ซึ่งไม่มีวันเป็นความจริงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในวันอาทิตย์ เซอร์เกย์ เรียบคอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวเตือนทรัมป์ด้วยว่า การถอนตัวจากข้อตกลงไอเอ็นเอฟนี้จะเป็นการดำเนินการที่อันตรายมาก พร้อมกับกล่าวหาสหรัฐว่ายอมเสี่ยงกับการโดนนานาชาติประณามเพื่อแลกกับอำนาจเป็นใหญ่สูงสุดทางทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายืนกรานด้วยว่า รัสเซียทำตามสนธิสัญญาอายุเก่าแก่ 3 ทศวรรษฉบับนี้อย่างเข้มงวดที่สุด แต่สหรัฐกลับละเมิดข้อตกลงนี้อย่างโจ่งแจ้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20393</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีกสนธิสัญญา, ถอนตัว, รัสเซีย, สงครามเย็น, สนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง, สหรัฐ, โดนัลด์ ทรัมป์, ไอเอ็นเอฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181021/image_big_5bcc80f5397fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
