<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “ร่วมมือร่วมใจ”ฝ่าวิกฤติโควิด-19 เปลี่ยนอาคารคลังสินค้าเป็นโรงพยาบาลสนาม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผู้ป่วยที่รอรับการรักษาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ดังนั้นทางภาครัฐจึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม (ชั่วคราว) เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันนี้เราจะนำข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานที่ได้มีการเตรียมพื้นที่ตั้งโรงพยาบาลสนามมาให้ได้รับทราบกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จะเห็นได้ว่าข้อมูลจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ภาพรวมของการระบาดยังต้องคอยเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก 21,379 ราย แบ่งเป็น ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 20,895 ราย และผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 484 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมแล้วจนถึงวันนี้ 714,684 ราย อีกทั้งยังมียอดผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่งผลให้เกิดภาวะผู้ป่วยล้นทะลักโรงพยาบาล โรงพยายามสนามจึงมีความจำเป็น ดังนั้นเมื่อมีการประสานจากกระทรวงสาธารณสุขมายัง
กระทรวงคมนาคม พื้นที่ของหน่วยงานในสังกัดมาเป็นโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ป่วย จึงเป็นที่มาของการประสานน้ำใจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างกระตือรือร้น พร้อมใจกันจัดหาพื้นที่เพื่อใช้ในการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม และโดยเฉพาะการใช้พื้นที่สนามบินดอนเมือง สร้างโรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดินแห่งที่ 3 ที่มีชื่อว่า &amp;ldquo;โรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ โรงพยาบาลสนามใต้ร่มพระบารมี ใช้พื้นที่ของคลังสินค้าขาออกที่ 4 สนามบินดอนเมืองเป็นที่ก่อสร้าง โดยได้รับการสนับสนุนอาคารสถานที่จากกรมธนารักษ์ และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และมี รพ.มงกุฎวัฒนะ ให้เข้าไปปรับปรุงพื้นที่ วางระบบโรงพยาบาลสนาม อุปกรณ์ทางการแพทย์ พร้อมจัดทีมบุคลากรทางการแพทย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโรงพยาบาลสนามที่ได้จัดตั้งขึ้นมีจุดประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผู้ป่วยที่รอรับการรักษาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จึงมีความจำเป็นที่จะต้องจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมจัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม (ชั่วคราว) เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามารถรองรับได้จำนวน 1,800 เตียง สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง (สีเขียว) ที่ผ่านมาได้มีการทดสอบระบบงานทั้งด้านการแพทย์และการสนับสนุน ทั้งความเรียบร้อยอื่นๆ เนื่องจากต้องรับผู้ติดเชื้อจำนวนมาก โดยคาดว่าจะรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 อาการน้อยได้ภายในวันที่ 12 ส.ค.64 นี้ และได้รับการอนุมัติตรวจและรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานสาธารณสุขและกรุงเทพมหานคร โดยไม่ส่งผลกระทบต่อกิจการท่าอากาศยานและชุมชนโดยรอบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มากันต่อที่ โรงพยาบาลสนามจุดที่ 2 โดยกระทรวงคมนาคมได้เปิดพื้นที่อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (แซตเทิลไลต์ : SAT-1) สนามบินสุวรรณภูมิ ถือว่าได้รับเลือกให้เป็นโรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 โดยโรงพยาบาลสนามแห่งนี้ โดยได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากที่ได้มีการลงพื้นที่สำรวจสถานที่ดังกล่าว ซึ่งมีขนาดพื้นที่มากกว่าโรงพยาบาลบุษราคัม ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ประมาณ 3 เท่า และมีเป้าหมายจะใช้ทดแทนโรงพยาบาลบุษราคัม ที่จะครบการใช้พื้นที่ในเดือนสิงหาคมนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ SAT-1 เป็นอาคาร 4 ชั้น มีความยาวประมาณ 1,000 เมตร พื้นที่ใช้สอยถึง 216,000 ตารางเมตร มีระบบปรับอากาศ ไฟฟ้า น้ำประปาพร้อม หากปรับใช้เป็นโรงพยาบาลสนามจะต้องมีการปรับพื้นที่ และเพิ่มเติมห้องอาบน้ำ ตลอดจนอุปกรณ์การแพทย์ต่างๆ ส่วนการเดินทางมายังอาคาร SAT 1 จากบางนาจะใช้เวลา 20 นาที ขณะนี้มีถนนชั่วคราวเข้าอาคาร SAT-1 แล้ว