<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหิม!ปลดธงชาติไทย ชักผ้า112ขึ้นยอดเสาแทนพาเหรดอัดแนวคิดปิยบุตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;แรมโบ้อีสาน&amp;quot; ตอก &amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; สมองวนเวียนกับการแก้ไข ม.112 ยันเสียงสนับสนุนให้บังคับใช้เด็ดขาดมีมากกว่าหลายเท่า เชื่อคนไทยอ่านออกเป้าหมายคือจาบจ้วงก้าวล่วงคิดล้มล้างสถาบัน &amp;ldquo;ลูกชัช เตาปูน&amp;rdquo; ซัดมักง่ายไม่สนใจโลก เสนอเลิก ม.112 ลาม กม.หมิ่นประมาท โฆษก ตร.แจงดำเนินคดีตามกฎหมาย กลุ่ม 3 นิ้วจูงแพะ 2 ตัวเย้ย สภ.คลองหลวง พร้อมหลักฐานยืนยัน &amp;ldquo;เดฟ มธ.&amp;rdquo; โดน ม.112 ไม่ได้อยู่ที่เกิดเหตุ เหิมหนัก ปลดธงชาติหน้าโรงพัก ชักป้ายผ้าแดง ม.112 ขึ้นสู่เสาธง ขณะที่ ตร.ยกเลิกหมายจับ อ้างหลักฐานยังไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 มกราคม มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางกรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณายกเลิกมาตรา 112 อ้างว่ามีปัญหาในทุกมิติ โดยนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่เข้าใจว่าเหตุใดนายปิยบุตรในสมองถึงยังคงวนเวียนกับการเรียกร้องให้แก้ไขมาตรา 112 เพราะขณะนี้เป็นช่วงที่ประเทศต้องการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาต่างๆ จากสถานการณ์โควิด-19 แทนที่จะหยุดพูดในเรื่องนี้ก่อน และหันมาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน แต่ในสมองกลับคิดแต่จะวางแผนในเรื่องก้าวล่วงสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์กล่าวว่า ที่นายปิยบุตรระบุว่าขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว เสียงสนับสนุนให้ยกเลิกมาตรา 112 มีมากกว่าเดิมเยอะ ประชาชนจำนวนมากพร้อมสนับสนุน อยากถามกลับว่าแล้วประชาชนที่ไม่สนับสนุนให้มีการยกเลิกมาตรา 112 มีจำนวนมากมายมหาศาลเต็มแผ่นดินเช่นเดียวกัน นายปิยบุตรก็รู้แก่ใจ ซึ่งตนมั่นใจว่ามีมากกว่าหลายเท่า อย่ามาเดาเข้าข้างตัวเองแบบมั่วๆ เอาเอง คนไทยเกือบทั้งแผ่นดินต้องการมีมาตรา 112 ให้คงอยู่ และต้องการบังคับใช้อย่างเคร่งครัดกับคนที่ฝ่าฝืนกระทำผิดมาตรา 112 เอามาลงโทษตามกฎหมายให้ได้เด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สถาบันพระมหากษัตริย์ที่เป็นที่เคารพและเป็นศูนย์รวมยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ แต่นายปิยบุตรคิดแต่จะเข้าข้างตัวเองว่ามีคนสนับสนุนจำนวนมาก แต่ไม่สนใจความคิดหรือจิตใจของคนทั้งประเทศเลย สิ่งที่นายปิยบุตรพูดคือความคิดที่คนไทยอ่านออกว่าเป้าหมายคือการจาบจ้วงก้าวล่วงคิดล้มล้างสถาบัน คนไทยไม่ได้โง่ อย่ามาวางแผนคิดทำลายสถาบันเลย คนไทยไม่ยอมแน่นอน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่นายปิยบุตรบอกว่าไม่ควรมีใครถูกจำคุกเพียงเพราะการใช้เสรีภาพในการแสดงออก และจะปล่อยให้อนาคตของชาติโดนตั้งข้อหา ดำเนินคดีแบบนี้ต่อไปไม่ได้นั้น นายสุภรณ์กล่าวว่า ขอให้นายปิยบุตรกลับไปดูพฤติกรรมของแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยว่าเป็นอย่างไร และการดูหมิ่นกล่าวให้ร้ายคนอื่นนั้นนายปิยบุตรถือเป็นเรื่องที่ดีใช่หรือไม่ ทั้งนี้ การชุมนุมก็ไม่ได้เป็นไปตามกฎหมายที่มีอยู่
