<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 20:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โออาร์ เดินหน้าช่วยเกษตรกร จ.บุรีรัมย์ เปิด “พื้นที่ปันสุข”  ให้เกษตรกรจำหน่ายขนุนและมะม่วงน้ำดอกไม้ที่ พีทีที สเตชั่น 6 แห่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;วันที่ 20 พฤษภาคม 2564 บริษัท บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ &amp;nbsp;ร่วมกับ&amp;nbsp;สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) เร่งเดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรในอำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ เปิด &amp;quot;พื้นที่ปันสุข&amp;rdquo; ในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น ให้เกษตรกรนำขนุนพันธุ์ทวายและพันธุ์ทองประเสริฐ รวมถึงมะม่วงน้ำดอกไม้เกรดส่งออก ที่ประสบปัญหาในการหาช่องทางจำหน่าย ทำให้ปัจจุบันผลผลิตมีราคาตกต่ำและล้นตลาดมาจำหน่ายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของภาคเกษตรกร โดยเปิดพื้นที่ในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น หจก.มานะเสริมพลปิโตรเลียม 6 สาขาในจังหวัดบุรีรัมย์ ได้แก่ ที่อำเภอหนองกี่ 1 สาขา อำเภอนางรอง 3 สาขา และอำเภอโนนดินแดง 2 สาขา เพื่อจำหน่ายขนุนและมะม่วงน้ำดอกไม้ในราคาพิเศษ ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม &amp;ndash; 10 มิถุนายน 2564 เวลา 08:00 เป็นต้นไป ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาขาและวันที่เกษตกรจะเข้ามาจำหน่ายขนุนและมะม่วงน้ำดอกไม้ราคาพิเศษได้ที่โทร. 1365 Contact Center&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ ผู้แทนจำหน่าย สถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น หจก.มานะเสริมพลปิโตรเลียม สาขาโนนดินแดง ยังได้สนับสนุนขนุนและมะม่วงจากเกษตกร และนำไปมอบให้บุคลาการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลโนนดินแดง เพื่อเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าทีเป็นด่านหน้าในการควบคุมสถานการณ์ โควิด 19 ในจังหวัดบุรีรัมย์อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โครงการ &amp;ldquo;พื้นที่ปันสุข&amp;rdquo; เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ พีทีที สเตชั่น ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นช่องทางการจำหน่าย ให้เกษตรสามารถระบายผลิตผล บรรเทาปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ อีกทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าทางการเกษตรที่มีคุณภาพได้อย่างสะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวคิดที่จะผลักดันให้ พีทีที สเตชั่น เป็นศูนย์กลางของชุมชน และสอดคล้องกับกลยุทธ์ของโออาร์ ที่มุ่งเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างชุมชนน่าอยู่และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104035</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนุน, ขนุนพันธุ์ทวาย, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), บุรีรัมย์, พันธุ์ทองประเสริฐ, พีทีที สเตชั่น, พื้นที่ปันสุข, มะม่วงน้ำดอกไม้, ศูนย์กลางของชุมชน, ศูนย์กลางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชุมชน, สปก., สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม, หจก.มานะเสริมพลปิโตรเลียม, เกษตรกร, โออาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60abaffd2e138.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2020 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2020 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธรรมนัส&#039; ควง &#039;นฤมล&#039; ลงพื้นที่มอบส.ป.ก.4-01 พบปะแรงงานภาคเกษตร บึงกาฬ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.63-&amp;nbsp; ที่ชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยาง จำกัด ต.ท่าสะอาด อ.เซกา จ.บึงกาฬ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ได้พบปะเกษตรกรและร่วมมอบเอกสารสิทธิให้ประชาชนเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) ก่อนจะ ประชุมหารือเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับเกษตรกรในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.อ.ธรรมนัส&amp;nbsp; กล่าววว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มีนโยบายเร่งรัดให้มีการออกหนังสืออนุญาต (ส.ป.ก. 4-01) ให้แก่เกษตรกรผู้มีสิทธิ์ที่จะได้รับการจัดสรรที่ดินจากรัฐ รวมทั้งเป็นการอำนวยความสะดวกแก่เกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งตนความยินดีที่ได้มามอบหนังสืออนุญาต ส.ป.