โดยที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปดูแลความเรียบร้อยเพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการโรงพยาบาลสนามแล้ว ถือว่ามีมาตรฐานเอามากๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโรงพยาบาลสนามแห่งนี้จะสามารถตั้งเตียงรองรับผู้ป่วยได้ถึง &amp;nbsp;5,000 เตียงในระยะแรก โดยจะใช้พื้นที่ชั้น 2 เป็นสถานที่ทำการของแพทย์และห้อง ICU ส่วนชั้น 3 และ 4 เป็นพื้นที่ สำหรับคนไข้สีเขียวและเหลือง ซึ่งจะเริ่มเปิดให้บริการได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลดีๆ ที่นำมาฝากท่านผู้อ่าน ในสถานการณ์วิกฤติที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันอาจจะช่วยได้บ้าง ไม่มากก็น้อยที่ได้ส่งผ่านข้อมูลออกไป เพื่อบางท่านมีบุคคลในครอบครัวที่ได้ติดเชื้อโควิด หากในช่วงเวลาดังกล่าวไม่สามารถเข้าถึงระบบสาธารณสุขได้ วันนี้โรงพยาบาลสนามทั้ง 2 แห่ง อาจจะเป็นทางเลือกที่จะได้พักรักษาตัว ซึ่งโรงพยาบาลสนามทั้ง 2 แห่งจะทยอยเปิดในเร็วๆ นี้ ก็อาจจะช่วยท่านได้บ้าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112615</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอนเมือง, รพ.สนาม, สนามบิน, สุวรรณภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610fba89d8429.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2021 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2021 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ดอนเมืองแกะรอยจับรปภ.สนามบินลักพระสมเด็จวัดระฆังผู้ว่าฯเชียงราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.64- พล.ต.ต.อัศวยุทธ นุชพุ่ม ผบกประจำ บช.น.ในฐานะรักษาการ ผบก.2&amp;nbsp; สั่งการให้พ.ต.อ.รังสรรค์ สอนสิงห์ ผกก.สน.ดอนเมือง และพ.ต.ท.อดิเรก ทองแกมแก้ว รอง ผกก.สส.สน.ดอนเมือง ติดตามกรณีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้เดินทางมาขึ้นเครื่องที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อเดินทางไปปฏิบัติราชการ&amp;nbsp; ต่อมาได้ลืมกระเป๋าไว้ที่บริเวณห้องโถงอาคารที่พักผู้โดยสารขาออกที่อาคาร 1 ชั้น 3 จึงแจ้งประสานเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานดอนเมืองเพื่อเข้าทำการตรวจสอบจุดที่ลืมกระเป๋าไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทางการท่าอากาศยานดอนเมือง ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่งานตระเวณระงับเหตุฝ่ายรักษาความปลอดภัย ของท่าอากาศยานดอนเมืองที่ปฏิบัติหน้าที่ในขณะนั้นไปตรวจสอบ&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่งานตระเวณซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประจำเวรพบกระเป๋าดังกล่าวตามที่แจ้งไว้จริง เจ้าหน้าที่งานตระเวนได้หยิบกระเป๋าตรงไปยังห้องน้ำและได้กลับออกมานำกระเป๋าส่งคืนผู้เสียหายพบว่า มีรายการทรัพย์สินที่หายไปได้แก่พระสมเด็จวัดระฆัง 1 องค์ มูลค่าหลายล้านบาท ส่วนพระอื่นๆพบที่ถังขยะภายในห้องน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พ.ต.ต.วุฒิชัย บุญยู้ สว.สส.สน.ดอนเมือง ฝ่ายสืบสวนสน.ดอนเมือง รวบรวมพยานหลักฐานโดยการตรวจสอบกล้องวงจรปิดรจนพิสูจน์ทราบบุคคลที่ก่อเหตุคือนายธนู เสาธงทอง อายุ 37 ปี ชาวจ.บุรีรัมย์ จึงขออนุมัติหมายศาลไปจับกุมผู้ต้องหาที่บ้านเขาดินเหนือหมู่ที่ 3 ต.เขาดินเหนือ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ แจ้งข้อหา &amp;ldquo;ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนและในท่าอากาศยาน&amp;rdquo; ส่งให้พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมืองดำเนินคดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100188</URL_LINK>
                <HASHTAG>รปภ., ลักพระสมเด็จฯ, สน.ดอนเมือง, สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_607fb3511c60c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93379</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2021 20:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2021 20:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษโควิดระลอกใหม่กระทบผู้โดยสารทอท.ทำใจปี67ถึงจะฟื้น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.2564 รายงานข่าวจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ได้ปรับประมาณการปริมาณการจราจรทางอากาศตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทยและทั่วโลก โดยได้ปรับประมาณการผู้โดยสารรวมปี 2564 ลงจากประมาณการครั้งก่อน เดือน พฤศจิกายน 2563 จำนวน33.4%และปรับประมาณการปริมาณเที่ยวบินรวมลง 25.0%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ โควิดระลอกใหม่ในประเทศไทย ทำให้ผู้โดยสารในภาพรวมที่เดินทางผ่านสนามบินทั้ง 6 แห่งของ ทอท.