<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2018 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2018 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วันชัย&#039;ชี้เปรี้ยงพรรคการเมืองที่ด่าเผด็จการ อย่าหวังว่าเลือกตั้งแล้วจะได้คะแนน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.61 - นายวันชัย สอนศิริ อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;พรรคการเมือง.... นักการเมือง เริ่มเปิดตัวเปิดหน้ากันบ้างแล้วนะ... ทำให้รู้กันว่าใครเป็นใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีบางคนบางพรรคยังเล่นการเมืองแบบเก่าๆ... น้ำเน่าแบบเดิมๆ...รู้มั้ยว่าตกยุคตกสมัย ไอ้ประเภทตั้งหน้าตั้งตาด่าเผด็จการ ด่าผู้มีอำนาจ ด่าฝ่ายตรงข้าม...อย่านึกนะว่าจะได้คะแนน เพราะเดี๋ยวนี้คนเขาทันการเมืองกันหมดแล้ว จะหากินแบบเก่าคงไม่ได้ และก็อย่าลืมนะ ประชาธิปไตยที่ผ่านมาใช่ว่าจะเลอเลิศประเสริฐศรีไปเสียทั้งหมด และเผด็จการที่เป็นอยู่ก็ใช่ว่าจะเลวร้ายไปเสียทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเมืองที่จะเกิดขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งหน้านี้เป็นการเมืองที่แตกต่างจากการเมืองในอดีตทั้งหมด เป็นการกำหนดโดยประชามติของประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลที่จะเกิดขึ้นใหม่ในอนาคตเป็นการประนอมอำนาจกันของฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายการเมือง ช่วยกันประคับประคองสร้างความปรองดองและปฏิรูปประเทศในระยะเปลี่ยนผ่าน..... ใครที่ยังคิดแบ่งฝักแบ่งฝ่าย เลือกสีเลือกข้าง เอาแพ้เอาชนะกันเพื่อพรรคเพื่อตัวเอง สนองอารมณ์ชำระความแค้น เตรียมกลับบ้านเก่าได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ว. 250 คนที่มาจากการคัดเลือกสรรหาของคสช.ก็คงไม่ใช่ฐานกำลังหรือมือไม้ของคสช.ตามที่กล่าวหากันเท่านั้น เพราะตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดเขาต้องการให้ส.ว.250 คนนี้เป็นกำลังเสริมสำคัญอีกส่วนหนึ่งในการประคับประคองและการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะผบ.เหล่าทัพทั้งหมดก็อยู่ในส่วนนี้ ยิ่งจะมีส่วนสำคัญอย่างมากๆในการร่วมกันทำภารกิจดังกล่าว ได้รู้ได้เห็นปัญหาทางการเมืองด้วยตัวเอง อันจะเป็นการป้องกันการปฏิวัติไปในตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อมั่นว่าการเมืองที่จะเกิดขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งหน้านี้จะทำให้เรามีรัฐบาลที่เป็นปึกแผ่นแน่นหนามั่นคง มีการถ่วงดุลประนอมอำนาจกันระหว่างฝ่ายการเมืองและฝ่ายความมั่นคงอย่างลงตัว มีเสถียรภาพ ความวุ่นวายทั้งในสภาและนอกสภาจะหมดไป การชุมนุมประท้วงในลักษณะที่จะก่อวิกฤตให้กับประเทศก็จะไม่เกิดขึ้น ทั้งฝ่ายที่เป็นรัฐบาลและฝ่ายที่ไม่เป็นรัฐบาลจะทำงานในลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมากขึ้น เชื่อว่าเราจะได้เห็นในสิ่งที่เราไม่เคยเห็น...และจะเป็นในสิ่งที่เราไม่เคยเป็น...ก็ผมบอกแล้วไงว่ายุคสมัยมันเปลี่ยน...โลกเปลี่ยน...ประเทศไทยก็เปลี่ยน... หากคุณไม่เปลี่ยนจะมีคนทำให้คุณเปลี่ยน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18976</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ทนายวันชัย, วันชัย สอนศิริ, สปท., เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180512/image_big_5af6a124e5af2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2018 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อลงกรณ์&quot;หวังพรรคการเมืองหนุนระบบไพรมารี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อลงกรณ์&amp;rdquo;หวังพรรคการเมืองเก่า-ใหม่ยึดแนวทางปฏิรูปเร่งขับเคลื่อนระบบไพรมารีชี้แม้ยากแต่ต้องทำเพื่อยกระดับเป็นสถาบันทางการเมือง ชี้หากมาสมาชิก50คน และ100 คนในเขตเลือกตั้งไม่ได้ให้เลิกทำพรรคการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่17 มิ.