<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.สผ.- เออาร์วี หนุน ‘จุฬาฯ-ใบยา’ ลงนาม MOU สนับสนุน 30 ล้านบาท พัฒนาวัคซีนโควิดของคนไทย คุณภาพเทียบเท่าต่างชาติ คาดสำเร็จปี 65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2564 -- นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ ดร.ธนา สราญเวทย์พันธุ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอไอ แอนด์ &amp;nbsp;โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงการสนับสนุนงบประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ชนิดโปรตีนซับยูนิตจากใบยาสูบ &amp;ldquo;จุฬาฯ-ใบยา&amp;rdquo; กับ รศ.ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย ประธานมูลนิธิ ซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ และ ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด โดยมี ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ โรงงานต้นแบบการผลิตวัคซีนและยาชีววัตถุด้วยพืช ซึ่งดำเนินการโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;และบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท.สผ. มีภารกิจหลักในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานแก่ประเทศ ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;ปตท.สผ. ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู้กับวิกฤตเคียงข้างคนไทยและบุคลากรทางการแพทย์ โดยได้สนับสนุนทั้งนวัตกรรมและงบประมาณให้กับโรงพยาบาล สถาบันการศึกษา และหน่วยงานต่าง ๆ มาตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การพัฒนาวัคซีนจุฬาฯ-ใบยาครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวที่มีความสำคัญระดับชาติ ซึ่ง ปตท.สผ. ยินดีเป็นอย่างยิ่งในการร่วมสนับสนุน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด ทั้งงบประมาณ องค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมให้การค้นคว้าวิจัย ทดลอง ผลิตวัคซีนจุฬาฯ-ใบยาครั้งนี้ ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประเทศไทยและคนไทยมีวัคซีนต้านโควิดที่มีคุณภาพทัดเทียมกับต่างประเทศ สร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งในการป้องกันเชื้อโรค รวมทั้ง ยังเป็นการสะท้อนถึงความสำเร็จและความสามารถของประเทศไทยในการพึ่งพาตนเองได้อย่างชัดเจน โดย เออาร์วี ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ปตท.สผ. จะนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาร่วมในการพัฒนาและผลิตวัคซีนจุฬาฯ-ใบยาครั้งนี้ด้วย&amp;rdquo; นายพงศธรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นวัตกรรมอื่นๆ ซึ่ง ปตท.สผ. โดยเออาร์วี ได้พัฒนาขึ้นร่วมกับพันธมิตร เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 ได้แก่ เตียงและรถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแรงดันลบ ชุดอุปกรณ์ระบบตรวจวัดอุณหภูมิตู้เก็บวัคซีนโควิด-19 และควบคุมห่วงโซ่ความเย็น หุ่นยนต์ CARA นำส่งเวชภัณฑ์และอาหาร หุ่นยนต์ Xterlizer ฆ่าเชื้อโรคอัตโนมัติด้วยแสงยูวี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน รศ.ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย ประธานมูลนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ กล่าวว่า &amp;ldquo;มูลนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ ขอขอบคุณ ปตท.สผ. และ เออาร์วี ที่ให้การสนับสนุน ร่วมเป็นพันธมิตรในภารกิจครั้งสำคัญนี้ เราเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนทางการเงินให้แก่ใบยา ไฟโตฟาร์ม ให้สามารถศึกษาวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อคิดค้นและผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ให้กับคนไทยได้สำเร็จจนข้ามผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้และด้วยแพลตฟอร์มเทคโนโลยีเดียวกันนี้ที่เราคนไทยเป็นเจ้าของเองตั้งแต่ต้นน้ำจะช่วยสร้างความมั่นคงให้ระบบสาธารณสุขไทยได้อย่างแท้จริง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน วัคซีนจุฬาฯ-ใบยา กำลังอยู่ระหว่างทดสอบในมนุษย์ เฟสที่ 1 เบื้องต้นประมาณ 100 คน ในขนาดโดส &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;10 ไมโครกรัม 50 ไมโครกรัม และ 100 ไมโครกรัม ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน คาดว่าภายในไตรมาส 3 ของ ปี 2565 จะสามารถผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากฝีมือคนไทยในประเทศได้เองสูงสุด 5 ล้านโดสต่อเดือน หรือ 60 ล้านโดสต่อปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116015</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาฯ-ใบยา, ชนิดโปรตีนซับยูนิตจากใบยาสูบ, ดร.