<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2021 08:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2021 08:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ผวาหนัก!หลังสนามบินดอนเมืองปล่อยให้ผู้ป่วยโควิดโดยสารเครื่องบินมาลงที่สนามบินนครศรีฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(แฟ้มภาพ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าประชาชนวิพากวิจารณ์กรณีผู้ป่วยซึ่งเป็นผู้โดยสารเดินทางเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2564 เพศหญิง จำนวน 1 ราย เดินทางกับสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เที่ยวบินที่ SL 792 เส้นทาง ท่าอากาศยานดอนเมือง - ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช โดยเครื่องบินออกจากดอนเมือง เวลา 17.10 น. และเดินทางถึงท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เวลา 18.35 น. โดยผู้โดยสารท่านดังกล่าวได้โทรศัพท์ไปแจ้ง #โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ด้วยตนเอง ว่าตนเป็นผู้ติดเชื้อโควิด -19 ให้ทางโรงพยาบาลมารับเพื่อเข้ารับการรักษาตัวตามกระบวนการของสาธารณสุข&amp;nbsp; โดยจากไทม์ลน์ของผู้ป่วยรายนี้เข้ารับการตีรวจโควิดในวันที่9 เม.ย.และทราบผลว่าติดโควิดในวันที่ 10 เม.ย. และเดินทางมายังสนามบินดอนเมืองและโดยสารเครื่องบินมาลงที่สนามบินนครศรีธรรมราชในเวลา 17.30 น.วันที่ 11 เม.ย. 2564&amp;nbsp; ทางสนามบินดอนเมืองไร้มาตรฐานในการตรวจสอบจึงปล่อยให้ผู้ป่วยขึ้นเครื่องโดยสารได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ซึ่งในวันเดียวกันนี้นายถาวร แสงอำไพ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ได้รายงานให้นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน ว่ากรณีพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด &amp;ndash; 19 โดยทางท่าอากาศยานได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่ามีผู้ป่วยซึ่งเป็นผู้โดยสารเดินทางเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2564 เพศหญิง จำนวน 1 ราย เดินทางกับสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เที่ยวบินที่ SL 792 เส้นทาง ท่าอากาศยานดอนเมือง - ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช โดยเครื่องบินออกจากดอนเมือง เวลา 17.10 น. และเดินทางถึงท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เวลา 18.35 น. โดยผู้โดยสารท่านดังกล่าวได้โทรศัพท์ไปแจ้ง #โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ด้วยตนเอง ว่าตนเป็นผู้ติดเชื้อโควิด -19 ให้ทางโรงพยาบาลมารับเพื่อเข้ารับการรักษาตัวตามกระบวนการของสาธารณสุข?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ในส่วนของท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เมื่อได้รับการประสานจากโรงพยาบาลมหาราช ก็ได้ดำเนินการประสานกับสายการบินเพื่อดำเนินการตรวจสอบรายชื่อของผู้โดยสารตามขั้นตอน และในเวลาต่อมาทางโรงพยาบาลได้จัดรถมารับผู้โดยสารท่านดังกล่าว ณ ท่าอากาศยาน โดยท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชได้เร่งดำเนินการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดพบว่าผู้โดยสารท่านดังกล่าวได้ผ่านการตรวจคัดกรองตามข้อปฏิบัติตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุขโดยการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และสวมหน้ากากอนามัยตลอด ตามประกาศของท่าอากาศยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับในส่วนของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของท่าอากาศยานจะต้องไปรายงานตัวต่อศูนย์ควบคุมโรคติดต่อของจังหวัด (ศคร.) เพื่อเข้าขบวนการสอบสวนโรคแจ้งอาการต่างๆ หากพบอาการผิดสังเกตต้องกักกันตัว 14 วัน หากไม่มีอาการใดๆ แพทย์จะออกใบรับรองให้ว่าผ่านการตรวจเรียบร้อยแล้ว สำหรับพื้นที่ภายในอาคารที่พักผู้โดยสาร ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ได้ดำเนินการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อและเช็ดทำความสะอาดในทุกพื้นที่เสียงต่อการติดเชื้อตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ท่าอากาศยานที่อยู่ในความดูแลของกรมท่าอากาศยานทุกแห่งได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด -19 โดย ปฏิบัติตามแนวทาง D-M-H-T-T ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด และยังคงตั้งจุดลงทะเบียนสแกนคิวอาร์โค้ด &amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; เพื่อเก็บข้อมูลการเข้าออกของผู้โดยสาร