<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;สั่ง&#039;เสี่ยหนู-ศักดิ์สยาม&#039;เทอร์มินอล 2 ต้องสร้าง แต่เอาแผนแม่บทเดิมสุวรรณภูมิมาดูด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.62- &amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการเดินหน้าโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 หรือเทอร์มินอล 2 สุวรรณภูมิ ที่หลายหน่วยงานทักท้วงว่าไม่เป็นตามแผนแม่บทว่า ตนได้ให้กระทรวงคมนาคมชี้แจง โดยข้อเท็จจริงแล้วเราต้องมีการขยายและพัฒนา เพื่อรองรับผู้โดยสารที่เติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เป็นไปตามหลักสากล ต้องฟังเสียงจากหลายฝ่าย ถึงข้อดีข้อเสียมาประกอบกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯกล่าวว่าได้พูดกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่าสัปดาห์นี้จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย รวมถึงผู้ที่คัดค้านมาให้ความเห็นอย่างรอบด้าน เพื่อฟังผลดีผลเสีย ผลกระทบให้เกิดความชัดเจน ในการทำเทอร์มินอล 2 คือยังไงก็ต้องสร้าง แต่จะสร้างอย่างไรค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง เพราะมีการปรับรูปแบบมาหลายครั้งแล้ว ก็ต้องเอาแผนแม่บทเดิมมาดูด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44932</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา, สนามบินสุวรรณภูมิเฟส2, แผนแม่บท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6e5564891a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2018 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คล้ายว่าลอกแล้วกลายเป็นหลอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กรณีแบบชนะประกวดโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร 2 สนามบินแห่งชาติสุวรรณภูมิ (ภาพที่ 1) มีอาการกระตุกติดขัดเพราะรูปลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมดันไปละม้ายคล้ายคลึงกับงานสถาปัตยกรรมของจีนและญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักยอมรับกันแล้วทั่วโลกนั้น (ดูภาพที่ 2-4) เมื่อ4-5 วันก่อนผู้เขียนได้เคยเขียนเป็นเชิง &amp;quot;รายงานสาธารณะ&amp;quot; คือรายงานไปตามเนื้อหาไม่ได้ใส่ความคิดเห็นหรือการวิพากษ์วิจารณ์ลงไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาคราวนี้ในฐานะสถาปนิกขออนุญาตท่านผู้อ่าน วิพากษ์วิจารณ์งานออกแบบ เทอร์มินัล 2 ของสนามบินแห่งชาติสุวรรณภูมินี้กันสักตั้ง
ความคล้ายคลึงกับมรดกวัฒนธรรมจีนและญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาปัตยกรรมก็เป็นมรดกวัฒนธรรมชนิดหนึ่งของสังคมจารีต ระบบโครงสร้างในงานสถาปัตยกรรมจึงเป็นภาษาทางกายภาพของอัตลักษณ์หรือตัวตนของสังคม ในภาพที่ 5 เห็นหลังคาทรงจีน ยื่นออกมาจากเสาได้ด้วยทวยไม้อันประกอบด้วยท่อนไม้และตุ๊กตาขนาดเล็กๆซ้อนถ่ายน้ำหนักไล่กันไปเป็นชั้นๆ ยื่นออกมารับรียกกันว่า DOUGONG (อ่านว่าโต๋ก่ง)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าทวยเครื่องไม้ใช้รับและถ่ายน้ำหนักจากหลังคาส่วนยื่นมาลงเสาดังกล่าวนี้ทางญี่ปุ่น ก็รับเทคนิคนี้มาพัฒนาต่อเรียกว่า &amp;nbsp;TOKYO (ภาพที่ 6) สันนิษฐานว่ามาพร้อมกับการรับเอาวัฒนธรรมจีนในช่วงยุคอซึกะ(ASUGA