<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77363</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สป.ยธ.บี้นายกฯ-อสส.สั่งพักราชการ&#039;ตร.-อัยการ&#039;แก๊งอุ้มบอส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย. 63 - สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) ได้ออกแถลงการณ์คดีบอส อยู่วิทยา (ฉบับที่ 2) เรื่อง&amp;nbsp; ขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งให้ตำรวจผู้ร่วมขบวนการสร้างพยานหลักฐานเท็จในคดีนายวรยุทธ&amp;nbsp; อยู่วิทยา &amp;ldquo;ออกจากราชการไว้ก่อน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ระหว่างการดำเนินคดีอาญาและวินัยร้ายแรง โดยมีใจความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ส่งรายงานผลการตรวจสอบของคณะกรรมการที่ ศ.ดร.วิชา&amp;nbsp; มหาคุณ เป็นประธานในการหาตัวผู้กระทำผิดกรณีที่รองอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ&amp;nbsp; อยู่วิทยา ขับรถประมาทชนผู้อื่นถึงแก่ความตายแล้วหลบหนี&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากได้พบหลักฐานว่ามีบุคคลหลายฝ่ายทั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตำรวจ อัยการ เจ้าพนักงานพิสูจน์หลักฐาน และทนายความได้ร่วมมือกันสร้างพยานหลักฐานเท็จเรื่องความเร็วนำเข้าสู่สำนวนการสอบสวนเพื่อทำลายน้ำหนักพยานหลักฐานเดิมที่ถูกต้องและนำไปสู่การสั่งไม่ฟ้องของอัยการส่งให้เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขานุการศูนย์ต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ศอตช.) ดำเนินการ และเลขาธิการ ปปท.ได้แจ้งให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีอาญาและส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทางวินัยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจาก&amp;nbsp; ระหว่างนี้ข้าราชการตำรวจผู้เข้าไปร่วมสร้างพยานหลักฐานเท็จดังกล่าวทุกคน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังคงปฏิบัติราชการตามอำนาจหน้าที่ของตนกันเป็นปกติ&amp;nbsp; ทั้งที่ผลการตรวจสอบได้พบพยานหลักฐานอย่างชัดเจนว่าเป็นทั้งตัวการและผู้สนับสนุน แม้กระทั่งเป็นผู้รับผิดชอบด้านการบริหารของหน่วยงานตำรวจระดับต่างๆ ที่ปล่อยปละละเลยหรืออาจรู้เห็นเป็นใจให้มีการสอบสวนทำลายพยานหลักฐานคดีนี้มาตั้งแต่เกิดเหตุ&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็นการไม่ตรวจวัดความเมา การปล่อยให้คดีขาดอายุความ หรือไม่แจ้งข้อหาเสพโคเคนนำมารวมไว้ในสำนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนว่า&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีมีความจริงใจในการปราบปรามการทุจริตของชาติ&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบงานสอบสวนคดีอาญาซึ่งส่งผลเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรงยิ่งในปัจจุบัน&amp;nbsp; จึงขอให้ดำเนินการดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เร่งออกคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงข้าราชการตำรวจทุกคนที่ไปร่วมประชุมปรึกษากับสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อัยการ อาจารย์มหาวิทยาลัยและทนายความตามที่ปรากฏหลักฐานคลิปเสียงการสนทนาในการสร้างพยานหลักฐานเท็จคดีอาญาเพื่อช่วยให้ผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษ ณ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานเมื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่&amp;nbsp; 29 กุมภาพันธ์&amp;nbsp; 2559 ตามที่คณะกรรมการฯ รายงาน ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมกระทำผิดที่แน่ชัดในการกดดันให้ พ.ต.ท.ธนสิทธิ์&amp;nbsp; แตงจั่น&amp;nbsp; นักวิทยาศาสตร์คำนวณความเร็วด้วยวิธีใหม่ของ ดร.สายประสิทธิ์&amp;nbsp; ก่อให้เกิดความสับสนได้ผลออกมาเพียง 79.23 กม.ต่อชั่วโมง ขัดต่อหลักวิชาการและมาตรฐานการปฏิบัติงานพิสูจน์หลักฐาน&amp;nbsp; ถือเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 200 ตามที่ส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีอาญา&amp;nbsp; และเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ถือเป็นความผิดทางวินัยร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 79 (5) ซึ่งผู้บังคับบัญชามีอำนาจสั่ง &amp;ldquo;ให้ออกจากราชการไว้ก่อน&amp;rdquo; ระหว่างรอผลการสอบสวนคดีอาญาและวินัยร้ายแรงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อราชการได้ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 95&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.