<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาลย้ำนายกฯยังห่วงประชาชนเรื่องโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการกระจายชุดตรวจเร็ว ATK 8.5 ล้านชุดของ สปสช. ว่าสำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงเพื่อเร่งการตรวจหาเชื้อโควิด-19 รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยมีแนวทางการกระจายชุดตรวจในกรุงเทพ &amp;nbsp;2.4 ล้านชุด และ ปริมณฑลและต่างจังหวัด 5.6 ล้านชุด &amp;nbsp;อีก 5 แสนชุด จะจัดสำรองไว้ที่ สปสช และกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อแจกจ่ายในการลงพื้นที่และร้านขายยาในพื้นที่กรุงเทพ และปริมณฑล ที่ยังตกหล่น ซึ่งขณะนี้ องค์การเภสัชได้ทยอยส่งมอบให้กับ สปสช. แล้ว 7,068,600 ชุด กระจายทั่วประเทศกว่า 6.7 ล้านชุด และผ่านแอปฯ เป๋าตัง แล้ว 95,727 ชุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มเสี่ยงประกอบด้วย 1. กลุ่มผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง 7 โรค ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน 2. กลุ่มผู้ที่สงสัยว่ามีอาการติดเชื้อ มีไข้ ไอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส หายใจหอบลำบาก 3. ผู้ที่อยู่ร่วมบ้านกับผู้ติดเชื้อโควิด และ 4. ผู้ที่ทำงานประสานงานในชุมชน &amp;nbsp; โดยประชาชนสามารถขอรับชุดตรวจได้ที่ อสม./อสส. หรือหน่วยบริการในพื้นที่ใกล้บ้าน ที่มีป้ายสีเหลืองว่าจุดแจกชุดตรวจโควิด ATK ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง 2. แอปพลิเคชันเป๋าตัง ตอบคำถามเพื่อประเมินความเสี่ยง และ 3. พื้นที่ชุมชนแออัด ตลาด จะมี อสส. และ อสม. ไปประสานและแจกชุดตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรุงเทพมหานคร เนื่องจากเป็นพื้นที่พิเศษได้เน้นการกระจายไปยังชุมชนต่าง ๆ และสถานประกอบการที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ประกอบด้วย สำนักงานเขตและศูนย์บริการสาธารณสุขจะแจกในกลุ่มตลาดจำนวน 410,000 ชุด กลุ่มร้านเสริมสวย 20,000 ชุดกลุ่มร้านนวด สปา 56,000 ชุดกลุ่มครู อาจารย์ 300,000 ชุดกลุ่มชุมชน 420,000 ชุดและกลุ่มขนส่งสาธารณะ 440,000 ชุด รวมทั้งแจกผ่านช่องทางหน่วยบริการ ได้แก่ โรงพยาบาล คลินิกและร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ในแอปเป๋าตัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า ในส่วนกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับชุดตรวจเร็ว ATK แล้ว แนะนำว่าต้องทดสอบทันทีหรือไม่เกิน 24 ชั่วโมงและขอให้แจ้งผลตรวจเข้าระบบทุกครั้ง หากพบผลบวกหรือติดเชื้อจะสามารถเข้าระบบการรักษาได้ทันทีทั้งการดูแลที่บ้าน (Home Isolation) &amp;nbsp;การดูแลโดยชุมชน (Community Isolation) และสถานพยาบาล เพื่อความปลอดภัยของตนเองและคนรอบข้าง แม้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะลดลง สถานการณ์ดีขึ้น แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยังห่วงใยพี่น้องประชาชน ภาคธุรกิจ เอกชน ผู้ประกอบการ ต้องคงมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด เน้นการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) ทั้งนี้รัฐบาลพร้อมดูแลเคียงข้างประชาชน เพื่อเราทุกคนจะผ่านพ้นสถานการณ์ดังกล่าวนี้ไปได้ด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117502</URL_LINK>
                <HASHTAG>ATK, การกระจาย, นายธนกร วังบุญคงชนะ, สปสช., โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149a9b5227b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 10:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สปสช.พิษณุโลกประเดิมแจกATKฟรีแล้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้เป็นวันแรกที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)จังหวัดพิษณุโลก แจกชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit หรือ ATK ฟรี คนละ 2 ชุดผ่านร้านขายยาที่มีเภสัชกรให้คำปรึกษากระจายกันไปทุกอำเภอของจังหวัดพิษณุโลก โดยช่วงเช้าที่ผ่านมาที่ร้านขายยาสหภัณฑ์เภสัช ซึ่งเภสัชกรประจำร้านได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit หรือ ATK สปสช.