<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หน่วยบริการแจก ATKส่งข้อมูลขอรับแจกทั่วปท.5.5ล้านชุด ยกเว้นกทม.ที่จัดสรรเฉพาะได้ไป1.64 ล้านชุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10ก.ย.64- นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ตามที่ สปสช. กำหนดกระจายชุดตรวจ แอนติเจน เทสต์ คิท&amp;rdquo; (Antigen Test Kit : ATK) จำนวน 8.5 ล้านชุด ให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงตรวจโควิดด้วยตนเอง ซึ่งจะเริ่มแจกตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2564 ในวันนี้ สปสช. ได้มีการประชุมเพื่อติดตามแผนการกระจาย ATK &amp;nbsp;เบื้องต้นจะกระจาย ATK จำนวน 8,195,600 ชุดก่อน และสำรองที่ส่วนกลาง 304,400 ชุด โดยข้อมูลรายงานล่าสุด (10 ก.ย.) มีหน่วยบริการและหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมกระจายแจก ATK ให้กับประชาชน อาทิ โรงพยาบาล รพ.สต. ศูนย์บริการสาธารณสุข คลินิกเอกชนและร้านยาที่เข้าร่วมโครงการ ส่งข้อมูลจำนวนขอรับชุดตรวจ ATK มายัง สปสช. แล้วจำนวน 5,505,805 ชุด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แยกเป็นข้อมูลจากพื้นที่ 12 เขตทั่วประเทศ (ยกเว้น กทม.) ขอรับการจัดสรร ATK จำนวน 5,261,455 &amp;nbsp;ชุด หรือร้อยละ 97 ของแผนการจัดสรร ATK &amp;nbsp;และพื้นที่ กทม. มีหน่วยงานและหน่วยบริการขอรับการจัดสรรแล้ว 244,350 ชุด หรือร้อยละ 10 ของแผนการจัดสรร ATK ขณะที่หน่วยบริการสังกัดกรมอนามัย เพื่อกระจายที่ตลาด (ไม่ซ้ำกับ กทม.) ได้ยืนยันขอรับการจัดสรรแล้ว 400,000 ชุด หรือร้อยละ 100&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของ กทม. นพ.จเด็จ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (9 ก.ย.) ผศ.ภญ.ยุพดี ศิริสินสุข รองเลขาธิการ สปสช. ได้ประชุมหารือกับกรุงเทพมหานคร และ สปสช.เขต 13 กทม.แล้ว เบื้องต้นจะมีการจัดสรร ATK ตามกลุ่มประชากรและกลุ่มผู้ให้บริการ ดังนี้ กลุ่มตลาดจำนวน 410,000 ชุด กลุ่มขนส่งสาธารณะจำนวน 440,000 ชุด กลุ่มร้านเสริมสวยจำนวน 20,000 ชุด กลุ่มร้านนวด สปา จำนวน 56,000 ชุด กลุ่มครู อาจารย์ จำนวน 300,000 ชุด และกลุ่มชุมชนจำนวน 420,000 ชุด &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตามกระบวนการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) และโรงพยาบาลราชวิถีจะตรวจรับการจัดซื้อ ATK วันนี้ และคาดว่าวันพรุ่งนี้จะเริ่มกระจาย ATK ไปตามจุดต่างๆ ตามแผนกระจาย ATK แล้ว เราจึงต้องเร่งเตรียมความพร้อมในการส่ง ATK ให้ถึงมือประชาชนตามแผนที่วางไว้ และเพิ่มช่องทางสอบถามกรณีขอรับ ATK ผ่านสายด่วน 1330 กด 17&amp;rdquo; เลขาธิการ สปสช. กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า ในการติดตามความคืบหน้าการกระจาย ATK จำนวน 8.5 ล้านชุด และผลตรวจนั้น สปสช.ได้ประสานความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยพัฒนาการรายงานระบบเรียลไทม์ (Real-time &amp;nbsp;system) ผ่าน Dashboard รวมถึงการรายงานนำผู้ที่ผลตรวจเป็นบวกเข้าสู่การดูแลทั้งในระบบการดูแลผู้ติดเชื้อที่บ้าน (Home Isolation) กรณีจังหวัดนั้นมีการจัดระบบดูแลผู้ติดเชื้อที่บ้าน หรือเข้าสู่ระบบการรักษาตามมาตรฐานหากจังหวัดนั้นยังไม่ได้จัดระบบดูแลผู้ติดเชื้อโควิดที่บ้าน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแจกชุดตรวจ ATK นี้ อีกประเด็นที่เราเน้นย้ำคือจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่คาดการณ์ว่าน่าจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จึงต้องเฝ้าระวังและเตรียมระบบให้พร้อมเพื่อรองรับ&amp;rdquo; เลขาธิการ สปสช. กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116289</URL_LINK>