ลดลงอย่างมากจากเดิมก่อนการระบาดระลอกใหม่ พ.ย.63 ที่มีผู้โดยสารภายในประเทศเฉลี่ยประมาณ 127,000 คนต่อวัน ขณะที่ช่วงกลางเดือนม.ค.64 ผู้โดยสารลดลงเหลือเฉลี่ยประมาณ 15,000 คนต่อวัน แม้ว่าในเดือนก.พ.64 ผู้โดยสารเริ่มฟื้นตัวกลับมามีจำนวนประมาณ 37,000 คนต่อวันแล้วก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม ทอท.คาดว่าจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารจะกลับมามีปริมาณเท่ากับปี62 ก่อนเกิดโควิด-19 ในปี 67 ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association : IATA) และ S&amp;amp;P Global จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้โดยสารในภาพรวมที่เดินทางผ่านสนามบินทั้ง 6 แห่งของ ทอท.ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ ลดลงอย่างมีนัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดย ทอท.ได้ปรับประมาณการปริมาณการจราจรทางอากาศ ระหว่างปีงบประมาณ 64 - 67 โดยคาดว่าในปีงบประมาณ 64 จะมีปริมาณเที่ยวบินรวม 335,459 เที่ยวบิน ลดลงจากการประมาณการครั้งก่อน เดือนพ.ย.63 25.0 %และน้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปี 62 ก่อนโควิด 62.6 %และมีผู้โดยสารรวม 31.90 ล้านคน ลดลงจากการประมาณการครั้งก่อนพ.ย.63 33.4%และน้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปี 62 ก่อนโควิด 77.5% ปีงบประมาณ 65 จะมีปริมาณเที่ยวบินรวม 547,226 เที่ยวบิน และผู้โดยสารรวม 73.17 ล้านคน ปีงบประมาณ 66 จะมีปริมาณเที่ยวบินรวม 824,915 เที่ยวบิน และผู้โดยสารรวม 128.85 ล้านคน และปีงบประมาณ 67 มีปริมาณเที่ยวบินรวม 923,925 เที่ยวบิน และผู้โดยสารรวม 146.40 ล้านคน หรือคาดว่าปริมาณการจราจรทางอากาศจะกลับสู่ระดับเดียวกับปี 62 ในปี 67 ซึ่งประมาณการดังกล่าวสอดคล้องกับการคาดการณ์ IATA และ S&amp;amp;P Global&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93379</URL_LINK>
                <HASHTAG>ติดเชื้อไวรัส COVID-19, ทอท., ปริมาณการจราจรทางอากาศ, สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5e1127c03ea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78751</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2020 08:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2020 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมอัดงบ9.8 พันล้านลงบึงกาฬดันโปรเจ็กต์สร้างถนน-สะพาน-สนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 ก.ย. 2563 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ &amp;nbsp;รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่จังหวัดบึงกาฬว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการโครงการขนาดใหญ่ในการพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมทางถนน และสะพานให้ประชาชนชาวจ.บึงกาฬ จำนวน 8 โครงการ รวมงบประมาณทั้งสิ้น 9,853 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการของกรมทางหลวง (ทล.) จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการก่อสร้างถนนเชื่อม อ.โพนพิสัย-บึงกาฬ ตอน ต.หอคำ -บึงกาฬ ระยะทาง 17 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 650 ล้านบาท 2.โครงการก่อสร้างถนนสาย อ.พังโคน-อ.ศรีสไลย-บึงกาฬ ระยะทาง 16 กม. วงเงิน 550 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;3.โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) วงเงิน 2,533 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ เชื่อมโยง จ.บึงกาฬ กับ สปป.ลาว โดยในขณะนี้ได้ผู้รับจ้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะลงนามในสัญญาจ้างตอน 3 งานก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง (ฝั่งไทย) และงานปรับปรุงลานเอนกประสงค์ใต้สะพานกับ บจก.นภาก่อสร้าง ภายใน ต.ค.นี้ ก่อนจะเริ่มก่อสร้างในช่วงต้นปี 2564 ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี หรือแล้วเสร็จภายในปี 2566 ทั้งนี้ เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะสามารถใช้เป็นเส้นทางในการเดินทาง การค้าขาย และการท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างสะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังมีแผนดำเนินการในอนาคต (2565-2567) อีก 5 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการก่อสร้างถนนที่บ้านบุ่งค้า ตอนที่ 1 อ.