ก. 4-01 ให้แก่เกษตรกรอำเภอเซกา จำนวน 150 ราย 178 แปลง เนื้อที่ 1,010-0-77 ไร่ เป็นทั้งแปลงเกษตรกรรม และแปลงชุมชน เมื่อเกษตรกรได้รับการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินแล้ว จะทำให้เกษตรกรได้รับโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ได้มีที่ทำกินอย่างถูกต้องตามกฎหมายในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม นอกจากนี้ ยังสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพ พร้อมปัจจัยการผลิตอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79393</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า, สปก., เกษตรกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201003/image_big_5f78577193c41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2019 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2019 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่าไม้เงื้อดาบรอฟัน&#039;ปารีณา&#039; รอแค่กฤษฎีกาไฟเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค. 62 &amp;ndash; ที่รัฐสภา นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยก่อนเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ว่า วันนี้มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการเพื่อให้ทราบในรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งในส่วนข้อเท็จจริงที่เป็นพื้นที่ของรัฐและในส่วนของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวว่า กรณีที่กรมป่าไม้ทำเรื่องสอบถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับการดำเนินคดี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ บุกรุกที่ดินนั้น ได้ทำเรื่องสอบถามครบทุกประเด็น ทั้งสถานภาพของพื้นที่ เนื่องจากฝ่ายกฎหมายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมป่าไม้ และสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นการดำเนินการต่างๆ ถ้าเป็นการดำเนินการภายใต้กฎหมาย หากดำเนินการไปแล้ว แต่ไม่ได้ทำให้ชัดเจนจะเกิดปัญหา ดังนั้น เพื่อความถูกต้องต้องสอบถามกฤษฎีกา ทั้งนี้ แนวทางการดำเนินการมีอยู่แล้ว แต่เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติสบายใจว่าที่ดำเนินการครบถ้วนหรือไม่ ถ้าตัดสินใจแล้วไม่ครบถ้วนจะมีผลต่อการดำเนินการกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า กรมป่าไม้ดำเนินคดีที่ดิน จำนวน 682 ไร่ ของ น.ส.ปารีณาได้หรือไม่ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ขอสงวนความเห็นไว้ก่อน แต่เรามีความเห็นแตกต่างจาก ส.ป.ก. ยืนยันแม้ความเห็นจะต่างกันแต่ที่ดินได้คืนเป็นของรัฐอยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหา ประเด็นอยู่ที่ว่าสถานภาพที่ดินทางกฎหมายเป็นป่าหรือไม่ และถ้ามีการบังคับใช้กฎหมายต้องใช้กฎหมายฉบับใด และผู้ที่บังคับใช้กฎหมายคือหน่วยงานใด จะเป็น ส.ป.ก. กรมป่าไม้ หรือทั้ง 2 หน่วยงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการครอบครองที่ดินมาก่อนสามารถดำเนินคดีได้หรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ต้องดูว่าครอบครองตั้งแต่ช่วงเวลาใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า หากครอบครองแล้วภายหลังส่งคืนถือว่าความผิดสำเร็จแล้วใช่หรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า ขอให้รอกฤษฎีกา ซึ่งต้องเคารพและให้เกียรติ&amp;nbsp; กฤษฎีกาตีความอย่างไร เราพร้อมดำเนินการทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53222</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ป.ป.ช., กมธ.ปราบโกง, นายอรรถพล เจริญชันษา, ปารีณา, สปก., สภา, อธิบดีกรมป่าไม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191225/image_big_5e02d625ce10b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2019 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2019 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;สกัดเลขาส.ป.ก.ค้านคำขอสงวนสิทธิแจกที่ดินคืน&#039;ปารีณา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ธ.ค.62- &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ได้มีหนังสือถึงเลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2562 ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าได้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมบริเวณหมู่ที่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี และได้ยื่นชำระภาษีบำรุงท้องที่(ภ.บ.ท.5) จำนวน 29 แปลง ซึ่งที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยประสงค์ขอส่งคืนพื้นที่ตาม ภ.บ.ท.5 เพื่อเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรให้เกิดประโยชน์ต่อการใช้ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดย น.ส.ปารีณาและหรือบุคคลในครอบครอง ขอสงวนการใช้สิทธิเป็นอันดับแรกตามที่กฎหมายกำหนดนั้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ ระบุว่า การขอสงวนสิทธิเป็นผู้รับการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก. ดังกล่าวกลับคืนไปให้ น.ส.ปารีณาเป็นอันดับแรกนั้น เลขา ส.ป.ก.ไม่สามารถใช้อำนาจใดๆ ตามคำร้องขอดังกล่าวได้ เนื่องจาก น.ส.ปารีณา ไม่มีคุณสมบัติที่เป็นไปตาม พรบ.ปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 2518 ประกอบ พรฎ.กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเป็นเกษตรกร 2535 ที่กำหนดไว้ชัดเจนว่า ผู้ที่จะได้รับการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก. ได้จะต้องเป็นเกษตรกร ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักเท่านั้น โดยจะต้องเป็นผู้ที่ยากจน หรือจบการศึกษาด้านเกษตรกรรม หรือเป็นบุตรของเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง แต่ประสงค์ที่จะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ ระบุว่า ทั้งนี้ น.