ไม่ยอมให้เลิก ม.112 เด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;นายปิยบุตรเป็นถึงอาจารย์ แต่กลับทำตัวไม่มีเหตุผล เห็นแก่ตัว เอาแต่ตัวเอง โดยไม่สนใจที่จะฟังเสียงคนอื่น ไม่สนใจในสิทธิและเสรีภาพของคนอื่น คนแบบนี้ผมมองว่าไม่เหมาะที่จะเป็นอาจารย์ หรือแม้แต่จะเป็นนักการเมืองที่ถือเป็นผู้แทนของประชาชน ขอให้จำไว้ว่า ถ้าอยู่อย่างปกติเหมือนคนทั่วไป มาตรา 112 ไม่เคยเดินไปเล่นงานใครก่อน มีแต่นายปิยบุตรและพวกที่เดินมาหามาตรา 112 เองต่างหาก กฎหมายจึงต้องบังคับใช้ เป็น เพราะนายปิยบุตรและพวกในหัวสมองในจิตใจไม่เคยจงรักภักดีและไม่เคยหวังดีต่อสถาบันกษัตริย์ จึงต้องการยกเลิกมาตรา 112 อย่าคิดว่าคนไทยที่รักสถาบันจะโง่ตามความคิดนายปิยบุตรไม่ทัน และคนไทยที่รักสถาบัน ปกป้องสถาบัน จะไม่มีวันยอมให้ยกเลิกมาตรา 112 เด็ดขาด&amp;quot; นายสุภรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชื่นชอบ คงอุดม โฆษกพรรคพลังท้องถิ่นไทย โพสต์เฟซบุ๊กไม่เห็นด้วยกับกรณีที่นายปิยบุตรเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรา 112 โดยระบุว่า มันง่ายที่อยู่ดีๆ ก็จะบอกให้ยกเลิกกฎหมายไปทั้งยวง ลามปามไปให้ยกเลิกกฎหมายหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดาไปด้วย เป็นความคิดที่มักง่ายและไม่สนใจความเป็นจริงของโลกเลย เสมือนว่าคุณปิยบุตรต้องการให้ต่อไปนี้ใครจะด่าพ่อล่อแม่กันในที่สาธารณะ ใครจะใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความใครต่อใครก็ทำได้ ไม่มีความผิดทางอาญา ไปเรียกค่าเสียหายทางแพ่งเอาได้อย่างเดียว เราจะกลายเป็นสังคมแห่งการโกหกเสรี ผมเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่านี่คงไม่ใช่เสรีภาพอันไม่จำกัดแบบที่คุณปิยบุตรและสาวกต้องการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เอาง่ายๆ เรื่องการโกหก ใส่ร้ายป้ายสี ที่จริงในทางศาสนายังถือว่าผิดศีลข้อ 3 แต่นี่กฎหมายอาญาที่ควบคุมไว้ เรื่องการหมิ่นประมาท คุณปิยบุตรกลับต้องการให้ยกเลิกเสียนี่ ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่อง ม.112 คุณปิยบุตรพูดเหมือนว่ากฎหมายนี้มีไว้ทำร้ายคนบริสุทธิ์เท่านั้น ไม่มีการทำผิดหมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้ายต่อสถาบัน เคยเกิดขึ้นจริง ผมแนะนำให้คุณปิยบุตรเข้าไปส่องดูในทวิตเตอร์ของเหล่าสาวกคุณปิยบุตรบ้างนะครับ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชื่นชอบระบุว่า ในฐานะคนที่ทำงานการเมือง ขอแสดงจุดยืนในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และไม่สนับสนุนการยกเลิก ม.112 เพราะเห็นว่าการกระทำผิดต่อสถาบันยังมีอยู่จริง โดยเฉพาะเมื่อมีกลุ่มคนที่คอยยุยงปลุกปั่นความคิด อนาคตของชาติให้เกลียดความเป็นไทย ใส่ชุดความคิดที่ผิดๆ ให้เกิดความเกลียดชังสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่เพื่อความมั่นคงอย่างยั่งยืนของสถาบันหลักของชาติ ทั้งสถาบันพระมหากษัตริย์ และกระบวนการยุติธรรม ขอเรียกร้องให้การใช้กฎหมายมาตรานี้เป็นไปอย่างโปร่งใส ยุติธรรม และใช้เท่าที่จำเป็น กับการกระทำผิดที่ชัดเจนเท่านั้น ตอนนี้บ้านเมืองอยู่ในเวลาที่ต้องการความสามัคคี รัฐบาลกำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ปัญหาปากท้องให้กับประชาชน ปัญหาการระบาดของโควิด-19 นี่คือเวลาที่เราต้องช่วยเหลือร่วมมือกัน เราคงไม่ต้องการให้ใครมากวนน้ำให้ขุ่น สร้างความแตกแยกทางความคิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการที่นายปิยบุตร รวมถึง ส.ส.พรรคก้าวไกลเตรียมผลักร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ต่อสภาผู้แทนราษฎร แม้เป็นสิทธิที่ทำได้ตามกระบวนการทางนิติบัญญัติ แต่โดยเนื้อหาแล้วตนไม่เห็นด้วย และตนมีสิทธิที่จะคัดค้านทุกวิถีทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าจะถึงขั้นยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยเหตุที่นายปิยบุตรครอบงำพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า ตนไม่อยากขู่ใคร หากเขามั่นใจขอให้ดำเนินการตามที่คิดไว้ และตนมั่นใจว่าจัดการได้
ตำรวจทำตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อถามว่า การใช้มาตรา 112 กับกลุ่มนักศึกษาจนเกินเหตุเป็นเหตุผลที่พอฟังได้หรือไม่ที่จะแก้ไขกฎหมาย นายไพบูลย์ กล่าวว่า นักศึกษามีปัญหาในวิธีคิดและการนำเสนอ ซึ่งตนไม่อยากพูดข่มขู่ แต่หากเขามั่นใจขอให้ดำเนินการเรื่องดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. กล่าวถึงภาพรวมการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดมาตรา 116 และ 112 ว่าได้ดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการระดับกองบัญชาการ ที่สำคัญตำรวจดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ใช่นโยบาย และตำรวจจะละเว้นไม่ได้ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิพบทนายความ เนื่องจากเป็นสิทธิพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาตำรวจไม่ได้ปิดกั้นสิทธิดังกล่าว ทั้งนี้ การเรียกร้องทางการเมืองเป็นสิทธิเช่นกัน แต่ต้องระวังไม่ให้ไปกระทบสิทธิของผู้อื่น หรือไม่ให้เกิดการกระทำความผิดกฎหมายเรื่องอื่น การเคลื่อนไหวที่กระทบสิทธิผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน ผู้เคลื่อนไหวต้องรับผลจากการกระทำนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตำรวจและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ร่วมมือดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง การที่จะแจ้งข้อกล่าวหา ออกหมายเรียก ออกหมายจับ ตำรวจพิจารณาโดยคณะกรรมการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน ตำรวจขอความเห็นจากศาล จึงเป็นดุลพินิจของศาลที่จะออกหมายเรียกหรือหมายจับให้ ตำรวจทำตามหน้าที่ ทำตามขั้นตอนกฎหมาย ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในข้อหามาตรา 116 และ 112 มาอย่างต่อเนื่อง หากไม่ทำแปลว่าตำรวจละเว้น ก็จะเป็นความผิดตามกฎหมายเช่นกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าการเข้าไปจับกุมแกนนำในเวลากลางคืน ถูกตั้งคำถามว่าทำไม่ถูกต้องหรือไม่ พล.ต.ต.ยิ่งยศชี้แจงว่า สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมแล้ว ทราบว่าเป็นการจับตามหมายในที่สาธารณะ ไม่มีข้อห้ามว่าต้องจับกี่โมง ผู้ต้องหามี ถิ่นที่อยู่ไม่ชัดเจน มีแนวโน้มว่าจะไม่ปรากฏตัวให้จับหรือไม่มีแนวโน้มว่าจะหลบหนี เมื่อพนักงานสอบสวนมีความเห็นไปยังศาลขออนุญาตออกหมายจับ ศาลพิจารณาออกหมายจับให้ ตำรวจก็ไปจับกุมตามหมายจับ ขั้นตอน ทำตามระเบียบวิธีปฏิบัติตาม ป.วิอาญา ทุกประการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เวลา 11.00 น. ที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชยพล ดโนทัย หรือเดฟ นักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ปี 2 คณะรัฐศาสตร์ หนึ่งในสมาชิกแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เดินทางมาชี้แจงข้อกล่าวหา เนื่องจากถูกแจ้งข้อหา มาตรา 112 คดีเดียวกันกับนายสิริชัย นาถึง หรือนิว ชัยพล นักศึกษาชั้นปี 1 วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกลางดึกคืนวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำแนวร่วมฯ พร้อมด้วยมวลชนส่วนหนึ่งเดินทางมาให้กำลังใจ และมีการ์ดอาสา We volunteer หรือวีโว่ คอยรักษาความปลอดภัย ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนยืนประจำการณ์รอบบริเวณอาคารสำนักงานตำรวจ