สั่ง ผบ.ตร. ให้เร่งรัดการสอบสวนทางวินัยให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน โดยรายงานความคืบหน้าให้ทราบผ่านเลขานุการ ศอ.ตช. ทุก 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.สั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมควบคุมการปฏิบัติงานของอธิบดีสอบสวนคดีพิเศษให้เร่งสอบปากคำ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์&amp;nbsp; แตงจั่น&amp;nbsp; ยืนยันหลักฐานคลิปเสียง&amp;nbsp; และนำไปเสนอศาลออกหมายจับผู้ร่วมกระทำผิดอาญาทุกคนที่อยู่ในการประชุมปรึกษาดังกล่าวโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ออกคำสั่งตั้งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp; ในกรณีที่เกิดปัญหาการสอบสวนทำลายพยานหลักฐานคดีนี้มาตั้งแต่วันแรกเกิดเหตุและต่อเนื่องมาอีกหลายปี&amp;nbsp; ทั้งการที่ไม่ดำเนินการให้นายวรยุทธเป่าทดสอบความเมาทันทีที่พบตัว&amp;nbsp; การไม่ดำเนินคดีข้อหาเสพโคเคน รวมทั้งการปล่อยให้บางข้อหาขาดอายุความ&amp;nbsp; ตำรวจผู้บังคับบัญชาทุกระดับตั้งแต่สถานีไปจนถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในแต่ละช่วงเวลา&amp;nbsp; มีใครเป็นผู้รับผิดชอบทางการบริหารในการที่ไม่ตรวจสอบควบคุมหรือแม้กระทั่งรู้เห็นเป็นใจให้มีการกระทำผิดดังกล่าวบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สป.ยธ ยังได้ออกแถลงการณ์ คดีบอส อยู่วิทยา (ฉบับที่ 3) เรื่อง ขอให้อัยการสูงสุด&amp;nbsp; &amp;ldquo;สั่งพักราชการ&amp;rdquo; พนักงานอัยการผู้ร่วมขบวนการสร้างพยานหลักฐานเท็จกับตำรวจในคดีนายวรยุทธ&amp;nbsp; อยู่วิทยา ระหว่างรอผลการดำเนินคดีอาญาและวินัยร้ายแรง โดยมีใจความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ส่งรายงานผลการตรวจสอบของคณะกรรมการที่ ศ.ดร.วิชา&amp;nbsp; มหาคุณ เป็นประธานในการหาตัวผู้กระทำผิดกรณีที่รองอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ&amp;nbsp; อยู่วิทยา ขับรถประมาทชนผู้อื่นถึงแก่ความตายแล้วหลบหนี&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากได้พบหลักฐานว่ามีบุคคลหลายฝ่ายทั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตำรวจ อัยการ เจ้าพนักงานพิสูจน์หลักฐาน และทนายความได้ร่วมมือกันสร้างพยานหลักฐานเท็จเรื่องความเร็วนำเข้าสู่สำนวนการสอบสวนเพื่อทำลายน้ำหนักหลักฐานเดิมที่ถูกต้องและนำไปสู่การสั่งไม่ฟ้องของอัยการ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่งให้เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ปปท.) ในฐานะเลขานุการศูนย์ต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ศอ.ตช.) ดำเนินการ และเลขาธิการ ปปท.ได้แจ้งให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีอาญาและส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสำนักงานอัยการสูงสุดดำเนินการทางวินัยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจาก&amp;nbsp; ระหว่างนี้พนักงานอัยการ ช.ผู้ถูกระบุว่าได้เข้าไปร่วมสร้างพยานหลักฐานเท็จกับตำรวจในคดีดังกล่าว&amp;nbsp; ยังคงปฏิบัติราชการตามอำนาจหน้าที่อยู่เป็นปกติทั้งที่ผลการตรวจสอบได้พบพยานหลักฐานชัดเจนว่าเป็นตัวการร่วมสร้างพยานหลักฐานเท็จคดีอาญาจนนำไปสู่การสั่งไม่ฟ้องของรองอัยการสูงสุดที่สร้างความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรมของชาติอย่างร้ายแรงดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนว่า&amp;nbsp; สำนักงานอัยการสูงสุดมีความจริงใจในการจัดการกับปัญหาการทุจริตของของบุคคลากรในองค์กรอย่างจริงจังจึงขอให้เร่งออกคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบว่า อัยการ ช.ที่ปรากฏในหลักฐานคลิปเสียงร่วมสนทนากับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตำรวจ อาจารย์มหาวิทยาลัยและทนายความในการสร้างพยานหลักฐานเท็จคดีอาญา ณ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานเมื่อวันที่&amp;nbsp; 29 กุมภาพันธ์ 2559 ดังกล่าวคือใคร มีตำแหน่งหน้าที่อะไร และเร่งดำเนินดดีวินัยร้ายแรงแจ้งให้ประชาชนทราบพร้อมทั้ง &amp;ldquo;สั่งพักราชการ&amp;rdquo; อัยการคนดังกล่าว&amp;nbsp; เพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อราชการตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2553 มาตรา 80 โดยเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77363</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบอส, ตำรวจ, นายกฯ, วิชา มหาคุณ, สป.ยธ., อัยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f280e0025360.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
