<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37186</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สปริงนิวส์ส่งแผน เยียวยาพนักงาน จอดำช่องแรกส.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กสทช.เปิดให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลขอคืนหนังสือค้ำประกันตั้งแต่ 20 มิ.ย. เผย &amp;quot;สปริงนิวส์&amp;quot; ช่องแรกส่งงบการเงิน-แผนเยียวยาครบ จ่ายพนักงานตาม กม. พร้อมชดเชยเพิ่มอีกเดือน คาดจอดำ ส.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงานเห็นสมควรถึงการกำหนดหลักเกณฑ์การคืนหนังสือค้ำประกันการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล ตามคำสั่ง คสช.ที่ 4/2562 เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ลงวันที่ 11 เมษายน 2562
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสม กสทช.จึงได้ออกหลักเกณฑ์ในการคืนหนังสือค้ำประกันทีวีดิจิทัลไว้ คือ ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลสามารถขอคืนหนังสือค้ำประกันได้ตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. 62 เป็นต้นไป และสำนักงาน กสทช.จะดำเนินการคืนหนังสือค้ำประกันภายใต้เงื่อนไข 1.ผู้รับใบอนุญาตทีวีดิจิทัลที่ชำระจนถึงงวดที่ 4 ครบถ้วนแล้ว ทางสำนักงาน กสทช.จะคืนหนังสือค้ำประกันในงวดที่ 5 และ 6 แล้วแต่กรณี ภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งความประสงค์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.กรณีชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตในงวดที่ 4 ยังไม่ครบถ้วน ทางสำนักงาน กสทช.จะคืนหนังสือค้ำประกันงวดที่ 5 และ 6 ภายใน 7 วันหลังได้รับหนังสือ ส่วนหนังสือค้ำประกันของงวดที่ 4 จะคืนภายใน 7 วันหลังจากชำระ หรือหักค่าธรรมเนียมใบอนุญาตที่ค้างชำระออกจากค่าชดเชยในการคืนใบอนุญาต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถัดมาในส่วนของการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตงวดที่ 4 ตามหลักเกณฑ์ประมูลทีวีดิจิทัล ที่กำหนดให้ชำระครบถ้วนภายในวันที่ 8 สิงหาคม 2562 กรณีที่ไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนด หลังจากนั้นจะเริ่มคิดดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี แต่ต้องชำระให้ครบไม่เกินวันที่ 23 พ.ค.2564 ตามระยะเวลาพักชำระหนี้ตามคำสั่ง คสช. 9/2561 เรื่องมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กรณีที่ผู้ประกอบการที่วางแบงก์การันตีเป็นก้อนใหญ่ ต้องการขอผ่อนชำระดอกเบี้ย สามารถนำหนังสือค้ำประกันฉบับใหม่ที่ครอบคลุมเฉพาะงวดที่ 4 มาเปลี่ยน ทางสำนักงาน กสทช.จะดำเนินการคืนหนังสือค้ำประกันฉบับเดิมภายใน 15 วัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ กสทช.กล่าวว่า สำหรับช่องที่ขอคืนใบอนุญาต 7 ช่อง ตามที่ให้กำหนดเวลา 60 วันในการส่งงบการเงินและแผนการเยียวยา ทางช่องสปริงนิวส์ 19 ได้ทำหนังสือส่งงบการเงินมาที่ กสทช.เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับแผนมาตรการเยียวยาผู้บริโภคและพนักงาน หลังจากนี้จะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการเยียวยาโดยเร็ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ประกอบการรายใดที่ส่งรายละเอียดการเยียวยามาให้ทางสำนักงาน กสทช.เร็ว ก็จะเข้าสู่การพิจารณาได้เลย อย่างของสปริงนิวส์ มีการแจ้งชดเชยพนักงานตามหลักเกณฑ์กฎหมายแรงงานทุกประการ นอกจากนี้ยังชดเชยเงินพิเศษอีก 1 เดือน ในอัตราเงินเดือนสุดท้าย ซึ่งสำนักงาน กสทช.จะส่งเรื่องเข้าคณะอนุกรรมการเยียวยาในวันที่ 4 มิ.ย.นี้ ส่วนประเด็นการเยียวยาผู้บริโภค จะส่งเข้าที่ประชุมบอร์ด ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย คาดว่าสปริงนิวส์มีโอกาสจอดำในวันที่ 1 ส.ค.นี้&amp;quot; นายฐากรระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37186</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ขอคืนหนังสือค้ำประกัน, ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล, สปริงนิวส์, หนังสือพิมพ์, แผนเยียวยา-จ่ายพนักงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190529/image_big_5cee9f8625e25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 21:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สปริงนิวส์เบี้ยวหนี้จอดำ ดิ้นร้อง&#039;อสมท&#039;ผิดม.157</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดทน &amp;ldquo;สปริงนิวส์&amp;rdquo; เบี้ยวหนี้กว่า 104 ล้านบาท อสมท เตรียมตัดสัญญาณให้จอดำในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ เพื่อปกป้องผู้ถือหุ้น &amp;ldquo;มาดามเดียร์&amp;rdquo; ดิ้นเตรียมฟ้องกลับมาตรา 157 โวไม่ต้องห่วง &amp;ldquo;เสธ.ไก่อู&amp;rdquo; ให้ใช้เครือข่ายแล้ว!
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ว่า อสมท ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลแก่บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด ซึ่งได้ทำสัญญาร่วมกันตั้งแต่ปี 2557 ต่อมาสปริงนิวส์ได้ค้างชำระค่าเช่าใช้บริการโครงข่ายตั้งแต่กลางปี 2559 จนถึงปัจจุบันรวมเป็นเงินกว่า 104 ล้านบาท ซึ่งรวมค่าปรับตามสัญญาและดอกเบี้ยตามกฎหมาย ณ วันที่ 31 พ.ค.2561 โดย อสมท ได้มีหนังสือทวงถามนานแล้ว แต่สปริงนิวส์ได้ขอขยายเวลาชำระเงินเรื่อยมา โดยอ้างว่าอยู่ในช่วงวางแผนเพิ่มทุน และจะทยอยผ่อนชำระหนี้ค่าใช้บริการ แต่สปริงนิวส์ไม่ได้ชำระหนี้แต่อย่างใด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องนี้ฝ่ายบริหารและคณะกรรมการ อสมท พิจารณาแล้วเห็นว่า หาก อสมท และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่พิจารณาดำเนินการใดๆ จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ภาครัฐ และอาจถูกร้องในฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ อสมท จึงได้ขอความเห็นชอบจาก กสทช. เพื่อยุติการให้บริการ โดย กสทช.ได้มีมติเมื่อวันที่ 11 เม.ย.2561 เห็นชอบการยุติให้บริการตามสัญญาให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัลระหว่าง อสมท และสปริงนิวส์แล้ว โดย อสมท จะยุติการให้บริการโครงข่ายแก่สปริงนิวส์ในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ทันที&amp;rdquo; นายเขมทัตต์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเขมทัตต์ยืนยันว่า อสมท ได้มีหนังสือถึงบริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัดแล้ว เรื่องแจ้งเลิกสัญญาและยุติการให้บริการโครงข่ายเมื่อวันที่ 9 พ.ค. โดยสปริงนิวส์ได้เสนอแนวทางขอผ่อนชำระต่อเนื่อง แต่เนื่องจากหนี้สินดังกล่าวค้างชำระมาตั้งแต่กลางปี 2559 จนถึงปัจจุบัน โดยเป็นการค้างที่นานเกินเวลา ทำให้คณะกรรมการและฝ่ายบริหารต้องปกป้องผลประโยชน์ผู้ถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยการบอกยกเลิกสัญญา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.