ตร.ยกเลิกหมายจับ&amp;#39;เดฟ มธ.&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดความชุลมุนขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากการ์ดวีโว่ได้ขึ้นป้ายที่ระบุข้อความ &amp;ldquo;ตื่นเถิดตำรวจกล้า ปวงประชาจะคุ้มภัย&amp;rdquo; ซึ่งเคยปรากฏหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อนหน้านี้ โดยนายปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ พร้อมกลุ่มวีโว่ ได้เดินทางไปสอบถามความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุระเบิดกลางดึกคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2563 ที่บริเวณกองสลากเก่า ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ ขณะจัดกิจกรรมเคาต์ดาวน์กินกุ้ง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอให้นำป้ายออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เข้ามาในพื้นที่เพื่อสอบถาม พ.ต.ท.เกียรติศักดิ์ มิตรปราสาท ว่าหมายจับใคร เลขที่ 15/2564 ซึ่งข้อหาคือการกระทำความผิดร่วมกัน ถ้าจะให้ความเป็นธรรม พนักงานต้องไปเพิกถอนหมาย เพราะหมายจับยังมีผลอยู่ เรามีหลักฐานชัดเจนว่า นายชยพลไม่ได้อยู่ในที่กล่าวหา ไปเพิกถอนหมาย ทุกอย่างจะจบได้ คืนความเป็นธรรมให้เขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.เกียรติศักดิ์กล่าวชี้แจงว่า ตอนนี้ยังไม่ได้ตั้งหรือแจ้งข้อกล่าวหา และยังไม่มีหมายจับ วันนี้อย่างมากแค่สอบพยาน แต่ในส่วนของคดีไม่สามารถพูดได้ เพราะไม่ได้มีหมายเรียกให้มา &amp;nbsp;
นายนรเศรษฐ์กล่าวย้ำว่า นายชยพลต้องมายืนยันความบริสุทธิ์ใจ ถ้าท่านยืนยันว่าไม่ได้ออกหมายจับ หมายค้น ต้องเอาหลักฐานมายืนยัน ถ้าเป็นการดำเนินการที่ผิดพลาด ต้องไปยื่นคำร้องเพิกถอนหมายจับ แต่ต้องมีคนรับผิดชอบ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีหลักประกันว่าจะถูกบุกจับอีกหรือไม่ ซึ่งวันที่ 9-10 มกราคม 2564 มีหลักฐานชัดเจนว่าอยู่หาดใหญ่ เป้าหมายคือเราต้องการเรียกร้องให้มีการออกคำร้องเพิกถอนหมายจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลา 11.30 น. กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ย้ายไปจัดกิจกรรมริมฟุตปาธหน้า สภ.คลองหลวง จากนั้นนายชยพลจูงแพะจำนวน 2 ตัวเดินมายังด้านหน้า สภ. พร้อม น.ส.ปนัสยาและนายพริษฐ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายพริษฐ์กล่าวว่า &amp;ldquo;เอาแพะมาให้ 3 ตัว รวมเดฟด้วย&amp;rdquo; พร้อมเปิดเพลงมาร์ชราษฎร นายพริษฐ์กล่าวต่อว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ตั้งแถวอย่างหนาแน่นเพื่อจับแพะของเราเป็นที่เรียบร้อย ดูสิว่าคุณจะห้ามเข้ามาอีกไหม คุณไม่ให้เอาเข้าไปก็มาจับแพะตรงนี้ ดูสิตำรวจ เขาจ้างมาจับโจร มาจับแพะ จับป้าย จับนักศึกษา จับหนังสือ จับได้ทุกอย่าง ยกเว้นคนร้าย ขอเรียนถามผู้กำกับว่า ในฐานะที่คุมคลองหลวง ผมอยู่ที่นี่มานานกว่าท่าน ท่านรู้หรือยังบ่อนคลองหลวงอยู่ตรงไหน ถ้าไม่รู้จะชี้เป้าให้ แลกกัน เลิกยัดคดี เลิกจับแพะเสียที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 11.40 น. นายชยพล หรือเดฟ กล่าวว่า ณ วันนี้ ที่ต้องมา สภ.คลองหลวง เป็นเพราะภายหลังมีการจับกุมนายสิริชัย หรือนิว ได้ปรากฏในหมายค้นของนิวว่าเดฟเป็นบุคคลผู้ถูกออกหมายจับ ในการร่วมกระทำความผิด ขี่จักรยานยนต์ไปพ่นสเปรย์ที่รูป ซึ่งวันนี้มีข้อเท็จจริงจะมายืนยันตำรวจว่า ณ วันเกิดเหตุอยู่ที่บ้านเกิด อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นไปไม่ได้เลยว่าจะเดินทางด้วยความเร็วขนาดไหนไปพ่นสี แล้วกลับไปนอนที่ มธ. ซึ่งมีหลักฐานตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม-14 มกราคม ว่าไม่ได้อยู่ที่กรุงเทพฯ มีหลักฐานชัดเจน ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงออกหมายจับตน
เหิมหนักปลดธงชาติชูป้ายผ้าแดง ม.112
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนรเศรษฐ์ ทนายความ กล่าวว่า หลักฐานมีทั้งการสั่งแกร็บและหลักฐานว่าอยู่หาดใหญ่ เพราะนิวเพิ่งเดินทางมาเมื่อคืน เราจึงมาเรียกร้องให้พนักงานสอบสวนที่หากพิจารณาแล้วว่าเดฟไม่ได้มีส่วนร่วมกระทำความผิด ต้องไปยื่นคำร้องให้เพิกถอน หมายจับ ตราบใดที่ไม่มีการเพิกถอน ก็ไม่มีหลักประกันว่าจะถูกจับหรือควบคุมตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นกลุ่มคณะราษฎรได้นำธงชาติลงมาจากยอดเสาธงหน้าสภ.คลองหลวง โดยมีกลุ่มการ์ดวีโว่ใส่ชุดดำได้ล้อมเสาธงไว้ให้กลุ่มคณะราษฎรนำป้ายผ้าสีแดงมีเครื่องหมาย 112 สีขาวชักขึ้นสู่ยอดเสาแทน แล้วโรยดอกไม้จันทน์ไว้บริเวณรอบเสาธง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง 8 นายได้เดินไปที่เสาธงเพื่อนำป้ายผ้าสีแดง 112 ลงมา แล้วเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเขาดังเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยช่วงเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บป้ายผ้าสีแดงเกิดเหตุชุลมุน เนื่องจากกลุ่มคณะราษฎรได้ทำการแย่งป้ายผ้าคืนจากเจ้าหน้าที่ สุดท้ายเจ้าหน้าที่ยอมคืนให้ จากนั้นกลุ่มคณะราษฎรได้นำป้ายมีข้อความว่า สถานที่จัดแสดงคอกสุนัข...จากภาษีประชาชน กางขึงไว้ที่หน้า สภ.คลองหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ที่ 16/2564 ได้ยื่นคำร้องขอยกเลิกหมายจับ เนื่องจากตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมพบว่า ในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับนายชยพล ดโนทัย โดยศาลมีคำสั่งรับคำร้อง เรียกสอบแล้ว ผู้ร้องแถลงยืนยันตามคำร้อง อนุญาตให้ถอนคำร้อง ยกเลิกหมายจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความประณามการเคลื่อนไหวของกลุ่มคณะราษฎร หลังไปชุมนุมที่สถานีตำรวจเพื่อให้กำลังใจนักศึกษาที่ถูกตำรวจจับกุมดำเนินคดีด้วยมาตรา 112 โดยระบุว่า ขอประณามการเหยียดหยามศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ สำหรับการที่กลุ่มของเพนกวิน โปรยอาหารสุนัข (อาหารหมา) ให้แก่ตำรวจที่ปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยตำรวจได้นั่งดูอย่างอดทน ไม่โต้ตอบอะไร ในความคิดของผม ถือว่าเด็กกลุ่มนี้เหยียดหยามศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์อย่างรุนแรง คนกลุ่มนี้หรือที่จะนำการปฏิรูปประเทศ คนเหล่านี้หรือที่เรียกร้องความเท่าเทียม เรายอมให้คนเหล่านี้เป็นผู้นำการปฏิรูปหรือ สำหรับผม นอกจากผมไม่ยอมรับแล้ว ผมยังรังเกียจและขยะแขยง และผมขอประณามการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมนี้อีกครั้งหนึ่ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89975</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาบจ้วงก้าวล่วงคิดล้มล้างสถาบัน, ม.112, สนุนให้บังคับใช้, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เป้าหมายคือจาบจ้วง, เลิก ม.112, แรมโบ้อีสาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210115/image_big_6001a5a822b1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