                <HASHTAG>ATK, นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี, สปสช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc54e57e16c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115396</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 13:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สปสช.จ่ายไปแล้ว 110 ล้านบาท ชดเชยอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีน มีเสียชีวิต 222 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
2ก.ย.64- นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ สปสช.เปิดให้ผู้มีอาการไม่พึงประสงค์หลังจากฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 สามารถยื่นขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. 2564 ข้อมูลจนถึงวันที่ 27 ส.ค. 2564 ที่ผ่านมา มีผู้ยื่นคำร้องเข้ามาทั้งหมดจำนวน 3,888 รายและยังอยู่ระหว่างรอข้อมูลเพิ่มเติมอีก 99 ราย โดยทางคณะอนุกรรมการระดับเขตได้พิจารณาจ่ายเงินชดเชยแล้ว 2,875 ราย และพิจารณาไม่จ่าย 914 ราย รวมเป็นเงินที่จ่ายชดเชยเบื้องต้นไปแล้ว 110,295,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จเด็จ กล่าวว่า หลักเกณฑ์การพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นจะแบ่งเป็น 3 ระดับตามความรุนแรงของอาการไม่พึงประสงค์นั้นๆ โดยระดับ 1.มีอาการป่วยต้องรักษาต่อเนื่อง จ่ายไม่เกิน 1 แสนบาท มีผู้รับเงินเยียวยาแล้ว 2,641 ราย ระดับ 2.เกิดความเสียหายถึงขั้นสูญเสียอวัยวะหรือพิการจนมีผลต่อการดำรงชีวิต จ่ายไม่เกิน 2.4 แสนบาท มีผู้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว 12 ราย และ ระดับ 3.กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร จ่ายไม่เกิน 4 แสนบาท มีญาติผู้เสียชีวิตรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว 222 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จเด็จ กล่าวด้วยว่า หากพิจารณาแยกตามเขต พบว่าสปสช.เขต 13 กทม. มีผู้ยื่นคำร้องเข้ามามากที่สุด จำนวน 840 ราย รองลงมาคือ สปสช.เขต 1 เชียงใหม่ จำนวน 559 ราย และ สปสช.เขต 10 อุบลราชธานี 451 ราย อย่างไรก็ดี หากพิจารณาจากจำนวนเงินที่มีการจ่ายเยียวยาไป พบว่า สปสช.เขต 4 สระบุรี จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวนประมาณ 13 ล้านบาท รองลงมาคือ สปสช.เขต 10 อุบลราชธานี จำนวนประมาณ 11 ล้านบาท และ สปสช.เขต 6 ระยอง จ่ายเงินแล้วจำนวนประมาณ 10 ล้านบาท ส่วนเขตที่มีผู้ยื่นคำร้องมากที่สุดอย่าง สปสช.เขต 13 กทม. มีการจ่ายเงินเยียวยาไปแล้ว ประมาณ 7.5 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จเด็จ กล่าวว่า หลักการจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของ สปสช.นั้น ไม่ไช่การพิสูจน์ถูกผิดหรือชี้ชัดว่าเป็นผลที่เกิดจากการฉีดวัคซีนแต่อย่างใด แต่เป็นเงินเยียวยาเพื่อลดผลกระทบที่เกิดแก่ประชาชนเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น ซึ่งแม้ในภายหลังจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าสาเหตุของอาการต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากวัคซีน ก็ไม่เป็นเหตุให้เรียกเงินคืนแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 สามารถยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นได้ใน 3 จุด คือ ที่หน่วยบริการที่ไปรับการฉีด ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือที่ สปสช.