ส.ปารีณา มิได้เป็นผู้ที่ยากจนแต่อย่างใด โดยพิจารณาตามข้อมูลบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินที่ยื่นไว้ต่อ ป.ป.ช.ล่าสุดจะพบว่ามีรายได้จากเงินเดือนและค่าตอบแทน ส.ส.ถึงปีละ 1,362,720 บาท มีทรัพย์สินรวมแล้วกว่า 163 ล้านบาท และมติคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ครั้งที่ 1/2555 เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2555 ได้กำหนดอัตรารายได้ของผู้ยากจนไว้ คือ ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อคนต่อปีเท่านั้น นอกจากนั้นมิได้เป็นผู้ที่จบการศึกษาด้านเกษตรกรรม และบิดาก็เป็นนักการเมือง เป็น ส.ส.มาหลายสมัยซึ่งมิได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลักแต่อย่างใด แต่หากประสงค์จะได้ที่ดิน ส.ป.ก.อีก ต้องลาออกจาก ส.ส.มาเป็นเกษตรกรเต็มตัวเท่านั้น
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;ดังนั้น สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงได้ทำหนังสือส่งไปยังเลขา ส.ป.ก. เพื่อคัดค้านการขอสงวนการใช้สิทธิเป็นอันดับแรกของ น.ส.ปารีณาดังกล่าวแล้ว และหากยังมีความพยายามที่จะฝ่าฝืนกฎหมายเพื่อช่วยเหลือกันและกันโดยไม่ดูเจตนารมณ์ของกฎหมาย คนที่จะถูกสมาคมฯยื่นฟ้องเอาผิดเป็นคนแรก คือ เลขา ส.ป.ก.นั่นเอง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52071</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศรีสุวรรณ จรรยา, ปารีณา, ฟาร์มไก่, สปก.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191121/image_big_5dd5ea4b1e0b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ้ยอยู่ดีๆจะเอาคนไปติดคุกได้ยังไง! &#039;บิ๊กป้อม&#039;ปัดอุ้ม&#039;ปารีณา&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย. 62 &amp;ndash; ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลจะอุ้มคดีที่ดินฟาร์มไก่ ของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่เขาก็ทำงานกันอยู่ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีการอุ้มในคดีดังกล่าวแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จะไปอุ้มอะไรได้อย่างไร เจ้าหน้าที่เขาก็ตรวจสอบกันอยู่ ใครจะไปอุ้มอะไรได้ วันนี้จะไปเอื้อประโยชน์ทางกฏหมายได้อย่างไร ในส่วนรายละเอียดผมไม่ทราบโดยเฉพาะข่าวที่ว่า คุณปารีณา จะนำที่ดินบางส่วนไปอยู่ในพื้นที่ ส.ป.ก. ทั้งหมดเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ยืนยันว่าฝ่ายบริหารจะไม่เข้าไปแทรกแซง ยืนยันเรื่องนี้ไม่มีใครเข้าไปยุ่ง&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากระแสข่าวช่วงนี้กระทบภาพลักษณ์รัฐบาลโดยตรง จะแก้ปัญหาอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องที่จะให้ความช่วยเหลือน.ส.ปารีณานั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ข่าวที่ไหน จะไปอุ้มได้อย่างไร สื่อไปคิดกันเอาเอง เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่เพราะบุคคลที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ขณะนี้เป็นคนในซีกรัฐบาล พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรด้วยเลย ขนาดตนก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งอะไรเลย เรื่องนี้่จบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ น.ส.ปารีณาขอรังวัดที่ดินใหม่ สามารถทำได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเรื่องที่เจ้าตัวต้องไปหารือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งสองกระทรวงต้องร่วมมือกัน ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร เมื่อถามว่าแล้วหากเป็นชาวบ้านที่ไม่ใช่น.ส.ปารีณาจะสามารถทำได้เช่นนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า สามารถทำได้เหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า สังคมกำลังวิจารณ์ว่านักการเมืองในสังกัดรัฐบาลจะได้รับการเลือกปฏิบัติ แต่หากเป็นชาวบ้านทั่วไปอาจติดคุกไปแล้ว พล.อ.ประวิตร กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า &amp;ldquo;เฮ้ย! พวกคุณพูดกันไปเองจะไปติดคุกได้อย่างไร ยังไม่มีการดำเนินการอะไรเลย จึงไม่มีทาง ไม่ว่าจะเป็นใครหรือชาวบ้านก็ยังไม่ติดคุกทั้งสิ้น ทุกอย่างต้องดำเนินการตามขั้นตอนแล้วถึงจะมีการดำเนินคดี แม้จะมีการแจ้งความแล้วก็ต้องไปตรวจสอบดำเนินการตามขั้นตอนของคดีก่อนให้เรียบร้อย ก่อนที่จะตัดสิน อยู่ดีดีจะเอาคนไปติดคุกได้อย่างไรไม่มีหรอก&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51238</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป้อม, ประวิตร, ปารีณา, ฟาร์มไก่, ราชบุรี, สปก.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191025/image_big_5db25360eec59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลูกเหลิม&#039;ได้ทีเย้ยพปชร.ยังอยู่เย็นเป็นสุขกันทุกคน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย. 62 &amp;ndash; นายวัน อยู่บำรุง ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า &amp;ldquo;พลังประชารัฐอยู่เย็นเป็นสุขกันทุกคนเลยนะ...