<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 16:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 16:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แวดวงโซเชียลฯรู้ดีว่าหมายถึงใคร &#039;จตุพร&#039; สุดทนโต้เจ็บจอมยุนอกสนามรบ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.63 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟซบุ๊กไลฟ์ PEACETALK ช่วงหนึ่งว่า เก่าดูดีเพราะใหม่นั้น เป็นการแสดงความเห็นที่เน้นถึงทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ เพราะหลังจากปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ นายอนุชา นาคาศัย เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ ได้พูดถึง นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ จะเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจคนใหม่ ปรากฎว่า กลายเป็นเรื่องใหญ่โต แม้นายอนุชา จะกลับลำ ระบุถึงนางนฤมล เป็นทีมเศรษฐกิจของพรรค ไม่ใช่ทีมเศรษฐกิจรัฐบาล แต่ไม่สามารถหยุดเสียงวิจารณ์ต่างๆนานาได้ เนื่องจากกระแสด้านลบขยายไปไกลกันมาแล้ว หากมองทีมเศรษฐกิจชุดเก่า 4 กุมารภายใต้การนำของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ซึ่งคนเหล่านี้ผ่านการพิจารณาของซุปเปอร์โพล ให้ค่าด้านดีที่ได้รับความนิยมจากประชาชนเป็นอย่างมาก เมื่อมีการระบุชื่อดร.นฤมล มา จึงทำให้ทีมเศรษฐกิจชุดเก่าดูดีขึ้นอีกมาก ราวกับเป็นสัจธรรมทางการเมืองส่วนหนึ่งที่ระบุเปรียบเปรยว่า ถ้าตัวเองหน้าตาไม่ดี ต้องการให้ดูดีขึ้น ควรนำคนหน้าตาที่แย่ ดูไม่ดีกว่ามายืนข้างๆ ย่อมทำให้ตัวเองดูดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพรกล่าวว่า ในความรู้สึกคนไทยกับสถานการณ์เศรษฐกิจยากลำบากนั้น ทีมเศรษฐกิจจะเข้ามาใหม่จะรับทุกขลาภ ไม่ทราบว่า นายกรัฐมนตรีจะคิดอย่างไร หากต้องการใช้ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่แล้ว ควรให้ชุดใหม่เขียนร่าง พรบ.งบประมาณปี 2564 เพราะต้องรับผิดชอบ หากปรับครม.ตามที่ปรากฎแบบคนเก่าเขียน ร่างพรบ.งบประมาณ แล้วทีมใหม่มาทำ ซึ่งจะมีสภาพติดขัด ยึกยักไปหมด ดังนั้น ภายใต้โฉมหน้าทีมเศรษฐกิจใหม่จึงทำให้คนไทยไม่สบายใจอยู่ดีนอกจากนี้ คนไทยกำลังเดินไปสู่เดือนกรกฎาคม เชื่อว่าจะเห็นปรากฎการณ์หลากหลายมิติ โดยเรื่องที่ไม่คาดจะเกิด จะได้เห็นทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี ส่วนการปรับ ครม.ที่กำลังจะมีขึ้น ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกกี่วัน และไม่มีความชัดเจนกับสถานการณ์นี้เลย แล้วจะนำไปสู่สถานการณ์อะไรอีกหรือไม่ เนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจ และด้านอื่นๆจะทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับ ดังนั้น มุมมองทางการเมืองของตน ซึ่งผ่านร้อนผ่านหนาวมาแล้ว จึงไม่กระโตกกระตาก เพราะจะกลายเป็นเสาค้ำให้เขาโดยปริยายเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเมืองมีความแตกต่างความคิดเห็นกันได้ การวิเคราะห์แบบอคติย่อมคิดแบบเดิมว่า ต้องขับเคลื่อนด้วยท่วงทำนองแข็งกร้าวตลอดเวลา ทั้งที่ไม่รู้สถานการณ์ที่เป็นจริง และยังไม่ต้องรับผิดชอบอะไรด้วย กลับมาแสดงความเหนือกว่าหรือเป็นคนสู้จริงกว่า ที่ยกเรื่องนี้มาพูดนั้น เพราะเริ่มเบื่อในการฟังวิเคราะห์ของคนบางคนที่อวดด่าตนหลายรอบ ทั้งที่ไม่โต้ตอบอะไร