ได้กระจายชุดตรวจโควิด-19 Antigen Test Kit ได้ดำเนินการกระจายจำนวน 8.5 ล้านชิ้นให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงทุกสิทธิการรักษา ไม่ว่าจะเป็นสิทธิบัตรทอง ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับใช้ตรวจโควิดด้วยตนเองเพื่อป้องกัน ควบคุมและลดการระบาดของการแพร่เชื้อโควิด-19 โดยจะแจกให้คนละ 2 ชุด ห่างกัน 5 วัน ซึ่งทางร้านได้รับจัดสรรมาทั้งหมด 450 ชุดกระจายกันไปทุกอำเภอของจังหวัดพิษณุโลกโดยมีกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่มคือ ผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ และผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง 7 โรค (ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด)/ผู้ที่สงสัยว่ามีอาการติดเชื้อ (มีไข้ ไอ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส หายใจหอบ หายใจลำบาก)/ผู้ที่อยู่ร่วมบ้านกับผู้ติดเชื้อโควิด/ผู้ที่ทำงานประสานงานในชุมชน สามารถเข้าถึงและขอรับชุดตรวจได้สองกรณีคือ กรณีประชาชนที่มีสมาร์ทโฟนให้ประเมินความเสี่ยงผ่านแอปฯเป๋าตัง โดยตอบคำถาม 3 ข้อ และไปรับชุด ATK ได้ที่คลินิกและร้านยาที่เข้าร่วมโครงการ โดยสังเกตสัญลักษณ์ร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการจุดแจกชุดตรวจโควิด ATK ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง กรณีประชาชนไม่มีสมาร์ทโฟนสามารถไปขอรับได้ที่โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ โดยเจ้าหน้าที่จะทำการคัดกรองและยืนยันตัวตนให้ ทั้งนี้ ประชาชนจะได้รับคนละ 2 ชุด และต้องตรวจห่างกัน 5 วันทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน สปสช. 1330
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117496</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit, ATK, จังหวัดพิษณุโลก, สปสช., สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614aa8dc929f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117169</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สปสช.วอนคนรับแจกATK ไปแล้วอย่าเอาไปดอง ตรวจหาเชื้อทันที พบรับไป 1.2แสน ตรวจแค่6%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 ก.ย.64-นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ตามที่ สปสช.ได้ดำเนินการนโยบายแจกชุดตรวจ &amp;ldquo;แอนติเจน เทสต์ คิท&amp;rdquo; (Antigen Test Kit : ATK) เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยตนเอง โดยเริ่มแจกจ่าย ATK แล้วเมื่อวันที่ 16 ก.ย. เป็นวันแรก จากข้อมูลองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ได้แบ่งการตรวจรับ ATK เป็น 4 งวด งวดที่ 1 จำนวน 1.167 ล้านชุด ตรวจรับเรียบร้อยแล้ว และมีการกระจายไปที่ร้านยา และคลินิกชุมชนอบอุ่นใน กทม. รวมถึงหน่วยบริการในจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดโควิด-19 เขตสีแดงเข้มที่จัดส่งแล้ว คือ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา สระบุรี นนทบุรี ตาก และอุตรดิตถ์เรียบร้อยแล้ว ส่วนงวดที่ 2 และงวดที่ 3 จำนวน 2.155 ล้านชุด และ 1.4 ล้านชุด ตรวจรับแล้วเสร็จแล้วเมื่อวันที่ 17 ก.ย. และจัดส่งไปยังหน่วยบริการในเขต 4, 5, 6, 11 และเขต 12 เรียบร้อยแล้วเช่นกัน ส่วนงวดที่ 4 จำนวน 3.778 ล้านชุด ที่เป็นล็อตสุดท้าย จะมีการตรวจรับอีกครั้งในวันที่ 22 ก.ย. นี้ โดยจะทยอยส่งให้กับหน่วยบริการในเขต 1, 2, 3, 8, 9 และเขตที่ 10 ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภาพรวมวันที่ 19 ก.ย. 64 ณ เวลา 15:05 น. มีประชาชนรับชุดตรวจ ATK แล้วทั้งสิ้นจำนวน 60,691 ราย รวมจำนวน 121,922 ชุด ในจำนวนนี้เป็นการขอรับผ่านแอปเป๋าตัง 60,944 ราย ส่วนอีก 17 ราย เป็นการแจกโดย อสม. และขณะนี้พบผลเป็นบวก 54 ราย ได้แก่ กทม. 34 ราย สมุทรปราการ 9 ราย นนทบุรี 5 ราย ภูเก็ต 3 ราย สระบุรี 2 ราย และอยุธยา 1 ราย ซึ่งเข้าสู่ระบบการรักษาตามขั้นตอนแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลรายงานการรับชุดตรวจ ATK พบว่า ประชาชนที่รับชุดตรวจ ATK มีการบันทึกผลตรวจเข้ามาในระบบเพียง 6,947 รายเท่านั้น หรือคิดเป็น 6% จากจำนวนชุดตรวจ ATK ที่แจกไป ดังนั้นจึงขอความร่วมมือประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่รับ ATK ไปแล้ว ขอให้รีบตรวจหาเชื้อโดยเร็ว เพื่อที่จะได้เข้าสู่ระบบติดตามและเฝ้าระวัง ที่จะมีผลต่อการลดการแพร่ระบาดในประเทศ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่รับชุดตรวจ ATK ไปแล้ว ขอความร่วมมือในการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยเร็ว และรายงานผลการตรวจผ่านระบบเป๋าตัง เพื่อที่จะนำไปสู่การรักษาและลดการแพร่ระบาดต่อไป&amp;rdquo; เลขาธิการ สปสช. กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117169</URL_LINK>