บุ่งค้า-อ.บ้านแพง ระยะทาง 41 กม. วงเงิน 750 ล้านบาท เริ่มดำเนินการปี 2565 แล้วเสร็จปี 2568, 2.โครงการถนนที่บ้านบุ่งค้า ตอนที่ 2 อ.บุ่งค้า-อ.บ้านแพงตอนที่ 2 ระยะทาง 19 กม. วงเงิน 800 ล้านบาท เริ่มดำเนินการปี 2565 แล้วเสร็จปี 2568, 3.โครงการขยายช่องทางจราจรจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร บริเวณ ต.หนองหิ้ง-อ.เหล่าหลวง ระยะทาง 43 กม. วงเงิน 1,600 ล้านบาท เริ่มดำเนินการปี 2566 แล้วเสร็จปี 2568,&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ 4.โครงขยายช่องทางจราจรจาก อ.พังโคน ตอนบ้านท่ากก-บ้านบึงสวรรค์ ระยะทาง 36 กม. วงเงิน 1,650 ล้านบาท เริ่มดำเนินการปี 2566 แล้วเสร็จปี 2568, และ 5.โครงการขยายช่องทางจราจร จากห้วยก้านเหลือง-ดงบัง ระยะทาง 33 กม. วงเงิน 1,320 ล้านบาท เริ่มดำเนินการปี 2567 แล้วเสร็จปี 2569&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังเตรียมทุ่มงบประมาณลงทุนการก่อสร้างโครงการท่าอากาศยานจังหวัดบึงกาฬ โดยได้สั่งการให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ไปศึกษารายละเอียด ความเหมาะสม และความเป็นไปได้ของโครงการฯ โดยใช้งบประมาณจากกองทุนมอเตอร์เวย์มาดำเนินการศึกษาภายในปี 2564 ก่อนที่จะจัดทำเป็นแผนแม่บท (Master Plan) ต่อไป ในส่วนของพื้นที่ที่จะก่อสร้างท่าอากาศยานนั้น จะต้องสอดรับการเดินทาง โดยในเบื้องต้นจะอยู่ในพื้นที่ช่วงระหว่างจังหวัดเลย-จังหวัดบึงกาฬ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ท่าอากาศยานจังหวัดบึงกาฬ ถือเป็นโครงการที่สำคัญ รองรับการเปิดให้บริการสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 รวมถึงเป็นการเปิดประตูการค้าระหว่างประเทศ อีกทั้งยังช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงด้านคมนาคม สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาเส้นทางคมนาคมแนวเหนือ-ใต้, แนวตะวันออก-ตะวันตก พร้อมทั้งสอดคล้องกับจุดที่ตั้งของประเทศไทย ที่จะเป็นศูนย์กลางในภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกรมทางหลวง (ทล.) ระบุว่า ทล.ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) โดยแบ่งการดำเนินการเป็น 3 ตอน ประกอบด้วย ตอน 1 งานก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองบึงกาฬ ระหว่าง กม.0+000 - 9+400 ระยะทาง 9.400 กม. ซึ่งเป็นทางแนวใหม่ ขนาด 4 ช่องจราจร วงเงินค่าก่อสร้าง 880 ล้านบาท ปัจจุบันลงนามในสัญญาแล้ว ดำเนินการโดย บจก.บัญชากิจ เริ่มสัญญา วันที่ 30 มิถุนายน 2563 สิ้นสุดสัญญา วันที่ 16 ธันวาคม 2565 (900 วัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอน 2 งานก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองบึงกาฬ ระหว่าง กม.9+400 - 12+083 ระยะทาง 2.683
กม. และงานก่อสร้างอาคารด่านพรมแดน ฝั่งไทย วงเงินค่าก่อสร้าง 886 ล้านบาทปัจจุบันลงนามในสัญญาแล้ว ดำเนินการโดย บจก.เทิดไท แอนด์ โค เริ่มสัญญา วันที่ 25กันยายน 2563 สิ้นสุดสัญญา วันที่ 13 มีนาคม 2566 (900 วัน) และตอน 3 งานก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง (ฝั่งไทย) และงานปรับปรุงลานเอนกประสงค์ใต้สะพาน วงเงินค่าก่อสร้าง 787 ล้านบาท อยู่ขั้นตอนการเสนอขออนุมัติรับราคา (บจก.นภาก่อสร้าง เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุด)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78751</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบึงกาฬ, ทุ่มงบสร้างถนน, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, สนามบิน, โครงการขนาดใหญ่ในการพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมทางถนน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200927/image_big_5f6ff1de47e3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เข้มงวดสนามบินเพิ่มมาตรการรับมือผีน้อยกลับไทยกำชับคุมเข้ม2เมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมเตรียมมาตรการเร่งด่วนเพื่อรองรับแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า กระทรวงคมนาคมได้นำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาขั้นตอนการเตรียมการรองรับผู้โดยสารที่เดินทางมาจากสาธารณรัฐเกาหลี&amp;nbsp; ซึ่งบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้จัดหลุมจอดแยก ณ ท่าอากาศยานที่เที่ยวบินมาจากสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อให้ผู้โดยสารขาเข้า