ตามนโยบายกระทรวงคมนาคม การคัดกรองผู้โดยสารทั้งเที่ยวบินขาเข้าและขาออก และเน้นย้ำให้ทุกคนที่เข้ามาใช้บริการท่าอากาศยานจะต้องสวมหน้ากากอนามัยและผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และต้องปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการรักษาความสะอาด ท่าอากาศยานทุกแห่งได้ดำเนินการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารก่อนจุดรับกระเป๋าทุกเที่ยวบิน พร้อมตั้งจุดบริการเจล แอลกอฮอร์ล้างมือตามจุดต่าง ๆ และทำความสะอาดโดยใช้ แอลกอฮอร์และน้ำยาฆ่าเชื้อ ในบริเวณพื้นอาคาร ห้องน้ำ รถเข็น เก้าอี้ที่พักผู้โดยสาร ราวบันได ลิฟต์โดยสาร และอุปกรณ์สำหรับให้บริการ และอุปกรณ์ของเจ้าหน้าที่ตามจุดต่าง ๆ ทุกชั่วโมงหรือหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจทุกเที่ยวบิน รวมถึงทำการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในอาคารที่พักผู้โดยสาร ทุกสัปดาห์ ตามมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อโควิด -19 ของกระทรวงสาธารณะสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผู้โดยสารที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานมั่นใจปลอดภัยจากการติดเชื้อโควิด -19.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99339</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายถาวร แสงอำไพ, นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย, ผู้ป่วยโควิด-19, สนามบินดอนเมือง, สนามบินนครศรีธรรมราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210413/image_big_6074ec78747ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90863</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2021 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2021 18:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าเมืองคอนตรวจเยี่ยมจุดคัดกรองโควิด-19สนามบิน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ม.ค.63 เวลา 11.30 น.นายไกรศร &amp;nbsp;วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำจุดคัดกรองโควิด -19 ณ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ซึ่งมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมือง ที่ทำการปกครองอำเภอเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง และเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ปฏิบัติงานร่วมกันในการตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่ลงจากเครื่องทุกคน &amp;nbsp;โดยผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดกรองได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัดเช่นเดิม และต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยของตัวเจ้าหน้าที่เองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขั้นตอนการปฏิบัติงานมีการสอบถามพื้นที่ต้นทางและปลายทาง ตามแบบคัดกรองและประเมินความเสี่ยงต่อโรคโควิด-19 &amp;nbsp;ทุกคนต้องลงทะเบียนแอปพลิเคชั่นหมอชนะหรือลงทะเบียนในสมุด หากมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด 28 จังหวัด ต้องมีเอกสารรับรองจากจังหวัดต้นทางด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในวันที่ 26 มกราคม 2564 เวลา 13.30 น. คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครศรีธรรมราช จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มเติม เนื่องจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อเนื่องมาเป็นเวลา 15 วัน อีกทั้งผู้ติดเชื้อสะสม 4 ราย ได้รับการรักษาจนหายและส่งตัวกลับบ้านทั้งหมดแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90863</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุดคัดกรองโควิด, สนามบินนครศรีธรรมราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210124/image_big_600d533099219.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2019 20:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2019 20:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ถาวร”ลงใต้จ่อปั้นนครศรีธรรมราชเป็นสนามบินนานาชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.62-นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงอาคารที่พักผู้โดยสารและปรับปรุงภูมิทัศน์ และโครงการก่อสร้างคันทางและระบบระบายน้ำท่วม ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชว่า การปรับปรุงอาคารที่พักผู้โดยสาร (ขยายต่อเติมห้องผู้โดยสารขาออก) วงเงินงบประมาณ 39 ล้านบาท ล่าสุดดำเนินการไปเพียง 22% และสิ้นสุดสัญญาตั้งแต่ พ.ย. 2561 ซึ่งช่างผู้ควบคุมงานแจ้งเหตุที่เกิดความล่าช้า