                <HASHTAG>ATK, นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี, สปสช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc54e57e16c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116800</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สปสช.เผยตั้งแต่พ.ค.จ่ายเงินผู้มีอาการหลังฉีดวัคซีน 3,224 ราย วงเงิน157 ล้าน กทม.มากสุด914ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
15ก.ย.64- นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ สปสช.เปิดให้ผู้มีอาการไม่พึงประสงค์หลังจากฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 สามารถยื่นขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. 2564 ข้อมูลจนถึงวันที่ 10 ก.ย. 2564 ที่ผ่านมา มีผู้ยื่นคำร้องเข้ามาทั้งหมดจำนวน 4,333 รายและยังอยู่ระหว่างรอข้อมูลเพิ่มเติมอีก 105 ราย โดยทางคณะอนุกรรมการระดับเขตได้พิจารณาจ่ายเงินชดเชยแล้ว 3,224 ราย และพิจารณาไม่จ่าย 1,004 ราย รวมเป็นเงินที่จ่ายชดเชยเบื้องต้นไปแล้ว 157,295,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จเด็จ กล่าวว่า หลักเกณฑ์การพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นจะแบ่งเป็น 3 ระดับตามความรุนแรงของอาการไม่พึงประสงค์นั้นๆ โดยระดับ 1 มีอาการป่วยต้องรักษาต่อเนื่อง จ่ายไม่เกิน 1 แสนบาท มีผู้รับเงินเยียวยาแล้ว 2,892 ราย ระดับ 2 เกิดความเสียหายถึงขั้นสูญเสียอวัยวะหรือพิการจนมีผลต่อการดำรงชีวิต จ่ายไม่เกิน 2.4 แสนบาท มีผู้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว 21 ราย และ ระดับ 3 กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร จ่ายไม่เกิน 4 แสนบาท มีญาติผู้เสียชีวิตรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว 311 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จเด็จ กล่าวด้วยว่า หากพิจารณาแยกตามเขต พบว่าสปสช.เขต 13 กทม. มีผู้ยื่นคำร้องเข้ามามากที่สุด จำนวน 914 ราย รองลงมาคือ สปสช.เขต 1 เชียงใหม่ จำนวน 618 ราย และ สปสช.เขต 10 อุบลราชธานี 499 ราย อย่างไรก็ดี หากพิจารณาจากจำนวนเงินที่มีการจ่ายเยียวยาไป พบว่า สปสช.เขต 13 กทม. จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 17,033,000 บาท รองลงมาคือ สปสช.เขต 4 สระบุรี 16,971,500 บาท และ สปสช.เขต 10 อุบลราชธานี จ่ายเงินแล้ว 15,576,700 บาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จเด็จ กล่าวว่า หลักการจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของ สปสช.นั้น ไม่ไช่การพิสูจน์ถูกผิดหรือชี้ชัดว่าเป็นผลที่เกิดจากการฉีดวัคซีนแต่อย่างใด แต่เป็นเงินเยียวยาเพื่อลดผลกระทบที่เกิดแก่ประชาชนเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น ซึ่งแม้ในภายหลังจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าสาเหตุของอาการต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากวัคซีน ก็ไม่เป็นเหตุให้เรียกเงินคืนแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 สามารถยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นได้ใน 3 จุด คือ ที่หน่วยบริการที่ไปรับการฉีด ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือที่ สปสช.เขตพื้นที่ ซึ่งหลังจากได้รับคำร้องแล้ว จะมีคณะอนุกรรมการในระดับเขตซึ่งประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนภาคประชาชนเป็นผู้พิจารณาว่าจะจ่ายเงินเยียวยาหรือไม่และจ่ายเป็นจำนวนเท่าใด ตามหลักฐานทางการแพทย์และระดับความหนักเบาของอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้น เมื่อมีผู้มายื่นคำร้องแล้ว คณะอนุกรรมการฯ ระดับเขตพื้นที่จะเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งในกรณีที่ผู้ยื่นคำร้องไม่เห็นด้วยกับผลการวินิจฉัย ก็มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อเลขาธิการ สปสช. ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบผลการวินิจฉัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116800</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี, สปสช., อาการไมพึงประสงค์หลังฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc54e57e16c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 14:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แอป&#039;เป๋าตัง &#039;เปิดรับลงทะเบียน รับ ATK ฟรี 16ก.ย.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
8ก.ย.64-ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมอบให้ สปสช. เร่งกระจาย ATK (Antigen Test Kit) จำนวน 8.5 ล้านชุด ให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยง เพื่อใช้ในการตรวจโควิด-19 โดย สปสช. ขณะนี้ได้เร่งประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร สภาเภสัชกรรมเพื่อแจกที่ร้านยา รวมถึงหน่วยงานและแกนนำในชุมชน เพื่อกระจายให้กับประชาชนที่เป็นกลุ่มเปราะบาง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ในส่วนของการกระจาย ATK ผ่านหน่วยบริการ จากข้อมูลที่รายงานในที่ประชุม สปสช. เพื่อติดตาม ขณะนี้มีหน่วยบริการได้ทยอยส่งข้อมูลความต้องการ ATK มายัง สปสช. แล้ว ล่าสุดอยู่ที่ 1.6 ล้านชุด จากหน่วยบริการ 150 แห่ง และในวันนี้จะมีการส่งข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในส่วนของการแจกในชุมชน อย่างไรก็ตามด้วยหลายจังหวัดที่เกิดคลัสเตอร์โควิด-19 ระบาดขึ้นอีก ทำให้มีการขอ ATK เพิ่มเติมเข้ามา ซึ่ง สปสช.จะมีการพิจารณาจัดสรรต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทพ.อรรถพร กล่าวว่า ส่วนความพร้อมของแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; เพื่อให้ประชาชนลงทะเบียนรับชุดตรวจ ATK และคัดกรองประเมินความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 นั้น ต้องขอบคุณธนาคารกรุงไทยที่ร่วมพัฒนาระบบรองรับที่มีความคืบหน้าไปมาก รวมถึงระบบ&amp;ldquo;ถุงเงิน&amp;rdquo; ที่รองรับการให้บริการของหน่วยบริการ คลินิกและร้านยา รวมถึงการลงทะเบียนของอาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) ในพื้นที่กรุงเทพฯ และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในต่างจังหวัด ที่ลงพื้นที่เพื่อนำส่ง ATK ให้กับประชาชนในชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทีมพัฒนาระบบของธนาคารกรุงไทย ได้เริ่มวางระบบลงทะเบียนรับ ATK ในแอป &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; แล้ว และแจ้งว่าจะมีการอัพเดทระบบและเปิดให้ประชาชนเริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2564 เป็นต้นไป ซึ่งประชาชนสามารถเข้าแอปเป๋าตังและคลิกที่ &amp;ldquo;รับชุดตรวจโควิด-19 ฟรี&amp;rdquo; เพื่อประเมินว่าเข้าเกณฑ์กลุ่มเสี่ยงหรือไม่ก่อนรับชุดตรวจ ATK ระหว่างนี้ประชาชนท่านใดที่มีแอปเป๋าตังแล้ว ให้รอการอัพเดทจากแอปวันที่ 16 กันยายนนี้ จะมีเมนู &amp;ldquo;รับชุดตรวจโควิด-19 ฟรี&amp;rdquo; ส่วนท่านใดที่ยังไม่มีแอปเป๋าตัง สามารถดาวน์โหลดได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปแล้วรอการอัพเดทจากแอปวันที่ 16 กันยายน 2564 ได้เช่นกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของประชาชนที่ไม่มีมือถือสมาร์ทโฟน สามารถถือบัตรประชาชนไปขอรับชุดตรวจได้ที่ รพ. และ รพ.สต. หรือศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) ในพื้นที่ กทม. ส่วนการรับ ATK ที่ร้านขายยาและคลินิที่เข้าร่วมโครงการนั้น เฉพาะผู้ที่มีมือสมาร์ทโฟนเท่านั้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวต่อว่า ในสัปดาห์นี้เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม สปสช. จะมีการประชุมผู้แทนหน่วยบริการทั้งภาครัฐและเอกชน ผู้แทนคลินิกและร้านยาที่ร่วมโครงการ เพื่อชี้แจงแนวทางการจ่าย ATK ให้ประชาชน รวมถึงการเบิกจ่ายค่าบริการในวันที่ 10 กันยายน 2564 พร้อมกันนี้ยังมีการจัด Facebook live เพื่อประชาสัมพันธ์ ให้ข้อมูลการแจก ATK กับประชาชนด้วย ซึ่งจะจัดในวันที่ 15 กันยายน 2564 เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะดีเดย์เริ่มแจก ATK พร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 16 กันยายน 2564 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116043</URL_LINK>