เขตพื้นที่ ซึ่งหลังจากได้รับคำร้องแล้ว จะมีคณะอนุกรรมการในระดับเขตซึ่งประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนภาคประชาชนเป็นผู้พิจารณาว่าจะจ่ายเงินเยียวยาหรือไม่และจ่ายเป็นจำนวนเท่าใด ตามหลักฐานทางการแพทย์และระดับความหนักเบาของอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้น เมื่อมีผู้มายื่นคำร้องแล้ว คณะอนุกรรมการฯ ระดับเขตพื้นที่จะเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งในกรณีที่ผู้ยื่นคำร้องไม่เห็นด้วยกับผลการวินิจฉัย ก็มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อเลขาธิการ สปสช. ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบผลการวินิจฉัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115396</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ฉีดวัคซีน, ชดเชยอาการไม่พึงประสงค์หลังฉีดวัคซีน, สปสช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210902/image_big_61307558c777e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สปสช.เชิญชวนพนง.ภาคบริการ ตรวจโควิดด้วย ATK  เริ่ม 31 ส.ค.-3 ก.ย.  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
30ส.ค.64-ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า สปสช.เตรียมร่วมมือกับคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล, บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) และมูลนิธิหลักประกันสุขภาพไทย จัดโครงการตรวจคัดกรองโควิด-19 ด้วย Antigen Test Kit (ATK) ในวันที่ 31 ส.ค.-3 ก.ย. 2564 นี้ โดยขอเชิญกลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพในภาคบริการ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มร้านอาหาร พนักงานเสิรฟ์ พนักงานขาย ร้านนวด ร้านตัดผม/เสริมสวย และประชาชนกลุ่มเสี่ยงทั้งคนไทยและแรงงานข้ามชาติ มารับการตรวจได้ที่ลานจอดรถชั้น 4 อาคารบี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ ตั้งแต่เวลา 8.30-16.30 น. เบื้องต้นตั้งเป้าว่าจะตรวจให้ได้ประมาณวันละ 1,500 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทพ.อรรถพร กล่าวว่า การจัดโครงการดังกล่าว เป็นการดำเนินเพื่อสอดรับกับนโยบายของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ซึ่งเตรียมผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2564 อาทิ การเปิดห้างสรรพสินค้า เปิดให้นั่งรับประทานอาหารในร้านได้ ร้านเสริมสวย สถานเสริมความงาม ให้เปิดบริการได้ รวมถึงเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดประเทศในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ศ.ดร.ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ทางคณะฯ มีความร่วมมือกับ สปสช. มาอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ในช่วงที่มีการระบาดอย่างหนักจนต้องใช้มาตรการล็อคดาวน์ในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ทางคณะฯก็ร่วมกับ สปสช. ในการจัดบริการตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วย Antigen test kit เพื่อเร่งคัดแยกผู้ติดเชื้อเข้าสู่กระบวนการดูแลแบบ Home Isolation ให้เร็วที่สุด ซึ่งโครงการก็เป็นอีกครั้งที่ทางคณะฯจะร่วมมือกับ สปสช.