<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102087</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2021 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2021 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย.แจงคินเจน ให้ข้อมูลวัคซีนสปุตนิก วี ไม่ครบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7พ.ค.64- กรณีบริษัท คินเจน ไบโอเทค จำกัด ได้ให้ข้อมูลทางสื่อต่าง ๆ ถึงปัญหากระบวนการพิจารณาขึ้นทะเบียนวัคซีน &amp;nbsp; &amp;nbsp;สปุตนิก วี ว่ายังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียน นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่บริษัท คินเจน ไบโอเทค จำกัด ได้ให้ข้อมูลทางสื่อต่าง ๆ ถึงปัญหากระบวนการพิจารณาขึ้นทะเบียนวัคซีนสปุตนิก วี นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอชี้แจงว่า วัคซีนโควิด 19 ที่นำเข้ามาในประเทศต้องผ่านการขึ้นทะเบียนกับ อย. โดยจะมีการพิจารณาข้อมูลใน &amp;nbsp;4 ส่วน หลัก คือ ความปลอดภัย คุณภาพ ประสิทธิผล และการจัดการความเสี่ยงของวัคซีนเมื่อนำมาใช้ในประเทศ &amp;nbsp;ซึ่งข้อมูลที่ อย. กำหนดให้ยื่นเพื่อขอรับการประเมินวัคซีนนั้น เป็นไปตามรูปแบบมาตรฐานสากล (ICH CTD) ที่ใช้ในภาวะฉุกเฉิน และวัคซีนที่ได้รับอนุญาตไปแล้ว 3 รายการ ต่างก็ยื่นข้อมูลตามมาตรฐานสากลนี้ การที่มีข้อมูลครบถ้วนจะทำให้การพิจารณาในภาพรวมของคุณภาพและความปลอดภัยของวัคซีนมีความสมบูรณ์ โดยการนับเวลาประมาณ 30 วัน จะเริ่ม เมื่อ อย. ได้รับเอกสารครบถ้วน การที่ อย. ต้องประเมินวัคซีนที่นำเข้ามาในประเทศ ถึงแม้ว่าจะผ่านการประเมินจากหน่วยงานอาหารและยาของต่างประเทศแล้วก็ตาม เนื่องจากต้องมีการทวนสอบข้อมูลวัคซีนของผู้รับอนุญาตเพื่อจัดทำข้อมูลสำหรับการจัดการบริหารวัคซีนที่เหมาะสมกับบริบทของคนไทย และเพื่อเฝ้าระวัง รวมถึงเตรียมการรองรับหากเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีน นอกจากนี้ การขึ้นทะเบียนยังทำให้ประเทศไทยมีข้อมูลการผลิตและการควบคุมคุณภาพของวัคซีนที่นำเข้าจากสถานที่ผลิตจากต่างประเทศ &amp;nbsp;เช่น วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า วัคซีนของซิโนแวก และวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายแพทย์สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการ อย.กล่าวว่า เมื่อวันี่ 19 เม.ย.2564 บริษัท &amp;nbsp; &amp;nbsp;คินเจน ไบโอเทค จำกัด ได้เข้าหารือเพื่อขอยื่นเอกสารแบบต่อเนื่อง หรือ rolling submission และได้ยื่นเอกสารเพื่อขอขึ้นทะเบียนวัคซีน สปุตนิก วี กับ อย. ซึ่งทางบริษัทจัดส่งเอกสารให้ อย. พิจารณาบางส่วน เช่น ข้อมูลการผลิตวัคซีนบางหัวข้อ ข้อมูลการทดลองในสัตว์ทดลอง และการทดลองวัคซีนในคน แต่ยังคงขาดข้อมูลสำคัญได้แก่ กระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพของวัคซีน ความปลอดภัยและประสิทธิผลของวัคซีน แผนการจัดการความเสี่ยงของวัคซีน หลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตวัคซีน (GMP) &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม อย. โดยผู้เชี่ยวชาญได้เริ่มประเมินข้อมูลที่ยื่นมาแล้ว แต่สามารถประเมินได้เพียงบางประเด็นเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ทาง อย. จึงได้ทำหนังสือแจ้งทางบริษัท คินเจนฯ เพื่อขอให้จัดส่งข้อมูลสำคัญที่ใช้ในการพิจารณาเพิ่มเติม โดยทางบริษัทฯ แจ้งแก่ อย. ว่าจะดำเนินการส่งข้อมูลที่ขาดให้ครบถ้วนภายในเดือนพฤษภาคม 2564 นี้ ซึ่ง อย. มีความพร้อมในการพิจารณาอนุมัติวัคซีนเพื่อให้คนไทยได้มีวัคซีนใช้โดยเร็ว และได้จัดให้มีช่องทางพิเศษเพื่อรองรับการพิจารณาตามมาตรฐานสากล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102087</URL_LINK>