                <HASHTAG>ATK, สปสช., แอปเป๋าตัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_6138619d9c46c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 07:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 07:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>End-to-End บริการเยียวยาโควิด-19 ครบจบในที่เดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยที่ยังคงรุนแรงต่อเนื่อง และในระลอก 3 นี้สร้างผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจและชีวิตของคนในสังคมอย่างมากมายมหาศาล ประชาชนทุกคนจำเป็นต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความโกลาหลและจำเป็นต้องมีกำลังใจอย่างสูงที่จะใช้ต่อสู่กับสถานการณ์ดังกล่าว ด้วยเหตุนี้กลุ่ม ปตท. จึงได้จัดตั้ง &amp;ldquo;โครงการลมหายใจเดียวกัน&amp;rdquo; ขึ้นมา เพื่อเป็นอีกความร่วมมือร่วมใจที่จะเพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาวิกฤตโควิด-19 ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พร้อมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) สำนักงานหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) และพันธมิตรทางการแพทย์ได้แก่ มูลนิธิโรงพยาบาลในเครือบางปะกอกฯ และโรงพยาบาลปิยะเวท จัดตั้ง &amp;ldquo;หน่วยคัดกรอง และโรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End)&amp;rdquo; ขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่ยังคงมีตัวเลขที่สูง และมุ่งหวังที่จะมีส่วนในการช่วยลดการเสียชีวิต บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยเร็วที่สุด โดยหน่วยคัดกรอง และ โรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End) แห่งนี้มีการทำงานภายใต้ข้อกำหนดที่ต้อง &amp;ldquo;ตรวจเร็ว แยกเร็ว รักษาเร็ว&amp;rdquo; ซึ่งจะเป็นการตรวจรักษาแบบครบวงจร และยังเป็นต้นแบบที่ภาคธุรกิจจับมือกับภาครัฐอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ผู้ที่ต้องการจะเข้าใช้บริการ จำเป็นจะต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน QueQ ผ่านการให้บริการของทั้งแอนดรอยและ IOS ก่อน แล้วเข้าไปกดเลือกเมนู : บริการสาธารณะ เมื่อเข้ามาแล้วจะมีให้เลือกรูปแบบบริการ ไปที่โครงการลมหายใจเดียวกัน ที่ระบุสถานที่เป็น EnCo Terminal (ศูนย์ลูกเรือฯ เดิม เยื้องสนามบินดอนเมือง) &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และทำการลงทะเบียนโดยมีขั้นตอนดังนี้ 1. ลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก พร้อมลงทะเบียนใน Link สปคม. ที่แนบในแอป 2.เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยจะได้เลข 4 หลัก ส่งมาทางโทรศัพท์ซึ่งผู้ลงทะเบียนจะต้องจดเลข 4 หลักไว้เพื่อแสดงในวันตรวจโควิด-19 ณ หน่วยคัดกรอง รับตรวจ ตามวันและรอบเวลาที่ลงทะเบียนเท่านั้น เพื่อลดความแออัดของจุดตรวจ ซึ่งบริการนี้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การบริการดังกล่าวประกอบด้วย 4 จุดหลัก ได้แก่ จุดที่ 1 หน่วยคัดกรอง โครงการลมหายใจเดียวกัน ณ อาคาร&amp;nbsp;EnCo Terminal หรือ EnTer ของ บริษัท Energy Complex กลุ่ม ปตท. ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ เพื่อใช้เป็นจุดคัดกรองสำหรับกลุ่มเสี่ยง มีการวางระบบดิจิทัลเพื่อลงทะเบียน และเริ่มจากการตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) และหากพบว่ามีความเสี่ยงติดเชื้อ จะนำส่งตรวจ RT-PCR ต่อไป เพื่อให้การแสดงผลนั้นแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยระดับสีเขียวที่ตรวจพบ สามารถทำการดูแลตัวเองเบื้องต้นที่บ้านหรือในชุมชน (Home or Community Isolation) โดยจะได้รับมอบ &amp;ldquo;กล่องพลังใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; ประกอบไปด้วยชุดอุปกรณ์ทางการแพทย์และยาที่จำเป็น รวมทั้งระบบติดตามอาการ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่จุดให้บริการที่ 2 , 3 และ 4 จะจัดเตรียมเป็นโรงพยาบาลสนามครบวงจร โครงการลมหายใจเดียวกัน เพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 รองรับการรักษาผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ทุกระดับความรุนแรง ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลปิยะเวท โดยโรงพยาบาลสนามครบวงจรแห่งนี้ เป็นการระดมกำลังของกลุ่ม ปตท. ทั้งด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อแบ่งเบาภาระและบรรเทาปัญหาการขาดแคลนเตียงในพื้นที่กรุงเทพฯ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยโรงพยาบาลสนาม สำหรับผู้ป่วยระดับ &amp;ldquo;สีเขียว&amp;rdquo; เปิดให้บริการในรูปแบบของ Hospitel กระจายไปในหลายโรงแรมในกรุงเทพฯ จำนวนกว่า 1,000 เตียง รองรับผู้ป่วยที่ส่งต่อมาจากหน่วย คัดกรองอย่างเป็นระบบ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับผู้ป่วยระดับ &amp;ldquo;สีเหลือง&amp;rdquo; คือผู้ป่วยที่มีอาการในระดับหนักขึ้น เปิดให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ มีเตียงผู้ป่วยจำนวน 300 เตียง มีระบบออกซิเจน ต่อ Direct Tube ส่งตรงถึงทุกเตียงผู้ป่วย พร้อมเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมของกลุ่ม ปตท. เพื่อให้การดูแล คนไข้ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เตียงพลาสติกรับน้ำหนักสูง หุ่นยนต์ CARA เป็นหุ่นยนต์ลำเลียงเพื่อช่วยบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลคนไข้ รวมถึงหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อ Xterlizer UV Robot &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และโรงพยาบาลสนาม สำหรับผู้ป่วยระดับ &amp;ldquo;สีแดง&amp;rdquo; จัดสร้างโรงพยาบาลสนาม ICU บนพื้นที่ 4 ไร่ สำหรับผู้ป่วยจำนวน 120 เตียง ให้บริการสำหรับผู้ป่วยอาการหนัก โดยปรับพื้นที่โล่งของโรงพยาบาลปิยะเวท เป็นสถานที่ก่อตั้ง โดยจัดทำห้องรักษาความดันลบแยกรายผู้ป่วย ห้องละ 1 เตียง พร้อมระบบ Direct Tube ส่งท่อออกซิเจน ตรงทุกห้องผู้ป่วย และมีการติดตั้งถังออกซิเจนเหลวขนาด 10,000 ลิตรพร้อมห้องฉุกเฉินให้บริการ ตลอด 24 ชั่วโมง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โควิด-19 ยังอยู่กับสังคมมนุษย์ไปอีกสักระยะหนึ่ง แม้หลายเมืองหลายประเทศจะมีการควบคุมได้อย่างดีและไม่มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่สามารถลดความเสี่ยงจนเป็น 0% ได้ ขณะที่หลายๆ&amp;nbsp; ประเทศยังคงต้องรับผลกระทบที่รุนแรงจากวิกฤตนี้อยู่ เช่นเดียวกับประเทศไทยที่ยังต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าว ซึ่งเชื่อว่าด้วยความร่วมแรงร่วมใจของคนในสังคม รวมถึงการเข้ามามีส่วนร่วมของบริษัทชั้นนำของประเทศเพื่อต่อสู่กับวิกฤตดังกล่าว จะเป็นส่วนสำคัญที่จะผลักดันประเทศไทยสามารถผ่านพ้นปัญหาไปได้ด้วยดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114865</URL_LINK>
                <HASHTAG>End-to-End, Home or Community Isolation, QueQ, กระทรวงสาธารณสุข, กล่องพลังใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน, ตรวจเร็ว แยกเร็ว รักษาเร็ว, บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน, บริการเยียวยาโควิด-19, ปตท., พันธมิตรทางการแพทย์, มูลนิธิโรงพยาบาลในเครือบางปะกอกฯ, สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง, สปคม., สปสช., สำนักงานหลักประกัน, สุขภาพแห่งชาติ, หน่วยคัดกรอง และโรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End), อาคาร Enco Terminal, โครงการลมหายใจเดียวกัน, โรงพยาบาลปิยะเวท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210828/image_big_612a3100de675.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดึงร้านขายยาช่วยคุมโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ปรับแผนใหม่ ฝากตัวกับ &amp;quot;ร้านขายยา&amp;quot; สปสช.เตรียมใช้เป็นกลไก แจก ATK 8.5 ล้านชุด ติดตามอาการ จ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ถ้าผลตรวจบวก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่รองอธิบดีกรมควบคุมโรคเผยแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​แจ้งส่งวัคซีนให้ไทยเดือนส.ค.