<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 23:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 23:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยอรมนีจับลูกจ้างสถานทูตอังกฤษ สงสัยเป็นสายลับให้รัสเซีย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่เยอรมนีจับกุมชายชาวอังกฤษรายหนึ่งที่ทำงานเป็นลูกจ้างของสถานทูตอังกฤษในเยอรมนี โดยสงสัยว่าเขาขายเอกสารที่ได้จากการล้วงความลับให้รัสเซีย แลกกับเงินตอบแทนที่ไม่ทราบจำนวน รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนีระบุกรณีนี้ร้ายแรงเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของทางการเยอรมนีเมื่อวันพุธที่ 11 สิงหาคม กล่าวว่า ชายชาวอังกฤษคนนี้ซึ่งคำแถลงระบุเพียงชื่อ เดวิด เอส. ถูกจับกุมที่เมืองพอตสดัมในภาคตะวันออกของเยอรมนีเมื่อวันอังคารที่่ผ่านมา ตามหมายจับที่ออกเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม บ้านและที่ทำงานของเขาถูกตรวจค้น และผู้พิพากษาอนุมัติให้ควบคุมตัวเขาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ชายคนนี้ทำงานเป็นลูกจ้างที่สถานทูตอังกฤษในเยอรมนี เอกสารของสำนักงานอัยการกลางเยอรมนีระบุว่า เขาส่งเอกสารที่ได้จากการปฏิบัติอาชีพของเขาให้แก่ตัวแทนของหน่วยข่าวกรองรัสเซียอย่างน้อย 1 ครั้ง และได้รับเงินตอบแทนที่ไม่ทราบจำนวน โดยเชื่อว่าเขาทำงานสอดแนมให้รัสเซียมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 เป็นอย่างช้าที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจับกุมเขาเป็นผลจากปฏิบัติการร่วมกันของเจ้าหน้าที่ทางการเยอรมนีและอังกฤษ โดยกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษยืนยันข่าวการจับกุมบุคคลที่ &amp;quot;มีสัญญาจ้างทำงานให้รัฐบาล&amp;quot; แต่ไม่เผยรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่ตำรวจนครบาลอังกฤษกล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นชายชาวอังกฤษอายุ 57 ปี การกระทำความผิดของเขาเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของหน่วยสืบราชการลับภายใต้กฎหมายเยอรมนี ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในการสอบสวนครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านไฮโก มาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเยอรมนี กล่าวว่า รัฐบาลเยอรมนีกำลังจัดการกับคดีนี้เป็นคดีที่้ร้ายแรงเป็นพิเศษ เพราะถือว่าการคัดเลือกโดยหน่วยข่าวกรองของพันธมิตรใกล้ชิดนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายปีมานี้เยอรมนีจับกุมผู้ต้องสงสัยหลายรายที่ถูกระบุว่าสืบความลับให้รัสเซีย แต่การจับกุมพลเมืองของชาติสมาชิกนาโตนั้นพบได้ยากยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตำรวจเยอรมนีจับกุมนักวิทยาศาสตร์รัสเซียรายหนึ่งที่ทำงานในมหาวิทยาลัยเยอรมนี โดยกล่าวหาว่าเขาทำงานให้หน่วยสืบราชการลับรัสเซียตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 เป็นอย่างน้อย และในเดือนกุมภาพันธ์ อัยการเยอรมนีตั้งข้อหากับชายชาวเยอรมันรายหนึ่ง ฐานต้องสงสัยว่าส่งแปลนห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้แก่หน่วยสืบราชการลับรัสเซียเมื่อปี 2560&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113031</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัสเซีย, ลูกจ้างสถานทูตอังกฤษ, สปาย, สายลับให้รัสเซีย, เยอรมนีจับกุมชาวอังกฤษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_6113f70698a8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72052</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 22:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 22:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิหร่านประหารอดีตล่ามจารกรรมให้ซีไอเอ-มอสซาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อิหร่านประหารชีวิตอดีตล่ามที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานจารกรรมให้สหรัฐและอิสราเอล