                <HASHTAG>#วัคซีน, #อย., #โควิด19, คินเจน ไบโอเทค, สปุตนิก 5</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210507/image_big_6094e3f62eced.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2021 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2021 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี!วัคซีนของโมเดอร์นา -สปุตนิก จ่อขอขึ้นทะเบียน อย.อนุมัติแอสตร้าฯที่ผลิตโดยสยามไบโอฯเผยคุณภาพเท่าผลิตในอิตาลี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24เม.ย.64-นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เป็นบริษัทผู้ผลิตวัคซีนโควิด-19 ที่มาขอขึ้นทะเบียนวัคซีนเป็นรายแรกกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งได้รับอนุมัติทะเบียนไปแล้วเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2564 นั้น บริษัทแอสตร้าเซนเนก้ายังได้เลือกประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตวัคซีนโควิด &amp;ndash; 19 ของโลกผ่าน บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งมีความพร้อมรองรับการผลิตวัคซีนจำนวนมากเพื่อให้ประเทศไทยและประเทศอื่น สามารถเข้าถึงวัคซีนได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้การกำกับดูแลและการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิดจากบริษัท แอสตร้า เซนเนก้า&amp;nbsp; เพื่อให้การพัฒนาและการผลิตวัคซีนเป็นไปตามมาตรฐานสากลและเป็นไปตามแผนที่กำหนด โดยมีการปรึกษาหารือกับ อย. มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การพัฒนาสถานที่ผลิต กระบวนการผลิตตัวยาสำคัญ และวัคซีน จนได้รับหนังสือรับรองมาตรฐาน GMP จาก อย. และดำเนินการผลิตตัวยาสำคัญและวัคซีนโควิด-19 พร้อมเก็บข้อมูลเพื่อเตรียมการยื่นเพิ่มสถานที่ผลิตวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัท แอสตร้า เซนเนก้าได้จัดส่งข้อมูลกระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพการผลิตของวัคซีนโควิด-19 ของสถานที่ผลิต บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ต่อ อย. เมื่อวันที่ 9 เมษายน และ 19 เมษายน 2564&amp;nbsp; ที่ผ่านมา โดย อย. ทำการประเมินและพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน พบว่า ข้อมูลมีความครบถ้วน มีคุณภาพ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ว่าคุณภาพของวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ที่ผลิตจาก บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด มีความทัดเทียมกับคุณภาพวัคซีนที่ผลิตจากสถานที่ผลิตในประเทศอิตาลีที่ขึ้นทะเบียนไว้แต่ต้น ดังนั้น อย. จึงได้อนุมัติเพิ่มสถานที่ผลิตวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า จากสถานที่ผลิตโดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันที่ 23 เมษายน 2564 นี้&amp;nbsp; ซึ่ง อย. มีความยินดีอย่างยิ่งที่มีส่วนสำคัญช่วยให้ประเทศไทยจะได้ใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ผลิตโดยคนไทย เพื่อคนไทย โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการฯ อย. กล่าวเพิ่มเติมในตอนท้ายว่า สำหรับความคืบหน้าของการพิจารณาอนุญาตวัคซีน&amp;nbsp; โควิด-19 ซึ่ง อย. ได้มีการอนุมัติไปแล้ว 3 ราย คือ วัคซีนแอสตร้า เซนเนก้า โดยบริษัท แอสตร้า เซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด วัคซีนโคโรนาแวค ของบริษัท ซิโนแวค นำเข้าโดยองค์การเภสัชกรรม และวัคซีนจอห์นสันแอนด์ จอห์นสัน โดยบริษัท แจนเซ่น-ซีแลค จำกัด และอยู่ระหว่างประเมินคำขอขึ้นทะเบียน 1 ราย คือ วัคซีนของบารัต โดยบริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด ทั้งนี้ อย. ได้มีการติดต่อประสานงานรวมทั้งตอบข้อซักถามของผู้ประกอบการที่สนใจมาขอขึ้นทะเบียนวัคซีน และล่าสุดทราบว่ามีผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างจัดทำข้อมูลคำขอขึ้นทะเบียนยื่นต่อ อย. อีก&amp;nbsp; 2ราย ได้แก่ วัคซีนสปุตนิค V โดยบริษัท คินเจน ไบโอเทค จำกัด และวัคซีนของโมเดอร์นา โดยบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ซึ่ง อย. มีความพร้อมในการพิจารณาอนุมัติวัคซีนเพื่อให้คนไทยได้มีวัคซีนใช้โดยเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100556</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อย., วัคซีนแอสตร้าเซนเนกา, สปุตนิก 5, สยามไบโอไซเอนซ์, โมเดอร์นา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190311/image_big_5c86284acee20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2021 22:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2021 22:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แลนเซต&#039;ยัน วัคซีนสปุตนิกป้องกันโควิดได้ผล91.6%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไม่น้อยหน้า ผลการศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารการแพทย์ เดอะแลนเซต เมื่อวันอังคารระบุว่า วัคซีนสปุตนิก 5 ของรัสเซีย ป้องกันโควิด-19 ที่แสดงอาการได้ผลถึง 91.6% ซึ่งเป็นอัตราสูงใกล้เคียงกับวัคซีนของไฟเซอร์และโมเดอร์นา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการรัสเซียอนุมัติการใช้งานวัคซีนสปุตนิก 5 ซึ่งตั้งตามชื่อดาวเทียมยุคสหภาพโซเวียต มานานหลายเดือนแล้ว ก่อนหน้าที่ผลการทดลองทางคลินิระยะสุดท้ายจะได้รับการเผยแพร่ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนแสดงความคลางแคลง แต่การวิเคราะห์ข้อมูลครั้งใหม่จากผู้ร่วมทดลอง 20,000 คนในการทดลองระยะที่ 3 ชี้ว่าวัคซีนที่ต้องใช้ 2 โดสนี้ ให้ประสิทธิผล 91.6% ในการต้านโควิด-19 ที่แสดงอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลที่ได้บ่งบอกว่า สปุตนิก 5 เป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูง อยู่ในระดับเดียวกับวัคซีนไฟเซอร์/ไบออนเทคและโมเดอร์นา ที่ต่างก็มีประสิทธิภาพมากกว่า 90% แต่วัคซีนของรัสเซียมีข้อได้เปรียบกว่าวัคซีนชนิดอื่นตรงที่สามารถเก็บรักษาที่อุณหภูมิของตู้เย็นปกติ แทนที่จะต้องอยู่ในสภาพต่ำกว่าจุดเยือกแข็งมากๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัสเซียเริ่มโครงการฉีดวัคซีนแก่พลเมืองที่อายุ 18 ปีขึ้นไปก่อนจะรู้ผลของการทดลองระยะ 3 และมีหลายประเทศทั่วโลกจดทะเบียนวัคซีนชนิดนี้ซึ่งช่วยในการพัฒนาวัคซีน ตามข้อมูลของกองทุนเพื่อการลงทุนโดยตรงของรัสเซีย มีอาทิ เบลารุส, เวเนซุเอลา, โบลิเวีย และแอลจีเรีย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91815</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนรัสเซีย, วัคซีนโควิด, วารสารเดอะแลนเซต, สปุตนิก 5, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201124/image_big_5fbd2ad98c4f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
