<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 21:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 21:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้องให้เข็ด พนง.เก็บก้านสำลีแยงจมูกล้างใช้ซ้ำที่สนามบินอินโดฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทนายความอินโดนีเซียยื่นฟ้องเรียกค่าชดเชยจากบริษัทเวชภัณฑ์ของอินโดนีเซีย ภายหลังพนักงาน 5 คนโดนตำรวจจับกุมและโดนบริษัทไล่ออก เพราะถูกจับได้ว่านำก้านสำลีแยงจมูกสำหรับตรวจโควิด-19 กลับมาใช้ซ้ำ ฟันรายได้เกือบ 4 ล้าน ชี้อาจมีผู้เดินทางผ่านสนามบินในเมืองเมดานตกเป็นเหยื่อราว 9,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องอื้อฉาวนี้เป็นข่าวครึกโครมสร้างความตกตะลึงภายในอินโดนีเซียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อตำรวจเปิดโปงขบวนการเก็บก้านสำลีแยงจมูกเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อกลับมาใช้ใหม่ โดยจับกุมพนักงานของบริษัท คีเมียฟาร์มา 5 คนซึ่งรวมถึงผู้จัดการบริษัทสาขาเมดาน สำนักงานของบริษัทแห่งนี้เป็นสถานที่ล้างทำความสะอาดไม้สวอปแล้วใส่บรรจุภัณฑ์ใหม่ ก่อนจะส่งไปใช้ซ้ำอีกครั้งที่ท่าอากาศยานระหว่างประเทศกูอาลานามูตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว ตำรวจกำลังสอบสวนด้วยว่ามีผู้โดยสารคนใดติดเชื้อโควิดเพราะก้านสำลีใช้ซ้ำหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของบีบีซีและเซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์เมื่อวันพุธที่ 5 พฤษภาคม กล่าวว่า พนักงานกลุ่มนี้โดนบริษัทไล่ออกแล้ว แต่ผู้โดยสารที่เชื่อว่าตนเองตกเป็นเหยื่อเดินหน้ายื่นฟ้องบริษัทของรัฐแห่งนี้เพื่อเรียกเงินชดเชย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้โดยสารที่จะขึ้นเครื่องที่สนามบินนี้ถูกบังคับว่าต้องมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ แต่มีผู้โดยสารบางส่วนเลือกที่จะตรวจแบบเร็วที่สนามบิน แทนที่จะไปตรวจที่คลินิกหรือโรงพยาบาล สนามบินจึงร่วมมือกับคีดเมียฟาร์มาจัดชุดตรวจโดยคิดค่าธรรมเนียมคนละ 200,000 รูเปียห์ หรือราว 430 บาท เงินดังกล่าวเข้ากระเป๋าของพนักงานที่ลักลอบนำชุดตรวจใช้แล้วมาใช้ซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รันโต ซิบารานี และคามัล ปาเน ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน 2 คนซึ่งเดินทางผ่านสนามบินนี้ประจำเพื่อไปติดต่อลูกความที่กรุงจาการ์ตาเกือบทุกสัปดาห์ระหว่างเดือนธันวาคม 2563 ถึงกุมภาพันธ์ 2564 บอกว่า พนักงานเหล่านี้หาเงินได้ถึง 1,800 ล้านรูเปียห์ (ราว 3.88 ล้านบาท) ตั้งแต่เดือนธันวาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซิบารานีกล่าวด้วยว่า เขาน่าจะผ่านการตรวจเชื้อที่นี่ราว 10 ครั้ง และมีบางครั้งที่รู้สึกผิดสังเกตเพราะโดนแยงจมูกลึกมากและทำหลายครั้งด้วย ซึ่งเป็นไปได้ว่าเป็นเพราะก้านสำลีนี้เคยถูกใช้มาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งคู่วางแผนเรียกค่าเสียหายจากบริษัท คีเมียฟาร์มา ให้ชดเชยผู้โดยสารที่ตกเป็นเหยื่อรายละ 1,000 ล้านรูเปียห์ (ราว 2.15 ล้านบาท) และกำลังรวบรวมถ้อยคำจากผู้ที่อาจตกเป็นเหยื่อเพื่อฟ้องแพ่งแบบหมู่คณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์ซี ปันกา ปุตรา ซิมันจุนตัก ผู้บังคับการตำรวจเมดาน กล่าวว่า อาจมีผู้โดยสารตกเป็นเหยื่อชุดตรวจใช้ซ้ำนี้มากกว่า 9,000 คนนับแต่เดือนธันวาคม โดยแต่ละวันนั้นมีผู้โดยสารตรวจเชื้อโควิดที่สนามบินแห่งนี้ 100-200 คน บางคนได้ชุดตรวจมือหนึ่ง แต่บางคนโดนชุดตรวจที่นำมาใช้ซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามกฎหมายด้านสุขภาพของอินโดนีเซีย ผู้ต้องสงสัยเหล่านี้ยังอาจถูกจำคุก 10 ปีหากศาลตัดสินว่ามีความผิด ซิบารานีกล่าวด้วยว่า ภายใต้กฎหมายบริษัทของอินโดนีเซีย คีเมียฟาร์มาคือผู้รับผิดชอบสูงสุดต่อการกระทำของพนักงาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101889</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้านสำลีแยงจมูก, นำกลับมาใช้ใหม่, บริษัท คีเมียฟาร์มา, ฟ้องเรียกค่าชดเชย, สนามบินเมดาน, อินโดนีเซีย, โควิด-19, ไม้สวอป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_6092a6587e658.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