รวมถึงช่วยระบุตำแหน่งและความเคลื่อนไหวของอดีตนายพลกาเซ็ม สุไลมานี ที่ภายหลังโดนสหรัฐส่งโดรนลอบสังหารในอิรักเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์มีซานออนไลน์ของศาลยุติธรรมอิหร่านรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม กล่าวว่า มะห์มูด มูซาวี มาจิด โดนประหารชีวิตเมื่อเช้าวันเดียวกันนี้จากความผิดฐานจารกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โกลัมฮุสเซน เอสไมลี โฆษกศาล เคยกล่าวไว้ว่า มาจิดโดนตัดสินประหารชีวิตโทษฐานล้วงข้อมูลจากหน่วยงานด้านความมั่นคงหลายแห่ง โดยเฉพาะกองทัพบกและกองกำลังกุดส์ และจารกรรมข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งและความเคลื่อนไหวของนายพลกาเซ็ม สุไลมานี เขารับเงินจำนวนมากจากสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) และหน่วยมอสซาดของอิสราเอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สุไลมานีเป็นผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ซึ่งปฏิบัติการนอกประเทศ การสังหารเขาที่ด้านนอกสนามบินแบกแดดเมื่อเดือนมกราคมทำให้สหรัฐและอิหร่านหมิ่นเหม่ที่จะเปิดศึกกัน อิหร่านตอบโต้สหรัฐด้วยการระดมยิงมิสไซล์โจมตีทหารอเมริกันที่ประจำการในฐานทัพอิรัก แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปลี่ยนใจไม่ตอบโต้ทางทหาร การโจมตีของอิหร่านไม่ทำให้ทหารอเมริกันเสียชีวิต แต่ทหารหลายสิบนายได้รับบาดเจ็บทางสมอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของศาลอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายนกล่าวว่า มาจิดโดนจับกุมราว 2 ปีก่อนและไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการสังหารนายพลสุไลมานี แม้เขาจะไม่ได้เป็นสมาชิกหน่วยรบพิเศษกุดส์ของสุไลมานี แต่การทำหน้าที่ล่ามทำให้เขาเข้าถึงบริเวณที่มีความอ่อนไหวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาถูกจับได้ว่ารับเงินดอลลาร์สหรัฐเพื่อเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับขบวนของที่ปรึกษา, อาวุธยุทโธปกรณ์และระบบสื่อสาร, พวกผู้บัญชาการทหารและความเคลื่อนของพวกเขา, พื้นที่ที่มีความสำคัญทางภูมิศาสตร์, รหัสลับและพาสเวิร์ด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72052</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีไอเอ, ประหารชีวิต, สปาย, อิหร่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f15b7d073400.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2020 21:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2020 21:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่อปูด สวิสสกัดสปายรัสเซียล้วงตับ &#039;ดาวอส&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อสวิสเผย เจ้าหน้าที่สวิสสามารถขัดขวางปฏิบัติการจารกรรมของสายลับรัสเซีย 2 ราย ที่ปลอมตัวเป็นช่างประปาเพื่อสอดแนมที่ประชุมเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัมเมืองดาวอสปีนี้ แต่ตำรวจสวิสและโฆษกสถานทูตรัสเซียปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์ที่ดาวอสเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รอยเตอร์อ้างรายงานของหนังสือพิมพ์ทาเกส-อันไซเกอร์ฉบับวันอังคารที่ผ่านมาว่า ตำรวจสวิสตรวจสอบชาวรัสเซีย 2 รายนี้เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว หลังจากพบว่าพวกเขาเข้ามาที่สกีรีสอร์ตในเมืองดาวอสที่จะใช้เป็นสถานที่จัดการประชุมเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม (ดับเบิลยูอีเอฟ) ครั้งที่ 50 ซึ่งเป็นฉากแล้วในสัปดาห์นี้ ทั้งคู่ถือหนังสือเดินทางทูต และออกจากประเทศไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกตำรวจในรัฐกริสันส์ ในภาคตะวันออกของสวิตเซอร์แลนด์ ยอมรับว่า