&amp;nbsp; 5.4 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2564 นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยในที่ประชุมชี้แจงแนวทางการจ่ายชุดตรวจโควิด Antigen Test Kit (ATK) ให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสำหรับร้านยาแผนปัจจุบันประเภท 1 และคลินิกพยาบาล เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2564 ตอนหนึ่งว่า คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ได้มีมติให้ สปสช.ดำเนินการจัดหาชุดตรวจโควิด Antigen test kit (ATK) จำนวน 8.5 ล้านชุด แจกให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถตรวจหาเชื้อโควิด-19 ได้ด้วยเอง ในช่วงเดือน ส.ค.- ก.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หลังสิ้นสุดเดือน ก.ย. ก็จะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้ง หากมีความจำเป็นจะต้องซื้อเพิ่ม สปสช.ก็จะดำเนินการ&amp;rdquo; นพ.จเด็จกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จเด็จกล่าวต่อไปว่า คาดว่าสถานการณ์โควิด-19 ในปีงบประมาณหน้าจะยังมีความรุนแรง ฉะนั้นชุดตรวจโควิด ATK จำนวน 8.5 ล้านชุด จึงเป็นประเด็นสำคัญ โจทย์คือจะทำอย่างไรให้ชุดตรวจเหล่านั้นกระจายถึงมือประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รวดเร็วและกว้างขวางที่สุด เพื่อลดอุปสรรคในการเข้าถึงบริการของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สปสช.ถือโอกาสขอความร่วมมือ ชักชวนร้านขายยาเป็นหน่วยกระจายชุดตรวจโควิด ATK เนื่องจากร้านขายยาทั่วประเทศที่ขึ้นทะเบียนอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน (ขย.1) นั้นมีจำนวนมาก และน่าจะมีบุคลากรที่คอยแนะนำการตรวจให้กับประชาชนได้ ในกรณีตรวจแล้วพบว่าติดเชื้อหรือผลเป็นบวกก็จะขอความร่วมมือให้ร้านขายยาเป็นกลไกในการให้คำแนะนำในการดูแล หรือส่งต่อเข้าสู่กระบวนการรักษาด้วยวิธี Home isolation (HI)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ บอร์ด สปสช.ยังมีมติมอบให้ สปสช.จัดหายาต้านไวรัสฟาวิพิราเวียร์เพิ่มเติม ซึ่งถ้าตามข่าวในขณะนี้จะพบว่าผู้ป่วยโควิดจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงยา ด้วยเหตุที่ว่าหน่วยบริการที่ช่วยดำเนินการอาจจะยังน้อยเกินไป หรือระบบการกระจายยายังไม่มีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อันนี้เป็นแนวคิดต่อเนื่องว่าถ้าประสบความสำเร็จ เราอาจจะขยายไปสู่การเป็นจุดกระจายยาที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วยโควิด&amp;nbsp; ถ้าร้านขายยาทั่วประเทศร่วมมือกันก็อาจจะขยายไปสู่การให้ยาผู้ป่วยในบางส่วนได้ หรือถ้าไกลกว่านั้น ก็อาจจะขอให้ร้านขายยามาช่วยทำ Home Isolation ในบทบาทที่ร้านขายยาสามารถทำได้ แต่ทั้งหมดนี้ขอเริ่มที่ชุดตรวจ ATK ก่อน&amp;rdquo; นพ.จเด็จกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ผศ.รุ่งเพ็ชร สกุลบำรุงศิลป์ ผู้แทนนายกสภาเภสัชกรรม กล่าวว่า สิ่งที่อยากจะแนะนำคือ สปสช. น่าจะต้องมีรายชื่อ เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน ที่มีรายชื่อร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด ประกอบด้วย ชื่อร้าน สถานที่ตั้ง และเบอร์ติดต่อ ส่วนตัวคิดว่าหากมีแอป จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถพูดคุยโดยตรงกับร้านขายยาเพื่อลดการเดินทางของประชาชนกลุ่มเสี่ยง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เมื่อผู้ป่วยได้รับชุดตรวจ ATK แล้วอาจจะต้องศึกษาวิธีการใช้ผ่านวิดีโอ หรือเอกสารกำกับการใช้งาน ซึ่งอาจจะต้องเฉพาะเจาะจงกับชุดตรวจที่ประชาชนได้ไป เนื่องจากชุดตรวจแต่ละชุดอาจจะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน เมื่อผู้ป่วยตรวจเชื้อแล้วก็อาจจะแนะนำให้ส่งเป็นรูป และแจ้งผลการตรวจมาที่ร้านขายยา โดยร้านขายยาก็จะแปลผลและอธิบายเพื่อชี้แจงให้กับผู้ป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ผู้ป่วยมีผลเป็นบวกและสามารถเข้ารับการรักษาในระบบ Home Isolation ร้านขายยาสามารถดูแลให้คำปรึกษาและติดตามอาการ ตรงนี้ก็จะเป็นบริการที่จะสามารถช่วยผู้ป่วยได้ เพราะผู้ป่วยโควิด-19 หลายรายไม่มีอาการ หรือมีอาการน้อยมาก ซึ่งก็สามารถดูแลตัวเองได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้มีผู้ป่วยหลายรายที่มีผลเป็นบวก และเภสัชกรเองก็ได้มีการโทร. หรือติดตามอาการผ่านไลน์เป็นระยะ ทำให้ผู้ป่วยก็จะสบายใจขึ้น และเข้าใจว่าไม่จำเป็นต้องเข้าสู่ระบบถ้ายังสามารถดูแลตัวเองได้ ในกรณีที่สะดวกจะกักตัวบ้าน&amp;rdquo; ผศ.