PERIOD) พร้อมกับศาสนาพุทธและระบบการปกครองที่ยึดตามธรรมเนียมจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนกลับไปดูภาพที่ 2-4 อีกครั้ง พิเคราะห์ดูแล้วท่านผู้อ่านจะเห็นได้ว่า เทคนิคของระบบโครงสร้างแต่โบราณนี้ถูกสถาปนิกจีนและญี่ปุ่นนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างน่าชมในสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ใช้สำเร็จทำได้ดีได้รับการยอมรับและชื่นชมมีชื่อเสียงไปทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่างานของสถาปนิกไทยที่ยืนยันว่าคิดเอง 100 % นั้น ใช้หลักการ &amp;quot;โต๋ก่ง&amp;quot; หรือเปล่าไปลอกแบบงานสถาปัตยกรรมของเขามาหรือเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพิสูจน์ยืนยันเรื่องอย่างนี้ยากมากๆเพราะมีวาทะกรรมตอบได้มากมายจับไม่มั่นคั้นไม่ตาย เอาเข้าจริงงานสถาปัตยกรรมของมนุษย์เรานั้นก็ล้วนเกิดขึ้นมาจากการทำซ้ำหรือพัฒนาต่อยอดขึ้นไปเรื่อยๆมิใช่หรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยคำถามและความสงสัยดังกล่าวผู้เขียนเลยลองลงลึกเดินตามรอยงาน อาคารผู้โดยสาร 2 สนามบินสุวรรณภูมิที่ได้รับคัดเลือกนี้ ดูว่าจะมีเค้าเงื่อนอย่างไรบ้าง
วี่แววจากงานของอันโดะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทาดาโอะ อันโดะ สถาปนิกเอกของญี่ปุ่นฝากผลงานที่เลื่องชื่อไว้ใน JAPAN PAVILIONงาน เอ๊กซโป นครเซวีญ่า ปี 1992 ในภาพที่ 3 และภาพที่ 7 ท่านผู้อ่านจะเห็นได้ว่า นอกจากจะนำโครงสร้างกลุ่มเสาโปร่งรับคานโปร่งที่ค่อยๆซ้อนทับและค่อยๆยื่น (CANTILIVER) ออกไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามหลักของ &amp;quot;โต๋ก่ง&amp;quot; มารับหน้าตรงโถงทางเข้าแล้ว ภายในอาคารสองฟากซ้ายขวา เขายังนำโครงสร้างชุดนี้มาเล่นอีกกลุ่มใหญ่ แล้วค่อยนำเปลือกเป็นโครงเหล็กมาห่อคลุมไว้อีกชั้นหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในภาพที่ 8 เห็นรายละเอียดโครงสร้าง&amp;quot;โต๋ก่ง&amp;quot; ชัดเจน เสา 4 ต้นเกาะกลุ่มในกรอบสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีคานโปร่งพาดไขว้สลับกันไปเรื่อยๆจนเกิดเป็นรูปปิรามิดคว่ำ เมื่อแหงนมอง ย้อน ขึ้นไปจะเห็นเป็นภาพขวามือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หันมาดูแบบที่ผ่านการคัดเลือก ในภาพที่ 9 จะเห็นได้ว่าการพาดไปพาดมาจนเกิดรูป
ปิรามิดคว่ำนี้หากค่อยๆลดขนาดไม้ลงไปเรื่อยๆใน ระยะยื่นเท่าเดิม เส้นตรงของขอบปิรามิดก็จะกลายเป็นเส้นโค้ง เมื่อทำไปเรื่อยๆใน MODULAR ขนาด 36X36 เมตรเราก็จะได้พุ่มโค้งคล้ายๆระบบหลังคาโค้ง (VAULT) ขึ้นมาคลี่คลุมต่อเนื่องกันไป แลเป็นดั่งต้นไม้ในป่าดังที่สถาปนิกเขาว่าไว้...ภาพที่ 10 หากแหงนดูจากข้างล่างก็จะเห็นเป็นภาพนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำไทยว่า &amp;quot;ละม้าย&amp;quot; แปลว่า &amp;quot;คล้ายจนเกือบเหมือน&amp;quot; ดูภาพที่ 8 เทียบกับภาพที่ 9 และ 10 แล้วท่านผู้อ่านคิดว่างานทั้งสองงานนี้ละม้ายเหมือนกันหรือไม่ จะเรียกว่าลอกได้มั้ย
คล้ายแต่คนละเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องยังไม่จบ..เมื่อมองกันที่รูปลักษณ์ภายนอกจะเป็นดังเช่นที่ผู้เขียนว่ามา แต่เมื่อพิจารณาดูรูปตัดในภาพที่ 11 จะพบด้วยความประหลาดใจว่า เจ้าปิรามิดหงายที่มองเห็นจาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13