ชาย 2 คนนี้ซึ่งถือพาสปอร์ตทูตรัสเซีย ถูกตรวจสอบตามปกติที่เมืองดาวอสเมื่อเดือนสิงหาคม 2562 แต่ไม่ได้มีการเชื่อมโยงการมาเยือนเมืองดาวอสของพวกเขากับการประชุมดับเบิลยูอีเอฟ ตำรวจไม่มีเหตุผลให้ควบคุมตัวพวกเขา จึงได้ปล่อยตัวไป อย่างไรก็ดีคำแถลงกล่าวว่า ตำรวจไม่เคยระบุว่าชาย 2 คนนี้เป็นช่างประปา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโฆษกของสถานทูตรัสเซียในกรุงเบิร์นปฏิเสธรายงานข่าวชิ้นนี้เช่นกัน โดยยืนยันว่าทั้งสองเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียที่ได้รับการยอมรับและถือหนังสือเดินทางทูต พวกเขาไม่ใช่คนใช้แรงงานแน่ๆ ขณะที่มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่าไม่เคยรู้เรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประชุมดาวอสเมื่อวันอังคาร ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์โจมตีนักเคลื่อนไหวต่อต้านภาวะโลกร้อนว่า คนพวกนี้เป็นศาสดาพยากรณ์วันสิ้นโลก พวกที่สร้างความตื่นตระหนกเหล่านี้เคยทำนายผิดพลาดมาแล้วหลายครั้ง ท้้งวิกฤติประชากร, การอดอยากครั้งใหญ่ และการสิ้นยุคน้ำมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้นำสหรัฐ เกรียตา ทุนแบร์ย สาวน้อยนักเคลื่อนไหวชาวสวีเดน เพิ่งขึ้นกล่าวตำหนิรัฐบาลทั้งหลายว่าไม่ได้ดำเนินการใดๆ เพื่อแก้ไขวิกฤติโลกร้อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55183</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่างประปา, ดาวอส, รัสเซีย, สปาย, เวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e270c1444a3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 20:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูดสหรัฐขับเจ้าหน้าที่ทูตจีน 2 คน สงสัยสปายฐานทัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นิวยอร์กไทมส์แฉ รัฐบาลสหรัฐแอบเนรเทศเจ้าหน้าที่สถานทูตจีน 2 คนออกจากประเทศอย่างเงียบๆ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ฐานสงสัยมีพฤติกรรมเป็นสายลับ ภายหลังทั้งคู่ขับรถเข้าฐานทัพสหรัฐที่เวอร์จิเนีย ด้านโฆษกจีนตอบโต้สหรัฐ &amp;quot;ทำผิดพลาด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เสาไฟริมทางใกล้ทำเนียบขาวประดับธงชาติสหรัฐและจีน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562 กล่าวว่า เหตุการณ์ตามที่มีรายงานข่าวนี้เป็นการทะเลาะเบาะแว้งครั้งล่าสุดระหว่าง 2 ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากรัฐบาลของทั้งสองฝ่ายประกาศพักรบในสงครามการค้าผ่านการจัดทำข้อตกลงฉบับจิ๋วเพื่อลดภาษีศุลกากรสินค้าบางรายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานเมื่อวันอาทิตย์ อ้างแหล่งข่าวหลายรายที่รับรู้เหตุการณ์ดังกล่าวว่า การสั่งขับเจ้าหน้าที่ทูตของจีนออกจากสหรัฐในครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งแรกในรอบมากกว่า 30 ปีที่เป็นการเนรเทศด้วยเหตุผลฐานต้องสงสัยว่าจารกรรม โดยรายงานกล่าวว่า เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทูตอย่างน้อย 1 รายเป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรองจีนที่ปฏิบัติงานแบบลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันจันทร์ กล่าวถึงรายงานของนิวยอร์กไทมส์ว่า คำกล่าวหานี้ &amp;quot;ตรงข้ามกับข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง&amp;quot; และว่า จีนเรียกร้องอย่างแข็งขันต่อสหรัฐให้แก้ไขความผิดพลาดนี้ รัฐบาลจีนได้ยื่นหนังสือแสดงความไม่พอใจและประท้วงไปยังสหรัฐแล้ว และต้องการให้สหรัฐปกป้องสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายและผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ทูตจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า ไม่กี่สัปดาห์ภายหลังเหตุการณ์ที่ฐานทัพเวอร์จิเนีย กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้กำหนดข้อจำกัดการทำกิจกรรมของนักการทูตจีน