ผ่านการคัดกรองจากเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ณ ด่านควบคุมโรค ในบริเวณที่จัดไว้สาหรับเป็นพื้นที่คัดกรอง ซึ่ง ทอท. ได้จัดเครื่อง Thermoscan เพื่อคัดกรองผู้โดยสาร 3 จุด คือ บริเวณหน้า Gate, หน้าด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และด่านศุลกากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรณีพบผู้โดยสารมีอาการป่วย มีไข้ สธ. จะดำเนินการต่อผู้ป่วยตามขั้นตอนวิธีปฏิบัติที่ สธ. กำหนด ในส่วนกรณีผู้โดยสารไม่มีอาการป่วย ไม่มีไข้ กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) จะจัดรถส่งผู้โดยสารกลับภูมิลำเนา เมื่อถึงภูมิลำเนา จะมอบหมายให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นำชุมชน ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย (มท.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เฝ้าระวัง อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารทุกคนที่เดินทางมาจาก 2 เมือง ประกอบด้วย 1.แทกู และ 2.คย็องซังเหนือนั้น จะต้องถูกกักกันให้พักอยู่ในสถานที่ที่รัฐบาลกำหนด เป็นเวลา 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า ทอท. ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (EOC) เพื่อประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่างๆ เช่น ตม. ด่านควบคุมโรค โดยการใช้ประโยชน์จากระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (APPS) ในการเชื่อมข้อมูลพื้นฐาน และข้อมูลการเดินทางของผู้โดยสาร เพื่อที่จะทำให้ระบบการคัดกรองมีความครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดจากปฏิบัติหน้าในแต่ละวัน สธ. อาจนำข้อมูลจากระบบ APPS อาทิ ชื่อ-สกุล สนามบินต้นทาง สนามบินที่แวะเปลี่ยนเครื่อง หมายเลขที่นั่งของผู้โดยสาร หมายเลขโทรศัพท์มือถือ หรืออีเมลที่ติดต่อกับผู้โดยสาร ซึ่งข้อมูลดังกล่าว มีอยู่ในระบบ APPS และระบบ Passenger Name Record (PNR) มาใช้ในการสกัดกั้นการแพร่ระบาด และการติดตามผู้ที่มีความเสี่ยงสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคม ได้มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเสนอในที่ประชุมโดยการให้กักตัวผู้ที่จะเดินทางกลับไว้ที่เกาหลี เป็นเวลา 14 วัน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ โควิด-19 ในประเทศไทย แต่ยอมรับว่าในเรื่องนี้ มีความเป็นไปได้ยาก เนื่องจากแรงงานดังกล่าว เป็นแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งเกาหลีต้องการส่งกลับไทยทันที ขณะเดียวกัน เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยแล้วนั้น ในกรณีผู้โดยสารที่ไม่มีอาการป่วยนั้น ขบ. และ บขส. จะจัดรถเพื่อส่งกลับภูมิลำเนาในระยะทางที่ไม่ไกลมากนัก พร้อมทั้งมอบหมายให้จังหวัดลงทะเบียนรายชื่อบุคคลเหล่านั้น เพื่อที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สามารถติดตามบุคคลดังกล่าวว่า ได้มีการกักกันตนเองภายในที่พัก 14 วันหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58837</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผีน้อย, สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200228/image_big_5e58c41c97343.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนามบินคัดกรองเข้มญี่ปุ่น-สิงคโปร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สธ.แถลงผู้ป่วยโควิด-19 หายแล้ว 17 คน ยังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 18 คน ยอดผู้ป่วยสะสมคงเดิม 35 คน ขณะที่ สุวรรณภูมิ-ดอนเมืองยกระดับคัดกรองผู้โดยสารญี่ปุ่น-สิงคโปร์เทียบเท่าจีน ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ของจีนสังเวยโควิด-19 เป็นรายที่ 7 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า วันที่ 18 ก.พ. มีผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หายดี กลับบ้านได้อีก 2 ราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนที่รักษาตัวอยู่ที่สถาบันโรคทรวงอก และโรงพยาบาลราชวิถี ทำให้ขณะนี้มีผู้ป่วยหายป่วย แพทย์ให้กลับบ้านได้ รวมเป็น 17 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ 18 ราย และยังไม่มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มเติม คงยอดเดิม 35 คน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้โดยสารเรือสำราญเวสเตอร์ดัมที่เข้ามาในประเทศไทยเมื่อ 14 ก.