ในการตรวจคัดกรองโควิด-19 โดยรอบนี้จะเน้นไปที่กลุ่มผู้ประกอบการในภาคบริการและประชาชนกลุ่มเสี่ยง เพื่อเตรียมพร้อมกลับเข้าสู่การทำงานเปิดเมืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีกครั้ง รวมทั้งเป็นการสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนผู้รับบริการว่าพนักงานขององค์กรเหล่านี้ได้รับการตรวจคัดกรองแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การตรวจคัดกรองในโครงการนี้เป็นการให้บริการฟรี ผู้รับการตรวจไม่มีค่าใช้จ่าย และจะรู้ผลใน 30 นาที และรับใบรับรองผลการตรวจได้หลายช่องทาง ทั้งการแจ้งผลให้ทราบผ่านทางมือถือ การรอรับใบรับรองผลการตรวจที่หน้างาน หรือดาวน์โหลดจากระบบออนไลน์ก็ได้ แต่หากผลตรวจเป็นบวก ถ้าเป็นกลุ่มไม่มีอาการ ทาง สปสช.จะจับคู่กับคลินิกเพื่อรับการดูแลแบบ Home Isolation หรือกลุ่มที่มีอาการก็จะเข้า Hospitel ของโรงพยาบาลปิยะเวทพร้อมรับยาฟาวิพิราเวียร์ทันที&amp;quot; ศ.ดร.ฉัตรเฉลิม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประชาชนที่ไปรับการตรวจคัดกรองและต้องการใบรับรองผลการตรวจ ขอให้เตรียมสำเนาบัตรประชาชนหรือสำเนาพาสปอร์ตสำหรับแรงงานข้ามชาติไปด้วยจำนวน 2 ใบ เผื่อไว้ในกรณีที่ระบบออนไลน์มีปัญหา โดยสามารถลงทะเบียนจองคิวล่วงหน้าได้ที่ https://forms.gle/8M7w23qHMu1xEkXX8&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115043</URL_LINK>
                <HASHTAG>#การตรวจโควิด, #มหาวิทยาลัยมหิดล, ATK, คณะเทคนิคการแพทย์ ม.มหิดล, ทันตแพทย์อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ, พนักงานภาคบริการ, ศ.ดร.ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา, สปสช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c93424c31f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 10:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออมสิน ตั้งทีม &#039;ไรเดอร์&#039; ช่วย สปสช. ส่งยาต้านไวรัสและเวชภัณฑ์ดูแลรักษาผู้ติดเชื้อโควิด 19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 ส.ค. 2564 นพ. จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ในการดูแลผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โควิด 19 กลุ่มสีเขียวที่บ้าน (Home Isolation :HI)&amp;nbsp;ยังมีผู้ติดเชื้อส่วนหนึ่งที่อยู่ระหว่างรอการลงทะเบียนกับหน่วยบริการ ทำให้ ยังไม่ได้รับการดูแล หากมีการอาการขยับสู่กลุ่มอาการสีเหลืองและสีแดง และโทรมาที่สายด่วน สปสช. 1330 เมื่อเจ้าหน้าที่ประเมินอาการตามเกณฑ์และจะจัดยาฟาวิพิราเวียร์ให้กับผู้ติดเชื้อโดยเร็ว ซึ่งที่ผ่านมาใช้วิธีส่งยาให้ผู้ติดเชื้อหลายรูปแบบ อาทิ ส่งพัสดุไปรษณีย์ ส่งยาผ่านหน่วยงานต่าง ๆ หรือมีผู้มารับยาเพื่อส่งต่อให้กับผู้ติดเชื้อ เป็นต้น บางครั้งเกิดความล่าช้าและไม่สะดวกกับผู้ติดเชื้อที่รอรับยา จากช่องว่างนี้ สปสช. ได้รับความร่วมมือจากธนาคารออมสินจัดส่งไรเดอร์ (Rider) มาร่วมบริการส่งยาให้กับผู้ติดเชื้อโควิด 19 เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้ผู้ติดเชื้อได้รับยารักษาโดยสะดวกและรวดเร็วขึ้น&amp;nbsp;ช่วยยับยั้งภาวะรุนแรงของโรคและการเสียชีวิตได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สปสช. ขอบคุณความร่วมมือจากธนาคารออมสินในครั้งนี้ สภาวการณ์วิกฤตนี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อร่วมดูแลประชาชน ในแต่ละวันมีผู้ติดเชื้อโควิดที่รอรับยาจำนวนมาก บางวันสูงเกือบร้อยราย ไรเดอร์ส่งยานี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จะเป็นประโยชน์กับผู้ติดเชื้อโควิดอย่างยิ่งและยังช่วยแบ่งเบาภาระงานให้กับ สปสช.