บ้านนี้เมืองนี้ เห้อ!!!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีแฟนเพจหลายคนเข้ามาคอมเมนท์กรณีที่ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กำลังถูกตรวจสอบการถือครองที่ดินในพื้นที่ ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ทั้งนี้นายวันกับ น.ส.ปารีณา ได้เคยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตอบโต้กันหลายครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51228</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ดิน, ปารีณา, พปชร., ลูกเหลิม, วัน อยู่บำรุง, สปก., เอ๋</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181217/image_big_5c178763ab5a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2019 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2019 11:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ร้องปปช.ฟัน&#039;ปารีณา&#039;พ่วง2ส.ส.ผิดจริยธรรมร้ายแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ย. 62 &amp;ndash; ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เวลา 10.00 น. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือเพื่อขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนสอบสวนเอาผิด ส.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ และนายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย กรณีครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. และ ภ.บ.ท.5 โดยที่อาจจะขาดคุณสมบัติของการมีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ที่ดิน ภ.บ.ท.5 นั้น มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2519&amp;nbsp; กำหนดบรรทัดฐานไว้ว่า &amp;ldquo;ผู้ที่มีชื่อในใบเสร็จเสียเงินบำรุงท้องที่เป็นเพียงหลักฐานแสดงว่าผู้นั้นเป็นผู้เสียภาษีเท่านั้น&amp;nbsp; ไม่ใช่หลักฐานแสดงว่าผู้นั้นมีสิทธิครอบครอง&amp;rdquo; และคำพิพากษาฎีกาที่&amp;nbsp; 4347/2544 ได้กำหนดบรรทัดฐานไว้ด้วยเช่นกันว่า &amp;ldquo; พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 2518&amp;nbsp; ม.26(4) บัญญัติว่า &amp;ldquo;ถ้าเป็นที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp; เมื่อคณะรัฐมนตรีปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติส่วนใดแล้ว เมื่อ ส.ป.ก. จะนำที่ดินแปลงใดในส่วนนั้นไปดำเนินการปฏิรูปที่ดิน พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน มีผลเป็นการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติในที่ดินแปลงนั้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ดังนั้น ที่ดินพิพาทเมื่อยังมิได้มีการปฏิรูปที่ดิน แม้จะมีพ.ร.ฎ.กำหนดเขตปฏิรูปที่ดินออกมาแล้วก็ตาม พ.ร.ฎ.ดังกล่าวเป็นเพียงการกำหนดการปฏิรูปที่ดินเท่านั้น ไม่ได้มีผลเป็นการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติในทันที พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติยังคงเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง ตามบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 25 พ.ศ.2562 ของ ส.ส.ทั้ง 3 ราย ปรากฏโดยชัดแจ้งว่ามีทรัพย์สินและรายได้ต่อปีเป็นจำนวนมาก จึงเป็นการขัดต่อ พ.ร.ฎ.กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเป็นเกษตรกร พ.ศ.2535 และมติคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ครั้งที่ 1/2555 เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2555 ได้กำหนดอัตรารายได้ของผู้ยากจนไว้ คือ ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อคนต่อปีเท่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ส.ส.ทั้ง 3 คนย่อมรู้ว่าตนเองเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติของการได้สิทธิในการครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. หรือ ภ.บ.ท.5 ดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น แต่กลับไม่ยอมสละที่ดินดังกล่าวคืนให้รัฐเพื่อนำไปจัดสรรให้กับผู้ยากไร้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ซึ่งเท่ากับว่าอาจมีเจตนาที่จะทุจริตต่อหน้าที่และฝ่าฝืนกฎหมายอันเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ 2561 อย่างร้ายแรงในข้อ 7 ข้อ 8 และข้อ 9 และยังเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลักในข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 17 และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมทั่วไปในข้อ 21 ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 ม.219 บัญญัติอีกด้วย สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงต้องนำความมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการไต่สวน สอบสวน เพื่อดำเนินการเอาผิดหรือลงโทษ ส.ส.ทั้ง 3 คน&amp;rdquo;นายศรีสุวรรณ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50717</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรพงษ์, ป.ป.ช., ปารีณา, พท., พปชร., ภ.บ.ท.5, ศรีสุวรรณ, สปก., สรวุฒิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191120/image_big_5dd4c3aec40ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