พ. ก่อนที่ทางการไทยจะสั่งยกเลิกเข้าประเทศมีทั้งสิ้น 95 คน โดยส่วนใหญ่ได้ต่อเครื่องไปต่างประเทศทั้งหมดแล้ว ที่เข้ามาในประเทศมีเพียง 4 คน เป็นคนไทย 2 คน ต่างชาติ 2 คน ทุกคนได้รับการตรวจด้วยเจ้าหน้าที่ควบคุมโรค เก็บสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลเป็นลบทุกคน และยังมีการติดตามอยู่ต่อเนื่อง 14 วัน ส่วนผลการหารือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขกับกระทรวงการต่างประเทศและการท่าอากาศยานไทย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง วันที่ 17ก.พ. มีมติตรงกันว่าไม่รับเครื่องบินเช่าเหมาลำ(charter flight ) ที่รับผู้โดยสารจากเรือสำราญลำนี้ จนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์กล่าวต่อว่า ส่วนคนไทยกลับบ้านที่ฐานทัพเรือสัตหีบ พร้อมแล้วสำหรับการเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยกระทรวงสาธารณสุขได้เก็บตัวอย่างสิ่งส่งตรวจจากคนไทย 137 คนที่พักในอาคารรับรองส่งตรวจซ้ำ ทราบผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการในช่วงค่ำของวันนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ทั้งนี้มี 2 ปัจจัยที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กระทรวงสาธารณสุขเพิ่มการคัดกรองที่เข้มข้นยังประเทศนั้นๆ คือ 1.จำนวนผู้ติดเชื้อที่ประเทศต้นทาง และ 2.จำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธนรักษ์ย้ำว่า แม้การติดเชื้อในประเทศไทยยังคงมีระดับต่ำ แต่แนะนำให้ทุกคนไม่ควรประมาท เมื่อเข้าสู่สถานที่มีคนแออัด ต้องสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ หรือใช้เจลล้างมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยอมรับว่าขณะนี้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยกระดับการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากประเทศญี่ปุ่นและสิงคโปร์เข้มมากขึ้น หลังจาก 2 ประเทศมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการยกระดับการคัดกรองฯ อยู่ระดับเทียบเท่าผู้โดยสารที่เดินทางจากประเทศจีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จะมีการจัดแยกเครื่องบินเพื่อเป็นจุดจอดอากาศยานมาถึง โดยจะใช้อาคารเทียบเครื่องบิน FEC เช่นเดียวกับผู้โดยสารเดินทางมาจากประเทศจีน รวมทั้งการเดินทางมาถึงจะมีจุดคัดกรองตรวจเช็กอุณหภูมิ 2 ขั้นตอน คือ บริเวณทางเข้า หรือ Gate ของอาคารเทียบเครื่องบินและจุดผ่านตรวจคนเข้าเมือง หากพบผู้โดยสารมีแนวโน้มติดเชื้อจะคัดแยกส่งตัวให้แก่โรงพยาบาลบำราศนราดูร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.ท.สัมพันธ์ ขุทรานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง เปิดเผยว่า มีการยกระดับตรวจเข้มของผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงจากประเทศต้นทางที่มีการระบาดของโควิด-19 เช่นเดียวกัน ซึ่งที่ผ่านมาท่าอากาศยานดอนเมืองมีการแยกอาคารเทียบเครื่องบินรองรับเที่ยวบินจากประเทศจีนและกัมพูชาให้มาเทียบเครื่องบินที่อาคารหมายเลข 6 มีลักษณะพื้นที่แยกออกไปเป็นสัดส่วนง่ายต่อการคัดกรองผู้โดยสารและหลังจากสถานการณ์การะบาดของโรคเพิ่มขึ้นหลายประเทศ ขณะนี้จะมีการเพิ่มเที่ยวบินที่เดินทางมาจากฮ่องกง สิงคโปร์และญี่ปุ่นมาเทียบเครื่องบินที่อาคารเทียบเครื่องบินหมายเลข 6 เช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าอาคารเทียบเครื่องบินหมายเลข 6 จะรองรับเที่ยวบินได้ประมาณ 50 เที่ยวบินต่อวัน ดังนั้น หากมีเที่ยวบินมาใช้อาคารหมายเลข 6 มากขึ้นกว่าวันละ 50 เที่ยวบิน ดอนเมืองอาจจำเป็นต้องปรับแผน โดยการใช้มาตรการประสานความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขเพิ่มเจ้าหน้าที่และเทอร์โมสแกน เพื่อตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงตรงหน้า Gate ของอาคารเทียบเครื่องบินทุกอาคาร อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ยอมรับว่าจะดำเนินการได้ต้องมีความพร้อมได้รับเครื่องเทอร์โมสแกนและเจ้าหน้าที่เพิ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ขณะนี้ท่าอากาศยานดอนเมืองยอมรับว่าจะมีการนำมาตรการชะลอผู้โดยสารที่เดินทางมาถึง สำหรับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงเมื่อเดินทางมาถึงท่าอากาศยานก็ชะลอเดินเข้าอาคารผู้โดยสารเพื่อทำการคัดกรอง โดยให้ผู้โดยสารจากเที่ยวบินอื่นเดินทางไปก่อน อาจทำให้ผู้โดยสารไม่ได้รับความสะดวกบ้าง แต่เป็นมาตรการที่จำเป็นต้องนำมาใช้อย่างเร่งด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากรายงานการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 บนเรือ Westerdam นั้น