โดยสหรัฐให้เหตุผลว่าเพื่อตอบโต้กฎข้อบังคับของจีนช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่จำกัดความเคลื่อนไหวของนักการทูตสหรัฐ แต่ไม่ชัดเจนว่าข้อจำกัดของสหรัฐเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ที่เวอร์จิเนียหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเพื่อตอบโต้อย่างสมน้ำสมเนื้อ เมื่อต้นเดือนธันวาคม จีนก็ประกาศใช้มาตรการจำกัดความเคลื่อนไหวของนักการทูตสหรัฐ โดยสั่งให้เจ้าหน้าที่ทางการทูตของสหรัฐต้องแจ้งต่อกระทรวงการต่างประเทศของจีนก่อน จึงจะพบปะกับเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นของจีนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัว ชุนอิง โฆษกหญิงของกระทรวง กล่าวว่า คำสั่งนี้เป็น &amp;quot;มาตรการตอบโต้&amp;quot; ต่อการตัดสินใจของสหรัฐเมื่อเดือนตุลาคมที่ออกข้อจำกัดต่อเจ้าหน้าที่ทูตจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐและจีนมีความไม่ลงรอยกันในหลายประเด็น ซึ่งรวมถึงสถานการณ์ชุมนุมประท้วงในฮ่องกง และสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในเขตซินเจียงทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติอย่างท่วมท้นเห็นชอบร่างกฎหมายคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนหลายรายที่เกี่ยวข้องกับนโยบายด้านความมั่นคงในซินเจียง ที่ทำให้ประชากรราว 1 ล้านคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนส่วนน้อยชาวมุสลิม ถูกส่งตัวเข้าค่ายปรับทัศนคติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนที่แล้ว สหรัฐก็เพิ่งทำให้รัฐบาลปักกิ่งโกรธอย่างรุนแรง เมื่อออกกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง เพื่อสนับสนุนการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง จีนตอบโต้การผ่านกฎหมายฮ่องกงฉบับนี้ด้วยการสั่งห้ามเรือรบสหรัฐเข้าเทียบท่าฮ่องกงอย่างไม่มีกำหนด และคว่ำบาตรองค์กรเอกชนอเมริกันหลายแห่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52614</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับนักการทูต, จารกรรม, จีน, ฐานทัพสหรัฐ, สปาย, สหรัฐ, สายลับ, เวอร์จิเนีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191216/image_big_5df787841431f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2019 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2019 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐรวบอดีตลูกจ้างทวิตเตอร์ รับใบสั่งเจ้าซาอุฯ สปายนักวิจารณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหรัฐจับกุมอดีตลูกจ้างของบริษัททวิตเตอร์ชาวอเมริกัน 1 ราย และตั้งข้อหาเขาพร้อมกับอดีตลูกจ้างของทวิตเตอร์ชาวซาอุฯ 1 ราย และคนกลางชาวซาอุฯ อีก 1 ราย ต่อศาลรัฐบาลกลางในนครซานฟรานซิสโกเมื่อวันพุธ ฐานสอดแนมผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่วิจารณ์เจ้าซาอุฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงยุติธรรมสหรัฐแถลงเมื่อวันพุธที่ 6 พฤศจิกายน 2562 ว่าอดีตลูกจ้างของทวิตเตอร์เป็นพลเมืองชาวอเมริกัน 1 รายชื่ออาหมัด อาบูอัมโม และชาวซาอุดีอาระเบียชื่อ อาลี อัลซาบาราห์ ร่วมกับชาวซาอุดีอาระเบียอีกรายชื่ออาเหม็ด อัลมูไตรี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่การตลาดที่มีความเกี่ยวโยงกับราชวงศ์ซาอุฯ สอดแนมข้อมูลของผู้ใช้งานทวิตเตอร์ที่อยู่เบื้องหลังบัญชีทวิตเตอร์ โดยกระทำในฐานะตัวแทนของรัฐบาลซาอุฯ และราชวงศ์ซาอุฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวหาที่ยื่นต่อศาลรัฐบาลกลางซานฟรานซิสโกกล่าวว่า คนเหล่านี้ได้รับคำชี้แนะจากเจ้าหน้าที่ซาอุฯ ที่ไม่เปิดเผยนามรายหนึ่ง ซึ่งทำงานให้แก่บุคคลที่อัยการใช้คำเรียกขานว่า &amp;quot;สมาชิกราชวงศ์หมายเลข 1&amp;quot; ที่วอชิงตันโพสต์รายงานว่าก็คือเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดวิด แอนเดอร์สัน อัยการสหรัฐ กล่าวว่า ตัวแทนของซาอุฯ เหล่านี้เข้าระบบภายในของทวิตเตอร์เพื่อหาข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับบุคคลที่มีชื่อเสียงว่าวิจารณ์ต่อต้านซาอุฯ และบัญชีของผู้ใช้ทวิตเตอร์อีกราว 6,000 ราย กฎหมายของสหรัฐปกป้องบริษัทสหรัฐจากการรุกล้ำของชาวต่างชาติอย่างผิดกฎหมายลักษณะนี้ และทางการสหรัฐจะไม่ยอมให้บริษัทสหรัฐหรือเทคโนโลยีของสหรัฐตกเป็นเครื่องมือการกดขี่ของต่างชาติที่ละเมิดกฎหมายของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาบูอัมโม ชาวอเมริกันวัย 41 ปี ถูกจับกุมที่นครซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน เมื่อวันอังคาร แต่ชาวซาอุฯ อีก 2 คนหลบหนีออกนอกสหรัฐ โดยเชื่อว่าน่าจะอยู่ที่ซาอุฯ ทางการสหรัฐออกหมายจับทั้งคู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ถูกเปิดเผยในช่วงยามที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับซาอุฯ ยังคงตึงเครียด อันเป็นผลจากการฆาตกรรมทำลายศพจามัล คาช็อกกี นักข่าวชาวซาอุฯ ผู้มักวิจารณ์ราชวงศ์ ภายในสถานกงสุลซาอุฯ ในนครอิสตันบูลของตุรกีเมื่อปีที่แล้ว วอชิงตันโพสต์ซึ่งคาช็อกกีเขียนคอลัมน์ให้ด้วย กล่าวว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐสรุปว่าเจ้าชายซัลมานมีความเกี่ยวโยงอย่างใกล้ชิดกับการฆ่าเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49782</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับอดีตลูกจ้าง, ซาอุดีอาระเบีย, ซาอุฯ, ทวิตเตอร์, สปาย, เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191107/image_big_5dc418492cf24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 21:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 21:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ต้องสงสัยเป็นสายลับยูเออีผูกคอตายในคุกตุรกี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมและสื่อของตุรกีเผยเมื่อวันจันทร์ว่า ผู้ต้องสงสัยสปายให้กับยูเออี 1 ใน 2 คนที่โดนควบคุมตัวไว้ ผูกคอตายในเรือนจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แฟ้มภาพ ผู้ประท้วงสวมหน้ากากมกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบียมือปื้นสีเลือด ประท้วงหน้าสถานทูตซาอุดีอาระเบียในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2561 เรียกร้องความยุติธรรมให้จามัล คาช็อกกี / AFP&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อาวุโสของตุรกีเผยเมื่อวันจันทร์ที่ 29 เมษายนว่า ในช่วงที่ควบคุมตัว ผู้ต้องสงสัย 2 คน ซึ่งโดนจับเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา สารภาพว่าพวกเขาเข้ามาจารกรรมให้กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ตุรกีกำลังสอบสวนว่า การเดินทางเข้ามาในตุรกีของหนึ่งในผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องหรือไม่กับการสังหารจามัล คาช็อกกี ผู้สื่อข่าวชาวซาอุดีอาระเบียและคอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ที่โดนสังหารและหั่นศพที่นครอิสตันบุล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอนาโดลูของทางการตุรกีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 29 เมษายน ว่า 1 ใน 2 ผู้ต้องสงสัยสปายที่โดนจับ เสียชีวิตแล้วที่เรือนจำซีลิฟรี ชานนครอิสตันบุล และแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมตุรกียืนยันรายงานดังกล่าว ต่อมาสำนักอัยการตุรกีแถลงว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้แขวนคอตายในเรือนจำเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตุรกีเคยกล่าวไว้ระหว่างการควบคุมตัวสปายทั้ง 2 คน ว่า 1 ใน 2 ผู้ต้องสงสัยที่โดนจับเดินทางถึงตุรกีเมื่อเดือนตุลาคม 2561 ไม่กี่วันหลังคาช็อกกีถูกสังหารในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในนครอิสตันบุล เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ขณะที่เขาเข้ามาขอเอกสารเพื่อนำไปแต่งงาน ส่วนผู้ต้องสงสัยอีกคนเดินทางมาสมทบในเวลาต่อมา เพื่อช่วยเพื่อนร่วมงานปฏิบัติภารกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอนาโดลูรายงานว่า ชายทั้ง 2 คนโดนตั้งข้อหากระทำจารกรรมระหว่างประเทศ และจารกรรมทางการเมืองและทหาร และถูกส่งตัวไปขังที่เรือนจำซีลิฟรีทางตะวันตกของนครอิสตันบูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตุรกีมีความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนกับทั้งซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็น 2 ชาติอาหรับที่ดำเนินมาตรการปิดล้อมกาตาร์ ซึ่งเป็นชาติพันธมิตรที่ใกล้ชิดของตุรกี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34737</URL_LINK>
                <HASHTAG>จามัล คาช็อกกี, ตุรกี, ผูกคอตาย, สปาย, สายลับยูเออี, เรือนจำตุรกี, แขวนคอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc707309e32b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11394</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 22:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2018 22:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สายลับอเมริกันเตือนแฟนบอล ไปรัสเซียระวังโดนแฮ็กมือถือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไก่เห็นตีนงู เจ้าหน้าที่ข่าวกรองระดับสูงของสหรัฐกล่าวเตือนแฟนบอลที่เดินทางไปชมเวิลด์คัพที่รัสเซีย ให้ระวังว่าโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ของพวกเขาอาจโดนสายลับรัสเซียหรือแฮ็กเกอร์ล้วงข้อมูลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปปั้นวลาดิมีร์ เลนิน ผู้ก่อตั้งสหภาพโซเวียต ถูกถ่ายภาพคู่กับป้ายโปรโมตเวิลด์คัพรัสเซีย 2018 ของฟีฟ่า ที่ด้านหน้าสนามลุชนิกีในกรุงมอสโก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า วิลเลียม อีวานีนา ผู้อำนวยการศูนย์ความมั่นคงและการต่อต้านข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐ ออกแถลงการณ์เตือนที่กรุงวอชิงตัน เมื่อวันพุธที่ 13 มิถุนายน 2561 หนึ่งวันก่อนหน้าฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซียจะเปิดฉาก ว่าทุกคนที่กำลังจะเดินทางไปรัสเซีย เพื่อร่วมชมเวิลด์คัพครั้งนี้ ควรตระหนักอย่างกระจ่างแจ้งถึงความเสี่ยงจากการโดนสอดแนมทางไซเบอร์ เพราะในรัสเซียนั้น แม้แต่คนทั่วไปที่เชื่อว่าตนเองไม่ได้มีความสลักสำคัญใดๆ ก็สามารถตกเป็นเป้าการล้วงข้อมูลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากคุณกำลังจะนำโทรศัพท์มือถือ, แล็บท็อป, พีดีเอ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ติดตัวไปด้วย อย่าทำผิดพลาด ข้อมูลบนอุปกรณ์เหล่านี้ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่ระบุเอกลักษณ์บุคคลของคุณ) อาจถูกรัฐบาลรัสเซียหรืออาชญากรไซเบอร์ล้วงข้อมูลได้&amp;quot; คำเตือนจากหัวหน้าหน่วยงานสหรัฐที่มีหน้าที่ประเมินและต่อต้านภัยคุกคามจากสายลับต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวด้วยว่า ผู้ที่จะเดินทางไปรัสเซียเพื่อร่วมมหกรรมฟุตบอลโลกครั้งนี้ไม่ควรนำอุปกรณ์สื่อสารที่ไม่จำเป็นต้องใช้ ติดตัวไปกับการเดินทางด้วย แต่หากต้องนำติดตัวไป ก็ควรจะถอดแบตเตอรี่ออกเมื่อไม่ได้ใช้งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลและบริษัทมีความเสี่ยงมากที่สุด แต่อย่าได้ทึกทักว่าคุณด้อยความสำคัญเกินกว่าจะตกเป็นเป้าหมาย&amp;quot; อีวานีนากล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11394</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอลโลก, รัสเซีย, รัสเซีย 2018, สปาย, สหรัฐ, แฟนบอล, แฮ็ก, แฮ็กมือถือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180614/image_big_5b2285e6543fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