ย. 61 นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)แสดงความเห็นกรณีหลายพรรคการเมืองกังวลเรื่องการเลือกตั้งขึ้นต้น(ระบบไพรมารี่)ว่า จากประสบการณ์กว่า20ปีที่อยู่ในพรรคการเมืองและผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้งเห็นว่าการเลือกตั้งขั้นต้นที่เรียกว่าไพรมารีเป็นกุญแจสำคัญของการปฏิรูปพรรคการเมืองและการพัฒนาประชาธิปไตยโดยการเพิ่มสิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบของสมาชิกพรรคให้มีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้สมัครส.ส.เพื่อให้สมาชิกพรรคมีความเป็นเจ้าของพรรคและส.ส.ของพรรคมากขึ้นเมื่อนั้นพรรคการเมืองจะเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชนโดยประชาชนเพื่อประชาชนอีกทั้งยังเป็นการช่วยให้พรรคการเมืองพ้นจากการถูกครอบงำของกลุ่มผลประโยชน์และนักการเมืองกังฉินที่ใช้พรรคการเมืองแสวงหาประโยชน์ทุจริตคอรัปชั่นงบประมาณแผ่นดินและโครงการของรัฐดังที่เกิดขึ้นในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากต้องการปฏิรูปการเมืองให้บังเกิดผลต้องเริ่มจากระบบไพรมารีซึ่งหวังว่าพรรคการเมืองทั้งเก่าและใหม่จะช่วยกันขับเคลื่อนระบบไพรมารีในการเลือกตั้งครั้งหน้าแม้จะยากและตัองสละอำนาจของผู้บริหารพรรคหรือกลุ่มผลประโยชน์ให้กับสมาชิกพรรคก็ต้องทำเพื่อยกระดับพรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองและพัฒนาประชาธิปไตยแบบผู้แทน(representative democracy)ที่ใช้มา80กว่าปีเป็นประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม(participatory democracy)&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบไพรมารี่ริเริ่มเสนอโดยสภาปฏิรูปแห่งชาติและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและสภานิติบัญญัติแห่งชาติเห็นพ้องต้องกันโดยบรรจุระบบไพรมารีในพรบ.พรรคการเมืองเป็นครั้งแรกและคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ซึ่งเป็นนายทะเบียนพรรคการเมืองและเป็นผู้รับผิดชอบการจัดการเลือกตั้งยืนยันว่าสามารถปฏิบัติได้จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะเลื่อนระบบไพรมารี่ออกไปไม่เช่นนั้นการปฏิรูปการเมืองก็ไม่สามารถนับหนึ่งได้และหากติดขัดเรื่องเวลาหรือแนวปฏิบัติใดๆก็ควรหารือร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองและกกต. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นที่อ้างว่าการเลือกตั้งขั้นต้นจะทำให้เกิดความแตกแยกในพรรคนั้นฟังไม่ขึ้นเพราะการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคก็ใช้ระบบการเลือกตั้งเหมือนกัน หรือประเด็นที่กังวลว่าผู้สมัครส.ส.จะไปรวมสมาชิกเป็นกลุ่มก้อนเพื่อสนับสนุนตนเป็นผู้สมัครส.ส.นั้นตนเห็นว่าเป็นการดีกว่าที่ผู้สมัครส.ส.จะมุ่งหน้าหาสมาชิกมากกว่ามุ่งหน้าหาผู้ใหญ่ในพรรคหรือกลุ่มทุน อีกประเด็นคือปัญหาเรื่ององค์ประชุมของการเลือกตั้งขั้นต้นที่ต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า100คนในเขตเลือกตั้งที่มีสาขาพรรคหรือจะมีสมาชิกไม่ถึง50คนในจังหวัดที่ไม่มีสาขาในเขตเลือกตั้งแล้วจะดำเนินการไพรมารี่ไม่ได้ซึ่งหากพรรคการเมืองหาสมาชิกแค่50คนใน1จังหวัดหรือ100คนในเขตเลือกตั้งที่มีสาขาพรรคก็อย่าตั้งเป็นพรรคการเมืองให้เสียเวลาเพราะถ้าคิดจะส่งส.