กระทรวงสาธารณสุขของไทยได้ห้ามผู้โดยสารชาวต่างชาติบนเรือสำราญลำดังกล่าวเดินทางเข้าประเทศไทยโดยเด็ดขาด จนกว่าจะพ้นระยะฟักตัวของโรค 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีความห่วงใยในสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้สั่งการให้หน่วยงานด้านการขนส่งทางอากาศ ภายใต้สังกัดกระทรวงคมนาคม จัดเตรียมมาตรการรับมือการเดินทางของผู้โดยสารชาวไทยที่เดินทางมากับเรือสำราญเวสเตอร์ดัมและต้องการเดินทางกลับเข้าประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการบินไทยมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มข้น ซึ่งเป็นมาตรการที่มีมาตรฐานระดับสากล สอดคล้องกับมาตรการขององค์การอนามัยโลก (WHO) สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) โดยกรณีผู้โดยสารจากเรือเวสเตอร์ดัมนี้ การบินไทยได้เพิ่มมาตรการคัดกรองบนเที่ยวบินในเส้นทางพนมเปญ-กรุงเทพฯ ตั้งแต่บัดนี้-29 กุมภาพันธ์ 2563 ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.จัดทีมพิเศษเดินทางไป-กลับ ในเที่ยวบินเส้นทางพนมเปญ-กรุงเทพฯ เพื่อสังเกต ประเมินอาการ และคัดกรองผู้โดยสารบนเที่ยวบิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ปฏิเสธการเดินทาง หากพบว่าผู้โดยสารท่านใดมีความเสี่ยงที่จะเป็นพาหะนำโรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.จัดที่นั่งเฉพาะบนเครื่องบินให้ผู้โดยสารชาวไทยที่เดินทางมาจากเรือเวสเตอร์ดัม (ถ้ามี) โดยให้นั่งแยกจากผู้โดยสารอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.หลังจากเดินทางกลับมาถึงสถานีปลายทาง จะทำการพ่นยาฆ่าเชื้อโรคในอากาศยาน ทั้งในบริเวณห้องโดยสาร ห้องนักบิน และทำความสะอาดแบบ Deep Cleaning 36 จุดสัมผัสร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขอให้ผู้โดยสารมั่นใจในมาตรการของการบินไทยเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งการบินไทยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต้องขอขอบคุณหน่วยเกี่ยวข้องที่ได้มีการประสานงานข้อมูลต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อาทิ กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.), การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา ยังคงปกป้องการตัดสินใจของรัฐบาลกัมพูชาที่อนุญาตให้เรือสำราญเวสเตอร์ดัมของสหรัฐเทียบท่ากัมพูชาเพื่อถ่ายโอนผู้โดยสารขึ้นเครื่องบินออกจากประเทศ แต่ภายหลังถูกมาเลเซียตรวจพบว่าผู้โดยสารคนหนึ่งซึ่งเป็นหญิงชาวอเมริกันอายุ 93 ปี ติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการปราศรัยเมื่อวันอังคาร นายกฯ ฮุน เซน กล่าวว่า คนบางคนบอกว่าเรือนี้นำไวรัสเข้ามากัมพูชา แต่เขายืนยันว่ากัมพูชาไม่มีประชาชนป่วยเป็นโรคนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กัมพูชามีผู้ติดเชื้อไวรัสที่ยืนยันแล้วเพียง 1 ราย แต่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งหายดีแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวของนายกฯ ฮุน เซน มีออกมาในช่วงยามที่เจ้าหน้าที่กำลังพยายามติดตามตรวจสอบผู้คนหลายร้อยคนที่สัมผัสใกล้ชิดหญิงชาวอเมริกันรายนี้ ซึ่งกำลังรับการรักษาอยู่ที่มาเลเซีย ในขณะที่ผู้โดยสารราว 233 คน กับลูกเรืออีก 747 คนยังไม่ได้รับอนุญาตให้ลงจากเรือระหว่างรอผลการตรวจเพิ่มเติม ลอร์เรน โอลิเวียรา ผู้โดยสารบนเรือ กล่าวกับเอเอฟพีว่า พวกเธอกังวลว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปหากผลตรวจพบว่ามีคนติดเชื้อไวรัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบริษัท ฮอลแลนด์ อเมริกา กล่าวว่า ผลตรวจผู้โดยสาร 406 คนที่พักอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงพนมเปญนั้นออกมาเป็นลบ และพวกเขาสามารถเดินทางกลับประเทศได้ ส่วนผู้โดยสารที่เดินทางไปถึงสหรัฐแล้วก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อของสหรัฐ (ซีดีซี) กำลังติดตามสำรวจผู้ที่อาจสัมผัสใกล้ชิดหญิงอเมริกันที่ติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮุน เซน เปิดเผยด้วยว่า ผู้โดยสาร 300 คนจะเดินทางจากพนมเปญต่อไปยังนครดูไบ และอีก 100 คนจะขึ้นเครื่องบินเช่าเหมาลำไปญี่ปุ่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ยังกำลังจัดเตรียมเที่ยวบินอีกเที่ยวหนึ่งสำหรับผู้โดยสารตกค้างอยู่ที่จังหวัดพระสีหนุ แต่ฮุน เซน ไม่ได้บอกว่าคนกลุ่มนี้มีจุดหมายที่ใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสถานการณ์ในจีน มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 98 