&amp;rdquo; นพ. จเด็จ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจุจบันที่มีจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 19 เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเกิดพื้นที่ระบาดใหม่เพิ่มขึ้นทุกวัน โดยพบว่าสภาพปัญหาขณะนี้ คือ มีผู้ป่วยสีเขียวและสีเหลืองจำนวนหนึ่งที่ยังรอรับยาและเวชภัณฑ์รักษาตัวที่บ้าน เนื่องจากมีผู้ลงทะเบียนกับ สปสช. จำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อตามบ้านพักอาศัยที่อยู่ในชุมชน ตรอกซอย ซึ่งรถยนต์เข้าไม่ถึง และการจัดส่งด้วยวิธีอื่นอาจใช้ระยะเวลามากกว่าในการดำเนินการ ธนาคารจึงขออาสาช่วยงาน สปสช. ตั้งทีม &amp;ldquo;ไรเดอร์ออมสินห่วงใย&amp;rdquo; ทำหน้าที่จัดส่งยาและเวชภัณฑ์ สำหรับผู้ติดเชื้อในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้ได้รับยารักษาเร็วขึ้นและทันท่วงที ทั้งนี้ ไรเดอร์ออมสินห่วงใยทุกราย ได้รับการฉีดวัคซีนและตรวจค้นหาเชื้อโควิด 19 แล้ว รวมถึงต้องปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อที่กำหนดโดยเคร่งครัด ซึ่งคาดว่าไรเดอร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ออมสินห่วงใยจะช่วยให้ภารกิจจัดส่งยาผู้ติดเชื้อของ สปสช. มีความคล่องตัวและรวดเร็วขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ &amp;ldquo;ไรเดอร์ออมสินห่วงใย&amp;rdquo; เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจช่วยเหลือสังคมในโครงการออมสินห่วงใย ส่งกำลังใจให้สังคม ด้วยความตั้งใจธนาคารออมสินที่จะช่วยเหลือผู้ติดเชื้อและประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอันเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 ในชุมชน รวมถึงสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานและกลุ่มจิตอาสาต่าง ๆ โดยผู้ที่ประสงค์ขอรับความช่วยเหลือ หรือประสงค์ส่งต่อความช่วยเหลือร่วมกับธนาคารออมสิน สามารถกดไลค์/ติดตาม facebook &amp;ldquo;เพจออมสินห่วงใย&amp;rdquo; เพื่อแจ้งความประสงค์ ได้ตลอด 24 ชม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113573</URL_LINK>
                <HASHTAG>สปสช, ไรเดอร์ออมสินห่วงใย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b32aa0cdea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 20:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี! เปิดจุด &#039;Walk in&#039; ตรวจโควิดวันละ 5,000 ราย  ที่สถาบัน สบยส.  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.64 - นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ตามที่ สปสช. ได้เปิดจุดคัดกรองโควิด-19 โดยร่วมกับสถาบันป้องกันควบคุมโรคในเขตเมือง (สปคม.) และคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดลใน 3 พื้นที่ คือ สนามกีฬาธูปะเตมีย์ สนามราชมังคลากีฬาสถาน (หัวหมาก) และศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แต่ด้วยจำนวนประชาชนที่ต้องตรวจคัดกรองมีจำนวนมาก ในวันพรุ่งนี้ (15 ก.