<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2020 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2020 21:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.แจ้งปรับเวลาเปิด-ปิดให้บริการท่าอากาศยานภูมิภาค </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 พ.ย.63-รายงานข่าวจากกรมท่าอากาศยาน(ทย.)แจ้งว่าได้มีการปรับเปลี่ยนเวลาเปิด-ปิดการให้บริการของท่าอากาศยาน ในสังกัดกรมท่าอากาศยาน
เป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 1 - 31 พฤษภาคม 2563 จำนวน 4 สายการบิน ได้แก่ สายการบินนกแอร์, &amp;nbsp;ไทยแอร์เอเชีย, ไทยไลอ้อนแอร์ และไทยเวียตเจ็ท ที่เปิดให้บริการ ณ ท่าอากาศยานของกรมท่าอากาศยาน จำนวน 14 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานลำปาง &amp;nbsp;แม่สอด บุรีรัมย์ สกลนคร นครพนม พิษณุโลก ร้อยเอ็ด ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี ตรัง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และกระบี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับท่าอากาศยาน น่านนคร เลย แพร่ แม่ฮ่องสอน นราธิวาส ระนอง ชุมพร หัวหิน&amp;nbsp;
ไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์ ในช่วงวันที่ 1- 31 พ.ค.63 &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ท่าอากาศยานดังกล่าว ยังคงเปิดให้บริการสำหรับเที่ยวบินฉุกเฉิน เที่ยวบินราชการ
เที่ยวบินขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกรมท่าอากาศยาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65674</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมท่าอากาศยาน (ทย.), สนามบินภูมิภาค, เวลาเปิดปิดสนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200511/image_big_5eb95acc5e43a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2019 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2019 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดทอท.เคาะไฟเขียวรับโอน 4 สนามบินภูมิภาคมาดูแล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค. 2562 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) ทอท.ได้มีมติเห็นชอบปรับแผนการขอรับโอน 4 สนามบินใหม่ โดยเปลี่ยนเป็นขอรับโอนสนามบินกระบี่ สนามบินบุรีรัมย์ สนามบินตากและสนามบินอุดรธานี สำหรับการปรับแผนครั้งนี้ต้องการให้มีศักยภาพสนามบินรองอย่างเต็มที่โดยเฉพาะในภาคเหนือและใต้ ซึ่งสนามบินเชียงใหม่กับสนามบินภูเก็ตค่อนข้างแน่นมากแล้ว และไม่สามารถรอการพัฒนาสนามบินภูเก็ต 2 และสนามบินเชียงใหม่ 2 ได้เนื่องจากใช้เวลา 3-5 ปีกว่าจะเปิดบริการ ดังนั้นในสัปดาห์หน้าจะเสนอเรื่องเข้าสู่กระทรวงคมนาคมก่อนนำเสนอขอความเห็นชอบต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป

อย่างไรก็ตามเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วจะเดินหน้าลงพื้นที่สำรวจวงเงินลงทุนปรับปรุงสนามบินให้รองรับนักท่องเที่ยวเชิงพาณิชย์ควบคู่ไปกับวางยุทธศาสตร์การตลาด เบื้องต้นคาดว่าต้องใช้เงินลงทุนในการพัฒนาศักยภาพทั้ง 4 สนามบิน ประมาณ 1.1-1.2 หมื่นล้านบาท เพื่อปรับปรุงอุปกรณ์ภาคพื้น อาคารผู้โดยสาร รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมกล่าวต่อว่าขณะนี้การส่งมอบพื้นที่ 4 สนามบินกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการยืนยันว่าจะไม่มีความล่าช้าในยุคการทำงานของตน ดังนั้นจึงคาดว่าจะเสนอครม.เรื่องโอน 4 สนามบินได้ภายในปีนี้ อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคมเตรียม เสนอแผนพัฒนาสนามบินบุรีรัมย์ โดยเฉพาะการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังที่สอง วงเงิน 750 ล้านบาท และการขยายรันเวย์เพื่อรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ ให้สามารถลงจอดได้