ส.เพื่อให้ได้รับเลือกตั้งต้องมีคะแนนหลายหมื่นคะแนนแค่50คน100คนยังบอกทำไม่ได้จึงเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11518</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเลือกตั้งขึ้นต้น, พรรคการเมือง, ระบบไพรมารี่, สปท., สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ, อลงกรณ์ พลบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adc1d46d12b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2018 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุริยะใส&#039;หนุนยุทธศาสตร์ชาติแต่ต้องไม่ผูกขาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.2561 - นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) แสดงทัศนะเกี่ยวกับการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาล ว่าเห็นด้วยในหลักการที่ประเทศไทยควรมียุทธศาสตร์ชาติเพื่อวางเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาประเทศคล้ายๆ กับเป็นวิสัยทัศน์แห่งชาติ ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศส่วนใหญ่ก็มีแผนยุทธศาสตร์และเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ประเด็นปัญหาที่ควรจะถกแถลงกันในขณะนี้หลังจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) รับร่างยุทธศาสตร์ชาติและมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณานั้นควรจะถกกันถึงเนื้อหาสาระว่าขาดตกบกพร่องตรงไหนอย่างไรและจะปรับแก้อย่างไรให้สมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อท้วงติงจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยที่น่าสนใจก็คือการมีส่วนร่วมของสังคมในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติน้อยไปหรือเขียนโดยคนไม่กี่คน ฉะนั้นในขั้นกรรมาธิการวิสามัญของ สนช.ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันก็มีความพยายามของบางฝ่ายที่จะสร้างความสับสนให้กับสังคมว่าไม่จำเป็นต้องมีแผนยุทธศาสตร์ชาติหรือถึงขั้นโจมตีว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติเป็นเครื่องมือของกลุ่มอำนาจนั้น โดยส่วนตัวคิดว่าไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้น และถ้าในหลักการเราเห็นความจำเป็นของการมีแผนยุทธศาสตร์ชาติก็ควรอ่านเนื้อหาสาระเสียก่อนแล้วมาดูกันว่าต้องปรับแก้เพิ่มเติมตรงไหน อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เท่าที่ผมได้อ่านร่างยุทธศาสตร์ชาติเบื้องต้นหลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่ดีและน่าสนใจ ที่เราได้วางวิสัยทัศน์และเป้าหมายในการพัฒนาชาติอย่างชัดเจน แต่บางเรื่องก็จำเป็นที่ต้องทบทวนหรือปรึกษาหารือในวงกว้างเพื่อขจัดวาระซ่อนเร้นใดๆ ซึ่งน่าเสียดายนักการเมืองหรือพรรคการเมืองอาจจะไม่ชอบและรังเกียจแผนยุทธศาสตร์ชาติเพราะอำนาจที่เขากำลังจะแย่งชิงจากการเลือกตั้งจะถูกตัดตอนและถูกแบ่งปันไปอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติจนใช้อำนาจตามอำเภอใจไม่ได้เหมือนที่ผ่านมา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11513</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหาวิทยาลัยรังสิต, ยุทธศาสตร์ชาติ, รัฐบาล, วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม, สถาบันปฏิรูปประเทศไทย, สปท., สุริยะใส กตะศิลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180121/image_big_5a64500b0ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2018 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2018 17:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยะใส&#039;เชียร์เต็มสูบไพรมารีโหวต หวั่นกลับวงจรแฟมิลีโหวต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.2561- นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิตและผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) แสดงความเห็นถึงกรณีพรรคการเมืองมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้คำสั่งมาตรา 44 ยกเว้นการทำไพรมารีโหวตในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ ว่ามีข้ออ้างสารพัดโดยเฉพาะการเตรียมตัวไม่ทันของพรรคการเมือง &amp;nbsp;โดยก่อนหน้านี้ในช่วงที่มีการแปรญัตติร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองก็พบว่าพรรคการเมืองส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับระบบไพรมารีโหวตหรือการสรรหาผู้สมัครของพรรคโดยให้ประชาชนหรือสมาชิกพรรคมีส่วนร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไพรมารีโหวตในสายตาของพรรคการเมืองยังมองว่าเป็นหอกข้างแคร่ที่เป็นอุปสรรคต่อวิถีหรือการบริหารจัดการพรรคการเมืองแบบเก่าๆ หรือพรรคการเมืองที่มีเจ้าของเพียงคนเดียวหรือตระกูลเดียวหรือกลับไปที่ระบบแฟมิลีโหวต ซึ่งประชาชนต้องช่วยกันติดตามตรวจสอบ เพราะการยกเว้นหรือตัดกลไกไพรมารีโหวตออกไป เท่ากับเป็นการตัดตอนบทบาทและการมีส่วนร่วมของประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองและจะส่งผลให้การปฏิรูปพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันเป็นพรรคการเมืองที่ประชาชนเป็นเจ้าของกลายเป็นเรื่องเพ้อฝัน และสุดท้ายพรรคการเมืองก็จะกลายเป็นแค่แหล่งรวมกลุ่มผลประโยชน์ที่ใช้พรรคการเมืองเข้ามาเป็นเครื่องมือตักตวงผลประโยชน์และอำนาจรัฐเหมือนที่ผ่านๆ มาเท่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า การประชุมร่วมกันระหว่าง คสช.และบรรดาพรรคการเมือง ต้องไม่มีภาพของความคลางใจหรือตกลงกันโดยเอาผลประโยชน์ความสะดวกสบายของพรรคการเมืองเป็นตัวตั้ง แต่ไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนตามเจตนารมย์ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11066</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, คสช., มหาวิทยาลัยรังสิต, สถาบันปฏิรูปประเทศไทย, สปท., สุริยะใส กตะศิลา, แฟมิลีโหวต, ไพรมารีโหวต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae594602fdaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 16:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 16:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยะใส&#039;ชี้การเมืองอึมครึม ทำปฏิรูปส่อเหลว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2561 - นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิตและผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) มองสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ ว่าอุณหภูมิการเมืองร้อนแรงขึ้นเป็นลำดับจนมีข้อสงสัยของหลายฝ่ายจะมีเลือกตั้งหรือไม่ หรือการเลือกตั้งจะเป็นไปตามโรดแมปหรือไม่ ซึ่งก็เป็นเรื่องยากที่ใครจะคาดการณ์หรือยืนยัน แม้แต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ใช้วิธีพูดแบบคลุมๆเครือๆไปเท่านั้น รวมทั้งพรรคการเมืองหลายพรรคก็เริ่มไม่แน่ใจในโรดแมปเลือกตั้งเท่าไหร่นัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราเห็นแต่พรรคใหม่ๆ ที่เริ่มขยับตัวแต่พรรคเก่าดูเหมือนออกอาการโลเล บรรยากาศแบบนี้อาจส่งผลให้สังคมการเมืองดูอึมครึม ยากจะคาดการณ์ แม้อยู่ในยุคอำนาจพิเศษแต่ก็ไม่ได้ประกันถึงเสถียรภาพของรัฐบาลและฝ่ายบริหารได้ ความไม่แน่นอนแบบนี้ทำให้การจัดวาระประเทศไม่ว่าจะเป็นการปรองดองและการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง หรือการปฏิรูปผ่านและหลังการเลือกตั้ง อาจะกลายเป็นข้อเสนอที่ดูไร้พลังสะเปะสะปะ หรือไม่ได้สร้างโมเมนตัมให้กับการเมืองเท่าที่ควร&amp;rdquo;นายสุริยะใสกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะใสกล่าวอีกว่า สถานภาพของการปฏิรูปประเทศ และการปรองดองไม่ว่าจะก่อนเลือกตั้ง ผ่านการเลือกตั้ง หรือหลังตั้ง ก็ยังดูเหมือนขาดเจ้าภาพมี่แน่นอน และคาดหวังได้ยากขึ้น ถ้าช่วงเลือกตั้งวาระปฏิรูปไม่ชัดเจน พรรคการเมืองไม่จริงจัง แค่ใช้หาเสียง อนาคตการการเมืองไทยก็ยังไร้ความสดใสใดๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10112</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ปฏิรูป, มหาวิทยาลัยรังสิต, สถาบันปฏิรูปประเทศไทย, สปท., สุริยะใส กตะศิลา, โรดแมป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180121/image_big_5a64500b0ece1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9577</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2018 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2018 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยะใส&#039;กระตุกสังคมต้องไม่ทำให้การปฏิรูปกลายเป็นของเสีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.2561 - นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิตและผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวถึงวาระครบรอบ 4 ปีของคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) ว่าเป็นเรื่องปกติที่ภาคส่วนต่างๆ ออกมาประเมินผลงานของ คสช. และรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้งนั้นถือเป็นประเด็นที่มีการประเมินเป็นพิเศษ เพราะสังคมคาดหวังการปฏิรูปสูง ซึ่งเป็นผลพวงจากคลื่นมวลมหาประชาชน ซึ่งก็มีความเห็นแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน แต่ คสช. ก็ควรน้อมรับคำวิจารณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่สำคัญ คสช.ควรประมวลผลงานที่เป็นรูปธรรมแถลงหรือรายงานต่อประชาชนว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่ คสช. ได้ปฏิรูปไปแล้ว หรือกำลังดำเนินการอยู่ โดยเอาข้อเท็จจริงที่เป็นรูปธรรมมาพูดกันมากกว่าจะใช้โวหารวาทกรรมตอบโต้กันไปมา&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะใสยอมรับว่าบางเรื่อง คสช.ได้ริเริ่มและวางแนวทางใหม่ๆไว้บ้าง ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานถึงจะเห็นผลบางเรื่องก็อยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ก็มีหลายเรื่องที่ คสช. ยังไม่ดำเนินการ ถ้าชี้แจงตรงไปตรงมาถึงความคืบหน้า ปัญหาอุปสรรคเชื่อว่าการปฏิรูปประเทศจะไม่เป็นแค่เกมการเมืองที่ต่างคนต่างพูดเพื่อทำให้ตัวเองดูดีเท่านั้น ซึ่งการปฏิรูปประเทศแม้มีความจำเป็นต้องคาดหวังกับทุกรัฐบาล แต่บทเรียนที่ผ่านมาเราต้องไม่ฝากความหวังไว้กับรัฐบาลอย่างเดียวเท่านั้น ภาคส่วนต่างๆ ต้องร่วมกันแสดงพลังขับเคลื่อนเสนอแนะรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพราะการปฏิรูปเป็นเรื่องที่ต้องทำกันไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ทำครั้งเดียวในรัฐบาลเดียวแล้วจบเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พรรคการเมืองก็เช่นกันต้องจริงจังกับความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้ ถ้าวาระเรื่องปฏิรูปประเทศไม่มีความชัดเจนหรือเป็นแค่เกมชิงอำนาจ การเมืองก็อาจจะวนกลับสู่ความล้มเหลวอีกครั้ง