วทัญยา วงษ์โอภาสี กรรมการบริษัท สปริงส์ เทเลวิชั่น จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการเจรจาต่อรองกับ อสมท ตลอด จนได้ข้อยุติจัดทำแผนชำระหนี้คงค้างจนถึงสิ้นปี 2560 ให้เกินกว่าครึ่งหนึ่งของยอดทั้งหมดภายในปีนี้ แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากบอร์ด อสมท จนเป็นที่มาของมติหยุดให้บริการดังกล่าว ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะบริษัทไม่มีนโยบายไม่ชำระหนี้หรือย้ายโครงข่าย เพียงต้องการให้เกิดความเป็นธรรมและเวลาที่เหมาะสมกับภาวะธุรกิจที่อยู่ระหว่างการฟื้นตัว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วทัญยากล่าวอีกว่า การเรียกเก็บค่าบริการโครงข่ายของ อสมท ที่ผ่านมา ไม่เพียงไม่สมเหตุสมผล ทั้งด้านประสิทธิภาพและการครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ และยังพบว่ามีการคิดค่าบริการแต่ละรายแตกต่างกัน จนนำไปสู่การเจรจาขอปรับลดค่าบริการกับผู้ใช้โครงข่ายเกือบทุกราย ทำให้บริษัทกำลังพิจารณาจะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป ทั้งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะความผิดตามมาตรา 157 เนื่องจากการเรียกเก็บค่าบริการของ อสมท ไม่เป็นธรรม และไม่สอดคล้องกับนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
&amp;ldquo;ยืนยันว่าได้ประสานงานกับทาง กสทช.อย่างใกล้ชิด และเตรียมจัดหาโครงข่ายใหม่ที่จะออกอากาศอย่างต่อเนื่อง หาก อสมท ยุติการให้บริการ สถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ ช่อง 19 จะยังออกอากาศได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีการสะดุด และไม่มีผลกระทบต่อประชาชนผู้ชม ผู้ร่วมผลิตรายการและลูกค้าโฆษณาทุกรายแน่นอน โดยล่าสุดได้รับหนังสืออนุมัติจากอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ที่จะดำเนินการให้ใช้ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กสทช. กล่าวในเรื่องนี้ว่า การยกเลิกสัญญาสามารถทำได้ เพราะทั้งสองบริษัทเป็นคู่สัญญากัน และ อสมท ได้ส่งหนังสือแจ้งจะยุติสัญญากับสปริงนิวส์มาให้บอร์ดพิจารณาแล้ว และบอร์ดได้อนุมัติให้ยกเลิกสัญญาได้&amp;nbsp;
ด้านนายสมบัติ ลีลาพตะ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายกระจายเสียงและโทรทัศน์ กสทช. กล่าวว่า สปริงนิวส์ได้ทำหนังสือถึง กสทช. เพื่อให้ช่วยหาผู้ให้บริการโครงข่ายรายใหม่ให้หากเจรจากับ อสมท ไม่ได้ข้อยุติ โดยสำนักงานจะเสนอบอร์ด กสทช. พิจารณาในสัปดาห์หน้า
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า กสทช.อยู่ระหว่างเจรจาผู้ให้บริการโครงข่ายรายอื่นเพื่อไม่ให้สปริงนิวส์ต้องจอดำ เพราะยังมีผู้ให้บริการโครงข่ายเหลืออีก 3 ราย. &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10839</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, ฐากร ตัณฑสิทธิ์, บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด, บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน), พ.อ.นที ศุกลรัตน์, มาดามเดียร์, วทัญยา วงษ์โอภาสี, สปริงนิวส์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เขมทัตต์ พลเดช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180606/image_big_5b17e57008cac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อสมท จอดำ สปริงนิวส์  เหตุติดหนี้ยืดเยื้อ 104 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อสมท เบรกสัญญาโครงข่ายฯ สปริงนิวส์ หลัง กสทช. เห็นชอบ สั่งยุติสัญญาณ 16 มิ.ย.