นายศักดิ์สยามกล่าวต่อว่า ปัจจุบันสนามบินหลักของประเทศหลายแห่งประสบปัญหาความแออัด&amp;nbsp;โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งมีผู้โดยสาร&amp;nbsp;60-70&amp;nbsp;ล้านคนต่อปี&amp;nbsp;ดังนั้นตนจึงเห็นด้วยกับแผนก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่&amp;nbsp;2 (Terminal 2) วงเงิน 4.2 หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมศักยภาพสนามบินตามแผนแม่บทใหม่ของ&amp;nbsp;ทอท.&amp;nbsp;ทั้งนี้ตนมองว่าหากพัฒนาตามแผนแม่บทเดิมคือทยอยก่อสร้างเป็นลำดับนั้นจะทำให้ประสิทธิภาพในการรองรับผู้โดยสารลดลง 20% ดังนั้นจึงต้องสร้างอาคารหลังที่ 2 และส่วนต่อขยายอาคารด้านตะวันตก (West-Wing) ควบคู่กันไปกับงานก่อสร้างรันเวย์แห่งที่ 3 วงเงิน 2.2 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายปริมาณรองรับผู้โดยสารทั้งฝั่งภาคพื้นและทางอากาศ นำไปสู่การแก้ปัญหาแออัดภายในสนามบินสุวรรณภูมิ


&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44008</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิตินัย  ศิริสมรรถการ, สนามบินภูมิภาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d10881669633.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2019 12:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2019 12:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คิงพาวเวอร์ได้คะแนนนำเก็บเรียบดิวตี้ฟรีสนามบินภูมิภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 มิ.ย.62-นายวิชัย บุญยู้ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด เปิดเผยว่าตามที่ทอท.ได้จำหน่ายเอกสารการยื่นข้อเสนอการดำเนินงานให้สิทธิประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร(ดิวตี้ฟรี) ท่าอากาศยานภูมิภาค (ภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่)&amp;nbsp;และได้มีการเปิดซองเสนอค่าตอบแทนและประกาศผลคะแนนสูงสุด ซึ่งผู้ที่ได้รับคะแนนรวมสูงสุด คือ บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด โดยผู้ชนะได้เสนอค่าตอบแทนสูงกว่าที่ ทอท.เคยได้รับอยู่เดิมและสูงกว่าที่ ทอท.คาดหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ทอท.กำหนดให้มีการยื่นข้อเสนอการดำเนินงาน โดยมีผู้มายื่นข้อเสนอ 3 ราย ได้แก่ 1. &amp;nbsp;บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด 2. &amp;nbsp;บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ยื่นข้อเสนอการดำเนินงานในนามกิจการร่วมค้าการบินกรุงเทพ ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ท่าอากาศยานภูมิภาค) ประกอบด้วย บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท โฮเต็ล ล็อตเต้ จำกัด และบริษัท บางกอกแอร์เวย์สโฮลดิ้ง จำกัด 3. &amp;nbsp;บริษัทโรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ยื่นข้อเสนอการดำเนินงานในนามกิจการร่วมค้า ประกอบด้วย บริษัทโรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท เอ็มไพร์ เอเชีย กรุ๊ป จำกัด และ WDFG UK LIMITED&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่าก่อนหน้านี้มีเอกชนยื่นข้อเสนอ 3 ราย คือ คิง เพาเวอร์, กลุ่มบางกอกแอร์เวย์ส