ในการต่อสู้นั้น คุณต้องอยู่ในสถานการณ์ ต้องการเป็นอะไรตัวเองต้องมาเป็นก่อน แต่กลับคิดใหญ่คิดโต อยู่ไกลไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ซึ่งไม่ไหว ที่ยกเรื่องนี้มาคุยกัน เพราะโลกโซเชียลมีเดียหรือโลกซุบซิบนินทานั้น เป็นเรื่องขยายวงแล้วสร้างความเข้าใจผิดให้เกิดขึ้น ตนอยู่ในภาระที่ว่า การต่อสู้พยายามรักษาศาลาไม่ให้ร้าง เพราะเรื่องราวในการต่อสู้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ยังมีคนติดคุก ต้องต่อสู้คดีเยอะแยะมากมาย แต่กลับไปขยายว่า ยินยอมนั่นนี่ เอาตัวเองรอด ส่วนตัวเคยรอดที่ไหน ไปอ่านสำนวนคำวินิจฉัยดู ใครก็รู้ว่าไม่รอด คิดว่ารอดก็บ้าแล้ว การแสดงความคิดเห็นใด ต้องรักษาบรรยากาศ อย่างน้อยที่สุด เรามีภาระกิจต้องทำอย่างไรที่จะปลดปล่อยพี่น้องได้รับอิสรภาพนั้นเป็นเรื่องใหญ่ พื้นที่การต่อสู้เมื่อ 10 ปีที่แล้วมันกว้าง แต่ปัจจุบันพื้นที่แคบเพราะตัวประกันมากเหลือเกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คนที่แสดงออกทั้งเปิดเผยและไม่เปิดเผย ผมก็มีการข่าวของผมอยู่ ผมเห็นว่าเป็นทัศนะคติที่แย่มาก ใช้ไม่ได้ และที่ไม่ตอบโต้ก็อย่าชะล่าใจ ที่พูดเพื่อเตือนว่า อย่าเห็นแก่ตัวให้มาก อยู่ในสนามรบต้องรับผิดชอบ ถ้าเป็นนักรบต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่สั่งให้เพื่อนไปตาย ถ้าจะเดินหน้าต่อสู้ คุณต้องอยู่ในสนาม มีสิทธิ์ตายเท่ากับเขา คุณจึงมีสิทธิ์ที่จะพูด แต่ถ้าคุณพูดนอกสนามไปยุ แล้วใส่ร้ายผู้คนในสนามรบ คุณจะเป็นคนใช้ไม่ได้มากที่สุด ผมพูดอย่างนี้คนอยู่โซเชียลต่างๆรู้ว่า ผมพูดหมายถึงใคร หมายถึงอะไร&amp;quot;นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70042</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, จตุพร, นปช., สนามข่าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200629/image_big_5ef9b34ff399d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยห่วงบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโควิด วอนรัฐบาลใช้งบกลางซื้อเวชภัณฑ์อุปกรณ์ป้องกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค.63 - นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเรียกร้องและเสนอแนะไปยังรัฐบาลให้จัดสรรงบกลางของปีงบประมาณ&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;เพื่อจัดสรรไปจัดซื้อเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากการปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ติดเชื้อ ขณะนี้เริ่มมีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อจากการปฏิบัติหน้าที่ นักรบเสื้อกาวน์เป็นขุนพลส่วนหน้า ควรได้รับการป้องกันดูแลให้ปลอดภัย ปลอดจากการติดเชื้อ แต่ดูเหมือนว่าชุดข้อมูลการบริหารเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ของรัฐบาล จะแตกต่างจากชุดข้อมูลของบุคลากรทางการแพทย์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนหน้าราวกับอยู่กันคนละประเทศ ที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ หากเวชภัณฑ์ อุปกรณ์ไม่เพียงพอ ห้ามบุคลากรทางการแพทย์โพสต์ร้องเรียน ห้ามโพสต์เปิดรับบริจาค โรงพยาบาลใดเปิดรับบริจาคอยู่ก็ให้ปิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเพื่อให้การบริหารข้อมูลมีประสิทธิภาพ โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ควรจะมีการบริหารชุดข้อมูลเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์แบบรวมศูนย์ จะได้ทราบและบริหารชุดข้อมูลได้ถูกต้อง สอดรับกับสถานการณ์ เช่น หน้ากากอนามัย ชุด&amp;nbsp;PPE&amp;nbsp;ในสต๊อกมีจำนวนเท่าใด ผลิตได้เท่าใด นำเข้าจากต่างประเทศทั้งซื้อหรือรับบริจาค จำนวนเท่าใด รวมทั้งหมดมีจำนวนเป็นเท่าใด จะสามารถจัดส่งเข้าไปในพื้นที่ได้เมื่อไหร่ โรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องการใช้ จะได้บริหารได้ว่าต้องรออีกกี่วัน จะจัดส่งมาจากส่วนใด ก็จะง่ายในการบริหารจัดการที่เปิดเผย โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แทนที่จะห้ามโรงพยาบาล ห้ามบุคลากรทางการแพทย์โพสต์ร้องเรียนเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ขาดไม่เพียงพอ ห้ามรับบริจาค รัฐบาลควรแก้ปัญหาให้ตรงจุด และคำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตของบุคลากรทางการแพทย์เป็นสำคัญ&amp;quot; นายอนุสรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61476</URL_LINK>
                <HASHTAG>สนามข่าว, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2e7a2f64e9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2020 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2020 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อ๋อย-จตุพร&#039; ฟังทางนี้ &#039;นิพิฏฐ์&#039; ชี้เปลี่ยนม้ากลางศึก ชาวบ้านไม่ยอมรับแน่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค.63 - นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นที่ 6 ผู้นำเหล่าทัพไม่รับเงินเดือนส.ว. เป็นการส่งสัญญาณจะมีการเปลี่ยนม้ากลางศึก ว่า เป็นการทำลายความเชื่อถือของบุคคลที่เขาพูดถึง ซึ่งตอนผู้นำเหล่าทัพเป็นส.ว.รับเงินเดือนสองทางก็วิจารณ์ตลอด แต่พอมาประกาศรับเงินเดือนทางเดียวก็มาวิจารณ์อีก อย่างไรก็ตาม บางเหตุผลที่พูดก็สมเหตุสมผลเหมือนกัน เพราะในโลกประชาธิปไตย คนมีตำแหน่งไม่ควรรับเงินเดือนสองทาง ซึ่งตอนที่ยึดอำนาจ มีอำนาจเบ็จเสร็จจะรับเงินเดือนสองทางก็ว่ากันไป แต่ความจริงแล้วไม่ควรรับเงินเดือนสองทางตั้งแต่ต้น ดังนั้นผู้นำเหล่าทัพจะต้องยอมรับการถูกวิจารณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่ออกมาโหนกระแสเปลี่ยนม้ากลางศึกนั้น ผมไม่เห็นด้วย ซึ่งปัญหาโควิด-19นั้นทั้งโลกก็กำลังเผชิญวิกฤติอยู่ ดังนั้นการจะมาเปลี่ยนม้ากลางศึกในขณะนี้ คิดว่าชาวบ้านไม่ยอมรับแน่ ขณะนี้ใครมีหน้าที่อะไร โดยเฉพาะผู้แทนฯ ก็ขอให้ทำให้ดีที่สุดก่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้าน และให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการต่อสู้วิกฤติครั้งนี้ดีกว่า การพูดก็พูดได้และควรเป็นไปในแนวทางแนะนำ ติติงหรือชี้ช่องทางที่ดีกว่า ไม่ควรพูดอะไรหรือทำอะไรให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเสียกำลังใจโดยไม่เกิดประโยชน์ เช่นถ้าพูดเป็นการเมืองไปหมด ชาวบ้านจะรับไม่ได้&amp;rdquo; นายนิพิฎฐ์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59923</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ, ผบ.เหล่าทัพ, สนามข่าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200122/image_big_5e280e48ed158.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