นี้ &amp;nbsp;เหตุไม่ชำระหนี้ &amp;nbsp; ตามกำหนด ชี้มาตรการประคองทีวีดิจิทัลของ กสทช. ควรทำให้ชัดเจนและยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า &amp;ldquo;อสมท &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัลแก่ บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด ซึ่งได้ทำสัญญาร่วมกันตั้งแต่ปี 2557 ต่อมาสปริงนิวส์ได้ค้างชำระค่าเช่าใช้บริการโครงข่ายฯ ตั้งแต่กลางปี 2559 จนถึงปัจจุบัน รวมเป็นเงิน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กว่า 104 ล้านบาท (รวมค่าปรับตามสัญญาและดอกเบี้ย ตามกฎหมาย : ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 61) &amp;nbsp;ที่ผ่านมา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อสมท ได้มีหนังสือทวงถามให้ชำระหนี้เป็นระยะเวลานานแล้วและสปริงนิวส์ได้ขอขยายเวลาชำระเงินเรื่อยมา โดยอ้างว่าบริษัทฯอยู่ในช่วงวางแผนเพิ่มทุนและจะทยอยผ่อนชำระหนี้ค่าใช้บริการ แต่สปริงนิวส์ก็ไม่ได้ชำระแต่อย่างใด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเรื่องนี้ฝ่ายบริหาร และคณะกรรมการ บมจ อสมท พิจารณาแล้วเห็นว่า หาก อสมท และ กสทช. ไม่พิจารณาดำเนินการใดๆ จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ภาครัฐและอาจถูกร้องในฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ อสมท จึงได้ดำเนินการขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ กสทช. เพื่อยุติการให้บริการ โดยคณะกรรมการ กสทช. ได้มีมติเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2561 เห็นชอบการยุติให้บริการตามสัญญาให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล ระหว่าง อสมท และ สปริงนิวส์ แล้ว โดย อสมท จะดำเนินการยุติการให้บริการโครงข่ายฯ แก่สปริงนิวส์ ในวันที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 16 มิ.ย. 2561 ในทันที&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายเขมทัตต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเขมทัตต์ กล่าวต่อไปว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;อสมท ได้มีหนังสือถึง บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด เรื่องแจ้งเลิกสัญญาและยุติการให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งสปริงนิวส์ได้เสนอแนวทางขอผ่อนชำระต่อเนื่อง แต่เนื่องจากหนี้สินดังกล่าวค้างชำระ มาตั้งแต่กลางปี 2559 จนถึงปัจจุบัน มีเป็น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวนมาก อีกทั้งเป็นการค้างที่นานเกินกำหนดระยะเวลา ทำให้คณะกรรมการและฝ่ายบริหาร ต้องปกป้องผลประโยชน์เพื่อผู้ถือหุ้นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ โดยการบอกยกเลิกสัญญา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายเขมทัตต์ ยังกล่าวเสริมว่า &amp;ldquo;การสนับสนุนให้อุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลทั้งระบบขยายตัวและแข็งแรงอยู่รอดได้ รัฐควรส่งเสริมด้านการผลิต content ให้มีต้นทุนต่ำ โดยช่วยเหลือด้านภาษีหรือสิทธิอื่นๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การสนับสนุนให้เปิดตลาดเพื่อการส่งออก content , การดำเนินการทำ Mux pool เป็นโครงข่ายเดียว เพื่อให้โครงข่ายการออกอากาศได้มีต้นทุนต่ำลง ส่งผลให้ผู้ประกอบการโทรทัศน์ดิจิทัลมีต้นทุนต่ำลงไปด้วยในระยะยาว ส่วนการสนับสนุนระยะสั้นในการชดเชย 50% ของค่าใช้จ่าย โครงข่าย ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่เป็นมาตรการชั่วคราวเท่านั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรดำเนินการแก้ไขให้ถูกจุด เพื่อให้ประชาชนผู้ชมได้ประโยชน์ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10807</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., สปริงนิวส์, อสมท, เขมทัตต์ พลเดช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180228/image_big_5a962c42bead6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