ข้างล่างนั้นไม่ได้เกิดจากลุ่มคานที่แทงลอดสอดประสานกันไปทั้งกลุ่มด้วยหลักการ &amp;quot;โต๋ก่ง&amp;quot; อย่างที่ อันโดะคิดทำก็หาไม่ เพราะมีเพียงคานคู่ตัวขอบรอบนอกเท่านั้น ที่วิ่งตลอดและทับกันจริงๆ คานที่เห็นเป็นหัวๆระหว่างคานคู่ริมนั้น วางแปะหลอกไว้เฉยๆเท่านั้น (ดูภาพที่12)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคพวกส่งภาพงานประดิษฐ์ที่พวกคนชราแถวลำลูกกา ปทุมธานี เขาคิดประดิษฐ์ทำกันเล่นๆมาให้ดู...ในภาพที่ 13 เห็นคุณปู่คุณย่าเอาไม้ไอติมมาต่อซ้อนทับและยื่นไปเรื่อยๆ ก็จะเป็นเหมือนเช่นที่เห็นในภาพรูปตัด คือข้างล่างเห็นเป็นปิรามิดคว่ำ ข้างบนได้หลุมมาเป็น กรวย รับน้ำฝนให้มันไหลลงรูเสาไปได้เลย...เทียบกับงานของอันโดะแล้วจึงกลายเป็นว่าดูข้างล่างคล้าย แต่พอดูข้างบนกลายเป็นแบบไม้ไอติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรดาใครที่หาว่างานนี้ลอกเลียนงานของทาดาโอะ อันโดะหรือ เคนโกะ คูมา ดูท่าว่าจะต้องต้องทบทวนกันใหม่แล้ว เพราะถึงคลับคล้ายแต่กลับกลายเป็นคนละเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพที่ 14 เป็นภาพสุดท้ายเห็นภาพกว้างเป็นรูปตั้งตัวอาคาร จะเห็นได้ว่าบรรดา หมู่
เสาและเหล่าปิรามิดคว่ำที่ถูกกล่าวหาว่าเป็น &amp;quot;โต๋ก่ง&amp;quot;นั้น แท้จริงบานจบลงไปเฉยๆไม่ได้ทำหน้าที่รับน้ำหนักอะไรไว้เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาอันเกิดจากรูปลักษณ์ของอาคารที่กำลังได้รับคัดเลือกให้ก่อสร้างเป็นอาคารผู้โดยสารของสนามบินแห่งชาติไทยที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า นอกจากจะมีปัญหาความไร้อัตลักษณ์ของตนเองซ้ำยัง ไปคล้ายคลึงกับงานของชาติอื่นวัฒนธรรมอื่นเขาแล้ว ยังมีปัญหา ความไม่กระจ่างชัดเจนของรูปลักษณ์ทางสถาปัตยกรรม กับความคลุมเครือของโครงสร้างงานวิศวกรรมอีกต่างหาก นี่ยังไม่พูดถึงจุดอ่อนของการบำรุงดูแลรักษาต่างๆที่มองเห็น
ทิ้งท้าย...ต้องแก้ไขความไปไม่เป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บทความนี้กำลังจะจบ เขียนแล้วก็ให้นึกสงสารสังคมไทย สงสารวงการวิชาชีพและวิชาการสถาปัตยกรรมศาสตร์ในเมืองไทย หรือกระทั่งสงสารตัวเองและน้องสถาปนิกคนออกแบบที่ได้รับคัดเลือกให้ทำโครงการนี้ &amp;nbsp;ที่สงสารก็เป็นเพราะว่าสาเหตุที่อยู่เบื้องลึกสุดของการตีบตันไม่อาจสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ (MODERN &amp;nbsp;ARCHITECTURE) ในบ้านเรา ให้มีอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ความเป็นไทย อย่างที่เกิดขึ้นกับโครงการประกวดแบบอาคารสนามบินแห่งชาติครั้งนี้นั้น ก็คือ &amp;quot;ภาวะการไปไม่เป็น&amp;quot; ขาดลอยหลุดรากหลุดเหง้า ไม่ได้มีโอกาสพัฒนาเชื่อมต่อกับงานสถาปัตยกรรมไทยแต่เดิมมานั่นเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากจะต้องหาทางร่วมกันเข้าพบและแก้ไขปัญหาการออกแบบอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิที่กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตานี้แล้ว ในระยะยาว...การตื่นตัว มีสำนึกของวงการสถาปัตยกรรมทั้งวงวิชาการและวงผู้ปฏิบัติวิชาชีพในบ้านเราในอันที่จะย้อน