รุ่งเพ็ชรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้จัดสรรและกระจายชุดตรวจ Antigen Test Kit ซึ่งรัฐบาลไทยได้รับจากสมาพันธรัฐสวิส จำนวน 1.1 ล้านชุด เพื่อใช้ประโยชน์ตามความเหมาะสมแล้ว โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้กระจายชุดตรวจ ATK ซึ่งได้รับจากสมาพันธรัฐสวิส ตามความจำเป็นเร่งด่วน อย่างทั่วถึง เป็นธรรม ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้จัดสรรไปยังจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด ตามจำนวนผู้ป่วยและความเหมาะสมแล้ว ดังนี้ กรุงเทพมหานครจำนวน 200,000 ชุด, นนทบุรี ปทุมธานี จังหวัดละ 75,000 ชุด, อยุธยา สมุทรสาคร นครปฐม ชลบุรี สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา จังหวัดละ 70,000 ชุด, 4 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา จังหวัดละ 45,000 ชุด และสำรองที่กระทรวงสาธารณสุขจำนวน 150,000 ชุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกรัฐบาลเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับมอบจากสมาพันธรัฐสวิส และได้แจกจ่ายแล้วนี้ จะมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้ไทยสามารถควบคุมจำกัดวงของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ในส่วนของเครื่องช่วยหายใจ จำนวน 102 เครื่อง ที่ได้รับมอบจากสมาพันธรัฐสวิส ในโอกาสเดียวกันนี้ จะได้แจกจ่ายตามความเหมาะสมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงป้องกันโควิด-19 ว่า ในเดือน ส.ค.นี้ ทางบริษัท แอสตร้า​เซน​เน​ก้าฯ ​แจ้งมาว่าส่งวัคซีนมาให้ไทยได้ จำนวน 5.4 ล้านโดส ซึ่งใกล้เคียงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา จำนวน 5.3 ล้านโดส ทางกระทรวงสาธารณสุขยังแนะนำ สูตรการฉีดวัคซีนสลับยี่ห้อ ฉีดวัคซีนซิโนแวค เข็ม 1 แล้วเว้นไป 3 สัปดาห์ จึงฉีดวัคซีนแอสต​ร้า​เซน​เน​ก้า​เป็นเข็ม 2 แล้วประมาณใน 2 สัปดาห์ ภูมิจะขึ้นสูง ใช้ป้องกันสายพันธุ์เดลตาได้ดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น และการปรับการรักษาให้ยารักษาโควิด-19 ฟาวิพิราเวียร์เร็วขึ้น ทำให้จำนวนการใช้ยารักษาโควิดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลล่าสุดจนถึงวันที่ 4 ส.ค.2564 มีความต้องการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ วันละ 8.5 แสนเม็ดต่อวัน ได้จัดสรรลงพื้นที่ทั่วประเทศตั้งแต่ 7​ ก.ค. ถึง 4 ส.ค.ไปแล้ว จำนวน 20.5 ล้านเม็ด ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้มอบให้องค์การเภสัชกรรมจัดหายาเพิ่มเติม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเกิดความมั่นใจ และช่วยชีวิตคนป่วยได้ทันท่วงที โดยใน 3​ เดือนนี้ตั้งแต่ ต.ค.-ธ.ค.2564 ให้จัดหาเพิ่มขึ้นอีก 300 ล้านเม็ด (เดือนละ 100 ล้านเม็ด) โดยเฉพาะเดือน ส.ค.-ก.ย.ให้จัดหา 120 ล้านเม็ด สำหรับยาเรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) ให้จัดหาเพิ่มอีก 1 แสนขวด รวมเป็น 2 แสนขวดภายในเดือน ส.ค.นี้ ให้เพียงพอตามเกณฑ์การรักษาใหม่เพื่อกระจายให้ทุกจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเวชภัณฑ์ที่ใช้ประจำ อาทิ หน้ากาก N 95 หน้ากากอนามัย ชุดกาวน์ ถุงมือ ถุงเท้า รองเท้า หมวกคลุมผม กว่า 11​ รายการ จากข้อมูลมีการใช้เวชภัณฑ์ในแต่ละเดือนมากที่สุดจากทั่วประเทศ เช่น ถุงมือยาง (disposable glove) มีการใช้กว่า 19​ ล้านคู่ รองลงมา หน้ากากอนามัย (surgical mask) กว่า 16​ ล้านชิ้น, หมวกคลุมผม (Disposable cap) 3 ​ล้านชิ้น, ชุดกาวน์ (Coverall &amp;amp; gown) 1.6 ล้านชุด เป็นต้น มีการคาดการณ์การใช้งานเพื่อสำรองให้เพียงพอในการใช้แต่ละเดือน โดยจัดซื้อด้วยงบกลางและงบเงินกู้ มีการจัดสรรไปยังภูมิภาคทุกสัปดาห์ หากพื้นที่ใดไม่เพียงพอ สามารถประสานขอสนับสนุนเวชภัณฑ์เร่งด่วนได้ที่กองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112542</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit, Antigen Test Kit (ATK), COVID-19, ฟาวิพิราเวียร์, ร้านขายยา, สปสช., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc54e57e16c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