ค.) สปสช. ได้จัดจุดคัดกรองโควิด-19 ที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยส.) โดยร่วมกับ สบยส. และโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา รองรับเพิ่มเติม โดยกรณีที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 สปสช. จะประสานผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการดูแลผู้ป่วยโควิดกลุ่มสีเขียวที่บ้านและในชุมชน (Home Isolation/Community Isolation : HI/CI) &amp;nbsp;ทั้งนี้นอกจากเป็นการดูแลและลดความวิตกกังวลให้กับประชาชนแล้ว ยังเป็นมาตรการสนับสนุนการป้องกันและควบคุมโควิด-19 ด้วยการแยกผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการดูแลโดยเร็ว ซึ่งจะช่วยในการลดการแพร่ระบาดลงได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สรายุทธ์ &amp;nbsp;บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กล่าวว่า โควิด-19 แพร่ระบาดหนักขณะนี้ เป็นสถานการณ์ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมช่วยกัน โดย สบยช. ได้จัดเตรียมสถานเพื่อรองรับการตรวจคัดกรองโควิด-19 แล้ว พร้อมกับอำนวยความสะดวกต่างๆ ซึ่งขณะนี้ยังมีประชาชนจำนวนมากที่กังวลว่าจะได้รับเชื้อโควิด-19 แต่ไม่ทราบว่าจะเข้ารับการตรวจคัดกรองได้ ดังนั้นที่นี่จึงเป็นอีกจุดตรวจหนึ่งที่ประชาชนสามารถเข้ามารับบริการได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา กล่าวว่า รับทราบข่าวสถานการณ์โควิด-19 ใน กทม.และปริมณฑ์ลมาตลอดว่า มีปัญหาการเข้าถึงการคัดกรองโควิด-19 ทั้งได้รับการประสานเมื่อวานนี้ว่า หาก รพ.มหาราชฯ มีศักยภาพก็อยากให้มาช่วยตรวจคัดกรอง ณ จุดนี้ ซึ่งที่ผ่านมาแม้ว่าที่โรงพยาบาลจะมีภาระงานมาก แต่ก็พอที่จะนำบุคลากรมาช่วยได้ ซึ่งในวันพรุ่งนี้ ( 15 ก.ค.) เราจะมีทีมนักเทคนิคการแพทย์ 6 คน อาชีวเวชกรรม 3 คน และแพทย์ปฐมภูมิ 1 คน ที่เป็นหัวหน้าทีมเข้ามาช่วยกันตรงนี้ โดยการตรวจจะใช้วิธี Rapid Antigen Test ที่ให้ผลค่อนข้างเร็ว โดยตั้งเป้าหมายการตรวจวันละ 5,000 ราย ไม่มีค่าใช้จ่าย เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 - 21 ก.ค. 64 เวลา 09:00-16:00 น. ไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทั้งนี้เป็นความร่วมมือเพื่อช่วยให้สถานการณ์โควิด-19 ของประเทศคลี่คลายลงโดยเร็ว.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109721</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุดตรวจโควิด, สบยส., สปสช, โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60eee036196da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สปสช.เขต 4 สระบุรี จ่ายเงินช่วยเหลือผู้เสียหายจากวัคซีนโควิด 8 ราย กว่า 4 แสนบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.64 - สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 4 สระบุรี จัดประชุม คณะอนุกรรมการพิจารณาวินิจฉัยคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นวานนี้(2 มิ.ย.) กรณีผู้รับบริการได้รับความเสียหาย จากการรับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 หรือโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) ครั้งที่ 2/2564 ผ่านระบบ ZOOM เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยมี นพ.ชลอ ศานติวรางคณา ผู้อำนวยการ สปสช.เขต 4 สระบุรีเป็นประธานและดำเนินการประชุม มีอนุกรรมการเข้าร่วมครบองค์ประชุม ประกอบด้วย พญ.ปองรัตน์ นิรมิตหาปัญญา นพ.สราวุธ ครองสัตย์ นางลักษณา ศังขชาต และนายเอนก มณีนาค มีนายจักรินทร์ ฆ้องวงษ์ สปสช.