กลับไปวิวัฒน์ตนเองและวงการให้สามารถเชื่อมโยงกับรากเหง้าของสถาปัตยกรรมไทยแต่เดิมได้ คือการเริ่มเข้าพบและเริ่มแก้ไขปัญหาที่แท้จริง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขวัญสรวง อติโพธิ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3 กันยายน 2561
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17310</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขวัญสรวง อติโพธิ, คล้ายว่าลอกแล้วกลายเป็นหลอก, งานออกแบบ, ฝรั่ง-จีน-ญี่ปุ่น, สนามบินสุวรรณภูมิเฟส2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b977a638bd00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16594</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2018 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2018 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ต่อตระกูล&#039;ข้องใจทอท.ประกาศTORก่อนพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่มีผลบังคับใช้2วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;1 ก.ย.61- นายต่อตระกูล ยมนาค คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เสาร์สรรสร้าง&amp;quot; วันเสาร์ที่ 1 กย. ขอเสนอกรณีที่สังคมกำลังสนใจกันมากเรื่องรูปแบบของอาคารสุวรรณภูมิ 2 ที่ได้รับคัดเลือกให้ก่อสร้างแล้ว ว่าสร้างสรรค์ หรือ ลอกเลียนแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำแถลงของสภาสถาปนิก เมื่อ 31 สค. 2561 ในเรื่องนี้ จึงสำคัญมาก ควรรับฟังไว้เป็นดังนี้:&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ผู้แทนสภาสถาปนิก ในกรรมการเคยเสนอให้ ทอท. ใช้ พรบ. จัดซื้อจัดจ้าง พศ. 2560 ฉบับใหม่ แทนระเบียบจัดซื้อเดิมของ ทอท. เอง แต่ ทอท. ได้ประกาศ TOR ตามระเบียบของ ทอท. ก่อน ที่พรบ. จัดซื้อจัดจ้าง พศ. 2560 ฉบับใหม่ จะมีผลบังคับใช้ 2 วัน !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2/ ตามระเบียบจัดซื้อเดิมของ ทอท. คณะกรรมการ มีอำนาจเด็ดขาดที่จะตัดสิน ให้ผู้ที่เสนอราคาใดๆที่ไม่ปฏิบัติตาม TOR ในการยื่นเอกสารเสนอราคาให้ครบถ้วนถูกต้องได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3/ เรื่องลอกเลียนแบบ สภามีจรรยาบรรณ ซึ่งห้ามการกระทำลักษณะนี้อยู่แต่ในขณะนี้ สภาฯยังมิได้ดำเนินการพิจารณา เป็นทางการจนกว่าจะมีผู้เสียหายร้องเรียนมายังสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4/ สภาฯ ได้ย้ำเตือนสถาปนิก สมาชิกของสภา ให้ระมัดระวังการกระทำที่อาจเป็นการผิดจรรยาบรรณ ในเรื่องการพูด หรือการวิพากษ์วิจารณ์ ใดๆ ที่เป็นการทำความเสื่อมเสีย กับสถาปนิกใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขออนุญาตสรุป ออกมา ได้ดังนี้ หากสถาปนิกหรือผู้เกี่ยวข้องฟังแล้วเป็นอย่างอื่น กรุณาได้ทักท้วงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16594</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ, นายต่อตระกูล ยมนาค, สนามบินสุวรรณภูมิเฟส2, เสาร์สรรสร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180901/image_big_5b8a2d71f40b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2018 11:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2018 19:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นี่มันจีนหรือนี่มันญี่ปุ่นนี่หว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย กำลังมีโครงการจะสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ของสนามบินแห่งชาติสุวรรณภูมิ &amp;nbsp;มูลค่า 30,500,000,000 บาท กำหนดเปิดกลางปี 2563 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ทาง ทอท.