ทุกฝ่ายต้องเล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็นเร่งด่วนที่ประเทศไทยต้องได้รับการผ่าตัดหรือปฏิรูปในระดับโครงสร้างอย่างจริงจัง บางคนอาจมองว่าการปฏิรูปประเทศอาจจะเสียของในรัฐบาลหนึ่งหรือล้มเหลวในยุคสมัยหนึ่ง แต่ต้องไม่ทำให้การปฏิรูปกลายเป็นของเสีย หรือทำให้ประชาชนสิ้นหวังเพราะไม่เช่นนั้นเราจะกลายเป็นประเทศที่ไม่มีอนาคต&amp;rdquo;นายสุริยะใสกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9577</URL_LINK>
                <HASHTAG>4 ปี, คณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ, คสช., มหาวิทยาลัยรังสิต, รัฐบาล, สถาบันปฏิรูปประเทศไทย, สปท., สุริยะใส กตะศิลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae594602fdaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9083</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2018 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2018 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยะใส&#039;ผิดหวัง4ปี คสช.ปฏิรูปแค่พิมพ์เขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.2561 - นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวว่า &amp;nbsp;4 ปีของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในเรื่องรูปธรรมของการปฏิรูปในระดับนโยบายยังไม่เห็นผลงานที่รัฐบาลพอจะอ้างเป็นชิ้นโบว์แดงกับประชาชนได้ว่าการปฏิรูปได้ทำไปแล้วหรือทำสำเร็จแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ช่วงเวลาของรัฐบาลที่เหลืออยู่ราว 10 เดือนตามโรดแมปเลือกตั้งนั้น ก็ยังไม่มีหลักประกันว่าจะเริ่มตรงไหน อย่างไร และจะสามารถทำได้จริงไหมโดยเฉพาะการวางเป้าหมายปฏิรูป 5 เรื่องใหญ่ ภายใน 8 เดือนของรัฐบาลนั้น ก็ยังเป็นเพียงถ้อยแถลงและแผนการเหมือนที่ผ่านๆ มา ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นแผนการครั้งที่เท่าไหร่ไปแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยะใสยังประเมินว่า ปี่กลองเลือกตั้งก็เริ่มดังขึ้น อารมณ์ความรู้สึกของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมทั้งคณะรัฐมนตรีก็พุ่งความสนใจไปที่การเตรียมการเลือกตั้ง เริ่มมองการเมืองหลังการเลือกตั้งกันไปหมดแล้ว ทำให้เจ้าภาพที่จะมาดูแผนการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ไม่รู้เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของใคร อารมณ์ทางการเมืองของนายกฯ ในระยะหลังๆ ก็เริ่มถูกดูดไปอยู่ในเกมของนักการเมืองมากขึ้น จนทำให้ขาดคนนั่งหัวโต๊ะที่จะกำกับและบัญชาการแผนการปฏิรูปให้ถึงฝั่ง ฉะนั้น 4 ปี คสช.ถ้าจะเรียกว่าการปฏิรูปค้างเติ่งก็คงได้ เพราะมีแต่แผนการ มีวาระมีพิมพ์เขียว แต่ยังขาดการปฏิบัติการให้เป็นรูปธรรมโดยเฉพาะการปฏิรูปในระดับโครงสร้างซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปประเทศ โมเมนตัมและแรงส่งของการปฏิรูปจึงถดถอยลง ในขณะที่การเลือกตั้ง ที่กำลังจะมาถึงนี้ ก็ยังไม่เห็นพรรคการเมืองหรือกลุ่มก้อนทางการเมืองใดที่จะทำให้การปฏิรูปประเทศกลับมาเป็นวาระเป็นความหวังได้อีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9083</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., นายกรัฐมนตรี, ผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มหาวิทยาลัยรังสิต, วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม, สปท., สุริยะใส กตะศิลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180429/image_big_5ae594602fdaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