และกลุ่มโรงแรมรอยัลออคิด จากจำนวนเอกชนที่ซื้อซองข้อเสนอไป 4 ราย โดยกลุ่มเซ็นทรัลไม่ได้มายื่นซองข้อเสนอ ซึ่งพบว่าคิงเพาเวอร์ ได้คะแนนสูงสุด 96 ตามมาด้วยกลุ่มโรงแรมรอยัลออคิด 86 คะแนน และกลุ่มบางกอกแอร์เวย์ส 84 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวิทวัส วิภากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทโรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)กล่าวว่ายอมรับว่าเสียใจและเสียดาย เพราะตั้งเป้าว่าจะทำดิวตี้ฟรีในเมืองไทยร่วมกับพันธมิตรอันดับ 1 ของโลก และจะนำสินค้าไทยไปจำหน่ายในต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทวัสกล่าวต่อว่าส่วนการเปิดประมูลโครงการพัฒนาพื้นที่ในอนาคตอาทิ โครงการพัฒนาพื้นที่ร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free) ภายในสนามบินดอนเมือง ซึ่งสัญญาสัมปทานปัจจุบันจะหมดลงใน เดือน ก.ย. 2565 และ เคาน์เตอร์จุดส่งมอบสินค้า หรือ pick up counter ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมืองและสนามบินภูเก็ต โดยเฉพาะ Pick Up Counter กลุ่มรอยัลออคิดยังคงแสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมประมูลต่อ ทั้งนี้ทอท.มีกำหนดรายงานผลการพิจารณาข้อเสนอของเอกชนในการประมูลดิวตี้ฟรี และพื้นที่เชิงพาณิชย์ สนามบินสุวรรณภูมิ รวมทั้งดิวตี้ฟรี 3 สนามบินภูมิภาคเข้าที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณารายได้ในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ ก่อนเสนอคณะกรรมการบริษัทในวันที่ 19 มิ.ย. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุว่าบริษัท คิงเพาเวอร์ นั้นได้ชนะการประมูลงานพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และร้านค้าปลอดภาษีอากร(Duty Free) ในทุกสัญญาที่มีการเปิดประมูลครั้งนี้ แบ่งเป็น สัญญา Duty Free สนามบินสุวรรณภูมิ สัญญา Duty Free สนามบินภูเก็ต สนามบินเชียงใหม่ และสนามบินหาดใหญ่ สัญญาพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์สนามบินสุวรรณภูมิ ปัจจุบัน คิงเพาเวอร์บริหารDuty Free สนามบินดอนเมืองซึ่งมีสัดส่วนผู้โดยสารมากกว่า 30% ของผู้โดยสารตลอดปี ตลอดจนเป็นเจ้าของ Duty Free ภายในเมือง มากกว่า 3 แห่ง(Downtown Duty Free) ทั้งในกรุงเทพมหานครและเมืองท่องเที่ยวหลักอย่าง จ.ภูเก็ต
จากการเปิดเผยตัวเลขรายได้ดิวตี้ฟรี พบว่าในแต่ละปีกิจการดิวตี้ฟรีภายในสนามบินสุวรรณภูมิอยู่ที่ 33,000 ล้านบาท ขณะที่ดิวตี้ฟรีสนามบินภูมิภาคมีรายได้ปีละ5,500 ล้านบาท และงานบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ 5,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากดิวตี้ฟรีนอกสนามบินของคิงเพาเวอร์นั้นอยู่ที่ปีละ 56,000 ล้านบาท เบ็ดเสร็จแล้วในแต่ละปีกิจการดิวตี้ฟรีโดยรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 100,000 ล้านบาท พร้อมกำไรราว 8,000 ล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38148</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิงเพาเวอร์, ชนะหมด, ดิวตี้ฟรีสนามบิน, สนามบินภูมิภาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfdec841b322.