จึงจัดให้มีการประกวดแบบสถาปัตยกรรมเพื่อคัดเลือกสรรหาแบบที่ดีและเหมาะสมที่สุด เพื่อสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรมตัวสำคัญของประเทศชาติในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประกาศเปิดเผยแบบของบริษัทที่ชนะการประกวดผ่านไปแล้วเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ปรากฏเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบให้ขรมไปหมดในหลายแง่หลายมุม โดยเฉพาะเรื่องรูปลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของอาคาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพที่1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่าขรมไปหมดนั้นส่วนใหญ่เกิดขึ้นอย่างเข้มข้นในสื่อโซเชี่ยลต่างๆ &amp;nbsp;ทั้งเป็นการโต้เถียงโต้ตอบกันไปมาจนไม่อาจจะตั้งหลักให้สังคมตั้งสติเข้าจับเพื่อรู้และเข้าใจเรื่องนี้อย่างเป็นระบบได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ผ่านไป 6-7 วัน ในฐานะสถาปนิกและพลเมืองคนหนึ่งที่เฝ้าติดตามเรื่องนี้ ขอหันมาใช้หน้าหนังสือพิมพ์เป็นสื่อ ตั้งหลักเรียบเรียงและปะติดปะต่อเรื่องนี้ให้เป็น &amp;quot;รายงานสาธารณะ&amp;quot; อันหวังจะสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องสำคัญของประเทศชาติเรื่องนี้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวกันสักตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สนามบินสำคัญอย่างไร..ทำไมถึงเป็นเรื่องสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพที่ 2 เป็นภาพโบราณเมื่อร้อยกว่าปีก่อน &amp;nbsp;เห็นกระบวนเรือพระที่นั่งของพระบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ที่เสด็จนิวัติจากทวีปยุโรปกลับสู่ประเทศสยาม กำลังใช้ฝีจักรแล่นเข้าสู่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา สมัยนั้นไม่มีเครื่องบิน เดินอากาศ ใครจะเดินทางไปหาใครก็ต้องใช้ทางเรือเดินสมุทรกันทั้งนั้น...&amp;quot;การเข้าพบสยาม&amp;quot; จึงอยู่ตรงบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาริมฝั่งอ่าวไทยดังที่เห็นในภาพนี้เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พินิจดูภาพที่ 1 อีกครั้ง...ลิบๆตรงปากแม่น้ำจะเห็นพระเจดีย์ตั้งเสียดฟ้าเป็นภูมิ สัญลักษณ์ (LAND MARK) ตัวสำคัญ บ่งบอกให้รู้ว่ากำลังจะเข้าถึงและเข้าพบกับราชอาณาจักรสยาม ดินแดนแห่งบวรพระพุทธศาสนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งพระเจดีย์เพื่อรับหน้าและแรกพบกันอย่างนี้ ฝรั่งสมัยก่อนจึงเรียกพระเจดีย์องค์นี้ว่า THE FIRST PAGODA OF SIAM ส่วนชาวสยามชาวบางกอกและชาวปากน้ำเรียกตามที่เห็น ว่า &amp;quot;พระเจดีย์กลางน้ำ&amp;quot; หรือ &amp;quot;พระสมุทรเจดีย์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพที่3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระเจดีย์องค์นี้สร้างแต่สมัย ล้นเกล้ารัชกาลที่ 2 เมื่อคราวต้องปรับปรุงหัวเมืองชายทะเล เพื่อพร้อมรับศึกญวนเพราะความ สัมพันธ์กำลังตึงเครียด ที่เมืองสมุทรปราการนี้ทรงโปรดให้สร้างป้อมปืนไว้ถึง 6 ป้อม พอสำเร็จโครงการก็โปรดให้สร้างเจดีย์ไว้เป็นที่รำลึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่วงเข้ารัชกาลที่ 4 ควันศึกญวนจางหาย แต่คลื่นอาณานิคมและการเปิดประเทศคบหาสัมพันธ์กับโลกตะวันตกกำลังเข้มข้นขึ้นทุกที ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกลจึงโปรดให้ ช่างไปถ่ายแบบเจดีย์ลอมฟางจากอยุธยาแล้วนำมาสร้างสวมทับองค์พระเจดีย์เดิมให้งดงามสง่าได้ความสูง 19 วา (ภาพที่ 3) นอกจากนี้ยังโปรดให้สร้างเก๋งจีน หอเทียน หอระฆัง พระวิหาร พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร หลักผูกเรือรอบองค์พระ พร้อมทั้งอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ 12 องค์จากพระบรมมหาราชวังมาบรรจุแทนองค์เดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิดดูดีๆ..ท่านผู้อ่านจะเห็นได้ว่าการเข้าพบเมืองสยามของโลกภายนอกบริเวณปากแม่น้ำ เจ้าพระยานี้ คนโบราณท่านคิดอ่านไว้หลายแง่หลายมุม ในเชิงความมั่นคงของราชอาณาจักรก็มีกลุ่มป้อมปืนยืนคุม ทางเศรษฐกิจก็มีเมืองสมุทรปราการเป็นด่านศุลกากร ทางศิลปะและวัฒนธรรมก็มีกลุ่มงานสถาปัตยกรรมอวดตัวและทำตัวเป็นภูมิสัญลักษณ์ของทางเข้าประเทศ ทางด้านจิตวิญญาณ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เป็นพระเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ประกาศตัวตนของสังคมสยามว่าแผ่นดินที่อาคันตุกะล่วงเข้ามาพบพานนี้คือดินแดนแห่งพระพุทธศาสนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เล่ามาเป็นวรรคเป็นเวรนี้ก็เพื่อตบท้ายให้ท่านผู้อ่านตระหนักว่า สนามบินนั้นเปรียบไป
แล้วก็เหมือนบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อร้อยกว่าปีก่อน &amp;nbsp;...ที่ๆโลกภายนอกกำลังจะเข้ามา ประสบพบปะแผ่นดินและสังคมของเราอย่างนี้นั้นมีภารกิจและประโยชน์สาธารณะที่ต้องสร้างสรรค์และบริหารจัดการให้ดีให้สำเร็จเป็นหลายแง่หลายมุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงออกถึงอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาติที่นอกจากจะงดงามประทับใจแล้วยังต้องมีพลังให้รำลึกได้ถึงความเชื่อและจิตวิญญาณของผู้คนที่เป็นเจ้าของแผ่นดิน...ต้องเป็นเช่นนี้ไม่ว่าจะขี่เรือเดินสมุทรมาเมื่อร้อยกว่าปีก่อนหรือขี่เครื่องบินมาลงสนามบินสุวรรณภูมิในปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า..ถ้ารู้จักมองสนามบินกันในแง่ที่กล่าวมานี้ แล้วแบบประกวดที่ได้รับเลือกมาทำอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ของสนามบินสุวรรณภูมิที่ว่ากำลังมีปัญหานั้น ปัญหามันเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ความละม้ายคล้ายเหมือนที่เป็นปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพที่4
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาปนิกผู้ออกแบบอาคารนี้ชี้แจงว่า เรื่องอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของอาคารนั้นได้ตัดสินใจละวางลักษณะทางวัฒนธรรม (CULTURE) ของสังคมไทยแต่หันมาใช้ลักษณะทางธรรมชาติ (NATURE) ของแผ่นดินไทยคือป่าไม้เขตร้อนชื้นแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การใช้การปรากฎตัวของไม้ที่อบอุ่นและรูปทรงที่คลี่ขึ้นกระจายออกเหมือนต้นไม้ของบรรดาโครงสร้างจะช่วยบอกเล่าปลุกเร้าสร้างสรรค์เองให้รู้สึกได้ถึงมิตรภาพและน้ำใจไมตรีอัน อบอุ่นของคนไทยและบ้านเมืองของเรา (ภาพที่ 4)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านผู้อ่านพึงสังเกตลักษณะการใช้ไม้ของงานชิ้นนี้ให้ดีๆ &amp;nbsp;การขึ้นเสาแล้วค่อยๆวางคาน