ทั้งนี้เนื่องจากอยู่ระหว่างการแก้ไขแบบงานสถาปัตยกรรม งานระบบไฟฟ้า ระบบสื่อสาร และงานอื่นๆ ตั้งแต่ พ.ย. 2561 แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ทั้งนี้ เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้จากเดิม 450 คนต่อชั่วโมง เป็น 600 คนต่อชั่วโมง โดยการขยายห้องผู้โดยสารขาออกให้สามารถรองรับได้จากเดิม 225 คนต่อชั่วโมง เป็น 375 คนต่อชั่วโมง

สำหรับโครงการก่อสร้างคันทางและระบบระบายน้ำท่วม วงเงิน 353 ล้านบาท โดยจากการหารือร่วมกับตัวแทนผู้รับจ้างแจ้งว่า ได้เร่งงานเต็มที่ คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2562 โดยได้เร่งรัดการทำคันทางด้านหลังท่าอากาศยานให้แล้วเสร็จ เพื่อเปิดเส้นทางเดินทางเข้า &amp;ndash; ออกท่าอากาศยานแทนด้านหน้าท่าอากาศยาน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2562 และต่อเนื่องในเดือน พ.ย. จะปิดทางเข้า &amp;ndash; ออกด้านหน้าท่าอากาศยาน (ใช้ทางเข้า - ออกด้านหลังท่าอากาศยานแทน) เพื่อทำคันทางด้านหน้าท่าอากาศยานที่เหลืออีก 1 กิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาทำคันทางประมาณ 1 เดือน โดยทางบริษัทผู้รับจ้างได้เตรียมเครื่องสูบน้ำ ประตูเหล็กเปิด ปิดประตูน้ำ เพื่อป้องกันน้ำท่วมท่าอากาศยานในปีนี้แล้ว

&amp;ldquo;ปัญหาการก่อสร้างที่ล่าช้าเกิดจากการแก้ไขแบบงานที่ล้าช้ามาก ซึ่งใช้เวลาดำเนินการแก้ไขแบบ 8 - 9 เดือน และยังไม่แล้วเสร็จ จะสอบถามข้อมูลจากอธิบดีกรมท่าอากาศยานต่อไป ทั้งนี้ ส่วนงานก่อสร้างคันทางป้องกันน้ำท่วม ผู้รับจ้างยืนยันว่าปีนี้น้ำไม่ท่วมท่าอากาศยานอย่างแน่นอน และการก่อสร้างจะแล้วเสร็จภายในปี 2562&amp;rdquo; นายถาวร กล่าว

นายถาวร กล่าวต่ออีกว่า ตนมีแผนที่เตรียมจะพัฒนาท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ให้เป็นท่าอากาศยานนานาชาติ หลังได้รับความนิยมจากผู้โดยสารต่างชาติเป็นจำนวนมาก และเชื่อว่าหากมีการบริการจัดการที่ จะสามารถดำเนินการได้ สำหรับปริมาณผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชนั้น ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1.4 ล้านคน/ปี และคาดว่าภายใน 4 ปีจะเพิ่มขึ้นเป็น 4 ล้านคน/ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44342</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถาวร เสนเนียม, รมช.คมนาคม, สนามบินนครศรีธรรมราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190826/image_big_5d63e1e2cbd4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 19:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2019 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้โดยสารโปรดทราบ! สนามบินนครศรีธรรมราชประกาศยกเลิกทุกเที่ยวบินวันที่ 4 ม.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค.62 -&amp;nbsp;นายสุขสวัสดิ์ สุขวรรณโณ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศฉบับที่ 13 ว่าพายุโซนร้อน &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo; จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช ในช่วงค่ำของวันที่ 4 มกราคม 2562 จะมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง โดยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้นั้น ซึ่งท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชและสายการบิน ได้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นสำคัญ จึงได้ประกาศยกเลิกทุกเที่ยวบินที่เข้า-ออกจากท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ของวันที่ 4 มกราคม 2562 จึงขอให้ผู้โดยสารที่จองตั๋วไว้แล้ว ให้โทร.สอบถามกับสายการบินได้โดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ปกติสนามบินนครศรีธรรมราช มีเครื่องบินเข้า-ออกวันละ 24 เที่ยว ผู้โดยสารวันละ 3,700 คน ทั้งนี้สามารถโทร.สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-7545-0545
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25693</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุปาบึก, พายุโซนร้อน, พายุโซนร้อนปาบึก, ยกเลิกเที่ยวบิน, สนามบินนครศรีธรรมราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190103/image_big_5c2dfd54eb90f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