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2019 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2019 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไร้เงาเซ็นทรัลยื่นซองประมูลดิวตี้ฟรีภูมิภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไร้เงาเซ็นทรัล ยื่นซองประมูลดิวตี้ฟรี 3 สนามบินภูมิภาค ด้านคิงเพาเวอร์ - บางกอกแอร์ - รอยัลออคิด เปิดตัวชิงเดือด คาดลงนามสัญญาภายในเดือนหน้า หลังชงบอร์ดเคาะไฟเขียวปลายเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.62-นายวิชัย บุญยู้ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่าความคืบหน้าการคัดเลือกเอกชนประกอบกิจการให้สิทธิประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.),ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) ,และท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) ที่ผ่านมามีเอกชนยื่นซื้อซองขอบเขตเงื่อนไขการประกวดราคา(TOR) รวมทั้งสิ้น 4 ราย แต่ล่าสุดทอท.ได้เปิดให้เอกชนยื่นซองข้อเสนอโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามพบว่ามีเอกชนเข้ายื่นซองทั้งหมด 3 ราย ได้แก่ 1. &amp;nbsp;บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด2. &amp;nbsp;บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ยื่นข้อเสนอการดำเนินงานในนามกิจการร่วมค้าการบินกรุงเทพ ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) ประกอบด้วย บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) บริษัท โฮเต็ล ล็อตเต้ จำกัด และบริษัท บางกอกแอร์เวย์สโฮลดิ้ง จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3. &amp;nbsp;บริษัทโรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ยื่นข้อเสนอการดำเนินงานในนามกิจการร่วมค้า ประกอบด้วย บริษัทโรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท เอ็มไพร์ เอเชีย กรุ๊ป จำกัด และ WDFG UK LIMITED &amp;nbsp;ส่วนด้านบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) หรือ CPN นั้นไม่ได้เข้าร่วมยื่นซองข้อเสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายวิชัยกล่าวต่อว่าหลังจากนี้ จะกำหนดให้มีการนำเสนอผลงาน (Presentation) ข้อเสนอด้านเทคนิคของผู้ยื่นข้อเสนอการดำเนินงาน
โดยผู้ยื่นข้อเสนอทั้ง 3 ราย จะนำเสนอผลงาน ในวันที่ 5 มิถุนายน 2562 และ ทอท.จะมีการเปิดซองเสนอค่าตอบแทนและประกาศผลคะแนนสูงสุด ในวันที่ 10 มิถุนายน 2562 เวลา 9.30 ดังนั้นเมื่อได้ตัวเอกชนลงทุนครบทั้ง 3 โครงการได้แก่ 1.โครงการ Duty Free สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งผู้เสนอคะแนนดีที่สุดคือ King Power 2.โครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งผู้เสนอคะแนนดีที่สุดคือ King Power 3.โครงการ Duty Free ภายใน 3 สนามบินภูมิภาค รอสรุปเอกชนผู้เสนอราคาต่ำสุดในวันที่ 10 มิ.ย.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะเสนอผลการคัดเลือกหเอกชนทั้ง 3 โครงการเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการายได้ในวันที่ 12 มิ.ย. ก่อนเสนอผลการคัดเลือกไปยังที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท. ในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ โดยไม่ต้องเสนอผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)อีกแล้วเพราะไม่ถือว่าเป็นโครงการ่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) คาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาได้ภายในเดือน ก.ค. 2563 โดยมีอายุสัมปทานรวมระยะเวลา 10 ปี 6 เดือน เริ่มตั้งแต่ เดือน ก.ย. 2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37610</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิงเพาเวอร์, ดวตี้ฟรี, ท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.), ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.), บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน), สนามบินภูมิภาค, เซ็นทรัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190604/image_big_5cf6267a90426.