รายเมื่อวันจันทร์ ยอดรวมเพิ่มเป็น 1,868 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในมณฑลหูเป่ย์และเมืองอู่ฮั่น และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,886 ราย ลดลงจากวันก่อนหน้านั้น ยอดผู้ติดเชื้อทั้งหมดเกือบ 72,500 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า บุคลากรทางการแพทย์ของจีนสังเวยโควิด-19 เป็นรายที่ 7 เมื่อวันอังคาร โดยเจ้าหน้าที่ผู้นี้คือหลิว จือหมิง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอู๋ชางในเมืองอู่ฮั่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายนอกจีนแผ่นดินใหญ่ มีรายงานผู้ติดเชื้อราว 900 รายภายใน 25 ประเทศทั่วโลก แต่มีผู้เสียชีวิตเพียง 5 ราย ที่ฝรั่งเศส, ญี่ปุ่น, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน และฮ่องกง ผู้ติดเชื้อกลุ่มใหญ่ที่สุดอยู่บนเรือสำราญไดมอนด์ปรินเซสที่ถูกกักกันนอกชายฝั่งโยโกฮามาของญี่ปุ่น โดยตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 88 รายเมื่อวันอังคาร จำนวนรวมผู้ติดเชื้อบนเรือลำนี้อยู่ที่ 542 ราย วันพุธนี้ทางการญี่ปุ่นจะอนุญาตให้ผู้โดยสารราว 500 คนที่ไม่ติดเชื้อลงจากเรือได้.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57578</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ธนรักษ์ ผลิพัฒน์, ยกระดับคัดกรองผู้โดยสาร, ยอดผู้ป่วยสะสม, สนามบิน, สาธารณสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200218/image_big_5e4bf628740dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2020 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถาวร ถกผู้พิการลุยจัดสิ่งอำนวยความสะดวกเดินทางโดยเครื่องบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ม.ค.63-นายถาวร เสนเนียม รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมสิ่งอำนวยความสะดวกคนพิการบนเครื่องบินและในสนามบินว่า จากการหารือร่วมกับตัวแทนผู้พิการ และมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงข้อเรียกร้องปัญหาการเดินทางโดยเครื่องบินนั้น กลุ่มผุ้พิการได้ยื่นข้อเรียกร้อง 3 เรื่อง เพื่อให้กระทรวงคมนาคมประสานงาน พร้อมช่วยแก้ปัญหาของผู้พิการ ประกอบด้วย 1.การจัดหาบันไดทางลาดขึ้นเครื่องบิน กรณีต้องเชื่อมต่อการเดินทางจากอาคารผู้โดยสารไปยังเครื่องบินด้วยรถโดยสาร (Bus Gate) ซึ่งผู้โดยสารทั่วไปสามารถใช้ร่วมได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ได้สั่งการให้กรมท่าอากาศยาน (ทย.) จัดหางบประมาณเพื่อนำมาดำเนินการจัดหาดังกล่าว ตามลำดับความสำคัญ แบ่งเป็น ปีงบประมาณ 2563 จำนวน 15 สนามบิน วงเงิน 79.5 ล้านบาท หรือบันไดตัวละ 5.3 ล้านบาท ท่าอากาศยานละ 1 ตัว รองรับเครื่องบิน 2 รูปแบบตามความเหมาะสมของแต่ละท่าอากาศยาน ขณะที่ ปีงบประมาณ 2564 นั้น จะดำเนินการเพิ่มอีก 8 สนามบิน วงเงิน 42.4 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ขอให้จัดหาแผ่นพับทางราบ ระหว่างรอยต่อของสะพานเทียบเครื่องบิน (งวงช้าง) ไปยังเครื่องบิน โดยได้สั่งการให้จัดหาให้ครบทุกสนามบิน และ 3.ข้อให้จัดรถวีลแชร์ขนาดเล็ก เพื่อให้สามารถเข็นไปตามทางเดินระหว่างเก้าอี้ผู้โดยสาร อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ในข้อเรียกร้องดังกล่าวนั้น สามารถดำเนินการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถาวร กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ กลุ่มผู้พิการยังได้ขอให้กระทรวงคมนาคมช่วยประสานไปยังกรมสรรพสามิตร กระทรวงการคลัง เพื่อขอยกเว้นการเก็บภาษีกรณีดัดแปลงรถให้มีลิฟท์สำหรับขึ้น-ลง พร้อมทั้งขอให้มีรถรับจ้างสาธารณะที่สามารถรองรับรถวีลแชร์ รวมถึงห้องน้ำบริเวณสนามบิน ให้ครอบคลุมทั้งในส่วนของอาคารผู้โดยสารขาเข้า-ขาออกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดหาบันไดทางลาดขึ้นเครื่องบิน ปีงบประมาณ 2563 จำนวน 15 สนามบิน ประกอบด้วย พิษณุโลก, นครศีธรรมราช, ตรัง, นครพนม, นราธิวาส, หัวหิน, แม่สอด, ลำปาง, แม่ฮ่องสอน, น่านนคร, บุรีรัมย์, เลย, ร้อยเอ็ด, ระนอง, แม่สอด และแพร่&amp;nbsp;ขณะที่ ปีงบประมาณ 2564 จำนวน 8 สนามบิน ประกอบด้วย กระบี่, อุดรธานี, สุราษฎร์ธานี, อุบลราชธานี, ขอนแก่น, ชุมพร, สกลนคร และเบตง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54545</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนพิการ, ถาวร เสนเนียม, สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1d943838bfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