ไม้เล็กๆจำนวนมาก ให้ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆและค่อยๆยื่น (CANTILEVER) ออกไปทุกๆ 4 ด้านในกรอบสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 36X36 เมตรนั้น ในที่สุดเมื่อค่อยๆโค้งมาบรรจบกับพรรคพวกแล้ว ก็เกิดเป็นเสมือน หลังคาโค้ง (VAULT) ชุดต่างๆเชื่อมต่อเนื่องกันไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าระบบการนำท่อนไม้มาค่อยๆซ้อนทับให้เหลื่อมและไล่กันไปเช่นนี้เองที่ก่อปัญหา เพราะมันไปละม้ายคล้ายกับองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมทั้งที่เป็นแบบโบราณหรือสมัยใหม่ของจีนและญี่ปุ่นอันเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพที่5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มองกันที่มรดกทางวัฒนธรรมของจีนก่อน...ภาพที่ 5 เห็นภาพลายเส้นแสดงระบบโครงสร้างไม้ของสถาปัตยกรรมจีนโบราณ &amp;nbsp;บรรดาเสาที่เสียดสูงขึ้นมาจะไม่ได้แล่นเข้าพบขื่อพบอะเสเพื่อรองรับเครื่องบนของหลังคากันดื้อๆเหมือนบ้านเรา ช่างจีนเขาจะสร้างสรรค์ ชุดของทวยเป็นคานและตุ๊กตาไม้เล็กๆโปร่งๆให้ค่อยๆยื่นและแยกย้ายกันเข้ารับเครื่องบนหลังคาของเขาเป็นหลายชั้นหลายเชิง เรียกขานกันเป็นศัพท์เทคนิคว่า DOUGONG (โต๋ก่ง)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรับและถ่ายน้ำหนักระหว่างเสากับหลังคาด้วย &amp;quot;โต๋ก่ง&amp;quot; นี้นอกจากจะแลงดงามโปร่งตาและช่วยกันยื่นรับชายคาที่ทิ้งตัวออกมาได้แล้ว เครื่องไม้เล็กๆที่เข้าล๊อคกันเหล่านี้จะช่วยกันยืดหยุ่นตัวเวลาเกิดแผ่นดินไหวได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูมิปัญญาในหลักการแบบ &amp;quot;โต๋ก่ง&amp;quot; นี้ สถาปนิกจีน &amp;quot;เหอจิ้งถิง&amp;quot; ได้นำมาประยุกต์ใช้เป็น CHINA PAVILION ในงาน WORLD EXPO ที่เซี่ยงไฮ้ได้อย่างไม่ขัดเขินงดงามและลงตัวเป็น &amp;quot;จีน&amp;quot; กันได้ชัดๆได้รับการยอมรับและผ่านตาผู้คนทั้งโลกไปแล้วเมื่อปีคศ.2010 (ภาพที่ 6)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หันมาดูทางญี่ปุ่นบ้าง...หลักการ &amp;quot;โต๋ก่ง&amp;quot; ของจีนนี้สถาปัตยกรรมญี่ปุ่นโบราณก็รับไปปรับใช้เป็นของตน พอมีโอกาสก็นำเข้ามาใช้ในสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ได้อย่างงดงามและมีชื่อเสียงระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพที่ 7 เห็นอาคารศาลา JAPAN PAVILION ในงาน WORLD EXPO ,1992 นคร