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2018 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2018 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.เล็งเปิดเอกชนประมูลพีพีพีสนามบิน 8พันล้าน ชิงตลาดโลว์คอสอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทย.เตรียมเปิดประมูลพีพีพีสนามบิน 8 พันล้าน ปั้นสนามบินท่องเที่ยว-ศูนย์ซ่อมเครื่องบิน ชิงเค้กตลาดโลว์คอสอาเซียน ตั้งเป้าดึงแบรนด์ดังเข้าสนามบินภูมิภาค ยันราคาสินค้าไม่เกิน 10%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.กระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า ปัจจุบันท่าอากาศยาน(ทย.)ดูแลสนามบินภูมิภาคทั้งหมด 28 แห่ง แต่ปัจจุบันตัวเลขนักท่องเที่ยวและตลาดการบินของประเทศเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับภูมิภาคอาเซียนที่มีอัตราเติบโตทางการบินมากกว่าปีละ 5% ส่งผลรัฐบาลต้องเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนสนามบินภูมิภาคเพื่อพัฒนาศักยภาพให้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวและการเติบโตทางเศรษฐกิจท้องถิ่นตลอดจนขานรับนโยบายท่องเที่ยวเมืองรองอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้มีมติเห็นชอบการถ่ายโอน 4 สนามบินให้กับ บริษัท การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ไปบริหารจัดการและพัฒนาต่อไป นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างเสนอแผนเปิดเอกชนเข้าร่วมลงทุน(พีพีพี)สนามบินอีก 4 แห่งได้แก่ สนามบินหัวหิน สนามบินนครราชสีมา สนามบินบุรีรัมย์และสนามบินเพชรบูรณ์ สำหรับแนวทางการร่วมลงทุนนั้นจะทำให้ภาครัฐประยัดงบค่าลงทุนสนามบินอีกทั้งแผนพัฒนายังเดินหน้าได้รวดเร็วอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกรมท่าอากาศยาน(ทย.)เปิดเผยว่าขณะนี้ทย.อยู่ระหว่างเสนอแนวทางพีพีพีสนามบินให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาเห็นชอบเพื่อศึกษาแนวทางต่อไปว่าจะใช้ PPP Net Cost หรือ PPP Gross Cost&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คาดว่าจะเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอได้ภายในปี 2562 สำหรับแนวทางพัฒนาสนามบินทั้ง 4 แห่งนั้นวงเงินลงทุนราว 8.5 พันล้านบาท เริ่มจากสนามบินหัวหิน วงเงินลงทุน 3.5 พันล้านบาทงานขยายอาคารและก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งใหม่ให้รองรับปริมาณนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 10เท่า เป็น 3 ล้านคนต่อปี รวมถึงขยายความกว้างของทางวิ่ง(รันเวย์) และขยายลานจอดเครื่องบินเพิ่มเติมเพื่อรองรับการท่องเที่ยวตามแนวชายฝั่งทะเลตะวันตก(ไทยแลนด์ริเวียร่า) สนามบินบุรีรัมย์ วงเงินลงทุน 3 พันล้านบาทแบ่งเป็นงานขยายรันเวย์ 2 พันล้านบาทและงานขยายอาคารรวมถึงงานติดตั้งระบบความปลอดภัยตามมาตรฐานการบินสากลเพื่อให้สอดรับกับการเลื่อนชั้นเป็นสนามบินนานาชาติ(International Airport) รองรับนโยบายเมืองท่องเที่ยวกีฬาภาคอีสาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่สนามบินนครราชสีมา วงเงินลงทุน 2 พันล้านบาท มีศักยภาพด้านพื้นที่เหมาะแก่การพัฒนาเป็นศูนย์ซ่อมอากาศยาน(MRO)ของเครื่องบินขนาดเล็กรวมถึงอุตสาหกรรมอะไหล่การบินเชื่อมต่อการขนส่งไปสู่พื้นที่อีอีซี เนื่องจากปัจจุบันในประเทศยังไม่มีโรงซ่อมเครื่องบินขนาดเล็กอย่าง ATR737 เพื่อรองรับดีมานต์ของสายการบินต้นทุนต่ำจำนวนมากในอาเซียนทั้งยังสามารถแบ่งสัดส่วนตลาดจากอินโดนีเซียและสิงคโปร์ได้อีกด้วยเพราะเป็นเพียงสองชาติในอาเซียนที่มีโรงซ่อมแบบนี้ 4.