ธนา สราญเวทย์พันธุ์, นายพงศธร ทวีสิน, บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), บริษัท เอไอ แอนด์  โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด, บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด, ปตท.สผ., ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ, พัฒนาวัคซีนโควิด-19, มูลนิธิ ซียูเอ็นเทอร์ไพรส์, รศ.ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย, ลงนาม MOU, ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์, สนับสนุนงบประมาณ, หุ่นยนต์ CARA, หุ่นยนต์ Xterlizer, อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, เออาร์วี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61383719b21a2.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2019 02:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2019 02:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลับลำแทบไม่ทัน หลังผู้กำกับ’มะลิลา’เหน็บรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากขึ้นรับรางวัลบนเวทีสุพรรณหงส์ อนุชา บุญยวรรธนะ หรือ นุซี่ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องมะลิลา ก็ได้พูดเหน็บรัฐบาลบนเวทีแบบนิ่มๆ ในทำนองว่า &amp;nbsp;รัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ค่อยสนับสนุนวงการภาพยนตร์ไทยเท่าที่ควร หวังในอนาคตถ้ามีรัฐบาลใหม่น่าจะสนใจและดูแลภาพยนตร์ไทยให้ดีขึ้นกว่านี้ โดยพูดต่อหน้า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ที่เป็นผู้มอบรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ล่าสุดคดีพลิกเมื่อมีการขุดคุ้ยมาว่าจริงๆ แล้ว ภาพยนตร์เรื่องมะลิลา ของผู้กำกับ อนุชา บุญยวรรธนะ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่เพิ่งได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเวทีสุพรรณหงส์ โดยสามารถกวาดรางวัลอื่นไปด้วยมากถึง 7 รางวัล ได้รับการสนับสนุนทุนสร้างจำนวนหนึ่งจากกระทรวงวัฒนธรรม ในรัฐบาลชุดนี้ ทำเอาเจ้าตัวกลับลำแทบไม่ทัน รีบออกมาโพสต์ชี้แจงและขอบคุณกระทรวงวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อวานนี้ภาพยนตร์เรื่อง มะลิลา ได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และรางวัลอื่นๆ อีก 7 รางวัล นุชี่อยากขอขอบคุณเพื่อนๆ พี่น้องในวงการภาพยนตร์ไทยมากๆ ที่ให้การยอมรับภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอย่างดีค่ะ #เกินคาดมากๆ ค่ะ เมื่อได้มีโอกาสขึ้นไปพูดขอบคุณบนเวที นุชี่รู้สึกตื่นเต้นมาก พูดข้าพเจ้าสลับกับดิฉันมั่วไปหมด #ตื่นเต้นจริงค่ะ แต่เมื่ออยู่บนเวทีได้เห็นเพื่อนๆ พี่น้องในวงการภาพยนตร์นั่งอยู่รวมกัน ก็รับรู้ได้ถึงพลังในการต่อสู้เพื่อภาพยนตร์ไทย แต่ละท่านต่างมีวิถีทางของตัวเองในการที่จะสร้างสรรค์งานเพื่อขับเคลื่อนวงการ และเชื่อว่าทุกคนต้องผ่านเส้นทางอันยากลำบากกว่าที่จะผลงานภาพยนตร์ออกสู่สายตาประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในนาทีนั้นเมื่อมีโอกาสได้มายืนในจุดที่สามารถบอกกับภาครัฐและสังคมได้ นุชี่รู้สึกว่าเป็นหน้าที่ในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์ไทยคนหนึ่ง ที่จะต้องพูดอะไรบางอย่างเพื่อสะท้อนความเป็นจริงให้ภาครัฐและสังคมไทยหันมาสนับสนุนภาพยนตร์ไทยให้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มะลิลาเองก็เป็นภาพยนตร์ที่ต้องผ่านการเดินทางอันยากลำบากมากมาย นุชี่ร่วมเขียนบทกับคุณวาสุเทพ เมื่อเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ในตอนเริ่มต้นต้องอาศัยความเชื่อมั่นในเรื่องราวที่อยากจะถ่ายทอด โดยในวันนั้นก็ไม่มีใครมองเห็นว่าหนังจะมีอนาคตอย่างไร ได้สร้างหรือไม่ ยังไม่ต้องคิดว่าจะมีคนดูหรือไม่ ขายได้หรือเปล่า แต่ก็ทุ่มเทมันสมองและประสบการณ์ชีวิตลงไปกันอย่างเต็มที่ เมื่อบทเสร็จ สิ่งที่ยากมากลำดับถัดไปก็คือ จะสร้างได้อย่างไร จะหาเงินมาจากไหน นุชี่และจีวิลเลจ รวมทั้งโปรดิวเซอร์ทุกคน ในเวลานั้นยังไม่สามารถที่จะหาทุนมาสร้างหนังเรื่องนี้ได้ เวลาผ่านไปหลายปี นุชี่จึงคิดว่าหมดหนทางแล้ว มีอยู่ทางเดียว คือนุชี่จะต้องนำบ้านไปจำนองกับธนาคารเพื่อเอาเงินมาสร้างภาพยนตร์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จริงๆ ได้ติดต่อธนาคารไว้หลายที่ เตรียมเอกสารไว้พร้อมแล้ว เหลือแค่ดำเนินการให้เรียบร้อย แต่จังหวะนั้นโชคชะตาก็ส่งโปรเจค &amp;ldquo;อนธการ&amp;rdquo; เข้ามาให้นุชี่มีโอกาสได้ทำหนังเป็นเรื่องแรก คนที่ให้โอกาสก็เป็นเพื่อนพี่น้องในวงการนี่ล่ะค่ะ หนังเรื่องแรกจึงได้เกิดขึ้นและมีโอกาสต่อยอดมาถึงเรื่องมะลิลา ที่บางท่านได้รู้จักและหลายท่านอาจรู้จักมากขึ้นเมื่อวาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาถึงมะลิลา นุชี่ได้เรียนรู้ว่า สไตล์ทำหนังแบบศิลปะนั้น ยากที่จะมีคนมาดูมากมายจนสามารถเก็บเกี่ยวรายได้เพื่อคืนทุน นุชี่จึงตัดสินใจสู้ด้วยการนำพระเอกอันดับต้นๆ ของประเทศไทย คือคุณเวียร์ ศุกลวัฒน์ และคุณโอ อนุชิต มาเพื่อหวังจะดึงให้คนไทยสนใจภาพยนตร์แนวศิลปะมากขึ้น ซึ่งทั้งคู่ก็มอบการแสดงอันดีเยี่ยมเป็นที่กล่าวขวัญถึง นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนทุนสร้างจำนวนหนึ่งจากกระทรวงวัฒนธรรม และได้รับโอกาสให้นำโปรเจคไปนำเสนอที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ซึ่งได้รับการตอบรับดีพอสมควร จนในที่สุดสามารถสร้างภาพยนตร์ได้สำเร็จออกฉายที่เทศกาลภาพยนตร์ในต่างประเทศ ได้รับรางวัลมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อมาฉายในประเทศไทย ได้ปรึกษากับเครือโรงหนังได้วันฉายเป็นวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ซึ่งชนกับภาพยนตร์ Black Panther แต่ก็ต้องตัดสินใจสู้ต่อ ทั้งการต่อรองจำนวนโรงและการทำคอนเทนท์ประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบด้วยตัวเอง ตามกำลังทรัพย์ที่มี เพื่อเชิญชวนให้คนดูหันมาสนใจภาพยนตร์ไทยเรื่องนี้ ซึ่งภาพยนตร์ก็ได้รับกระแสชื่นชมในแง่บวกเป็นที่น่าพอใจในเรื่องของคุณภาพที่ตั้งใจสร้างสรรค์ คนดูจำนวนมากตีความภาพยนตร์ออกมาและได้รับแง่คิด ความงามของศิลปะไทย ความไม่จีรังของชีวิต ความทุกข์และความตายตามพุทธปรัชญา อย่างที่นุชี่ตั้งใจไว้ เมื่อจบโปรแกรมฉาย ได้รายได้เพียง 2.5 ล้านบาท แต่ก็ยังรวบรวมพลังใจทั้งหมดเดินทางเผยแพร่ภาพยนตร์เรื่องนี้ต่อไปด้วยช่องทางอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนในวันนี้ ได้รับรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ ซึ่งเป็นรางวัลที่ทรงเกียรติน่าภาคภูมิใจ นาทีที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือความรู้สึกอย่างจริงใจที่ต้องการให้เกิดการสนับสนุนสร้างโอกาสให้ภาพยนตร์ไทยมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุดท้ายนี้ นุชี่อยากกราบขอโทษกระทรวงวัฒนธรรมที่ลืมพูดขอบคุณบนเวทีค่ะ ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นมากจริงๆค่ะ นุชี่รู้สึกชื่นชมและทราบซึ้งใจอยู่เสมอที่อย่างน้อยยังมีหน่วยงานจากภาครัฐอย่างกระทรวงวัฒนธรรมมองเห็นให้การสนับสนุนหนังเรื่องมะลิลา แม้ว่าจะเล่าเรื่องประเด็นอ่อนไหวอย่างศาสนาและความหลากหลายทางเพศ แต่ก็ให้อิสระและเปิดโอกาสนุชี่ได้นำเสนอความงามของศิลปะภาพยนตร์อย่างเต็มที่ นุชี่ต้องขอขอบคุณกระทรวงวัฒนธรรมมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอขอบคุณทีมงานและนักแสดงทุกท่านที่ทำงานจนอาจเรียกได้ว่าอุทิศตนให้กับหนังเรื่องนี้ รวมไปถึงทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนส่งเสริมภาพยนตร์เรื่องมะลิลา และขอขอบคุณคนดูทุกท่านด้วยค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Anucha Boonyawatana และอินเตอร์เน็ต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30507</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม, พลเอกประยุทธ์, มะลิลา, รัฐบาล, วิษณุ  เครืองาม, สนับสนุนงบประมาณ, สุพรรณหงส์, หนังไทย, อนุชา บุญยวรรธนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190305/image_big_5c7d7b91a5640.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