เซบีญา ประเทศสเปน &amp;nbsp;ออกแบบโดย ทาคาโอะ อันโดะ สถาปนิกมือครูของญี่ปุ่น ท่านผู้อ่านจะเห็นปิรามิดการถ่ายแรงแบบ &amp;quot;โต๋ก่ง&amp;quot; ตั้งเป็นพระเอกของศาลา งานชิ้นนี้ก็ดังระเบิดเถิดเทิงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกอีกเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพที่ 8 KENKO KUMA สถาปนิกมือ 1 ของญี่ปุ่นในปัจจุบันออกแบบ YUSUHARA WOODEN BRIDGE MUSEUM &amp;nbsp;โดยนำระบบซ้อนคานไม้มาซ้อนต่อเนื่องกันจนกลายเป็นโครงสร้างสะพานทอดข้ามลาดเขา มีอาคารเป็นทางเดินทอดตัวตั้งอยู่ข้างบนนำเข้าสู่อาคารหลัก ทั้งตัวโครงสร้างและเหตุผลที่นำมาใช้ชัดเจนเหมาะสมมีเหตุผลเห็นเป็นสัจจะความจริงของการใช้โครงสร้างไม้ โครงการนี้เสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 2011 เมื่อเปิดตัวกับโลกสถาปัตยกรรมแล้วก็ได้รับการยอมรับมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกอีกเช่นกัน
ทิ้งท้าย...ประเด็นที่ต้องตัดสินใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำไทยว่า..ละม้าย..แปลว่าคล้ายจนเกือบเหมือน..ต้องยอมรับกันว่ารูปลักษณ์ของหมู่เสาและหัวเสาที่บานออกของแบบที่ได้รับการคัดเลือกให้เอามาทำเป็นอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ของสนามบินแห่งชาติไทยที่สุวรรณภูมินั้นมีความละม้ายกับงานสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ของจีนและญี่ปุ่นที่เขาวิวัฒน์มาจากมรดกวัฒนธรรมของเขาจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าคิดกันแบบตื้นๆลุ่นๆก็จะตั้งคำถามกันว่านี่มันไปลอกไปเลียนเค้าหรือเปล่า งานระดับชาติที่ต้องแสดงตัวตนและอัตลักษณ์ของเรา ดันไปเอาของคนอื่นเค้ามาได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องลอกเลียนกันหรือเปล่านี้ยากแก่การพิสูจน์ทั้งมีวาทะกรรมสารพัดเอามาหยิบตอบกันได้ต่างๆนาๆ...ว่าที่จริงแล้วงานสถาปัตยกรรมของมนุษยชาติก็เกิดจากการรับสืบทอด ทำซ้ำ ปรับใช้หรือวิวัฒน์ต่อยอดกันมาตลอดมิใช่หรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าคำถามเรื่องลอกเลียนตอบไม่ถนัด ก็มาถึงคำถามที่สองว่า ไม่ว่าจะลอกหรือไม่ลอกการสร้างสรรค์สนามบินอันเป็นมณฑลที่โลกจะเข้าพบบ้านเมืองของเรา อันเป็นประโยชน์และคุณค่าสาธารณะตัวสำคัญของคนไทยเราดังที่กล่าวมาแล้วแต่ต้นนั้น ถ้ามีอันไปตรงไปพ้องกับงานสถาปัตยกรรมของจีนและญี่ปุ่นที่เขาวิวัฒน์มาจากมรดกวัฒนธรรมของเขา มีความสำเร็จโด่งดังและได้รับการยอมรับไปทั้งโลกแล้วนั้น สมควรยอมรับปล่อยเลยตามเลยหรือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวต่างประเทศที่ลงเครื่องบินเข้ามา ได้ประสบพบเห็นก็ล้วนแต่จะรู้สึกและเห็นว่า..&amp;quot;นี่มันจีนหรือนี่มันญี่ปุ่นนี่หว่า&amp;quot;...กันเสียทั้งนั้น ไม่มีใครไปสามารถแก้ตัวในสถานการณ์จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตกที่นั่ง &amp;quot;ไม่มีตัวของตัวเอง&amp;quot; ของสนามบินแห่งชาติเสียแต่แรกเกิดแรกพบอย่างนี้ &amp;nbsp;สาธารณชนคนไทยควรจะยอมรับให้เกิดขึ้นหรือไม่..นี่ต่างหากคือคำถามรวบยอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;CR:&amp;nbsp;ขวัญสรวง อติโพธิ&amp;nbsp;อาจารย์พิเศษประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp;วิทยากรและนักเขียนบทความอิสระ โดยเฉพาะด้านการพัฒนาเมืองและพัฒนาสังคม คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16559</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานก็อบปี้, สถาปัตยกรรมสนามบิน, สนามบินสุวรรณภูมิเฟส2</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180831/image_big_5b89369a2e568.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