สนามบินเพชรบูรณ์ มีพื้นที่ราว 5,000 ไร่สามารถเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยวสวยงามได้เหมาะแก่การพัฒนาเป็น Tourist Airport รับท่องเที่ยวเมืองรอง เช่น การพัฒนาเป็นสนามกอล์ฟดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับสูงเข้ามาในพื้นที่เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;การเปิดพีพีพีสนามบินเป็นการลงทุนแบบซัพพลายไซด์เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารในอนาคตที่จะเติบโตขึ้นอีกมาก นอกจากนี้เอกชนยังเก่งเรื่องทำการตลาดและแสวงหาดีมานต์ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาครัฐบาลไม่เชี่ยวชาญ&amp;rdquo; แหล่งข่าวกล่าว
ทั้งนี้ผลการศึกษาแนวทางการพีพีพีสนามบินของทย.นั้นพบว่าระยะเวลาสัมปทานที่มีความเหมาะสมจะต้องมากกว่า 20 ปีขึ้นซึ่งหากสนามบิยใดมีเที่ยวบินน้อยจะได้สัมปทานที่ยาวนานมากขึ้น โดยเอกชนจะเป็นผู้เข้ามาลงเม็ดเงินและบริหารสนามบินทั้งหมดพร้อมแบ่งสัดส่วนรายได้ให้ภาครัฐตามที่ตกลงกัน ขณะที่ทย.จะเป็นผู้กำกับดูแลมาตรฐานบริการและอำนวยความสะดวกให้กับเอกชนและประชาชนผู้ใช้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวกล่าวต่อว่าสำหรับแนวทางการกำหนดสัดส่วนพื้นที่เชิงพาณิชย์ในสนามบินท้องถิ่นนั้นจะเป็นสัดส่วน เอกชน 70% และ รัฐวิสาหกิจชุมชน 30% โดยจะคิดค่าเช่าเชิงพาณิชย์ในอัตราที่แตกต่างกันเพื่อส่งเสริมสินค้าชุมชน อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะมีการนำสินค้าและบริการแบรนด์ดังเข้ามาภายในสนามบินเพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกใหม่ให้ประชาชนผู้ใช้บริการ แต่ได้เน้นย้ำว่าต้องควบคุมราคาสินค้าไม่ให้สูงกว่า 10% เมื่อเทียบกับราคาหน้าร้านปกติ เช่น กาแฟอะเมเซอนขายทั่วไปแก้วละ 55 บาท หากขายในสนามบินต้องห้ามเกิน 65 บาท สำหรับสาเหตุที่ต้องยอมคิดราคาสูงกว่าปกติเนื่องจากปริมาณลูกค้าภายในสนามบินไม่มากเท่ากับในพื้นที่อื่นๆเช่นห้างสรรพสินค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่าสินค้าอาหารในสนามบินที่เป็นแบรนด์ดังจะไม่แพงแน่นอน ราคาต้องไม่สูงกว่า 10% เป็นข้อกำหนดตายตัวที่ต้องนำไปปฏิบัติทุกสนามบินให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด&amp;rdquo;แหล่งข่าวกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17918</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทย., ปิดประมูลพีพีพีสนามบิน, สนามบินท่องเที่ยว, สนามบินภูมิภาค, สายการบินโลว์คอส, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180915/image_big_5b9c55ac94351.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 07:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 07:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทย.อัดงบ3.4 หมื่นล้านปั้นสนามบินภูมิภาคเชื่อมอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทย.อัดงบ 3.4 หมื่นล้านปั้นสนามบินภูมิภาคเชื่อมอาเซียน-BIMSTEC เจาะกลุ่มตลาดทะเลอินเดีย หวังเพิ่มยอดนักท่องเที่ยว-ดันผู้โดยสารโต 150%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.กระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่าปัจจุบันภูมิภาคอาเซียนมีปริมาณการบินเติบโตมากที่สุดในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิคคิดเป็นค่าเฉลี่ยปีละ 6.6% ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่าภายใน 20 ปีจะเติบโตมากกว่า 12% ต่อปีหรือเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัว ดังนั้นกรมท่าอากาศยาน(ทย.)จึงมีแผนลงทุนเพื่อรองรับตลาดการบินและส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยเฉพาะการเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนรวม 5 ชาติ ตลอดจนดึงนักท่องเที่ยวศักยภาพจากกลุ่มประเทศ BIMSTEC ที่ประกอบด้วยบังคลาเทศ อินเดีย ศรีลังกา เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;5ประเทศเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพจับจ่ายสูงอีกทั้งตัวเลขจีดีพีในกลุ่มชาติดังกล่าวยังเติบโตอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ทั้งนี้สนามบินใต้นั้นมีศักยภาพอย่างมากปัจจุบันรองรับผู้โดยสารมากถึง 50% ของปริมาณผู้โดยสารทั้งหมดหรือคิดเป็นปีละ 10 ล้านคน ทั้งหมดนี้ในอนาคตสนามบินภูมิภาคทุกแห่งจะถูกเชื่อมด้วยระบบขนส่งที่ครอบคลุมทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่และเส้นทางเดินเรือ&amp;quot;ไพรินทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน （ทย.) กล่าวว่าทย.มีแผนพัฒนาสนามบินเพื่อเชื่อมโยงการเดินทางภูมิภาคระยะเวลา 10 ปี วงเงินรวม 3.45 หมื่นล้านบาท (‭2561 &amp;ndash; 2570‬) ประมาณ 34,507 ล้านบาท แบ่งเป็น ปี ‭2561 &amp;ndash; 2565‬ ปรับปรุงท่าอากาศยาน 17 โครงการก่อสร้างใหม่ 1 ท่าอากาศยาน วงเงินลงทุน 27,248 ล้านบาท ปี ‭2566 &amp;ndash; 2570‬ ปรับปรุงท่าอากาศยาน 8 โครงการวงเงินลงทุน 7,259 ล้านบาท คาดว่าจะเพิ่มปริมาณผู้โดยสารได้ 150% จากเดิม 20 ล้านคนเป็น 50 ล้านคนในปี 2580 เช่นเดียวกับเที่ยวบินที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 55,000 เที่ยวบินต่อเดือนจากปัจจุบัน 21,480 เที่ยวบินต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดรุณกล่าวต่อว่าสำหรับภาคเหนีอนั้นจะพัฒนาสนามบินลำปาง สนามบินแพร่ สนามบินน่านและสนามบินแม่ฮ่องสอนเป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางCLMV เพื่อเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยววิถีชีวิตล้านนา โดนใช้สนามบินลำปางเป็นฮับเชื่อมการเดินทางสปป.ลาว-คุนหมิง นอกจากนี้จะใช้สนามบินตากเป็นจุดเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าทางอากาศสนับสนุนเส้นทางการค้าแนวระเบียงภาคตะวันออก-ภาคตะวันตก (EWEC)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ในภาคอีสานนั้นจะใช้ 4 สนามบินหลักได้แก่สนามบินอุบลราชธานี สนามบินนครพนม สนามบินสกลนครและสนามบินเลย เป็นเกทเวย์ประตูการค้าCLMB เชื่อมเขตเศรษฐกิจพิเศษ(SEZ) นครพนมและมุกดาหาร โดยใช้สนามบินบุรีรัมย์เป็นฮับท่องเที่ยวเชิงกีฬา ส่วนด้านภาคใต้นั้นจะใช้สนามบินชุมพร สนามบินสุราษฎร์ธานี สนามบินระนอง สนามบินกระบี่และสนามบินตรัง รองรับการดึงดูดนักท่องเที่ยว BIMSTEC ที่จะบินเข้ามาจากเส้นทางมหาสุมรอินเดียและทะเลอันดามันควบคู่ไปกับการสนับสนุนเส้นทางท่องเที่ยวตามแนวชายฝั่งตะวันตก(ไทยแลนด์ริเวียร่า)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17604</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมท่าอากาศยาน, ดรุณ แสงฉาย, พัฒนาสนามบินภูมิภาค, ศูนย์กลางการบินอาเซียน, สนามบินภูมิภาค, ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180915/image_big_5b9c55ac94351.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