เขต 4 สระบุรี เป็นเลขานุการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลอ กล่าวว่า การพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีประชาชนไทยทุกคนและทุกสิทธิการรักษาที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ตามแผนงานโครงการที่ภาครัฐจัดให้แล้วได้รับความเสียหาย ได้รับผลกระทบหรือเสียชีวิต สามารถยื่นคำร้องได้ทันที ไม่ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ เพราะเป็นการใช้หลักการช่วยเหลือเบื้องต้น ไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิด อาจเป็นเรื่องของเหตุสุดวิสัย และเมื่ออนุกรรมการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้ว ภายหลังหากพิสูจน์ทางการแพทย์แล้วพบว่าไม่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีนโควิด-19 เราก็จะไม่เรียกเงินคืนเนื่องจากถือว่าเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น ซึ่งเป็นกลไกทางสังคมในการให้ความช่วยเหลือ ไม่ใช่กลไกทางการแพทย์ที่พิสูจน์สาเหตุ จึงต้องมีความรวดเร็วเพื่อบรรเทาผลที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลอ กล่าวต่อว่า ในการพิจารณาเมื่อคณะอนุกรรมการได้รับเรื่องและมีมติอนุมัติช่วยเหลือแล้วนั้น จะพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือภายใน 5 วัน ซึ่งจะครอบคลุมเฉพาะวัคซีนโควิด-19 ที่รัฐบาลจัดหาให้เท่านั้น โดยมีเกณฑ์จ่ายในกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรจะได้รับการช่วยเหลือไม่เกิน 4 แสนบาท กรณีสูญเสียอวัยวะหรือพิการช่วยเหลือไม่เกิน 2.4 แสนบาท และกรณีเกิดภาวะเจ็บป่วยที่ต้องรับการรักษาไม่เกิน 1 แสนบาท ซึ่งจะช่วยเหลือจำนวนเท่าใดนั้น เป็นการพิจารณาของอนุกรรมการฯ ตามภาวะความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในพื้นที่เขต 4 สระบุรี ซึ่งรับผิดชอบ 8 จังหวัดได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทองและนครนายก ได้มีการพิจารณาการจ่ายเงินช่วยเหลือแล้ว จำนวน 8 ราย รวมเป็นเงิน &amp;nbsp;469,500 บาท เป็นชาย 2 ราย และหญิง 6 ราย โดยส่วนใหญ่มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย จำนวน 4 ราย คิดเป็นร้อยละ 50 เจ็บป่วยรุนแรงที่ต้องนอนโรงพยาบาล 3 ราย คิดเป็นร้อยละ 37.5 และเสียชีวิต 1 ราย คิดเป็นร้อยละ 12.5 อายุระหว่าง 23-50 ปี อายุน้อยสุด 23 ปี และอายุมากที่สุด 50 ปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรณีผู้ที่เสียชีวิต คือ นายสมชาย ม่วงวัง อายุ 50 ปี รับวัคซีนโควิด-19 ที่จังหวัดปทุมธานี คณะอนุกรรมการพิจารณามีความเห็นว่าได้รับความเสียหาย เป็นอาการที่เกิดหลังจากการรับวัคซีน มีอาการแน่นหน้าอกตลอด และเสียชีวิตหลังได้รับวัคซีน 5 วัน และผู้ได้รับผลกระทบเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ต้องเป็นผู้ดูแลบิดา มารดา และเป็นผู้หารายได้หลักของครอบครัว จึงลงมติเสนอจ่ายเงินช่วยเหลือ 400,000 บาท&amp;rdquo; นพ.ชลอ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากประชาชนที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 สงสัยว่าจะมีอาการเจ็บป่วยที่มีเหตุจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 รวมถึงในกรณีที่เสียชีวิต ทั้งตัวผู้ฉีดวัคซีนหรือญาติสามารถยื่นคำร้องได้ที่โรงพยาบาลที่รับฉีดวัคซีน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และสำนักงาน สปสช. ได้ทันที โดยจะมีคณะอนุกรรมการฯ ระดับพื้นที่พิจารณาคำร้อง หรือสามารถติดต่อผ่านช่องทางโซเชียลได้ที่ Facebook สปสช.เขต 4 สระบุรี ตลอดเวลา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105125</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนโควิด19, สปสช, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b84199d360c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
